พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 270 ความสูญเสียของเจียงเซิง
“กลับบ้านหรือ?”
คำพูดที่เปล่งออกมากะทันหัน ทำให้เจียงเซิงกับเวินจืออวิ่นร้อง
พร้อมกัน
มีเพียงจ่างเยี่ยนที่เข้าใจและรู้สึกสงสารอยู่บ้าง
สวรรค์ช่างเล่นตลกนัก เรื่องที่เป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ทั้งหมด
เกิดขึ้นพร้อมกัน เมื่อมันเกิดขึ้นกับตัว ถึงได้รู้ว่าโลกนี้ไม่มีอะไรแปลก
ประหลาด
“ใช่แล้ว ที่ตระกูลเจียง” ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงพูดตรง ๆ “เจ้าคือ
ลูกหลานที่หายไปของพวกเราตระกูลเจียง ข้าคือท่านย่าของเจ้า”
ดวงตาคู่งามของเจียงเซิงเบิกกว้าง นางคิดว่านี่เป็นวิธีการ
หลอกลวงคนแบบใหม่
นางนึกถึงกำไลหยกที่มีคุณภาพดีเยี่ยม และเหตุผลที่ฮูหยินผู้
เฒ่ามอบกำไลหยกให้ นางรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้ จึงพูดด้วย
สีหน้าลำบากใจว่า “ฮูหยินผู้เฒ่า ท่านอย่าล้อเล่นเลย ข้าไม่เอาเงิน
ร้อยเหวินแล้วก็ได้ไม่ใช่หรือ?”
ตระกูลเจียงเป็นตระกูลใหญ่ มีทั้งเงินและอำนาจ ยังมีกิจการ
อย่างเรือนโยวหรานอีก เป็นไปได้อย่างไรที่พวกเขาจะเกี่ยวข้องกับ
นางที่เป็นเด็กขอทานเร่ร่อนคนหนึ่ง
เจียงเซิงส่ายหน้าพลางถอยหลังไปสองก้าว “ไม่พูดแล้ว ๆ พี่ชาย
ของข้าใกล้จะกลับมาแล้ว พวกเราต้องไปรับเขา”
ถานเยี่ยรีบเข้ามาด้วยท่าทางร้อนใจ ต้องการอธิบายทุกอย่างให้
กระจ่าง
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงยื่นมือมาห้ามเอาไว้ แล้วยิ้มน้อย ๆ พลางกล่าว
ว่า “เด็กดี เจ้าจะบอกย่าได้หรือไม่ว่าเหตุใดถึงไม่เชื่อ?”
แน่นอนว่าเป็นเพราะนางไม่ได้โง่งมแล้ว
เจียงเซิงกลืนคำพูดลงคอ แล้วเอ่ยอย่างระมัดระวังว่า “ตระกูล
เจียงยิ่งใหญ่นัก จะทำเด็กคนหนึ่งหายไปได้อย่างไร”
สีหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าเจียงชะงักไปเล็กน้อย ส่วนถานเยี่ยที่อยู่
ข้าง ๆ ก็ยิ่งรู้สึกเป็นห่วง
โชคดีที่ประตูใหญ่ของสำนักสอบเปิดออกพอดี บัณฑิตมากมาย
แห่แหนออกมาพร้อมกับความกระตือรือร้นและตื่นเต้น
เจียงเซิงถูกดึงความสนใจไป รีบวิ่งไปทันที “พี่ใหญ่ออกมาแล้ว
พี่ใหญ่ ข้านำเกาลัดมาให้ท่านด้วย”
ถึงจะถูกนางขโมยกินไปสองสามเม็ดก็ตาม
“เจ้าช้าหน่อยสิ” เวินจืออวิ่นส่งกล่องยาให้เจียงซาน แล้วก้าวเดิน
เร็ว ๆ คอยปกป้องน้องสาว
น่าแปลกที่หนนี้จ่างเยี่ยนไม่ได้ตามไปด้วย
เด็กหนุ่มยืนตัวตรงดั่งหยกงามอยู่เบื้องหน้าฮูหยินผู้เฒ่าเจียง แม้
จะตัวเล็กกว่าเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ต ่าต้อย กลับแผ่ความสงบนิ่งและโดด
เด่นอย่างเป็นเอกลักษณ์ “ฮูหยินผู้เฒ่า บางครั้งสิ่งที่ท่านคิดว่าดี อาจ
ไม่ใช่สิ่งที่ดีในสายตาของผู้อื่น”
เช่นเดียวกับตระกูลเจียง แม้จะเป็นตระกูลชนชั้นสูงสุดของเมือง
หลวง แต่ในสายตาของเจียงเซิงอาจไม่ได้ดีเท่ากับเกาลัดคั่วน ้าตาล
สองชั่ง
“สิ่งสำคัญที่สุดคือนางฉลาดกว่าที่ท่านคิดมาก” จ่างเยี่ยนกล่าว
เบา ๆ
เจียงเซิงส่ายหน้าหลายครั้ง จริง ๆ แล้วนางไม่เข้าใจหรือ?
นางหลีกเลี่ยงจะตอบ ท่าทีของนางชัดเจนมาตั้งนานแล้ว
ชีวิตที่ยาวนานและโดดเดี่ยว ในช่วงเวลายากลำบากที่สุดของ
นาง ยามใกล้จะตาย วันที่ถูกทุบตีจนต้องหนีหัวซุกหัวซุน ตระกูล
เจียงไม่เคยปรากฏตัวมาสักครั้ง
ตอนนี้นางมีความสุขแล้ว มีพวกพี่ชาย มีท่านป้า มีเงินทอง ชีวิต
เล็ก ๆ ของนางเรียบง่ายและบริสุทธิ์ การปรากฏตัวของคนตระกูล
เจียงเป็นเรื่องดีสำหรับนางจริงหรือ
ทุกที่ที่เกี่ยวข้องกับอำนาจล้วนเป็นแอ่งน ้าโคลนทั้งนั้น
“แต่ข้าก็อยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้นาง” ดวงตาของฮูหยินผู้เฒ่า
เจียงหม่นแสงลง “ข้าเข้าใจการตัดสินใจของหลานสาว และรู้ว่า
ตระกูลเจียงมาช้าเกินไป นางไม่อยากกลับไปก็ไม่เป็นไร แต่ข้าอยาก
พบนางบ่อย ๆ ข้าอยากรู้ว่านางกินอยู่อย่างไรบ้าง”
ทารกน้อยตัวอวบขาวที่เคยพลิกตัวดูดนิ้วเท้าในอ้อมอกของนาง
ส่งยิ้มกว้างให้นาง เป็นความห่วงใยที่นางไม่อาจละทิ้งได้ไปตลอดชีวิต
หญิงชราค่อย ๆ หลุบตาลง ปิดบังน ้าตาที่เอ่อคลอ
จ่างเยี่ยนเม้มริมฝีปาก ถอนหายใจเบา ๆ “น้องสาวข้าเป็นเด็ก
สาวที่มีจิตใจอ่อนโยน นางจะจดจำคนที่ดีต่อนางไว้ในใจ แม้แต่
ความรู้สึกของคนที่มาทีหลัง ก็สามารถเยียวยาได้ตามกาลเวลา”
เช่นเดียวกับป้าจาง เช่นเดียวกับพวกเขาพี่น้อง
ความจริงใจคือใบผ่านทางที่ไร้อุปสรรค
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงเงยหน้าขึ้น ในที่สุดก็ตัดสินใจ “หากนางไม่
อยากกลับมา ก็ให้นางเป็นตัวของตัวเอง หากนางเต็มใจกลับมา นาง
ก็จะเป็นบุตรสาวสายตรงของตระกูลเจียง”
จากหางตา เจียงเซิงกำลังเกาะแขนเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งพลาง
กระโดดโลดเต้นเดินมา
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงยิ้มบาง แล้วพยักหน้าให้จ่างเยี่ยน
เมื่อเจียงเซิงหาพี่ห้าเจอ ฮูหยินผู้เฒ่าที่น ้าตาคลอเบ้าเมื่อครู่ก็
หายไปแล้ว พร้อมกับเหตุการณ์วุ่นวายที่ราวกับเป็นความฝันนั่นด้วย
ทว่าสวี่โม่เหนื่อยล้าเหลือเกิน พวกเขาพี่น้องจึงไม่มีใครพูดอะไร
เพียงแต่ยิ้มให้แล้วขึ้นรถม้า ออกเดินทางกลับเรือนเล็ก
“พี่ใหญ่ คืนนี้ท่านกลับไปพักผ่อนให้เต็มที่นะ” เวินจืออวิ่นจับชีพ
จรด้วยความคล่องแคล่ว “ท่านไม่ควรกินอาหารมัน ๆ หลีกเลี่ยงการ
ระคายเคืองของลำไส้และกระเพาะอาหาร”
สวี่โม่พยักหน้าเบา ๆ แล้วหลับตาลงอย่างรวดเร็ว
เจียงเซิงพิงหน้าต่างบานเล็กอีกด้านหนึ่ง มองประตูใหญ่ของ
สำนักสอบที่ค่อย ๆ ห่างออกไป เห็นชัดว่านางกำลังรู้สึกผิดหวังอยู่
บ้าง
บอกไม่ถูกว่าทำไม ทั้งที่นางรู้สึกว่ามันช่างน่าประหลาดใจ
เหลือเกิน แต่คำพูดของฮูหยินผู้เฒ่าก็ยังคงวนเวียนอยู่ในใจนาง
หากมีท่านย่า ก็อาจจะมีท่านพ่อท่านแม่ด้วย
ท่านพ่อท่านแม่จะเป็นอย่างไรนะ นางนึกถึงตอนอายุห้าขวบ
หลังจากถูกผังต้าซานซ้อมอย่างหนัก นางก็หลบไปร้องไห้อยู่ในกอง
ฟาง ร้องไห้ว่าทำไมตัวเองถึงไม่มีบ้าน ทำไมถึงไม่มีพ่อแม่คอยปกป้อง
ขอทานที่อายุมากกว่าได้ยินเข้าก็เยาะเย้ยนางว่า “เจ้าจะมีพ่อแม่
ได้อย่างไร ถ้าเจ้ามีพ่อแม่ ก็คงไม่ต้องมาเป็นขอทานเช่นนี้หรอก”
“ไม่ ไม่ใช่นะ!” เจียงเซิงเถียงพวกเขา “ข้ามีพ่อแม่ แค่จำไม่ได้ว่า
พวกท่านหน้าตาเป็นอย่างไร แล้วก็พลัดหลงกับพวกท่านก็เท่า
นั้นเอง”
ที่จริงนางรู้ว่าพวกขอทานพูดความจริง พ่อแม่นางอาจจะตายอยู่
ที่ไหนสักแห่งแล้วก็ได้
แต่เจียงเซิงก็ยังหวังว่าพ่อแม่จะยังมีชีวิตอยู่ แม้ว่านั่นจะ
หมายความว่านางถูกพวกเขาทอดทิ้ง นางก็ยังหวังว่าพวกเขายังอยู่
และมีชีวิตที่ดี
เมื่อกลับมาถึงเรือนเล็ก ท้องฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว
จางเซียงเหลียนถือทัพพีใหญ่สำหรับผัดอาหาร มองซ้ายมอง
ขวาอยู่หน้าประตู
พอเห็นรถม้าคันคุ้นตามา นางถึงวางใจได้ “ในที่สุดก็กลับมาแล้ว
รีบมากินข้าวร้อน ๆ สักสองคำเถอะ เร็วเข้า”
สวี่โม่ถูกพยุงลงมาเป็นคนแรก เวินจืออวิ่นเป็นคนที่สอง จ่าง
เยี่ยนเป็นคนที่สาม และสุดท้ายคือเจียงเซิงที่เงียบขรึม
“เกิดอะไรขึ้นหรือ” จางเซียงเหลียนสังเกตเห็นความผิดปกติ
“เจียงเซิงน้อย เจ้าไม่มีความสุขหรือ”
“ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ” นางส่ายหน้า “ข้าสบายดีท่านป้า”
แต่ความสุขและความทุกข์นั้นแสร้งทำไม่ได้จริง ๆ
โชคดีที่ฟ้ามืดสนิทแล้ว เจียงเซิงจงใจพุ่งเข้าไปในอ้อมกอดของ
จางเซียงเหลียน พลางพูดอย่างเขินอายว่า “ความจริงข้าหิวแล้วเจ้า
ค่ะ”
“หิวแล้วก็ไปกินขาหมูกันเถอะ” จางเซียงเหลียนถอนหายใจด้วย
ความโล่งอก หมุนตัวเข้าไปในครัวแล้วยกอาหารออกมาทีละจาน
กลิ่นหอมช่วยชดเชยความผิดหวังในใจได้ การอยู่พร้อมหน้า
ครอบครัวยิ่งเพิ่มความอบอุ่นให้ ใบหน้าของเจียงเซิงจึงเริ่มมีรอยยิ้ม
ในที่สุด
แต่ยามค ่าคืน นางก็ยังคงฝัน
ในความฝัน นางได้พบกับท่านพ่อท่านแม่ นางอยากจับมือท่าน
แม่และถามว่าเหตุใดจึงไม่ต้องการนาง เหตุใดจึงไม่รักนาง
แต่ท่านแม่กลับเดินหน้าต่อไป ไม่หันกลับมามองเลย
ยามราตรีช่างลึกลับและยาวนาน เด็กหญิงตัวน้อยร ่าไห้ ในที่สุด
ก็ไม่อาจจับมือท่านแม่ไว้ได้
เวลาเดียวกันนั้น
ณ จวนตระกูลเจียงที่สว่างไสวไปด้วยแสงไฟ
เพียงเห็นเจียงเฉิงฮวนนอนอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าซีดเซียวและ
อ่อนแอ ฮูหยินเจียงที่มักพูดจาอ่อนโยนก็ถึงกับโกรธจัด ทุบแก้วจาน
แตกกระจาย แม้แต่บุตรชายคนโตก็ถูกต่อว่า “เจ้าปกป้องน้องสาว
อย่างไรกัน! ข่าวลือภายนอกนี้มาจากที่ไหน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!”