พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 271 ฮูหยินเจียง
ข่าวลือแพร่สะพัดรวดเร็วเกินคาด
เพียงครึ่งวันทั่วทั้งเมืองหลวงก็รู้กันไปทั่วว่า บุตรสาวแท้ ๆ ที่
ตระกูลเจียงเลี้ยงดูอยู่นั้นเป็นตัวปลอม ส่วนบุตรสาวตัวจริงเป็นคนอื่น
ความลับที่ตระกูลเจียงปกปิดมาเกือบสี่ปีถูกเปิดเผยเช่นนี้ ย่อม
คาดเดาความโกรธเคืองของฮูหยินเจียงได้
“ใครกัน! ใครที่ทำเช่นนี้ ไม่เห็นแก่หน้าตาตระกูลเจียงเลยหรือ!”
นางคว้าถ้วยชาใบสุดท้ายมา
บรรดาบ่าวรับใช้ของตระกูลเจียงต่างนิ่งเงียบราวกับปลาที่ถูกใส่
กระบอก มีเพียงเจียงเฉิงเยวี่ยนที่ฝืนใจพูดว่า “เป็นท่านย่าขอรับ ท่าน
ย่าบอกว่าพบเด็กที่หายตัวไปแล้ว”
เสียง “เพล้ง” ดังขึ้น
คราวนี้ไม่ใช่การขว้างปา แต่เป็นถ้วยชาที่ร่วงหลุดมือไปเอง
ทันทีที่กระทบพื้นมันก็แตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ เศษกระเบื้องกระเด็น
ใส่เท้าของฮูหยินเจียง แต่นางกลับไม่รู้สึกอะไรสักนิด ยืนนิ่งงันราวกับ
เป็นหุ่นไม้
ภาพเหตุการณ์ในอดีตผุดขึ้นในความทรงจำ ทารกน้อยผิวขาว
อวบอ้วนในผ้าอ้อม พร้อมกับความทรงจำที่ไม่น่ายินดีพัดกระหน ่า
เข้ามา ทุกสิ่งทุกอย่างถักทอเป็นตาข่ายใหญ่รัดรึงนางแน่นจนแทบ
หายใจไม่ออก
“ท่านแม่” เสียงเจียงเฉิงเยวี่ยนดังแว่วมา ฟังดูไกลบ้างใกล้บ้าง
“ท่านแม่ ท่านเป็นอะไรขอรับ ท่านแม่ ท่านแม่!”
ฮูหยินเจียงฟื้นคืนจากความตกตะลึง มองใบหน้าโดดเด่นของ
บุตรชาย เหมือนนางจะอยากกล่าวบางสิ่ง
“ท่านแม่ อาการของเฉิงฮวนไม่ได้ร้ายแรงแล้ว พวกเราจะไปรับ
นางกลับมาได้หรือไม่ขอรับ” เจียงเฉิงเยวี่ยนรีบถามอย่างร้อนใจ
“ท่านแม่จะไปเอง หรือพวกเราจะไปด้วยกัน”
แม้ไม่ได้กล่าวชัดเจน แต่ก็เป็นที่เข้าใจว่า “นาง” ที่เขาพูดถึงคือ
ใคร
ฮูหยินเจียงกำผ้าเช็ดหน้าแน่น แววตาแปรเปลี่ยนไปหลายครั้ง
ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย
“ท่านแม่ ในที่สุดก็พบน้องสาวแล้ว ท่านจะไม่ไปรับนางกลับมา
หรือ” เจียงเฉิงเยวี่ยนเริ่มรู้สึกแปลกใจ “นางคือบุตรสาวแท้ ๆ ของ
พวกเราตระกูลเจียงนะขอรับ”
อดีตที่ไม่อยากตามหา เป็นเพียงการต่อต้านความเย็นชาของ
ท่านย่า การปลอบประโลมความสับสนของน้องสาว รวมถึงความสิ้น
หวังและความจนใจในการตามหาพี่น้องท่ามกลางผู้คนมากมาย
ในประวัติศาสตร์ แทบไม่มีตัวอย่างของการพบเจอญาติที่หาย
สาบสูญไปอีกครั้ง และในสถานการณ์ที่รู้ว่าการตรวจสอบความ
เกี่ยวข้องทางสายเลือดไม่น่าเชื่อถือ
เมื่อบุตรสาวตัวจริงของตระกูลเจียงปรากฏตัวขึ้นมา การรับคน
กลับบ้านก็เป็นเรื่องที่ต้องทำแน่นอนอยู่แล้ว
ไม่มีคนตระกูลใหญ่ใดจะยอมให้สายเลือดของตนเองพเนจรอยู่
ข้างนอก
ฮูหยินเจียงเองก็รู้ดี หลังจากความตกใจไปชั่วครู่ นางก็สงบลงได้
และกล่าวว่า “พวกเราต้องรับนางกลับมาแน่ แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่า
นางคือตัวจริง”
ไม่มีปานแต่กำเนิด ไม่มีไฝ แม้แต่รอยแผลเป็นตั้งแต่เกิดก็ไม่มี
ทารกที่ผิวเรียบเนียนไร้ที่ติเช่นนั้น ใครจะรู้ได้ว่าเป็นลูกบ้านไหน
แล้วใครจะกล้ายืนยันว่านี่ไม่ใช่ของปลอมชิ้นใหม่
เจียงเฉิงเยวี่ยนถึงกับพูดไม่ออก
วันนี้อารมณ์ของเขาผันผวนมาก ตั้งแต่รู้ว่าขิงน้อยอาจจะเป็น
น้องสาว ความตื่นเต้นดีใจไปจนถึงความตกใจกลัวที่เจียงเฉิงฮวน
เกือบสิ้นชีวิต และการไม่กล้าเผชิญหน้ากับขิงน้อย แต่ในใจเขาก็
ยังคงหวังว่าจะพานางกลับมาได้และชดเชยให้
แม้ว่าข้อสงสัยที่มารดาพูดมาจะสมเหตุสมผล แต่เขาก็ไม่อยาก
คิดถึงมัน
โชคดีที่มีสาวใช้มาแจ้งว่า ฮูหยินผู้เฒ่ามาแล้ว
หญิงชราผมขาวก้าวเดินรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตาก็เข้ามาในห้อง
“ข้ายืนยันได้ว่านางคือตัวจริง”
ดวงตาของเจียงเฉิงเยวี่ยนสว่างวาบขึ้นทันที
“ทั้งจากช่วงเวลาไปจนถึงอายุ จากนิสัยไปจนถึงพฤติกรรม” ฮู
หยินผู้เฒ่าเจียงพูดหนักแน่น “เจียงเซิงคือลูกหลานของตระกูลเจียง”
“ส่วนหลักฐานอื่น ๆ …ข้าคิดว่าคงไม่จำเป็นต้องนำออกมาแล้ว”
ไม่จำเป็นหรือว่าไม่มี?
มือของฮูหยินเจียงสั่นเทาอย่างรุนแรง ราวกับกำลังคาดเดาบาง
สิ่งอยู่ในใจ
นางเหลือบมองสีหน้าซีดเซียวของเจียงเฉิงฮวนที่สลบไสลไม่ได้
สติ ในใจก็เริ่มรู้สึกโกรธแค้นขึ้นมาอีกครั้ง “ในเมื่อพบตัวแล้วก็รับ
กลับมาเลี้ยงดูพร้อมกับเฉิงฮวนเถอะ เหตุใดท่านแม่ถึงต้องเปิดเผย
ตัวตนของเฉิงฮวนต่อหน้าผู้คนมากมายด้วย นางก็เป็นบุตรสาวที่
ท่านเลี้ยงดูมาเช่นกันนะเจ้าคะ”
การให้กำเนิดเด็กหญิงฝาแฝด ช่วยเหลือเด็กคนหนึ่งได้ทั้งสอง
แถมยังรักษาหน้าตาของตระกูลเจียงไว้ได้ นี่ไม่ใช่เรื่องดีหรอกหรือ?
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงไม่ได้ตอบคำถามนี้
นางเพียงมองเจียงเฉิงเยวี่ยนแวบหนึ่ง แล้วกล่าวเสียงเรียบ
“หลานสาวข้ายังไม่ต้องการจะกลับมา ห้ามผู้ใดในตระกูลเจียงไป
รบกวนความสงบของนาง หากข้ารู้เรื่อง…หึ”
เพียงสองประโยคสั้น ๆ นี้ก็แสดงให้เห็นถึงอำนาจของผู้ปกครอง
ตระกูลเจียงอย่างชัดเจน
นางก็หมุนตัวกลับไปยังเรือนของตนอย่างสง่างาม โดยไม่สนใจสี
หน้าตกตะลึงของแม่ลูกตระกูลเจียงอีก
ระหว่างทาง ถานเยี่ยอดพึมพำไม่ได้ “ฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าคะ ท่าน
ควรพูดให้ชัดเจนนะเจ้าคะ ที่ท่านทำเช่นนี้ก็เพราะกังวลว่าคุณหนูจะ
ถูกรังแกใช่หรือไม่”
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงแค่นเสียงดูแคลน “ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก
ปล่อยให้ข้าเป็นตัวร้ายไปเถอะ”
ในโลกนี้ไม่มีทางที่จะได้ของสองอย่าง ทรัพยากรและความรัก
ล้วนมีจำกัด แม้แต่คนตระกูลใหญ่ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
เปรียบเสมือนคนผู้หนึ่งที่มีเงินร้อยตำลึงอยู่ในมือ ไม่ใช่ว่าลูกทุก
คนจะได้รับไปทั้งหมด แต่เป็นมีลูกอยู่กี่คนก็ต้องแบ่งออกเป็นกี่ส่วน
ต่างหาก
เมื่อจำนวนลูก ๆ เพิ่มขึ้น สิ่งที่แต่ละคนจะได้รับก็ย่อมลดทอน
ตามลงไป
ยิ่งกว่านั้น สิ่งนี้ยังต้องอยู่บนพื้นฐานของความยุติธรรมด้วย
แล้วหากไม่มีความยุติธรรมเล่า?
“ฮูหยินก็เป็นมารดาแท้ ๆ ของคุณหนู จะไม่มีความยุติธรรมได้
อย่างไรเจ้าคะ แต่เพราะไม่ได้พบกันมาสิบกว่าปี ความห่างเหินจึงเป็น
เรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้” ถานเยี่ยอายุยังน้อย นางจึงยังมีภาพฝัน
สวยงามอยู่ในใจ
มุมปากฮูหยินผู้เฒ่าเจียงยกขึ้นเล็กน้อย คล้ายกำลังเยาะเย้ย
และคล้ายกำลังดูถูก
เรื่องบางเรื่องก็ยากเหลือเกินที่จะบอกให้คนนอกรู้
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า นางจะต้องนำมันลงหลุมไปด้วยกัน
วันถัดมา
ข่าวเรื่องบุตรสาวตัวจริงตัวปลอมของตระกูลเจียงก็ถูกยับยั้งไว้
ทุกคนที่รู้เรื่องต่างเก็บงำความลับไว้ในใจ แต่มันกลับยิ่งทำให้
ชาวเมืองสงสัยมากขึ้น
เจียงเฉิงเยวี่ยนจดจำคำสั่งของท่านย่าได้ดี เขาไม่กล้าเข้าใกล้
เจียงเซิง ได้แต่มองนางอยู่ห่าง ๆ หลายครั้งที่เข้าไปซื้อขนมของร้าน
จิ่วเจิน แล้วแบกกลับบ้านเป็นมัด ๆ
เจียงเฉิงเฟิงกับเจียงเฉิงอวี๋ก็ตามไปหลายครั้ง แต่เพราะย่างเท้า
หนักเกินไปจนเกือบจะรบกวนเจียงเซิง สุดท้ายจึงถูกไล่ออกไป
ถ้าจะพูดถึงคนที่ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย ก็มีแค่ฮูหยินเจียงที่คอย
ดูแลเจียงเฉิงฮวนอย่างใส่ใจเท่านั้น
สำหรับบุตรสาวตัวจริงที่ควรกลับบ้านแต่ไม่ได้กลับมา นางก็ไม่
พูดถึงเลยสักคำ ไม่ได้ต่อต้านอย่างบ้าคลั่ง และไม่ได้คิดถึงอย่าง
กระตือรือร้น แต่กลับสงบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เมื่อข่าวนี้ถูกรายงานไปถึงเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าเจียง ก็ได้ยิน
เพียงเสียงหัวเราะเยาะดังออกมา
โชคดีที่เรื่องเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเจียงเซิง
หลังจากส่งพี่ใหญ่เข้าสำนักสอบเป็นครั้งที่สอง นางก็หลบอยู่ใน
เรือนเล็กเพื่อวางแผนสร้างโรงผลิตแห่งใหม่
สตรีที่ถูกทรมานในชีวิตแต่งงานมีมากกว่าที่นางคิดไว้มาก แต่
เดิมคิดว่าทำขนมตามนามแซ่ให้ดีแล้ว ก็จะสามารถรับท่านป้าท่าน
น้าที่ถูกรังแกเข้ามาทำงานได้มากขึ้น
ไม่คิดว่าเพียงแค่การบอกเล่าปากต่อปาก กลับทำให้มีท่านป้า
ท่านน้าสิบกว่าคนพยายามจะหย่าร้าง หวังจะมาหางานทำที่ร้านจิ่ว
เจินเพื่อเลี้ยงปากท้อง
เจียงเซิงรู้สึกผิดบาป ยกมือขึ้นกุมขมับ
นางรู้สึกว่าตนเองเหมือนไปทำลายครอบครัวของผู้อื่น แต่ก็คิด
ว่าครอบครัวที่ถูกทำลายได้ก็ไม่จำเป็นต้องมีอยู่อีกต่อไป
แต่ต่อให้ร้านจิ่วเจินจะขยับขยายมากเพียงใดก็ยังมีขีดจำกัด ไม่
สามารถรับท่านป้าท่านน้าสิบกว่าคนนั้นได้
หลังจากครุ่นคิดอย่างหนัก นางก็นึกถึงบะหมี่น ้าใสที่ป้าจางทำ
นึกถึงซี่โครงหมูตากแห้งที่ถูกคัดออกไปเพราะขึ้นตอนทำซับซ้อน
เกินไป รวมถึงอาหารโบราณรสเลิศนับไม่ถ้วนที่บันทึกไว้ในตำรา
หากเป็นเมื่อก่อน เจียงเซิงคงรีบไปที่เรือนโยวหรานอย่าง
กระตือรือร้นเพื่อเจรจาร่วมมือกับเถ้าแก่ใหญ่
แต่ตอนนี้ แม้นางจะเดินออกไปบนถนนใหญ่ ก็เพียงหยุดอยู่หน้า
ประตูเรือนโยวหรานแล้วขมวดคิ้ว เหลือบมองโรงเตี๊ยมใหญ่อีกหลาย
แห่งที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ กำลังลังเลเพราะไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี
จนกระทั่งมีเสียงหัวเราะดังมาจากด้านหลัง “เจียงเซิงน้อย เจ้ามา
ทำอะไรที่นี่หรือ?”