พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 283 สวี่โม่ไม่มีทางยอมรับ
พื้นหลังเป็นกระดาษซวนจื่อ มีหมึกสีชาดใช้คัดลอกและแสดง
ความเห็น
ท้ายม้วนกระดาษยาวเกือบหนึ่งวา ตรงตำแหน่งที่มีร่องรอยแปะ
และขูดออก มีชื่อของสวี่โม่เขียนไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
แต่สวี่โม่บอกว่าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่
น้องชายน้องสาวไม่สงสัย ฉีหวายไม่สงสัย อันจวิ่นไม่สงสัย จ้าว
หยวนยิ่งไม่สงสัย
ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างและหรี่ลง สีหน้าแข็งค้าง การคาด
เดานับไม่ถ้วนลอยอยู่ในใจ
“หรือว่า หรือว่าจะเป็นนักเขียนเงาอีก…” อันจวิ่นเอ่ยด้วยเสียงสั่น
เครือเป็นคนแรก
สีหน้าของฉีหวายเปลี่ยนไปมาก เขาเร่งให้ทุกคนเดินไปมุมถนน
แล้วให้บ่าวรับใช้คอยเฝ้าดูรอบด้าน ก่อนจะขมวดคิ้วพูดว่า “นี่ไม่ใช่
นักเขียนเงาหรอก”
นักเขียนเงาคือคนที่เขียนคำตอบแทน คือการเขียนเรียงความ
อันยอดเยี่ยม โดยให้ผู้ซื้อจดจำแล้วนำไปเขียนตอบด้วยตนเองตอน
สอบ
พูดให้ชัดเจน แม้คนอื่นจะหานักเขียนเงามา แต่ก็ยังต้องทุ่มเท
พยายามท่องจำ
แต่ครั้งนี้เห็นชัดว่าเป็นการขโมยกระดาษคำตอบของสวี่โม่
โดยตรง
“หรือว่าเขาจะคัดลอกผิด?” อันจวิ่นพึมพำ “จะกล้าเกินไปแล้ว นี่
มีความผิดถึงประหารชีวิตเชียวนะ”
ฉีหวายคิดขึ้นได้ “เรื่องเร่งด่วนในตอนนี้คือต้องหา
กระดาษคำตอบของพี่สวี่ให้พบ ทุกอย่างถึงจะกระจ่างเอง”
ราชวงศ์ต้าอวี๋มีเพียงผู้ที่สอบไม่ผ่านเท่านั้นถึงจะได้รับคำวิจารณ์
กระดาษคำตอบคืน เพื่อให้บัณฑิตได้พัฒนาตนเองต่อไป
ส่วนกระดาษคำตอบของพวกก่งเซิ่งจะถูกเก็บไว้ในหอเก็บ
ข้อสอบของสำนักสอบ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงมันได้
แน่นอนว่าการมีน้อยคนไม่ได้หมายความว่าไม่มีใครเข้าไปได้
เลย
จ้าวหยวนหันหน้าขวับ สายตาจับจ้องฉีหวาย
อันจวิ่นเข้าใจทันที เขามองฉีหวายเช่นกัน
สวี่โม่ เจียงเซิง เวินจืออวิ่นและจ่างเยี่ยน ต่างมองไปทางเขาอย่าง
ตกตะลึง
ฉีหวายยิ้มขมขื่น ทว่าแฝงไว้ซึ่งความมุ่งมั่น “เอาเถอะ ๆ วันนี้ข้า
จะยอมโดนท่านพ่อตีสักยก แต่ก็ต้องให้เขาไปหากระดาษคำตอบของ
พี่สวี่ให้ได้”
“ใครใช้ให้บิดาข้าเป็นเจ้ากรมพิธีการ เป็นผู้ดูแลการสอบขุนนาง
กันเล่า”
“พี่ฉีช่างมีน ้าใจนัก” จ้าวหยวนประสานมือ “ต่อไปหากพี่ฉีมีเรื่อง
อะไร เพียงเอ่ยปากเรียก ข้าจ้าวหยวนจะรีบบุกน ้าลุยไฟไปช่วยเหลือ
ทันที ไม่คิดปฏิเสธแน่นอน”
“พี่ฉีช่างมีเมตตา” อันจวิ่นรีบกล่าวคำยกยอเสริมอีกคน “พวก
ข้าไม่อาจเทียบเจ้าได้เลย แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว”
มาถึงสวี่โม่ เขามีความรู้สึกนับพัน แต่ทั้งหมดถูกรวบรวมไว้ใน
เสียงถอนหายใจเพียงเฮือกเดียว “พี่ฉี…”
“พอเถอะ ๆ หยุดชมข้าได้แล้ว อย่ามองข้าด้วยสายตาละอายใจ
เช่นนั้นด้วย” ฉีหวายหัวเราะพลางบ่น “ไม่ใช่แค่ความเป็นพี่น้องของ
เรา แต่เดิมที่พวกเราต้องการโค่นล้มพวกนักเขียนเงา ก็เพราะหวังให้
บัณฑิตทุกคนสามารถสอบได้อย่างเปิดเผยและยุติธรรมไม่ใช่หรือ
บัดนี้การทุจริตการสอบขุนนางได้มาอยู่ตรงหน้าพวกเราแล้ว พวกเรา
จะทนได้อย่างไรกัน!”
เขาไม่เพียงทำเพื่อสวี่โม่เท่านั้น แต่ยังเพื่อโลกที่ควรยุติธรรม
เพื่อบัณฑิตมากมายที่มีความสามารถแต่ถูกคนชั่วขโมยผลงานไป
ครอบครัวเป็นของตนเอง แต่ประเทศชาติเป็นของทุกคน
ชายชาตรีผู้ยิ่งใหญ่ต้องปกป้องครอบครัวของตนได้ และทำเพื่อ
ประเทศชาติของทุกคนด้วย
ฉีหวายหันไปมองประตูใหญ่ของสำนักสอบ ใบหน้าขาวผ่อง
ประดับรอยยิ้มบาง ปลายคางเชิดขึ้นเล็กน้อย รวมถึงหัวใจอันแกร่ง
กล้าร้อนแรงของเขาด้วย
“หากมีลมพัดมาก็คงดีสิ” จ้าวหยวนพูดขึ้นอยู่ด้านข้าง “ถ้ามีลม
พัดพัดมาเบา ๆ พาให้แขนเสื้อพลิ้วไหว ในใต้หล้านี้คุณธรรมของ
พี่ฉีคงไม่มีใครเทียบได้”
ฉีหวายเกือบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ แต่ก็ยิ้มและจ้องตากลับไป
“ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็ต้องขอบคุณพี่ฉีแล้ว” สวี่โม่เอ่ยขึ้นในที่สุด สี
หน้าของเขาจริงจัง “ต่อไปหากพี่ฉีมีเรื่องอะไรที่ต้องการให้ข้าช่วย ก็
บอกมาได้เลย”
“ใช่แล้ว ๆ ขนมในร้านจิ่วเจินของพวกเรา ข้าจะให้พี่ชายฉีหวาย
กินโดยไม่คิดเงินสักแดงเดียวเลยเจ้าค่ะ” เจียงเซิงพยักหน้าแรง ๆ
“หากท่านไปที่สำนักแพทย์เวิน ข้าก็ไม่คิดเงินเช่นกัน” เวินจืออ
วิ่นกำหมัดแน่น
จ่างเยี่ยนเม้มปาก เห็นด้วยอย่างเศร้าสร้อย “ถูกต้อง ไม่คิดเงิน
ทั้งนั้น”
ฉีหวายอดขำไม่ได้ รู้สึกดีใจแทนสวี่โม่ที่มีน้องชายน้องสาวที่ดี
ขนาดนี้
แต่พวกเขาไม่อาจชักช้าได้
เมื่อพบว่ากระดาษคำตอบถูกสับเปลี่ยน การค้นหา
กระดาษคำตอบที่แท้จริงจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
ฉีหวายสั่งกำชับสวี่โม่ “ครั้งนี้มีคนที่สอบผ่านกว่าร้อยคน เป็นไป
ไม่ได้ที่จะนำกระดาษคำตอบทั้งหมดออกมาให้เจ้าตรวจดู เจ้าเพียง
แค่ท่องจำเนื้อหาส่วนหนึ่งมา แล้วข้าจะนำไปเปรียบเทียบดูให้”
สวี่โม่พยักหน้า “พรุ่งนี้ข้าจะให้คนเอาไปส่งที่จวนตระกูลฉี”
ทั้งสองคนเดินนำหน้า แผ่นหลังตั้งตรง ก้าวเดินด้วยความมั่นคง
จ้าวหยวนเดินตามไป พลางลากอันจวิ่นมากระซิบ “เจ้าคิดว่า
ใครเป็นคนเปลี่ยนกระดาษคำตอบของพี่สวี่”
อันจวิ่นไม่กล้าตอบ แต่เหลือบมองไปยังตำแหน่งอันดับหนึ่งอย่าง
เหม่อลอย
หากเป็นตระกูลฟางจริง ๆ การสับเปลี่ยนกระดาษคำตอบของสวี่
โม่ก็จะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดที่พวกเขาเคยทำมา
ฮุ้ยหยวนเอ๋ย ช่างกล้าดีจริง ๆ
จ่างเยี่ยนก็มองไปยังตำแหน่งอันดับหนึ่งเช่นกัน เมื่อเทียบกับ
ความหวังของจ้าวหยวนและคนอื่น ๆ เขากลับขมวดคิ้วแน่นที่สุด
ท่าทางดูหนักใจมากกว่า
“เจ้าห้า พี่ใหญ่จะแก้ไขเรื่องนี้ได้ใช่หรือไม่” เวินจืออวิ่นดึงแขน
เสื้อเขา
จ่างเยี่ยนหันมาฝืนยิ้ม “ใช่แล้ว”
วันนั้นสวี่โม่ไม่ได้ทานข้าวเย็นด้วยซ ้า เขานั่งอยู่ที่โต๊ะเขียนอักษร
และก้มหน้าก้มตาเขียนอย่างขะมักเขม้น
เจียงเซิงนำอาหารร้อน ๆ มาให้เขา ครึ่งชั่วยามต่อมาพอนางมา
เก็บ อาหารก็ยังคงเต็มชามเหมือนเดิม แต่มันเย็นชืดไปแล้ว
นางอยากจะพูดอะไรสักคำหลายครั้ง แต่เมื่อเห็นท่าทางขยัน
ขันแข็งของสวี่โม่ก็กลืนคำพูดกลับ แล้วหมุนตัวเดินจากไปอย่างเงียบ
ๆ
เวินจืออวิ่นกับจ่างเยี่ยนต่างเฝ้าอยู่ในลานบ้าน หลังได้ยินเสียง
ความเคลื่อนไหวก็พากันล้อมวงเข้ามา “เขายังไม่ได้กินอีกหรือ? พี่
ใหญ่กินข้าวกลางวันแค่สองคำเอง ถ้าเขาไม่กินข้าวเย็นอีก ร่างกาย
จะทนไม่ไหวแล้วนะ”
เจียงเซิงส่ายหน้าตอบ
“เขาไม่กินก็ช่างเถอะ” จ่างเยี่ยนถอนหายใจ “พี่ใหญ่คงรู้สึกแย่
มาก เขาต้องกินไม่ลงอยู่แล้ว”
ครั้งนี้กระดาษคำตอบของเขาถูกสับเปลี่ยน สวี่โม่ได้รับ
ผลกระทบมากที่สุด ไม่เพียงสูญเสียโอกาสที่จะได้ก้าวหน้า แต่ยัง
ตกใจที่นอกจากจะมีนักเขียนเงาแล้ว ยังมีการทุจริตด้วยวิธีการ
สับเปลี่ยนกระดาษคำตอบอีก
นึกถึงตอนที่เปิดโปงการทุจริตของนักเขียนเงา พวกเขายังต้อง
ใช้ความพยายามมาก และเกือบจะทำให้เจ้ากรมพิธีการต้องพลอย
เดือดร้อนไปด้วย
บัดนี้ปัญหาเกี่ยวข้องกับการสับเปลี่ยนกระดาษคำตอบในการ
สอบระดับแคว้น เบื้องหลังย่อมเชื่อมโยงกว้างขวางกว่าเก่า และเรื่อง
ผลประโยชน์ก็มีมากกว่า
พวกเขาซึ่งเป็นกลุ่มบัณฑิตที่เต็มไปด้วยพลังของคนหนุ่มสาว จะ
มีความสามารถไปเปิดโปงการทุจริตที่ใหญ่โตเช่นนี้ได้จริงหรือ? หรือ
จะเป็นเหมือนครั้งก่อน ที่ก่อความวุ่นวายจนใหญ่โตเพียงเพื่อปล่อย
ให้มันผ่านไปอย่างเงียบงัน
อาจกล่าวได้ว่า ความลังเลสงสัยนั้นมีอยู่เต็มอก จนไม่รู้ว่า
เส้นทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไร
นอกจากการเขียนเรียงความจากความทรงจำของตนเองแล้ว สวี่
โม่ก็ไม่อาจหาวิธีอื่นที่จะระบายความรู้สึกได้เลย
คำว่ายุติธรรมสองคำนี้เขียนง่ายนัก แต่ทำให้เป็นจริงกลับ
ยากเย็น
ยากเหลือเกิน
ในคืนนั้น ทั้งเรือนเล็กสว่างไสวด้วยโคมไฟ
สวี่โม่ไม่นอน พวกน้องชายน้องสาวก็ไม่นอน พวกเขานั่งอยู่เป็น
เพื่อนพี่ชายจนฟ้าสาง
จวบจนตัวอักษรตัวสุดท้ายถูกเขียนเสร็จ เด็กหนุ่มก็วางพู่กันลง
บนโต๊ะ ร่างกายที่อ่อนล้าลุกโชนด้วยความโกรธแค้นไม่สิ้นสุด เขา
มองผ่านหน้าต่างที่เปิดกว้างไปยังท้องฟ้ารำไร ราวกับเห็นราชสำนัก
ที่ถูกบดบังอยู่ตอนนี้
การทุจริตการสอบขุนนางทั้งหมดไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และไม่ใช่
เพราะผู้คัดลอกไม่ชอบเขา การกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายบ้านเมือง
เช่นนี้ เบื้องหลังย่อมมีการสมรู้ร่วมคิดที่ใหญ่โตเกินกว่าจะ
จินตนาการแน่
แต่แล้วอย่างไรเล่า
เขาอุตส่าห์ตรากตรำเรียนมาสิบกว่าปี เพียงเพื่อตัดชุดแต่งงาน
ให้คนอื่นอย่างนั้นหรือ?
สวี่โม่ไม่มีทางยอมรับ!
เขายินดีเดิมพันทุกอย่างเพื่อช่วยนักเขียนเงาที่ไม่เคยรู้จักกันมา
ก่อน ยามนี้เมื่อถึงคราวของตัวเอง เหตุใดถึงจะไม่กล้าสู้ เหตุใดจึงไม่
พยายามชิงอนาคตของตนเองกลับคืนมา?
คำพูดของโต้วเว่ยหมิงที่หน้าประตูวังหลวงในวันขึ้นปีใหม่ยังคง
ก้องอยู่ในหู
มีเพียงการก้าวไปข้างหน้าเท่านั้น จึงจะสามารถควบคุมทุกอย่าง
ได้
แม้จะสะดุดล้ม แม้จะเต็มไปด้วยอุปสรรค ก็ต้องมุ่งหน้าต่อไป
อย่างไม่หยุดยั้ง
ค ่าคืนอันยาวนานไม่เพียงทำให้สวี่โม่รื้อฟื้นความทรงจำเกี่ยวกับ
เรียงความในการสอบของเขา แต่ยังทำให้เขาตั้งสติและตั้งปฏิญาณ
ว่าจะต่อสู้กับคนชั่วให้ถึงที่สุด
มาเลย ใครจะกลัวใครกันแน่!
เขาสวี่โม่เป็นบัณฑิตที่ไม่มีอะไรเลย มีเพียงชีวิตอันต ่าต้อยเพียง
ชีวิตเดียว มีเพียงจิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้และลุกโชนไปด้วยเปลวไฟ
อันร้อนแรง แม้ต้องสู้จนทำลายทั้งสองฝ่าย เขาก็จะรักษาความ
ยุติธรรมในโลกใบนี้ไว้
เด็กหนุ่มลุกขึ้นไปเปิดประตู ส่งกระดาษคำตอบที่หมึกแห้งแล้วให้
เจียงซานเจียงซื่อที่ยังตื่นตกใจ ก่อนจะมองส่งพวกเขาที่เดินทางไปยัง
จวนตระกูลฉี
ท้องฟ้ายังไม่สว่างเต็มที่ เด็กสามคนในห้องข้าง ๆ กำลังนอน
หลับล้มตะแคงพิงกันไปมา สวี่โม่ยกยิ้มบาง พลางหยิบเสื้อมาคลุมให้
พวกเขาอย่างอ่อนโยน