พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 284 ความจริง
จวนตระกูลฉี
ฉีหวายรับกระดาษคำตอบที่สวี่โม่เขียนมาจากมือเจียงซาน ใน
ใจลังเลอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายก็เดินไปยังห้องหนังสือของบิดา
ในฐานะเจ้ากรมพิธีการ ฉีกงเจิ้นเคยชินกับการตื่นเช้าแม้ในวันที่
ไม่ต้องเข้าเฝ้า และจัดการภาระงานในห้องหนังสือ
“ท่านพ่อ” ฉีหวายเคาะประตู “ข้ามีเรื่องมาขอพบท่าน”
“เข้ามา” เสียงจากด้านในดังขึ้น
เมื่อเปิดประตูเข้าไป แสงเทียนกำลังสว่างไสว ส่องสะท้อนกอง
กระดาษที่เรียงซ้อนกัน บนนั้นเขียนการจัดเตรียมพิธีการของราช
สำนักของครึ่งปีนี้ กระดาษแผ่นล่าสุดน ้าหมึกยังไม่ทันจะแห้งสนิท
แสดงให้เห็นถึงความขยันขันแข็งของฉีกงเจิ้น
ตระกูลฉีไม่ใช่ตระกูลใหญ่ แต่ที่มีฐานะในปัจจุบันได้ก็เพราะ
ตำแหน่งเจ้ากรมพิธีการนี้เท่านั้น
ฉีหวายรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย จึงเอ่ยเสียงเบา “ท่านพ่อ ข้า
อยากขอร้องท่านสักเรื่อง ท่านช่วยข้าตามหากระดาษคำตอบที่สำนัก
สอบได้หรือไม่”
ฉีกงเจิ้นหันกลับมาอย่างรวดเร็ว จ้องมองบุตรชายที่ทำให้ตน
ภาคภูมิใจและปวดหัวไปพร้อมกัน “เจ้าคิดจะทำอะไร?
กระดาษคำตอบของสำนักสอบจะแตะต้องส่งเดชได้หรือ? พ่อของเจ้า
เป็นเพียงเจ้ากรมพิธีการ ไม่ใช่ฝ่าบาท”
“ท่านพ่อ!” ฉีหวายร้อนใจ “นี่ไม่ใช่การแตะต้องส่งเดช แต่เป็น
เพราะ…เป็นเพราะเกิดการสับเปลี่ยนกระดาษคำตอบขอรับ”
เขาเพิ่งจะพูดจบ ฉีกงเจิ้นก็ลุกขึ้นยืนทันที ดวงตาเบิกกว้างราว
กับไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
แต่แล้วก็นึกบางอย่างขึ้นได้ เขาหรี่ตาลงอย่างรวดเร็วพลางถอน
หายใจยาว ๆ
การทุจริตการสอบขุนนาง
มีมาแต่ไหนแต่ไร มีไม่เคยขาดหาย
กลับกัน ผู้ที่สามารถทำให้ฉีหวายมาขอความช่วยเหลือได้ กลับ
ทำให้ฉีกงเจิ้นรู้สึกสนใจยิ่งกว่า
“เป็นสวี่โม่คนนั้นใช่หรือไม่” เขาเอ่ยเสียงทุ้ม “กระดาษคำตอบ
ของเขาถูกสับเปลี่ยนหรือ”
“ใช่ขอรับ” ฉีหวายพยักหน้า “พี่สวี่เก่งกว่าข้ามากแต่กลับสอบ
ไม่ผ่าน พวกเราต่างสงสัยอยู่ในใจ จนกระทั่งตรวจดูคำวิจารณ์ถึง
พบว่านั่นไม่ใช่กระดาษคำตอบของเขา”
ฉีกงเจิ้นไม่รู้สึกแปลกใจแม้แต่น้อย
บัณฑิตที่เก่งกาจมักถูกจับตามอง ส่วนคนที่อยู่ท้ายแถวกลับไม่มี
ใครสนใจ
“ท่านพ่อ นี่คือกระดาษคำตอบของการสอบระดับแคว้นที่เขา
จดจำและเขียนออกมาตลอดทั้งคืน ข้าไม่มีสิทธิ์เข้าไปในสำนักสอบ
จึงต้องขอร้องท่านพ่อช่วยสืบหาความจริงให้พวกเรา ว่าใครกันแน่ที่
นำกระดาษคำตอบของพี่สวี่ไป” ฉีหวายเอ่ยด้วยน ้าเสียงอ้อนวอน
ฉีกงเจิ้นไม่ได้พูดอะไร
เรื่องนักเขียนเงาในครั้งก่อน พวกเขามีความทะเยอทะยานมาก
แต่สุดท้ายก็ถูกความเป็นจริงสั่งสอนกลับมา มีบางสิ่งบางอย่างไม่ใช่
ว่าจะต่อกรได้ง่าย ๆ มีบางตระกูลที่คนธรรมดาไม่อาจสั่นคลอนได้
เด็กพวกนี้ยังเด็กเกินไป
แต่เขากลับรู้สึกภาคภูมิใจที่มีลูกชายเช่นนี้
บุตรชายที่เก่งกาจ เกิดมาด้วยความสง่างามและซื่อตรง แม้จะมี
พลังน้อยนิด แต่กล้าคิดกล้าทำ เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น
ถ้าไม่ใช่เพราะเข้าไปพัวพันกับเรื่องใหญ่โตขนาดนั้นทุกครั้งก็คง
จะดี
เจ้ากรมพิธีการถอนหายใจ “ฉีหวาย เรื่องครั้งนี้ร้ายแรงกว่าเรื่อง
นักเขียนเงามาก หากเข้าไปพัวพัน แม้แต่ตำแหน่งของพ่อก็อาจจะ
รักษาเอาไว้ไม่ได้”
ฉีหวายอึ้งไปชั่วครู่
“เช่นนี้แล้ว เจ้ายังตัดสินใจจะช่วยเขาหรือ?” ฉีกงเจิ้นถาม
ฉีหวายเงียบไปครู่หนึ่ง แน่นอนว่าเขาไม่อยากสูญเสียสถานะ
คุณชายตระกูลขุนนาง แต่ก็ไม่อยากเห็นสวี่โม่ต้องทนทุกข์ทรมาน
และยอมรับความพ่ายแพ้ ที่สำคัญ หากราชสำนักต้าอวี๋เต็มไปด้วย
โคลนตมสกปรก เช่นนั้นเขาก็ไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวแล้ว
“ท่านพ่อ” เด็กหนุ่มคุกเข่าลง “ลูกอกตัญญูนัก”
นี่คือการยืนยันว่าเขาจะช่วยสวี่โม่
ฉีกงเจิ้นลูบเครา ยังไม่ทันได้พูดอะไร ประตูห้องหนังสือก็ถูกเปิด
ออกอย่างกะทันหัน
เด็กสาวในชุดยาวสีดำวิ่งเข้ามาคุกเข่าลงตรงหน้าเขาเช่นกัน
“ท่านพ่อ ข้าขอร้อง ช่วยเขาด้วยเถอะเจ้าค่ะ ได้โปรด”
ดูเหมือนว่านางจะได้ยินบทสนทนานี้มาสักพักแล้ว
ฉีกงเจิ้นประสานมือไว้ข้างหลังพลางส่ายหัว ราวกับกำลังหัวเราะ
ตนเองที่ให้กำเนิดลูกดี ๆ มาถึงสองคน แต่ก็เหมือนจะทำอะไรพวก
เขาไม่ได้ “พวกเจ้านี่นะ สวี่โม่เป็นคนที่เหล่าโต้วชื่นชม หากจะ
ขอร้อง ก็ควรไปขอร้องเหล่าโต้ว แล้วให้เขามาขอร้องข้าต่อ คราวนี้
ข้าก็จะได้มีบุญคุณกับตระกูลโต้วด้วย แต่พวกเจ้าตัวดีกลับมาขอร้อง
ข้าโดยตรงแบบนี้ ช่างเป็น…คนโง่งมจริง ๆ”
พูดจบ เขาก็เป่าดับเทียน แล้วเยื้องย่างออกไปจากห้องหนังสือ
“ถึงแม้จะไม่ได้รอให้เหล่าโต้วมาขอร้องข้า แต่การสร้างบุญคุณ
กับตระกูลโต้วในครั้งนี้ ข้าก็ต้องรับเอาไว้ ห้ามหนี ห้ามหนีเด็ดขาด”
ฉีหวายกับน้องสาวฉีเยี่ยสบตากัน ดวงตาเป็นประกายเปี่ยมด้วย
ความยินดี
แต่พอก้มหน้าลงอีกครั้งกลับต้องตกใจ “ท่านพ่อ! ท่านลืมนำ
กระดาษคำตอบไปด้วย ท่านลืมกระดาษคำตอบของเขา!”
ในวันนั้นเอง
เจ้ากรมพิธีการไปยังสำนักสอบ อาศัยอำนาจหน้าที่ค้นหา
กระดาษคำตอบของก่งเซิ่งของราชสำนักปัจจุบัน เขาใช้เวลาเพียงชั่ว
จิบน ้าชาก็รีบจากไปด้วยความเร่งรีบ
ผู้คนในสำนักสอบต่างสงสัย พี่น้องตระกูลฉีก็ไม่เข้าใจท่าทีของ
บิดาเช่นกัน
การสอบขุนนางโดยทั่วไปจะมีการเขียนคำตอบที่ยาว ในเวลา
เพียงจิบน ้าชาอย่างมากก็อ่านได้แค่เนื้อหาส่วนต้น เป็นไปไม่ได้ที่จะ
ค้นหากระดาษคำตอบของสวี่โม่พบ
เว้นแต่ว่าแผ่นแรกที่เขาหยิบขึ้นมาจะเป็นของสวี่โม่พอดี
ด้วยจิตใจที่หนักอึ้ง ฉีหวายมาห้องหนังสืออีกครั้ง ไม่ผิดจากที่
คาด เขาเห็นเจ้ากรมพิธีการกำลังเหม่อลอยอยู่
“ท่านพ่อ…” เขาเม้มปาก “หาพบแล้วหรือขอรับ?”
ฉีกงเจิ้นพยักหน้า
“แล้วเป็นใครกันขอรับ ชื่อบนกระดาษคำตอบเป็นของใคร” ฉี
หวายเปลี่ยนจากตกใจเป็นดีใจ “ไม่คิดว่าจะพบเร็วถึงเพียงนี้ ท่านพ่อ
ตรวจสอบแล้วหรือไม่ว่าตรงกับเรียงความของพี่สวี่หรือเปล่า”
“เหมือนกันทุกประการ” ฉีกงเจิ้นถอนหายใจ “แต่มัน…เป็น
กระดาษคำตอบของฮุ้ยหยวน”
และฮุ้ยหยวนในยามนี้ก็คือฟางหยวนแห่งตระกูลฟาง
เป็นเขาจริง ๆ
บิดาและบุตรชายตระกูลฉีทั้งหมดยืนนิ่งอยู่กับที่ สีหน้าเต็มไป
ด้วยความสงสัย
จะมีผู้ใดกล้าทุจริตการสอบจนได้เป็นถึงฮุ้ยหยวนกัน
แต่เมื่อเห็นว่าเป็นตระกูลฟาง ก็เหมือนจะไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ
แล้ว
“อาหวาย ข้าไม่ได้จะขัดขวางคุณธรรมในใจเจ้า แต่พวกเราไม่
อาจล่วงเกินตระกูลฟางได้ ในฐานะที่พวกเขาตระกูลเก่าแก่แห่งเมือง
หลวง อีกทั้งยังมีความดีความชอบทางการทหารมากมายคอยหนุน
หลัง ความยิ่งใหญ่ของตระกูลฟางนั้นเกินกว่าที่เจ้าจะจินตนาการได้”
“หากเจ้าหวังดีต่อสหายของเจ้า ก็จงเกลี้ยกล่อมให้เขายอมแพ้
เถอะ อีกสามปีก็ยังสอบใหม่ได้อีก สวี่โม่ยังมีโอกาส”
“แต่หากทำให้ตระกูลฟางไม่พอใจแล้ว ก็จะไม่มีอนาคตต่อไป
อีก”
คำพูดห่วงใยของฉีกงเจิ้นยังก้องอยู่ในหูฉีหวาย เขากำกระดาษ
แน่น ยืนอยู่หน้าประตูเรือนเล็ก ไม่รู้ว่าควรเข้าไปดีหรือไม่
กระทั่งเจียงเซิงมาเปิดประตูและเห็นเขา นางก็ร้องขึ้นมาด้วย
ความดีใจ “พี่ใหญ่! พี่ชายฉีหวายมาแล้ว ต้องมีข่าวดีแน่ ๆ”
เด็กหญิงร่างอวบเดินกระโดดโลดเต้นเข้าไปในบ้าน ท่าทางมี
ความสุข
ฉีหวายถอนหายใจ เดินเข้าไปในเรือนเล็กอย่างยากลำบาก แล้ว
ยืนอยู่ตรงหน้าสวี่โม่
“พี่สวี่…” เขาเอ่ยด้วยน ้าเสียงลำบากใจ “ครั้งนี้ อาจจะยากกว่าที่
คิด”
ยากเพียงใดกัน
ยากถึงขนาดที่คนมีความมุ่งมั่นอย่างเขาควรยอมถอยให้ ควร
คิดว่ายอมแพ้ไปเสียยังดีกว่า
ยากถึงขนาดที่เขาไม่กล้าลากครอบครัวเข้ามาเกี่ยวด้วย
ยากถึงขนาดที่เขารู้สึกละอายใจต่อสวี่โม่
“พี่สวี่ เป็นความผิดของข้า เป็นข้าที่ขี้ขลาดเกินไป” เขาส่งม้วน
กระดาษให้อีกฝ่ายลวก ๆ แล้วรีบหันหลังกลับ “ข้าขอโทษที่ทำให้เจ้า
ผิดหวัง”