พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 290 รอดพ้นจากความสิ้นหวัง
เด็กหนุ่มที่ดิ้นรนออกมาจากทะเลแห่งความทุกข์ ได้พบกับความ
อบอุ่นและความรักมากมาย แม้จะเผชิญกับความไม่เป็นธรรม เขาก็มี
ความกล้าจะทัดทาน ความซื่อตรงและความสง่างามฝังอยู่ในกระดูก
ของเขาเสมอ
เมื่อถูกคนใช้ไม้ตีขาทั้งสองข้างจนหักและโยนทิ้งไว้ในป่าเปลี่ยว
เขาก็ไม่เคยยอมแพ้ เมื่อถูกนายอำเภอกลั่นแกล้ง เขาก็ไม่เคยยอม
แพ้ แม้แต่ตอนที่ถูกคนตระกูลหวังกับคนตระกูลซุนตามคิดแก้แค้น
เขาก็ยังไม่เคยยอมแพ้
ในยามนี้ เขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะยอมแพ้
สวี่โม่หันกลับไปมองเจียงเซิงที่กำลังตะโกนสุดเสียง แล้วพยัก
หน้าให้เวินจืออวิ่นที่ดวงตาแดงก ่า และสุดท้ายก็หันไปสบตากับจ่าง
เยี่ยนที่มีสีหน้าเคร่งเครียด
เขาสูดหายใจลึก ทำให้จิตใจกลับสู่ความสงบที่สุด และทำให้
บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดลงอย่างน่าพิศวง
ฉีหวายที่กำลังร้อนใจ จ้าวหยวนที่กำลังร้องไห้โฮ อันจวิ่นที่กำลัง
ทุบกำแพงด้วยความโกรธแค้น รวมถึงชาวบ้านมากมายที่โกรธเคือง
แต่สับสน คนทั้งหมดต่างจับจ้องไปยังแผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่
กลางห้องโถงของศาลาว่าการเมืองหลวง
“ใต้เท้าขอรับ” สวี่โม่คิดอย่างรวดเร็ว “ข้าขอถามว่า
กระดาษคำตอบทั้งสองแผ่นนี้ เป็นลายมือของข้าแน่หรือ?”
เจ้าเมืองได้สติอีกครั้งและพยักหน้า “ถูกต้อง ไม่ผิดจากเนื้อความ
ที่เจ้าเขียนจากความทรงจำแม้แต่น้อย กระทั่งข้าก็ยังคิดว่าเจ้าเขียน
มันทั้งสองฉบับ…”
แต่มันเป็นไปไม่ได้
สวี่โม่ไม่มีเหตุผลที่จะต้องเขียนกระดาษคำตอบให้ฟางหยวน และ
ยิ่งไม่มีเรี่ยวแรงมากพอจะเขียนกระดาษคำตอบถึงสองฉบับ
คำอธิบายเพียงอย่างเดียวก็คือ ลายมือของพวกเขาสองคนนั้น
เหมือนกันมาก
และเพราะความเหมือนกันนี้เอง สวี่โม่จึงไม่อาจพิสูจน์ได้ว่า
กระดาษคำตอบฮุ้ยหยวนเป็นของตน
ตัวเขาเองก็ไม่ได้ให้ตระกูลฟางนำลายมือของฟางหยวนในช่วง
หลายปีที่ผ่านมานี้มาเปรียบเทียบ ด้วยความคิดละเอียดรอบคอบของ
ตระกูลฟาง ตอนนี้พวกเขาคงจะทำลายลายมือเก่า ๆ ของฟางหยวน
ไปหมดแล้ว เหลือไว้แต่ลายมือที่เหมือนกับสวี่โม่เท่านั้น
เมื่อคนตระกูลฟางเริ่มวางหมาก ช่องโหว่ที่เหลือให้เขาเดินต่อก็
มีไม่มากแล้ว
เรื่องลายมือถูกตัดออกไป เรื่องเวลาที่เขียนเรียงความก็ถูกตัด
ออกไป เรื่องเนื้อหาบนกระดาษคำตอบก็ถูกตัดออกไป สิ่งเดียวที่
เหลืออยู่ก็คือ…ชื่อบนกระดาษคำตอบ
ฟางหยวนเลียนแบบลายมือของสวี่โม่ แล้วเขียนชื่อของสวี่โม่ลง
บนข้อสอบของตัวเอง จากนั้นก็ลอบสับเปลี่ยนกระดาษคำตอบของ
ตัวเองให้สวี่โม่
แต่สวี่โม่ไม่ได้เขียนชื่อของอีกฝ่าย
การที่กระดาษคำตอบของฮุ้ยหยวนมีชื่อของฟางหยวนอยู่ มี
ความเป็นไปได้สองอย่าง
อย่างแรก คนตระกูลฟางให้ฟางหยวนคัดลอกกระดาษคำตอบทั้ง
ฉบับ แล้วแทนที่กระดาษคำตอบฉบับเดิมของฮุ้ยหยวน
อย่างที่สอง กระดาษคำตอบของฮุ้ยหยวนยังเป็นฉบับเดิม
เพียงแต่เปลี่ยนชื่อจากสวี่โม่เป็นฟางหยวน
แท้จริงแล้วเป็นอย่างไหนกันแน่?
หากเป็นอย่างแรก ตระกูลฟางก็มีความสามารถในการสับเปลี่ยน
กระดาษคำตอบ และเหตุใดจึงต้องใช้ลายมือของสวี่โม่ แทนที่จะ
เปลี่ยนเป็นลายมือของฟางหยวน
ด้วยวิธีการนี้ กระดาษคำตอบของฮุ้ยหยวนก็จะเป็นของที่ฟาง
หยวนเขียนขึ้นเอง ส่วนกระดาษคำตอบที่สอบไม่ผ่านก็จะเป็นลายมือ
ของสวี่โม่ แบบนี้ถึงจะดูน่าเชื่อถือมากกว่า
หากเป็นอย่างที่สองก็หมายความว่าว่าการทุจริตการสอบนั้นทำ
ได้ยาก คนตระกูลฟางจึงอาศัยคนคัดลอกที่ทำงานอยู่ภายในมาช่วย
แล้วให้ฟางหยวนฝึกเลียนแบบลายมืออย่างหนัก เพื่อสลับของจริงกับ
ของปลอม
หากความจริงเป็นเช่นนี้ ตำแหน่งของชื่อบนกระดาษคำตอบย่อม
มีร่องรอยผิดปกติ
สวี่โม่ข่มกลั้นความตื่นเต้นเอาไว้ในใจ ก้าวไปข้างหน้าสองก้าว
ต้องการจะเห็นกระดาษคำตอบของฮุ้ยหยวนด้วยตาตนเอง
ท่านเจ้าเมืองลังเลไปครู่หนึ่ง แต่ก็ยอมคลี่กระดาษออก เผยให้
เห็นตำแหน่งชื่อที่ถูกปกปิดตรงส่วนต้น
การปิดชื่อก็คือการใช้แป้งหรือกาวปิดรอบชื่อของผู้เข้าสอบ เมื่อ
ฉีกออกย่อมทำให้กระดาษติดออกมาบ้าง แต่มันมักอยู่รอบ ๆ น้อย
คนนักที่เบาปัญญาพอจะปิดชื่อของตัวเอง
ตำแหน่งของชื่อและภูมิลำเนาบนข้อสอบของฮุ้ยหยวนตรงหน้า
กลับรอยย่นเล็กน้อย ราวกับถูกขูดออกเบา ๆ ทำให้ตัวอักษร “ฟาง
หยวน” สองตัวเลอะเลือนไปด้วย
มือของสวี่โม่สั่นเล็กน้อย
เขาเดิมพันถูกแล้ว แม้ตระกูลฟางจะมีอิทธิพลมากมาย แต่ก็ยัง
ไม่ถึงขั้นมากพอจะควบคุมทุกอย่างได้
สำนักสอบนั้นมีความยุติธรรม การสอบขุนนางก็เที่ยงตรง
เพียงแต่ถูกคนที่มีความคิดร้ายกาจติดสินบนและวางแผนอย่าง
รอบคอบมาหลายปี
พวกเขาวางแผนเอารัดเอาเปรียบบัณฑิตยากจน พวกเขารังแก
ชาวบ้านไร้ที่พึ่ง พวกเขาใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
แต่ตอนนี้ พวกเขาคงจะต้องผิดหวังแล้ว!
สวี่โม่ถอยกลับไปยังตำแหน่งของตนสองสามก้าว แล้วกล่าวด้วย
ความองอาจว่า “เรียนใต้เท้า ข้าน้อยพบว่าตำแหน่งของชื่อและ
ภูมิลำเนาบนกระดาษคำตอบของฮุ้ยหยวนมีร่องรอยการแก้ไข
ชัดเจนว่ามีคนจงใจเปลี่ยนชื่อของข้าเป็นชื่อนั้น ขอใต้เท้าพิจารณา
ด้วยขอรับ”
ท่านเจ้าเมืองชะงักไปเล็กน้อย นิ้วมือลูบผ่านตำแหน่งที่ปิดชื่อ สี
หน้าของเขาเปลี่ยนเป็นประหลาดใจ
“ใต้เท้า ท่านอย่าได้ฟังเขา เด็กคนนี้พูดจาเหลวไหล” พ่อบ้าน
ฟางกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ตอนที่คุณชายของเราปิดชื่อ เผลอ
ทำกาวหยดลงบนตำแหน่งนั้น จึงต้องขูดออกแล้วปิดชื่อใหม่ ไม่ใช่
การแก้ไขอะไร”
“ใต้เท้าเชื่อหรือขอรับ? ทั้งลายมือที่เหมือนกันไม่มีผิดนี้ ทั้ง
ตำแหน่งที่ปิดชื่อซึ่งมีการแก้ไข ทำไมถึงมีเรื่องบังเอิญมากมายเช่นนี้
เล่า ทั้งหมดล้วนเป็นประโยชน์ต่อคุณชายฟางทั้งนั้น” สวี่โม่ไม่ยอม
อ่อนข้อ “ตระกูลฟางส่งแค่พ่อบ้านคนหนึ่งมา นี่พวกเขาคิดจะดูถูก
การพิจารณาคดีของท่านเจ้าเมือง หรือว่าฮุ้ยหยวนตระกูลฟางไม่มี
ความสามารถมากพอ ถึงได้กลัวการเผชิญหน้ากันแน่?”
ความคมคายของบัณฑิตและผู้มีพรสวรรค์นั้นปรากฏชัดในยาม
นี้
ความเป็นไปได้ทั้งสองที่เขากล่าวมานั้น ไม่ว่าจะข้อไหนก็ไม่เป็น
ผลดีต่อตระกูลฟาง คำกล่าวนี้เพียงพอจะทำให้สีหน้าของพ่อบ้าน
ฟางเปลี่ยนไปมาก
นี่คือการเปลี่ยนสีหน้าอย่างแท้จริง
“ข้าสวี่โม่ ขอประกาศไว้ ณ ที่นี้ หากไม่พอใจก็มาประลองกันได้
ไม่ว่าจะเป็นการถกเถียงเรื่องราวจากอดีตหรือในปัจจุบัน การ
ประพันธ์บทกวี หรือแม้แต่การสอบใหม่อีกรอบ” สวี่โม่แค่นหัวเราะ
“ขอถามคุณชายฟางสักหน่อย ว่าเขากล้าหรือไม่?”
เขากล้าหรือไม่?
ความสามารถที่แท้จริงไม่อาจซ่อนเร้น ไม่ว่าจะใช้กลอุบายใดก็
ไม่อาจแย่งชิงความสามารถไปได้
หลังผ่านการชำระล้างจิตใจมามากมาย สวี่โม่ก็แทบจะเกิดใหม่
เขาได้เรียนรู้กลวิธีการของตระกูลใหญ่ และเข้าใจความสามารถของ
ตระกูลฟางแล้ว
ไม่ว่าท้องฟ้าจะมืดดำเพียงใด ย่อมมีแสงสว่างลอดผ่านเสมอ
ตราบใดที่ยังไม่ตาย ย่อมมีความเป็นไปได้ทั้งนั้น
“เหตุใดเจ้าอยากประลองก็ต้องประลองด้วย” หลังจากตกใจไป
ชั่วครู่ พ่อบ้านฟางก็ตั้งสติได้ “หากมีบัณฑิตคนใดออกมาท้าทาย
ความสามารถ คุณชายของพวกเราก็ต้องประลองด้วยทุกครั้งหรือ?
ฮุ้ยหยวนมาที่นี่เพื่อประลองกับพวกเจ้าหรือ? เจ้าเป็นใครถึงจะบอกให้
ประลองก็ต้องประลอง”
สวี่โม่ไม่ตอบโต้
เขาคิดทบทวนดูแล้ว ตระกูลฟางลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยความ
รอบคอบ นอกจากการปิดบังชื่อที่มีจุดบกพร่องเล็กน้อยนี้ เรื่องอื่น ๆ
ล้วนถือว่าไร้ที่ติ แม้แต่เรื่องลายมือที่เหมือนกันซึ่งอาจทำให้คนนอก
สงสัย ตระกูลฟางก็สามารถโยนความผิดออกไปได้ โดยกุเรื่องว่าสวี่
โม่คิดจะเลียนแบบลายมือฟางหยวนเพื่อยั่วยุสร้างเรื่อง
อย่างไรก็ตาม เขาโต้เถียงต่อไปก็ไร้ประโยชน์อะไร สู้ตัดไฟเสีย
แต่ต้นลมด้วยการสอบใหม่อีกครั้ง ใช้การแข่งขันกัน ใช้
ความสามารถจริง ๆ มาพูดแทนดีกว่า
ตอนนี้ก็เหลือแค่ต้องดูว่าท่านเจ้าเมืองจะตัดสินอย่างไร
“ใต้เท้า ท่านเห็นจุดบกพร่องต่าง ๆ ด้วยตาของท่านแล้ว แทนที่
จะวนเวียนค้นหาความจริง ไม่สู้จัดการสอบขึ้นใหม่อีกครั้ง ข้าน้อย
ยินดีรับการทดสอบทุกที่…พร้อมกับคุณชายฟาง” สวี่โม่กล่าวอย่าง
จริงใจ
“ใต้เท้า คุณชายตระกูลใหญ่อย่างพวกเราไม่อาจยอมให้คนนอก
ใส่ร้ายได้ตามใจชอบ เรื่องนี้ได้รับการรับรองไปแล้ว จะมาจัดการ
แข่งขันใหม่เพียงเพราะความต้องการตัวตลกคนหนึ่ง มันไม่ยุติธรรม
ต่อ ตระกูลฟางของพวกเรา” พ่อบ้านฟางไม่ยอมแพ้ พร้อมกับหยิบ
ยกสถานะของตระกูลใหญ่มาข่มขู่
ทั่วทั้งศาลาว่าการเมืองหลวงเงียบกริบอีกครั้ง
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ท่านเจ้าเมือง บ้างก็คาดหวัง บ้างก็
กังวล บ้างก็กำลังข่มขู่
ชายชราวัยห้าสิบกว่าหนวดเคราสั่นระริก มือใหญ่กุมค้อน
ประธานไว้แน่น จะตัดสินก็ไม่ได้ จะไม่ตัดสินก็ไม่ได้