พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 298 ปลอมตัวเป็นหญิง
เมื่อเห็นสวี่โม่ถูกกระท ำอย่ำงไม่เป็นธรรม เขำก็โกรธแค้นนัก
ยิ่งพบว่ำควำมไม่เป็นธรรมที่สวี่โม่ได้รับนั้นมำจำกตระกูลฟำง
เขำก็ยิ่งปวดใจที่สุด
แต่พอสวี่โม่ร่วมมือกับตระกูลอื่น เพื่อเรียกร้องโอกำสในกำรสอบ
ระดับแคว้นอีกครั้ง เขำก็ดีใจจนแทบกระโดด
“หัวหน้ำเสียสติไปแล้วหรือ?” เจียงเอ้อร์กระซิบกับเจียงอี
“เจ้ำไม่เข้ำใจหรอก จดหมำยจำกที่บ้ำนมีค่ำเท่ำกับทองค ำ
ตัวอักษรอำจแผ่วเบำ แต่ควำมรู้สึกนั้นหนักแน่น” เจียงอีพูดอย่ำงใจ
เย็น
“นั่นสินะ” เจียงเอ้อร์พยักหน้ำ “ครั้งนี้หัวหน้ำได้รับจดหมำยถึง
สองฉบับเชียวนะ”
ขณะที่เขำก ำลังพูดอยู่นั้น ฟำงเหิงก็อ่ำนจดหมำยฉบับแรกจบ
แล้ว เขำกลั้นน ้ำตำไว้พลำงเปิดจดหมำยฉบับที่สอง
หืม?
มันเหมือนกันทุกอย่ำง?
ไม่มีผิดแม้แต่ประโยคเดียว?
ฟำงเหิงคิดว่ำตนเองตำฝำด จึงพลิกดูตั้งแต่ต้นจนจบ แต่กลับ
พบว่ำมันไม่มีอะไรแตกต่ำงกัน จดหมำยฉบับนี้เป็นของเจิ้งหรูเชียน
จริง ๆ
“จดหมำยที่ส่งถึงพี่รองมำถึงข้ำ แสดงว่ำเขำยังไม่กลับไป” คน
ฉลำดเริ่มคำดเดำ “เช่นนั้นเรื่องกำรทุจริตในกำรสอบ คงมีแต่พี่ใหญ่
กับพวกน้อง ๆ ที่ต้องรับมืออยู่สินะ”
น่ำเศร้ำที่เขำกลับไปไม่ได้ ได้แต่มองคนตระกูลฟำงรังแกพี่ชำย
และน้องชำยน้องสำวของเขำโดยไม่อำจท ำอะไร
ควำมแค้นนี้ท ำให้ฟำงเหิงก ำดำบแน่น ควำมโกรธแค้นท ำให้เขำ
มีแรงจะต่อสู้
“หัวหน้ำหน่วย” เจียงเอ้อร์ลุกขึ้นอย่ำงไว “พวกเรำไปฝึกจัดทัพ
กันสักหน่อยดีหรือไม่ขอรับ?”
หลังจำกฟำงเหิงได้เป็นหัวหน้ำหน่วยที่ห้ำ เขำก็ไม่เพียงฝึกพิเศษ
ให้ทหำรใหม่ในหน่วย แต่ยังสอนกลยุทธ์กำรจัดทัพของตระกูลฟำง
ให้กับเหล่ำทหำรเก่ำด้วย ซึ่งมันสำมำรถรับมือกับกองทัพม้ำของชน
เผ่ำต๋ำลู่ได้เป็นอย่ำงดี พวกเขำทั้งหมดจึงชื่นชอบกำรจัดทัพ เพรำะ
เมื่อสิบคนร่วมมือกัน สำมำรถแสดงพลังก็เทียบเท่ำกับคนยี่สิบคน
นับว่ำเป็นกลยุทธ์ที่น่ำทึ่งมำก
แต่ไม่คิดว่ำฟำงเหิงจะกัดฟัน แล้วเอ่ยอย่ำงดุดันว่ำ “ไปทุ่งหญ้ำ”
อำรมณ์ของคนในหน่วยที่ห้ำต่ำงพำกันพลุ่งพล่ำน
พวกเขำยังจ ำได้ว่ำหลังจำกช่วงปีใหม่ ฟำงเหิงได้เรียนรู้จำกพวก
วังเสี่ยวซง จึงส่งเจียงชีกับเจียงปำไปท ำหน้ำที่เป็นพ่อค้ำขนสินค้ำจริง
ๆ
ตอนแรก ชนเผ่ำต๋ำลู่เพียงแค่สังเกตกำรณ์กำรขนส่งสองเที่ยว
แรก กระทั่งแน่ใจว่ำพวกเขำเป็นเพียงเด็กหนุ่มสองคนที่มำขนส่ง
สินค้ำจริง ๆ จึงได้ส่งคนสิบกว่ำคนออกมำปล้นฆ่ำชิงทรัพย์
ในชั่วพริบตำนั้น ทหำรคนอื่นที่ซุ่มอยู่ในรถม้ำก็พุ่งออกมำ
ก ำจัดพวกเขำจนสิ้นซำก และยึดม้ำกลับมำที่กองก ำลังด้วย
เนื่องจำกไม่เคยไว้ชีวิตใคร ชนเผ่ำต๋ำลู่จึงรู้เพียงว่ำ พี่น้องที่อยู่
ด้ำนหน้ำหำยสำบสูญ แต่ไม่รู้ว่ำหำยไปได้อย่ำงไร พวกเขำจึงส่งคน
มำอีก และต้องสูญเสียก ำลังคนไปไม่น้อย
จนเมื่อกลำงเดือนสี่ มีชนเผ่ำต๋ำลู่คนหนึ่งหนีรอดไปได้อย่ำง
หวุดหวิด และเปิดเผยเรื่องรำวที่ถูกซุ่มโจมตี
หลังจำกนั้น เส้นทำงกำรค้ำในบริเวณใกล้เคียงจึงปลอดภัยขึ้น
มำก
ชนเผ่ำต๋ำลู่นั้นยำกจะแยกแยะได้ว่ำ สิ่งที่บรรทุกอยู่ในเกวียนเป็น
สินค้ำหรือเป็นคนของกองทัพต้ำอวี๋ที่ก ำลังถืออำวุธอันคมกริบอยู่
พวกเขำก็ไม่เข้ำใจว่ำชำวต้ำอวี๋สำมำรถนั่งอัดอยู่ในเกวียนได้
อย่ำงไร ทั้งกำรกินดื่ม ขับถ่ำย และนอนล้วนอยู่ในนั้นได้ตลอดทั้งวัน
พวกเขำยิ่งไม่อำจส่งกองก ำลังใหญ่ไปสู้รบได้ จึงต้องยอมละทิ้ง
กำรปล้นสะดม และปล่อยให้พ่อค้ำขนส่งสิ่งของเดินผ่ำนไป
ทหำรในหน่อยที่ห้ำจึงรู้สึกเบื่อหน่ำย
อำกำศก็อบอุ่นขึ้นแล้ว ชนเผ่ำต๋ำลู่จึงพำกันถอยร่นจำกแดน
เหนือ กลับไปเลี้ยงวัวและแกะอยู่ที่ทุ่งหญ้ำ ท ำให้เหล่ำทหำรมีเวลำว่ำง
มำกขึ้น
มีค ำกล่ำวว่ำ เลี้ยงทหำรพันวัน ใช้งำนเพียงชั่วครู่
ในยำมที่ไม่มีศึก นอกจำกกำรฝึกฝนแล้ว ทหำรที่โชคดีอำจ
ได้รับอนุญำตให้กลับบ้ำนมำเยี่ยมญำติ ส่วนทหำรที่เหลือก็ต้องผ่ำ
ฟืน ให้อำหำรม้ำ ท ำไร่ไถนำ รดน ้ำพืชผัก บำงคนยังต้องไปช่วย
ชำวบ้ำนสร้ำงบ้ำนหลังใหม่ ก่อก ำแพง มุงหลังคำ ก่อเตำไฟ จุดไฟ
หำกพวกเขำเป็นเพียงคนที่กินและนอนรอควำมตำย มันก็ไม่
ส ำคัญว่ำพวกเขำจะท ำอะไร
แต่พวกเขำเพิ่งจะเอำชนะชนเผ่ำต๋ำลู่ได้ พวกเขำมีขวัญก ำลังใจ
พวกเขำไม่ต้องกำรเสียเวลำไปโดยเปล่ำประโยชน์
และในเวลำนี้ ข้อเสนอของฟำงเหิงก็ตรงใจทุกคน
“พวกเรำไม่อำจปล่อยให้ชนเผ่ำต๋ำลู่ฆ่ำและปล้นสะดมพวกเรำได้
ตำมใจชอบ พวกเขำอยำกปล้นก็ปล้น อยำกกลับไปเลี้ยงวัวก็กลับไป
เลี้ยงวัวแกะเช่นนี้หรือ?” เจียงอีพูดเสียงหนักแน่น “ก่อนหน้ำนี้เรำไม่
ไปหำเรื่องพวกเขำ เพรำะท้องพระคลังว่ำงเปล่ำ เพรำะต้องเพำะปลูก
เพื่อให้มีอำหำรในปีหน้ำ แต่ตอนนี้มีคุณชำยรองส่งเนื้อมำให้พวกเรำ
พวกเรำจึงมีที่พึ่งแล้ว สำมำรถลงมือโจมตีก่อนได้ พวกเรำจะปล้นวัว
แกะของชนเผ่ำต๋ำลู่!”
ค ำพูดปลุกขวัญก ำลังใจของทหำรแฝงไว้ด้วยควำมจริงอันน่ำ
เจ็บปวด
รำชวงศ์ต้ำอวี๋ถูกโจมตีมำหลำยปี สำเหตุไม่ได้มีเพียงแค่
ท้องพระคลังที่ร่อยหรอและบัลลังก์ที่เว้นว่ำง แต่เป็นเพรำะแนวป้องกัน
กว้ำงขวำงเกินไป กองทัพจึงกระจัดกระจำย ไร้ซึ่งก ำลังรบที่เป็นหนึ่ง
เดียว ต่ำงฝ่ำยต่ำงเฝ้ำอยู่ในฐำนที่มั่นของตน
ขณะที่ชนเผ่ำต๋ำลู่รวมใจเป็นหนึ่ง บุกโจมตีรำวกับพำยุ รุกไล่ดุจ
ไฟป่ำ พวกเขำตีตรงนี้ที เตะตรงนั้นที เล่นงำนไล่ต้อน สร้ำงควำม
เสียหำยให้รำชวงศ์ต้ำอวี๋อย่ำงหนักก่อนจะล่ำถอยไป
พวกเขำเข่นฆ่ำ เผำท ำลำย ปล้นสะดม และกลับไปอย่ำงผู้มีชัย
เหลือทิ้งไว้เพียงซำกอดีตอันเจ็บปวด ขณะที่รำชวงศ์ต้ำอวี๋ต้อง
สูญเสียอย่ำงหนัก ไร้หนทำงให้ถอย เพรำะแผ่นดินผืนนี้คือบ้ำนเกิด
เมืองนอน จึงได้แต่กัดฟันทนต่อสู้ หวังเพียงมีวันชนะศึก
เหมือนช่วงปลำยเดือนสี่ที่ผ่ำนมำ ชนเผ่ำต๋ำลู่พ่ำยแพ้ให้หน่วยที่
ห้ำ พวกเขำจึงระบำยควำมโกรธแค้นด้วยกำรสังหำรผู้คนนับร้อยใน
หน่วยที่หก แม้แต่หัวหน้ำหน่วยที่หกก็ไม่อำจรอดชีวิต
และเมื่อพวกเขำถอยร่นไป รำชวงศ์ต้ำอวี๋ก็ได้แต่ถอนหำยใจโล่
งอก รีบเร่งฟื้นฟูบ้ำนเมือง เสริมสร้ำงกำรฝึกฝน เพื่อเตรียมพร้อม
รับมือกับศึกในปีหน้ำที่จะมำถึง
แต่ท ำไม?
ท ำไมพวกเขำจึงต้องใช้ชีวิตรอให้ชนเผ่ำต๋ำลู่มำรุกรำนเช่นนี้?
ท ำไมต้องตกเป็นฝ่ำยรับ ถูกไล่ต้อนจนไร้หนทำงให้โต้กลับ?
ม้ำของต้ำอวี๋อำจไม่ดีเท่ำม้ำของชนเผ่ำต๋ำลู่ ทหำรของต้ำอวี๋อำจ
ไม่เชี่ยวชำญกำรขี่ม้ำและยิงธนูเท่ำชนเผ่ำต๋ำลู่ แต่ต้ำอวี๋มีต ำรำ
สงครำมของซุนจื่อ มีที่ปรึกษำทำงกำรทหำรที่เก่งกำจ และยังมีทหำร
หนุ่มฝีมือดีอีกนับไม่ถ้วน
ฟำงเหิงตรวจนับคนในหน่วยที่ห้ำ แบ่งก ำลังคนให้คนที่
คล่องแคล่วว่องไวเป็นฝ่ำยบุกเข้ำโจมตี ให้คนที่มีฝีมือธรรมดำคอย
อยู่แนวหลัง ส่วนคนที่ยังไม่เก่งก็ให้อยู่ฝึกฝนต่อไป
เดิมทีเขำก็ไม่ได้คิดอะไรมำก แต่พอรู้จ ำนวนคนแล้วก็อดตกใจ
ไม่ได้
ในหน่วยอื่นมักมีคนมำกที่สุดเพียงสองถึงสำมร้อยคน น้อยที่สุด
คือรำว ๆ หนึ่งร้อยคน
แต่หน่วยที่ห้ำกลับมีคนถึงห้ำหกร้อยคนโดยไม่รู้ตัว หำกตัดคนที่
ได้เก่งกำจออกไป ก็ยังเหลือประมำณสำมร้อยคนที่สำมำรถขี่ม้ำและ
ต่อสู้ได้
นี่เป็นก ำลังคนที่ดีมำก แต่ก็ไม่ควรถูกใช้งำนอย่ำงไม่รอบคอบ
และสูญเสียไปโดยเปล่ำประโยชน์
ฟำงเหิงลำกนิ้วไปมำบนแผนที่ซ ้ำแล้วซ ้ำเล่ำ สุดท้ำยก็หยุดลง
บนทุ่งหญ้ำแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กับชำยแดนทำงเหนือ “ชนเผ่ำต๋ำลู่นั้น
เฉลียวฉลำดและเข้มแข็ง หลำยปีที่ผ่ำนมำนี้ ฝั่งต้ำอวี๋ก็พยำยำม
โจมตีกลับเช่นกัน คนที่พวกเขำทิ้งไว้ชำยแดนก็แข็งแกร่งที่สุดด้วย”
แต่ก็เพรำะเหตุนี้ หำกคนเหล่ำนี้หำยไป ชนเผ่ำต๋ำลู่จะเจ็บปวด
รำวกับถูกเฉือนเนื้อ
“แต่หัวหน้ำ พวกเขำมีก ำลังคนถึงห้ำร้อยหกร้อยคน พวกเรำจะ
ชนะได้อย่ำงไร” เจียงอู่เตือน “พวกเรำมีคนอย่ำงมำกก็แค่สำมร้อย
ทหำรชั้นยอดมีแค่ร้อยกว่ำคนเท่ำนั้น”
ดังนั้นจึงไม่สำมำรถบุกโจมตีด้วยก ำลังได้
จ ำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ล่อลวง
สำยตำของฟำงเหิงกวำดมองไปมำระหว่ำงเจียงอู่กับเจียงปำ
ก่อนจะหยุดลงที่เจียงปำ
“หัวหน้ำ ท่ำนให้ข้ำไปปลอมตัวเป็นพ่อค้ำมำแล้ว ยังจะให้ข้ำ
ปลอมตัวเป็นอะไรอีกเล่ำ?” เจียงปำรู้สึกหวำดหวั่น อ้ำงว้ำง และไร้ที่
พึ่ง
ฟำงเหิงจ้องเขำอย่ำงเอำจริงเอำจัง แล้วเอ่ยค ำสองค ำออกมำ
“ผู้หญิง”
สตรีที่อ่อนแอไร้ทำงสู้ บังเอิญหลงทำงมำจำกต้ำอวี๋
ในอดีตเคยมีชนเผ่ำหว่ำล่ำใช้คนแก่กับคนป่วยนับร้อยคน มำล่อ
ให้พวกเขำออกจำกเมือง ท ำให้แม่ทัพใหญ่ต้องตำยอย่ำงอนำถ
กองทัพทั้งหมดจึงพ่ำยแพ้ย่อยยับ วันนี้เจียงปำต้องสละตัวเองปลอม
ตัวเป็นสตรี เพื่อล่อให้ชนเผ่ำต๋ำลู่ตำยใจ ถึงแม้เขำจะร้องไห้โวยวำย
ว่ำ “ไม่! ไม่เอำ ข้ำเป็นชำยชำติทหำรแห่งต้ำอวี๋ ข้ำเป็นนักรบ ข้ำ
ต้องกำรอยู่ในแนวรบ ข้ำไม่ยอมเป็นสตรีเด็ดขำด!”
แต่สุดท้ำยเขำก็ยังถูกพวกพี่น้องหำมเข้ำไปในกระโจม บังคับ
ถอดชุดเกรำะออก แล้วเปลี่ยนให้สวมใส่เสื้อผ้ำของหญิงรับใช้
จำกนั้นก็ให้เจียงอู่แต่งหน้ำท ำผมอย่ำงประณีตรำวกับเนรมิต
โอ้! เด็กสำวผู้อ่อนแอบอบบำงจำกตระกูลใดกันหนอ ที่หลงเข้ำ
มำในทุ่งหญ้ำแห่งนี้
ชนเผ่ำต๋ำลู่ที่ลำดตระเวนก็ไม่ได้โง่เขลำ พวกเขำระวังตัว ชัก
ดำบออกมำแล้วเดินเข้ำมำหำเจียงปำ
แต่เด็กสำวผู้น่ำสงสำรกลับร้องไห้จนพวกเขำรู้สึกเวทนำ นำง
ร้องไห้จนไม่แม้แต่จะหลบคมดำบ ท ำให้พวกเขำรู้สึกขบขันในใจ จึง
ไล่ต้อนและรังแกนำง
แต่เมื่อหันกลับไปมอง ก็เห็นเพียงคมดำบที่ชูขึ้นสูง ไม่มีเด็กสำว
ที่อ่อนแอไร้ทำงสู้เหลืออยู่อีก