พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 299 กำรต่อสู้นองเลือด
หลังจำกสังหำรทหำรยำมแล้ว ตำมควำมคิดปกติก็ควรจะบุก
โจมตีเข้ำไป
โจมตีโดยไม่ให้ศัตรูได้ตั้งตัว รีบฉวยโอกำสนี้ไว้
แต่ชนเผ่ำเร่ร่อนนั้นเชี่ยวชำญกำรขี่ม้ำและยิงธนู ทั้งยังมีร่ำงกำย
สูงใหญ่ แข็งแรงและดุดัน แม้ว่ำชำยฉกรรจ์ชำวต้ำอวี๋จะแข็งแกร่งกว่ำ
เล็กน้อย แต่ในภูมิประเทศที่ไม่คุ้นเคยก็ย่อมเสียเปรียบอย่ำงหลีกเลี่ยง
ไม่ได้ ทุกคนรู้ดีว่ำกำรรบรำย่อมมีกำรบำดเจ็บและล้มตำย แต่เมื่อ
สหำยร่วมรบที่อยู่ด้วยกันทั้งเช้ำเย็นล้มลงกับพื้นกะทันหัน คนที่เพิ่ง
ยิ้มให้เมื่อครู่กลำยเป็นศพเย็นชืด ไม่ว่ำใครก็ย่อมรู้สึกเจ็บปวด
ฟำงเหิงยังจ ำได้จนถึงตอนนี้ว่ำ บิดำของเขำเคยเศร้ำหมองอยู่
ครึ่งเดือนเพรำะกำรจำกไปขององครักษ์ประจ ำตัว ภำยหลังแม่ทัพ
ฟำงจึงสั่งสอนเขำว่ำ “หำกเจ้ำไม่อยำกสูญเสียผู้คนไปมำกมำย ก็
ต้องวำงแผนล่วงหน้ำเพื่อปกป้องพวกเขำ”
แล้วเขำควรปกป้องอย่ำงไรดี?
ฟำงเหิงนึกถึงวันเวลำในวัดร้ำง นึกถึงกำรขุดหลุมดักโจวจื้อ
เฉียง นึกถึงกำรต่อสู้เอำชนะนำยอ ำเภอเซี่ยหยำง นึกถึงกำรเล่นแมว
จับหนูกับคนตระกูลหวัง
จุดเล็กน้อยในชีวิตเหล่ำนั้นหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว
สอดคล้องกับวรยุทธที่บิดำสอน ยิ่งท ำให้เขำโดดเด่นขึ้นไปอีก
ดวงตำทั้งสองของเขำเปล่งประกำยสดใสอย่ำงน่ำประหลำดใจ
เขำกดตัวชำยชำวต้ำอวี๋ที่ก ำลังกระสับกระส่ำยให้นิ่งไว้ แล้วกล่ำว
เสียงต ่ำ “เจียงอี เจียงอู่ พำคนยี่สิบคนไปล่อศัตรูทำงด้ำนหน้ำ ระวัง
ตัวด้วย ส่วนคนที่เหลือตำมข้ำมำซุ่มโจมตี”
หลังจำกกำรสังหำรชนเผ่ำต๋ำลู่หลำยครั้งในช่วงที่ผ่ำนมำ ทหำร
ในหน่วยที่ห้ำต่ำงเชื่อใจและยอมเชื่อฟังฟำงเหิงโดยไม่มีเงื่อนไข
เจียงอีกับเจียงอู่น ำคนยี่สิบคนออกเดินทำงทันที ส่วนคนอื่น ๆ
ถอยกลับไปซ่อนตัว พร้อมที่จะต่อสู้ได้ทุกเมื่อ
กลยุทธ์นี้เข้ำใจได้ไม่ยำก
ตอนแรกที่ทหำรชำวต้ำอวี๋รำวสิบคนบุกเข้ำมำ ชนเผ่ำต๋ำลู่ก็ตื่น
ตระหนก แต่เมื่อตั้งสติได้ ควำมเคียดแค้นก็พลุ่งพล่ำน พวกเขำต้อง
ล้ำงแค้นให้ทหำรยำมที่ถูกสังหำรอย่ำงสำสม
พวกเขำรู้ว่ำศัตรูมีไม่เกินสำมสิบคน ดังนั้นชนเผ่ำต๋ำลู่จึงระดม
พลสี่สิบถึงห้ำสิบคนออกมำด้วยควำมระมัดระวัง แม้จะมั่นใจในชัย
ชนะ แต่พวกเขำก็ไม่ประมำทที่จะส่งก ำลังทั้งหมดมำ
เมื่อกลุ่มตำมล่ำมำถึงจุดซุ่มโจมตี ทหำรต้ำอวี๋ที่รอมำนำนก็
กระโดดเข้ำใส่ และฆ่ำล้ำงชนเผ่ำต๋ำลู่จนรำบคำบ
“หัวหน้ำ พวกเรำจะบุกต่อไปหรือไม่?” เจียงอีถำม
ฟำงเหิงส่ำยหน้ำ
กลอุบำยเดิมใช้ได้ผลเพียงครั้งเดียว ชนเผ่ำต๋ำลู่ไม่โง่ พวกเขำ
ต้องเริ่มระแวงขึ้นแล้ว
เจียงอีลังเล “ถ้ำอย่ำงนั้น…พวกเรำควรซ่อนตัวรอก่อนหรือ?”
“เจ้ำพูดถูก” ฟำงเหิงดีดนิ้ว “ทุกคนเตรียมตัว คอยซุ่มโจมตี!”
ชนเผ่ำต๋ำลู่สูญเสียทหำรยำมไป อีกทั้งสหำยร่วมเผ่ำห้ำสิบคนที่
ออกมำล้ำงแค้นก็หำยตัวไปอย่ำงไร้ร่องรอย พวกเขำจะต้องส่ง
ก ำลังคนออกค้นหำอีกครั้งด้วยควำมระมัดระวังแน่
ในตอนนี้ ต้องประเมินควำมสำมำรถและจ ำนวนคนของทั้งสอง
ฝ่ำย หำกชนเผ่ำต๋ำลู่ส่งคนมำมำก หน่วยที่ห้ำก็จะต้องรอให้พวกเขำ
เดินห่ำงออกไปก่อน แล้วจึงค่อยตีวงโอบล้อมศัตรู
กลับกัน หำกศัตรูมำไม่มำก พวกเขำก็จะบุกตะลุยเข้ำไปในจุดที่
พวกต๋ำลู่อยู่โดยตรง
กำรน ำทัพออกรบ สิ่งส ำคัญคือกำรปรับเปลี่ยนไปตำม
สถำนกำรณ์ ไม่สำมำรถใช้วิธีกำรของบรรพบุรุษ หรือท่องจ ำกลยุทธ์
ในต ำรำตำยตัวได้ นี่คือข้อสรุปที่ฟำงเหิงได้จำกกำรท ำศึกในช่วงสอง
ปีที่ผ่ำนมำ
เขำกลั้นลมหำยใจ ซุ่มตัวอยู่หลังพุ่มหญ้ำเขียวชอุ่ม จ้องมองไป
ข้ำงหน้ำใจจดใจจ่อ เวลำประมำณหนึ่งก้ำนธูปผ่ำนไป เสียงฝีเท้ำม้ำ
ก็ดังขึ้น เป็นพวกต๋ำลู่รำวสำมสิบกว่ำคนที่มำถึง เมื่อศัตรูเห็นร่องรอย
กำรต่อสู้ ก็เริ่มสบถด่ำทอ
จำกประสบกำรณ์กำรต่อสู้กับอีกฝ่ำยในช่วงหลำยปีที่ผ่ำนมำนี้
ค ำด่ำพวกนั้นช่ำงหยำบคำยและน่ำรังเกียจเหลือเกิน
เจียงลิ่วเข้ำมำใกล้ กระซิบถำมเสียงเบำ “หัวหน้ำ พวกมันมีคน
น้อย พวกเรำจะก ำจัดพวกมันเลยหรือไม่?”
ทุกคนก ำดำบในมือแน่น พร้อมบุกเข้ำไปได้ทุกเมื่อ
ฟำงเหิงเม้มริมฝีปำก โดยทั่วไปแล้วกำรบุกเข้ำไปก ำจัดชน
เผ่ำต๋ำลู่ในตอนนี้คงจะเป็นทำงเลือกที่ดีที่สุด แต่ชนเผ่ำต๋ำลู่ก็ไม่ใช่
คนโง่ที่จะตกหลุมพรำงของพวกเขำได้ทุกครั้ง
“รอก่อน” ฟำงเหิงสั่งกำรด้วยน ้ำเสียงกดต ่ำ
เหล่ำทหำรใต้บัญชำต่ำงกระสับกระส่ำยอยำกจะลงมือ แต่ด้วย
ควำมเคำรพจึงยังกดข่มอำรมณ์เอำไว้
เวลำผ่ำนไปอีกรำวหนึ่งก้ำนธูป ชนเผ่ำต๋ำลู่ที่อยู่ข้ำงหน้ำเพิ่งขึ้น
ม้ำ ส่วนกลุ่มคนด้ำนหลังก็น ำพรรคพวกอีกหลำยร้อยคนมำสมทบ
พวกเขำพูดคุยกันด้วยภำษำที่แปลกหู ดูเหมือนว่ำก ำลังตรวจสอบว่ำ
ไม่มีกำรซุ่มโจมตี
เหงื่อเย็นผุดขึ้นทั่วร่ำงของเจียงลิ่ว หำกเมื่อครู่พวกเขำบุกเข้ำไป
ตอนนี้คงได้กลำยเป็นเนื้อเข้ำปำกศัตรูไปแล้ว
แม้ว่ำจ ำนวนคนของทั้งสองฝ่ำยจะไม่ต่ำงกันมำกนัก แต่หำกต้อง
ต่อสู้บนหลังม้ำในทุ่งหญ้ำแบบนี้ ต่อให้พวกเขำชนะ ก็คงเป็นชัยชนะ
ที่ต้องแลกมำด้วยควำมสูญเสียอย่ำงหนัก
“หัวหน้ำ ตอนนี้พวกเรำจะท ำอย่ำงไรดี?” เจียงอีขยับเข้ำมำถำม
ใกล้ ๆ
ฟำงเหิงครุ่นคิดอย่ำงรวดเร็ว
หน่วยที่ห้ำมีทหำรชั้นยอดอยู่ร้อยกว่ำนำย เทียบก ำลังรบได้รำว
สำมร้อยคน ส่วนฝ่ำยชนเผ่ำต๋ำลู่มีอยู่รำวสี่ร้อยคน หำกต้องกำร
รักษำก ำลังพลไว้ พวกเขำก็ไม่อำจปะทะกันตรง ๆ ได้ จ ำเป็นต้องใช้
กลยุทธ์!
ต้ำอวี๋ท ำสงครำมกับเผ่ำต๋ำลู่มำหลำยทศวรรษ พวกเขำรู้ดีว่ำ
ตนเองด้อยกว่ำเมื่ออยู่บนหลังม้ำ ครั้งหนึ่งเคยมีกำรคิดค้น “เชือกดัก
ม้ำ” ซึ่งเป็นอำวุธที่มีประสิทธิภำพเพื่อใช้ต่อสู้กับชนเผ่ำเร่ร่อน แต่
เนื่องจำกมีข้อจ ำกัดด้ำนพื้นที่ที่ค่อนข้ำงมำก จึงถูกทิ้งไปในที่สุด
ฟำงเหิงนึกถึงเชือกดักม้ำกว่ำยี่สิบเส้นที่เตรียมมำเผื่อเหตุ
ฉุกเฉิน แต่ตอนนี้เหมือนว่ำจะได้ใช้งำนมันแล้ว
“เจียงอู่ รีบจัดทหำรม้ำและธนูฝีมือดีห้ำสิบนำยทันที แล้วผูกเสื้อ
คลุมไว้ที่หำงม้ำ” เขำออกค ำสั่ง
“เจียงอี น ำคนอื่นไปเตรียมพร้อม รอให้ชนเผ่ำต๋ำลู่ไล่ตำม
ออกไปแล้วค่อยฝังเชือกดักม้ำบนพื้นที่เดิม อย่ำลืมปักกิ่งไม้สองกิ่ง
เป็นสัญลักษณ์ด้วย”
ทั้งสองรับค ำสั่งทันทีโดยไม่ลังเล
ทันใดนั้นเจียงอีก็ถำมขึ้น “หัวหน้ำ แล้วเรำจะล่อชนเผ่ำต๋ำลู่ไปที่
ไหนหรือ?”
ฟำงเหิงไม่ตอบค ำถำม เขำถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกแล้วผูกไว้ที่
หำงม้ำของตนเอง จำกนั้นจึงขึ้นขี่มัน หลังพยักหน้ำให้เจียงอู่ ก่อนจะ
ตวัดบังเหียนพร้อมตะโกน “ไป!”
ทหำรม้ำธนูห้ำสิบนำยติดตำมเขำไป พร้อมกันร้องตะโกน “บุก!”
สำยลมของทุ่งหญ้ำพัดแรง ผมของฟำงเหิงปลิวสะบัด แม้จะมี
ทหำรต๋ำลู่สี่ร้อยคนไล่ตำมมำติด ๆ พวกเขำก็ไม่หวั่นเกรง บังคับม้ำ
ให้ควบตะบึงไปข้ำงหน้ำ ไม่คิดหันหลังกลับ
เสื้อคลุมที่ผูกติดไว้กับหำงม้ำสะบัดไปตำมแรงลม ท ำให้ทหำรห้ำ
สิบนำยดูรำวกับมีจ ำนวนมำกถึงร้อยคนจนน่ำเกรงขำม
“พวกต้ำอวี๋!”
“พวกต้ำอวี๋สำรเลว พวกมันฆ่ำพี่น้องของเรำ”
เสียงตะโกนก้องด้วยโทสะดังมำจำกชนเผ่ำต๋ำลู่ พวกเขำกลับหัว
ม้ำอย่ำงพร้อมเพรียงและไล่ตำมไปโดยเร็ว
ม้ำของชนเผ่ำเร่ร่อนนั้นรวดเร็วนัก ระยะห่ำงระหว่ำงสองฝ่ำยจึง
เริ่มแคบลงเรื่อย ๆ ฟำงเหิงเอียงตัวปลดเสื้อคลุมออกจำกหำงม้ำ ก่อน
จะออกแรงเหวี่ยงไปด้ำนหลังอย่ำงสุดแรง ทหำรคนอื่นเห็นดังนั้นจึงรีบ
ท ำตำม เสื้อคลุมมำกมำยถูกโยนออกไป ขัดขวำงกำรไล่ล่ำของชน
เผ่ำต๋ำลู่ได้เพียงชั่วขณะ
ทว่ำกลุ่มคนที่หมำยจะเอำชีวิตก็ยังคงไล่ตำม ค ำพูดแปลกหูที่
เต็มไปด้วยควำมอำฆำตแค้นดังกึกก้องอยู่ด้ำนหลัง ทหำรต้ำอวี๋ต่ำง
ตระหนักดีว่ำพวกเขำพร้อมจะถูกบดขยี้ให้แหลกคำมือได้ทุกเมื่อ
“พวกเจ้ำเร็วเข้ำ!” ฟำงเหิงตะโกนลั่น “อยู่บนทุ่งหญ้ำเช่นนี้อย่ำ
มัวชักช้ำ”
ทหำรทั้งหลำยเร่งควำมเร็ว ม้ำที่ก ำลังวิ่งเต็มก ำลังจนแทบ
กลำยเป็นเพียงภำพเลือนรำงพุ่งทะยำนไปข้ำงหน้ำสุดก ำลัง ทว่ำใน
กำรไล่ล่ำครั้งนี้ พวกเขำเบี่ยงเส้นทำงไปทำงขวำโดยที่ไม่มีใครสังเกต
หำกมีผู้ใดมองลงมำจำกฟำกฟ้ำ คงจะเห็นพวกเขำวิ่งเป็นวงกลมอยู่
บนทุ่งหญ้ำ และท้ำยที่สุดก็กลับมำยังจุดเดิม เพียงแต่มำจำกอีก
ทิศทำง
ในช่วงเวลำประมำณสำมถ้วยชำนี้ พวกม้ำวิ่งจนสิ้นแรง ร่ำงกำย
ของเหล่ำทหำรเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ชนเผ่ำต้ำหลู่ยังคงไล่ตำมไม่
ลดละ ระยะห่ำงระหว่ำงสองฝ่ำยยิ่งแคบลงเรื่อย ๆ
โชคดีที่เชือกดักม้ำได้ถูกจัดวำงไว้เรียบร้อยแล้ว ฟำงเหิงเล็งไป
ยังต ำแหน่งของกิ่งไม้ แล้วผิวปำกเป็นสัญญำณ
ทันใดนั้น
ทหำรห้ำสิบคนที่อยู่เบื้องหลังก็กระโจนแยกออกไปทั้งสองฝั่ง
อย่ำงว่องไว หลบหลีกต ำแหน่งของเชือกดักม้ำได้หวุดหวิด
ชั่วพริบตำนั้น ม้ำของต้ำอวี๋ก็ล้มลง ตำมด้วยม้ำของชนเผ่ำต๋ำลู่
ที่วิ่งตำมมำติด ๆ ก็ล้มลงเช่นกัน เหล่ำชนเผ่ำเร่ร่อนที่อำจหำญและ
เชี่ยวชำญในกำรรบล้มกระเด็นกระดอนไปคนละทิศทำง บำงคนยัง
เจ็บหนักถึงขั้นกระดูกหัก
ทหำรต้ำอวี๋ที่ดักซุ่มอยู่ชักดำบออกมำแล้วพุ่งเข้ำไป ต่อสู้กับชน
เผ่ำต๋ำลู่ที่เหลืออยู่อย่ำงดุเดือด
เมื่อมีม้ำ พวกชนเผ่ำเร่ร่อนคือผู้ยิ่งใหญ่ แต่เมื่อไม่มีม้ำ
ชำวต้ำอวี๋ก็เป็นรองเพียงแค่พวกนั้น ไม่มีใครกล้ำเป็นที่หนึ่ง!
“ฆ่ำ!”
ดำบยำวแทงทะลุล ำคอ หยำดเลือดสำดกระเซ็นไปทั่ว ไร้เสียงร้อง
ขอควำมช่วยเหลือ แม้แต่เสียงครวญครำงเจ็บปวดก็ไม่มี มีเพียงผู้ที่
ยังมีชีวิตอยู่นั้นที่เหนื่อยล้ำจนหมดแรง ส่วนคนที่ตำยไปแล้วกลับจ้อง
มองด้วยดวงตำที่เต็มไปด้วยควำมโกรธแค้น