พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 304 มารดาแท้ ๆ สะใภ้เลี่ยว
เจียงเซิงหลับไปกระทั่งฟ้ามืด
เมื่อลืมตาขึ้น ก็เห็นเตียงแบบมีโครงไม่คุ้นตา ม่านผ้าโปร่งสีชมพู
แขวนห้อยอยู่ มันดูงดงาม แต่นางไม่เคยเห็นมาก่อน
เด็กหญิงสะดุ้งตื่นตกใจ ทำเอาสาวใช้ตัวน้อยที่อยู่ข้าง ๆ ตกใจ
ไปด้วย
“คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” สาวใช้ตัวน้อยลุกขึ้นยืนอย่างกระวน
กระวาย “คุณหนูต้องการดื่มน ้าหรือไม่เจ้าคะ? หิวหรือหรือไม่? มี
อะไรอยากทานเป็นพิเศษตอนค ่าหรือไม่? ต้องการเปลี่ยนเสื้อผ้าชุด
ใหม่หรือไม่เจ้าคะ?”
เจียงเซิงตะลึงไปครู่หนึ่ง เป็นครั้งแรกที่นางได้พบคนที่พูด
มากกว่าตนเองเสียอีก
“คุณหนู ทำไมท่านไม่พูดอะไรเลยเล่า?” สาวใช้ตัวน้อยยิ่งกังวล
มากขึ้น “คุณหนูมีไม่สบายตรงไหนหรือเจ้าคะ? ต้องการให้ข้าเรียก
หมอประจำจวนมาหรือไม่?”
หมอประจำจวนก็ตามชื่อ คือหมอที่จวนของตระกูลนั้น ๆ เลี้ยงดู
เอาไว้
นางเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนเองอยู่ตระกูลเจียง แม้จะมีเนื้อแกะเนื้อวัว
ให้กินและมีท่านย่าที่เมตตารักใคร่ แต่ในใจก็ยังรู้สึกว่างเปล่า
โดยเฉพาะยามชำเลืองมองออกไปนอกหน้าต่าง นางอดคิดไม่ได้
ว่าพวกพี่ชายจะได้กินข้าวหรือยัง พี่ใหญ่กำลังจุดตะเกียงอ่านหนังสือ
ตอนกลางคืนอีกหรือไม่ พี่สี่กำลังตากยาสมุนไพรอีกหรือเปล่า และพี่
ห้ากำลังเกียจคร้านอยู่หรือไม่
น่าเสียดายที่นางไม่มีทางรู้ได้เลย
สาวใช้ตัวน้อยอุ้มเสื้อผ้าชุดใหม่มาวัดกับตัวนาง “คุณหนู ชุดนี้
สวยมากเลยนะเจ้าคะ ท่านจะสวมชุดนี้ได้หรือไม่?”
เจียงเซิงพยักหน้าอย่างเบื่อหน่าย ปล่อยให้สาวใช้วัดเสื้อและ
แต่งตัวให้ กระทั่งถักผมเป็นทรงใหม่ให้
หลังแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็เดินออกจากห้องนอน ไม่ผิดจากที่
คาด นางเห็นชิงช้าแกว่งไปตามสายลมอยู่ในลาน
แน่นอนว่านี่คือศาลาอวิ๋นชี
เจียงเซิงยังอยากจะนั่งไกวชิงช้าอีกสักหน่อย แต่ทันใดนั้นก็ได้
ยินเสียงอึกทึกมาตามลม สายตาของนางทอดมองไปทางเรือนเต๋อเห
ริน จึงรีบวิ่งไปอย่างมุ่งมั่น ก้าวเท้ายาวบ้างสั้นบ้าง
จวนตระกูลเจียงนั้นใหญ่โตและตอนกลางคืนก็มืดมาก
สาวใช้ตัวน้อยไล่ตามมากระชั้นชิด ในที่สุดก็หยุดที่ประตูใหญ่
ของเรือน พอนางกำลังจะเอ่ยปาก ก็ถูกเจียงเซิงเอามือปิดปากไว้
เสียก่อน
สายตาของทั้งสองมองเรือนเต๋อเหรินที่กำลังสว่างไสวไปด้วยแสง
จากโคมไฟพร้อมกัน
ทุกคนจากตระกูลเจียงยืนอยู่ตรงนั้น
อดีตแม่ทัพเจียงผู้ล่วงลับมีบุตรชายอยู่สองคน คนหนึ่งเป็น
บุตรชายจากภรรยาเอก อีกคนเป็นบุตรอนุ บุตรชายภรรยาเอกคือแม่
ทัพเจียงคนปัจจุบันที่กำลังปกป้องชายแดนทางตะวันตกเฉียงเหนือ
ทั้งภรรยาและลูกของเขาต่างพำนักอยู่กับฮูหยินผู้เฒ่าในเรือน
ตะวันออก
ส่วนบุตรอนุก็คือเจียงจี้จง ขุนนางฝ่ายบุ๋นผู้สูงใหญ่ ตอนนี้
ทำงานอยู่ที่สำนักราชบัณฑิต พำนักอยู่กับภรรยาและบุตรทางฝั่ง
ตะวันตก
ทั้งสองเรือนไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กันมากนัก แต่ทั้งฝ่ายบุ๋นและ
ฝ่ายบู๊ต่างเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน สร้างสถานะอันสูงส่งให้แก่ตระกูล
เจียงในเมืองหลวง
โดยปกติแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเจียงจี้จง หรือฮูหยินทั้งสองท่าน
รวมถึงคุณชายคุณหนูทั้งหลาย ล้วนแต่มีฐานะสูงส่ง มีเกียรติและ
ทะนงตน
แต่ยามนี้ ต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าเจียง พวกเขาทั้งหมดต่างก้มหน้า
ลงฟังคำสั่งสอนอย่างตั้งใจ
“ปกติไม่เห็นพวกเจ้ายุ่งวุ่นวาย แต่วันนี้กลับไม่เห็นหัวใครสักคน
นี่เป็นความจริงใจหรือจงใจกันแน่?”
“สายเลือดและความผูกพันในครอบครัวมีค่าอะไรในสายตาพวก
เจ้า? หรือว่าแม้แต่คนแปลกหน้าที่เดินสวนกันก็ยังมีค่ามากกว่า?”
“ทั่วทั้งเรือนมีหูตามากมาย แล้วทำไมวันนี้ถึงใช้การไม่ได้? หรือ
ว่าพวกเจ้าดูถูกคนที่ข้ายายแก่คนนี้พาตัวกลับมา!”
คำพูดนี้ค่อนข้างหนักหน่วง พาให้ทุกคนในตระกูลเจียงตกใจกัน
หมด
เจียงเฉิงเฟิงกับเจียงเฉิงเยวี่ยนยังคงมองหน้ากันอย่างงุนงง
เจียงจี้จงก้าวออกมาหนึ่งก้าว โค้งกายลงกล่าวว่า “ท่านแม่โปรด
ระงับโทสะ วันนี้ข้าถูกเหนี่ยวรั้งอยู่ที่สำนักราชบัณฑิตจริง ๆ เป็น
ความผิดของข้าเอง แต่ว่า…ความหมายเมื่อครู่ของท่านแม่คือหนู
น้อยกลับมาแล้วหรือ?”
สมกับเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นในราชสำนัก สามารถดึงประเด็น
สำคัญออกมาได้อย่างแม่นยำจริง ๆ
เจียงเฉิงเยวี่ยนกับเจียงเฉิงเฟิงทั้งตกใจและดีใจ ส่วนเจียงเฉิงอวี๋
นั้นอดไม่ไหวจนเกือบจะอ้าปากพูด แต่ถูกฮูหยินรองเจียงดึงไว้อย่าง
แรง จึงกลืนคำพูดกลับลงไป
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงไม่ใช่คนที่เที่ยวพาลไปเรื่อย
เจียงจี้จงกำลังยุ่งกับงานราชการ หลานชายทั้งสองก็อยู่ที่กั๋วจื่อ
เจี้ยน ส่วนเจียงเฉิงอวี๋กับมารดาก็ออกไปชมดอกไม้ ที่ไม่รู้
สถานการณ์ในบ้านก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้
ผู้ที่สามารถรู้ข่าวได้เป็นคนแรกแต่ไม่เคยปรากฏตัวมีเพียงสะใภ้
คนดีของนาง ฮูหยินเจียงจากเรือนตะวันออกเท่านั้น!
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงลงมือเด็ดขาดและเฉลียวฉลาดเสมอ
เมื่อเผชิญกับคำถามของบุตรอนุ นางจึงตอบด้วยน ้าเสียงเรียบ
เฉย “กลับมาวันนี้แล้ว”
เจียงจี้จงยิ้มบาง เจียงเฉิงเยวี่ยนกับเจียงเฉิงเฟิงเริ่มตื่นเต้นขึ้น
มาแล้ว ส่วนเจียงเฉิงอวี๋มองไปรอบ ๆ “อยู่ที่ไหน คนอยู่ที่ไหนเจ้าคะ?”
แต่ฮูหยินเจียงผู้มีสายเลือดเชื่อมโยงกับเจียงเซิงกลับยืนนิ่งเงียบ
อยู่ที่เดิม ไม่พูดอะไรสักคำ
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงอดทนแล้วอดทนอีก จนในที่สุดก็ทนไม่ไหว
เอ่ยปากขึ้นว่า “สะใภ้เลี่ยว เจ้าไม่ถามถึงบุตรสาวของเจ้าบ้างหรือ?”
นี่นับเป็นคำเรียกที่ไม่สุภาพอย่างยิ่งแล้ว
เจียงเลี่ยวซื่อชะงักไปเล็กน้อย มองเจียงเฉิงฮวนเพื่อให้แน่ใจว่า
นางยังยืนได้อย่างมั่นคง แล้วจึงกล่าวเสียงเบาว่า “แน่นอนว่าข้าต้อง
ถามถึง แต่เป็นเพราะวันนี้เฉิงฮวนถูกลวกมือ ข้าจึงไม่มีเวลาว่าง…”
คำพูดนี้เหลวไหลเกินไปแล้ว แม้แต่ฮูหยินรองก็ยังทนฟังไม่ได้ จึง
แอบกลอกตาตอนที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงสะกดกลั้นความโกรธเอาไว้ “แล้วคืนนี้เจ้าหา
เวลาว่างได้อย่างไร หรือว่าแผลถูกลวกหายดีแล้ว?”
“แน่นอนว่ายังไม่หายดีเจ้าค่ะ” ฮูหยินเจียงเอ่ยเสียงเบา “เฉิงฮวน
ร่างกายอ่อนแอ ขอท่านแม่อนุญาตให้ข้าพานางกลับไปพักผ่อนเถอะ
ป้องกันไม่ให้นางต้องเจ็บป่วยอีก”
คำก็เฉิงฮวน สองคำก็เฉิงฮวน
แต่กลับไม่พูดถึงเจียงเซิงแม้แต่คำเดียว
กระทั่งเจียงเฉิงเยวี่ยนเองก็ยังรู้สึกสงสัย เขาหันกลับไปมองแล้ว
กล่าวว่า “ท่านแม่ ถ้าเฉิงฮวนร่างกายอ่อนแอก็ให้สาวใช้พานาง
กลับไปก่อนเถอะขอรับ แต่วันนี้เจียงเซิงกลับมาแล้ว พวกเราควรจะ
ต้อนรับนางก่อนถึงจะถูก”
“ถูกต้อง ๆ” เจียงเฉิงเฟิงกับเจียงเฉิงอวี๋พร้อมใจกันเห็นด้วย
นี่อาจเป็นครั้งที่พวกเขาสามัคคีกันมากที่สุด
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้หลุบตาลง มองผู้คนตระกูล
เจียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ข้า…” เจียงเลี่ยวซื่ออึ้งไปกับคำถาม ผ่านไปครู่ใหญ่จึงตอบว่า
“แน่นอนว่าต้องจัดงานต้อนรับ เพียงแต่ทุกอย่างต้องมีลำดับก่อนหลัง
ข้าจะส่งเฉิงฮวนกลับไปก่อน แล้วค่อยจัดงานต้อนรับนางก็ยังทัน”
“ถูกต้องเจ้าค่ะ ฮูหยินยังต้องกลับไปเอาของขวัญต้อนรับสำหรับ
คุณหนูด้วย” สาวใช้ที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ยเสริม
เจียงเฉิงเยวี่ยนไม่ได้สงสัยอะไร จึงหันกลับไปอย่างมีความสุข
พลางวางแผนว่าจะให้อะไรกับน้องสาวบ้าง
เมื่อก่อนเพราะมีคำสั่งของท่านย่าผูกมัดเอาไว้ แม้แต่การโยน
สัญญาซื้อขายที่ดินเขาก็ต้องทำอย่างระมัดระวัง แต่ตอนนี้น้องสาว
กลับบ้านมาแล้ว เขาจะหยิบมันส่งให้นางอย่างเปิดเผย
เจียงเฉิงเฟิงและเจียงเฉิงอวี๋ยืนอยู่ซ้ายขวา คอยเสนอแนะ
“นอกจากสัญญาซื้อขายที่ดินนั้นแล้ว ข้ายังมีทองคำหนึ่งร้อย
ตำลึง และมีดาบที่ปู่ท่านมอบให้ด้วย…”
“พี่ใหญ่ สมองท่านมีปัญหาหรืออย่างไร ใครเขาจะเอาดาบไป
เป็นของขวัญทักทายกันเล่า…”
“ส่งทองคำไปก็ไม่ดีเท่ากับเปลี่ยนเป็นเครื่องประดับสักชุด ถึงจะ
เหมาะสมกว่า”
คนสามคนกระซิบกระซาบกัน ช่างคึกคักเสียจริง
ที่มุมห้อง เจียงเฉิงฮวนจ้องมองอย่างเหม่อลอย ในใจรู้สึกเศร้า
สร้อยและสูญเสีย ทว่าก็ทำได้เพียงแอบน ้าตาคลอตอนที่ไม่มีใครเห็น
โชคดีที่ยังมีเจียงเลี่ยวซื่อ จับจูงมือเย็นเฉียบและบอบบางของนาง
ไว้ พลางกล่าวเบา ๆ ว่า “เฉิงฮวน พวกเรากลับกันเถอะ”
เจียงเฉิงฮวนลุกขึ้นยืนอย่างเหม่อลอย หมุนตัวเชื่องช้า เดินไปถึง
ประตู แต่จู่ ๆ ก็หยุดชะงักไป
คนที่ชะงักไปคือเจียงเลี่ยวซื่อนั่นเอง
นางดึงมือบุตรสาวไม่แท้แล้วเปล่งเสียงเรียก “เฉิงเยวี่ยน เฉิง
เยวี่ยน เจ้ามาที่นี่”
คุณชายผู้งุนงงเดินเข้ามาหา
“ช่วงนี้ร้านค้าสินเดิมของแม่มีปัญหาบางอย่าง” เจียงเลี่ยวซื่อพูด
ด้วยน ้าเสียงสงบนิ่ง “น้องสาวของเจ้าร่างกายไม่ค่อยดี อาหารบำรุงที่
จำเป็นก็แทบจะซื้อไม่ไหวแล้ว ป้ายหยกเจ้าบ้านก็อยู่ในมือท่านย่า
ของเจ้ามาตลอด ตอนนี้แม่ถึงกับไม่มีของขวัญต้อนรับเลย”
เจียงเฉิงฮวนรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
เจียงเฉิงเยวี่ยนกลับตอบรับอย่างฉับไว “ถ้าเช่นนั้นข้าจะมอบ
ทองคำหนึ่งร้อยตำลึงให้ท่านแม่ และมอบสัญญาซื้อขายที่ดินให้เจียง
เซิง”
“เจ้าจะให้แค่นางคนเดียวหรือ?” เจียงเลี่ยวซื่อสีหน้าเย็นชา “เฉิง
ฮวนก็เป็นน้องสาวของเจ้าเช่นกัน อย่าลืมสิ เจ้าเคยสัญญาว่าจะ
ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกันไม่ใช่หรือ”
……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
………
“**ANVD32AX**
เจอโค๊ดแล้วอย่าเพิ่งเมินเฉย โค๊ดนี้สามารถนำมากรอกเพื่อรับ
เหรียญได้ที่เว็บไซต์ Enjoybook
ไปที่โปรไฟล์ >> รหัสแลกรับ >> ใส่โค๊ดที่ได้ (ตัวพิมพ์ใหญ่)
ลุ้นรับเหรียญสูงสุด 100 เหรียญ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม
ด่วน! ใครใช้โค๊ดก่อน ได้เหรียญก่อนนะ”