พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 306 ฝ่ามือ
ถานเยี่ยเบิกตากว้างในทันที จ้องมองสาวใช้คนนั้นอย่างเดือด
ดาล
สาวใช้ชุดม่วงกลัวจนตัวสั่น แต่ก็ยังฝืนไม่ถอยหลัง
ท่ามกลางสภาพแวดล้อมวุ่นวายและเสียงดังนี้ เจียงเซิงยังคงก้ม
หน้านิ่ง ไม่พูดอะไรสักคำ
แม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงก็ยังลุกขึ้นยืนด้วยความสงสัย ตั้งใจจะ
เดินเข้ามาถาม
ความกตัญญูเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็ต้อง
นับถือพ่อแม่
แต่นางยังไม่ทันได้อ้าปาก เจียงเลี่ยวซื่อก็เก็บรอยยิ้มเย็นชาแล้ว
ยื่นสิ่งของในมือมาให้ ก่อนจะพูดด้วยน ้าเสียงห่างเหินว่า “ในเมื่อเจ้า
ไม่เต็มใจยอมรับข้าเป็นมารดา ข้าก็จะไม่บังคับเจ้า นี่คือของขวัญ
แรกพบของเจ้า”
เงินแท่งเย็นเฉียบพาให้รู้สึกเจ็บมือเล็กน้อย จากประสบการณ์
การทำบัญชีของเจียงเซิงให้กับร้านจิ่วเจิน ของสิ่งนี้คงจะมีน ้าหนัก
ประมาณห้าสิบตำลึง
นางเม้มปากเบา ๆ
ส่วนเจียงเลี่ยวซื่อที่อยู่ข้าง ๆ มีท่าทีเหมือนจะเสียใจ ใช้
ผ้าเช็ดหน้าซับหัวตาไม่หยุด
เจียงเฉิงเยวี่ยนปลอบประโลมมารดาด้วยเสียงแผ่วเบา พลาง
แทรกด้วยคำวิงวอนสองสามประโยค
เจียงเซิงถอนหายใจเฮือกหนึ่ง มือขาวนุ่มเปิดออก เผยให้เห็น
เงินแท่งกลมมน แต่ก็ดูราวกับกำลังสั่นเทา
บนคอของนางยังสวมสร้อยคอที่เจียงเฉิงอวี๋มอบให้ ข้อมือสวม
กำไลทองคำที่ฮูหยินรองมอบให้ อีกมือยังมีปิ่นทองที่ซ่อนกลไกเอาไว้
ในอกเสื้อก็เผยให้เห็นมุมของตั๋วเงินห้าร้อยตำลึงเล็กน้อย
ความแตกต่างระหว่างเงินและทอง ความแตกต่างระหว่างเลข
ศูนย์หลายตัวกับเลขศูนย์น้อยตัว
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงชะงักฝีเท้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวัง
ฮูหยินรองกลั้นลมหายใจ ไม่กล้าเข้าไปแทรก
เจียงเฉิงเยวี่ยนยังคงปลอบมารดา แต่พอหันไปเห็นเงินแท่งห้าสิบ
ตำลึง เขาเกือบจะตกใจจนกระโดดขึ้นมา “สัญญาซื้อขายที่ดินเล่า
สัญญาซื้อขายที่ดินหายไปไหนแล้ว?”
เจียงเลี่ยวซื่อชะงัก
“ท่านแม่ ทำไมของขวัญถึงเป็นเงินแท่งห้าสิบตำลึงเล่าขอรับ” ริม
ฝีปากของเจียงเฉิงเยวี่ยนเริ่มสั่น “ทำไมกัน ทำไม”
เจียงเฉิงเฟิงที่อยู่ข้าง ๆ ก็รู้สึกเห็นใจพี่ชายอยู่บ้าง แต่พอจะพูดก็
ถูกฮูหยินรองดึงไว้เสียก่อน
“อะไรคือทำไม” เจียงเลี่ยวซื่อกลับมาสงบเยือกเย็น “สัญญาซื้อ
ขายที่ดินที่เจ้าให้แม่เก็บรักษาไว้ รอให้เจ้าแต่งงานแล้วค่อยมอบให้
ภรรยา เจ้าก็รู้ว่าแม่ขัดสนเงินทอง ห้าสิบตำลึงนี้ก็มาจากการที่เฉิง
ฮวนหยุดกินยาบำรุงเพื่อประหยัดเงิน”
เป็นเช่นนั้นจริงหรือ?
เจียงเฉิงเยวี่ยนพูดไม่ออก เขามองกำไลทองบนมือของเจียงเซิง
มองปิ่นปักผมทองที่นางกำอยู่ มองสร้อยคอที่นางสวม มองตั๋วเงินใน
อกเสื้อของนาง
กระทั่งคนเป็นลูกพี่ลูกน้องยังนำทองคำออกมาให้ แต่สิ่งที่เขาซึ่ง
เป็นพี่ชายแท้ ๆ กับมารดาแท้ ๆ ให้ พอรวมกันแล้วกลับมีมูลค่าเพียง
ห้าสิบตำลึง
ความละอายใจแล่นปราดไปทั่วร่าง ตอนแรกเขารู้สึกดีใจมาก
เพียงใด ตอนนี้ก็รู้สึกอับอายขายหน้ามากเท่านั้น
ความปรารถนาที่อยากจะชดเชย ในที่สุดก็แตกสลายไปอย่าง
สิ้นเชิง เจียงเฉิงเยวี่ยนถึงกับไม่กล้าจะมองขิงน้อยอีก เขาพึมพำอย่าง
สับสนงุนงงว่าทำไม แล้วค่อย ๆ เดินออกจากเรือนเต๋อเหรินไปโดยไม่
หันกลับมามองอีกเลย
มีเหตุผลมากมายของคำว่าทำไม
ก็แค่คนหนึ่งมีเจตนาแอบแฝง และอีกคนที่ใสซื่อไร้เดียงสา
เท่านั้นเอง
เจียงเซิงจ้องมองเงินแท่งห้าสิบตำลึงอย่างเหม่อลอย จริง ๆ นี่ก็
มากพอแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตอนที่นางกำลังเร่ร่อนขอทาน หรือในช่วงปี
เดือนที่ต้องดิ้นรนอย่างยากลำบาก การได้รับเงินห้าสิบตำลึงก็ถือเป็น
เรื่องที่น่ายินดีจนนอนไม่หลับทั้งคืน
แต่ตอนนี้นางกลับไม่อยากได้เงินเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย
ราวกับว่านางไม่ได้คาดหวังสิ่งที่เรียกว่าความรักจากมารดาเลย
สักนิด
ตอนยังเด็ก เวลาถูกคนรังแก เด็กหญิงก็มักจะเช็ดน ้าตาพลาง
คิดให้บิดามารดามาช่วย แต่เมื่อรู้ความจริงเกี่ยวกับชาติกำเนิดของ
ตนเอง และไม่มีใครมาตามหา นางก็เข้าใจแล้วว่าบางทีนางอาจไม่ได้
เป็นที่รักใคร่เท่าไหร่นัก
การแอบฟังอยู่หลังประตูเรือนเต๋อเหรินนั้นพิสูจน์ว่าทุกอย่างเป็น
ความจริง
โชคดีที่นางไม่เคยโลภมาก
การได้พบกับพวกพี่ชายทั้งห้าคน คือโชคดีทั้งหมดของนางแล้ว
มีคนอื่นเข้ามาในชีวิตหนึ่งคนก็เหมือนได้รับพร หากมากกว่านั้น
นางก็รู้สึกซาบซึ้งใจนัก
ถึงจะไม่มี มันก็ไม่สำคัญ
เจียงเซิงยิ้มกว้าง ใบหน้ากลมเล็กเต็มไปด้วยความจริงใจและ
พอใจ นางก้าวไปข้างหน้าสองก้าว หยุดอยู่เบื้องหน้าทุกคน ส่งเงินห้า
สิบตำลึงกลับไป พลางกล่าวเบา ๆ ว่า “ขอบคุณฮูหยินเจียง แต่ยา
บำรุงสำคัญกว่า คนจำเป็นต้องดื่มยา”
หากไม่นับคำว่า “ฮูหยินเจียง” นางก็ช่างน่ารักและว่านอนสอน
ง่ายจริง ๆ
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงกำไม้เท้าแน่น ถานเยี่ยน ้าตาคลอเบ้า
แม้แต่ฮูหยินรองก็ถอนหายใจ กุมมือเจียงเฉิงอวี๋แน่น
“เจ้าคิดว่ามันน้อยเกินไปหรือ?” ฮูหยินเจียงเริ่มหัวเราะเยาะอีก
ครั้ง “หากเจ้าคิดว่าสิ่งที่บ้านรองให้มากกว่าจึงนับเป็นญาติ เช่นนั้น
เจ้าก็ไปอยู่กับคนบ้านรองเสียเถอะ”
พูดจบ นางก็หมุนตัวเดินจากไป
เรือนเต๋อเหรินกลับสู่ความเงียบงันอีกครั้ง ทุกคนไม่พูดอะไรสัก
คำ สีหน้าเคร่งขรึมราวกับกำลังเข้าร่วมงานศพ
เจียงเซิงคิดว่ามันตลกดีจึงเข้าไปประจบฮูหยินผู้เฒ่าเจียง “ท่าน
ย่า ข้าหิวแล้วเจ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงได้สติกลับมา พยายามฝืนยิ้มให้ “หิวก็ดีแล้ว
ห้องครัวใหญ่เตรียมอาหารไว้พร้อมแล้ว เริ่มกินได้ทุกเมื่อ”
เจียงเฉิงอวี๋สลัดมือมารดาออก แล้วเข้าไปร่วมด้วย “ท่านย่า ท่าน
อย่าลำเอียงสิเจ้าคะ ข้าเองก็อยากกินด้วย”
“ได้ ๆ ๆ กินกันทุกคน อยู่กินกันทุกคนเลยนะ” ฮูหยินผู้เฒ่าเจียง
ยิ้มจริงใจ “นายท่านรองกับฮูหยินก็อยู่กินด้วยกันเถอะ วันนี้พ่อครัว
ใหญ่เตรียมของดี ๆ ไว้ให้เจียงเซิงน้อยแล้ว”
คนโบราณกล่าวว่า พ่อครัวชอบคนกินจุที่สุด
พอได้ยินว่าอาหารฝีมือของตนถูกคุณหนูบ้านใหญ่กินไปถึงสี่ห้า
จาน พวกพ่อครัวก็ดีใจจนเคลิ้ม ใช้เวลาทั้งบ่ายย่างแกะทั้งตัว ได้ยิน
ว่ายังมีปลาแล่กระดูกกับเป็ดสามชั้นอีก ทำเอาพ่อครัวหลายคน
เหนื่อยแทบแย่เลยทีเดียว
ฝีมือทำอาหารเช่นนี้ หายากที่จะได้ลิ้มลอง
ฮูหยินรองยกมือปิดปากหัวเราะ “วันนี้คงต้องขอบคุณเจียงเซิง
น้อยสินะเจ้าคะ ท่านพี่ไม่ดื่มสุราสักหน่อยหรือ?”
“พวกเรามาดื่มกันเถอะ” เจียงจี้จงก็แย้มยิ้ม “เป็นการต้อนรับ
เจียงเซิงน้อยกลับบ้าน”
อาหารมื้อนี้กินดื่มกันอย่างสนุกสนาน บิดาและบุตรชายของบ้าน
รองต่างเมามาย ส่วนเด็กหญิงทั้งสองคนก็กินอิ่มจนท้องป่อง
ฮูหยินรองเรียกบ่าวแข็งแรงหกคนมาพาสามพ่อลูกออกไป เรือน
เต๋อเหรินจึงกลับคืนสู่ความสงบอย่างสมบูรณ์ในที่สุด
เจียงเซิงแลบลิ้นน้อย ๆ นอนคว ่าอยู่บนเตียงนุ่ม ไม่ว่าอย่างไรก็
ไม่ยอมลุกขึ้นมา
“คุณหนู พวกเรากลับไปนอนที่ศาลาอวิ๋นซีเถอะเจ้าค่ะ” สาวใช้
ตัวน้อยยังคงพูดต่อไป “นอนที่นี่ไม่ค่อยดีนัก ท่านจะเป็นหวัดเอาได้
นะเจ้าคะ ถ้าหากอาเจียนกลางดึกจะทำอย่างไร”
แต่เจียงเซิงกลับไม่ยอมลุกขึ้น นางเองก็ลากคุณหนูไปไม่ไหว
พอมองแล้วก็เหมือนจะร้องไห้ด้วยความกังวล
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงกลับมาหลังล้างหน้าล้างตาจากด้านนอก แวว
ตาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “นางไม่อยากลุกก็ไม่ต้องให้ลุกหรอก นอนที่นี่
แหละ”
ถานเยี่ยถืออ่างน ้าร้อนและผ้าเช็ดหน้าเข้ามา ก่อนจะให้เจียงเซิง
บ้วนปาก จากนั้นใช้ผ้าอุ่นเช็ดมือเท้าให้สะอาด สุดท้ายก็ถอดเสื้อ
คลุมออก
นางขยับตัวทีละน้อย จากตั่งไปยังเตียงของท่านย่า สุดท้ายซุก
ตัวเข้าไปในอ้อมกอดอันอบอุ่น
ผ่านไปครู่หนึ่ง นางจึงเอ่ยเสียงอู้อี้ว่า “ท่านย่า ตระกูลเจียงคงทำ
ผิดพลาดอีกแล้วกระมัง”
สีหน้าของท่านย่าชะงักไป หัวใจราวกับถูกมีดกรีด
สุดท้ายแล้ว เด็กหญิงอายุสิบเอ็ดปีคนหนึ่งจะไม่คาดหวังถึง
มารดา ไม่คาดหวังถึงความรักและการดูแลเอาใจใส่ได้อย่างไร
แต่คืนนี้ ช่างน่าผิดหวังเหลือเกิน
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงทำได้เพียงปลอบประโลมสุดความสามารถ
“คนเราหากผิดพลาดหนึ่งครั้งแล้ว จะทำผิดพลาดครั้งแล้วครั้งเล่าได้
อย่างไร? คนตระกูลเจียงย่อมมีความสามารถของคนตระกูลเจียง จะ
ไม่มีทางจำคนผิดอีกแน่นอน”
ดังนั้น นางเป็นลูกของฮูหยินเจียงจริงหรือ?
เจียงเซิงยิ่งสงสัยมากขึ้น ความง่วงงุนหลังอาหารถาโถมเข้ามา
ในความงัวเงียนางยังไม่ลืมจะแก้ตัวว่า “ท่านย่าอย่าเข้าใจผิด ข้า
ไม่ได้เสียใจ ข้าแค่ไม่เข้าใจเท่านั้น”
ไม่ใช่แค่นาง ทุกคนต่างก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
คนบ้านรองกลับไปพูดคุยกระซิบกระซาบ ส่วนสาวใช้ในเรือน
ตะวันออกก็ซุบซิบนินทา
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงซ่อนความเยือกเย็นในดวงตาไว้ ลูบเจียงเซิง
เบา ๆ จนนางหลับไป
วันรุ่งขึ้น ท้องฟ้าสว่างจ้า
เด็กหญิงร่างอวบยังคงหลับสนิท ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงตื่นแต่เช้าตรู่
เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วรีบไปยังเรือนหลักของฮูหยินเจียง
เจียงเลี่ยวซื่อยังคงให้ความเคารพต่อแม่สามีผู้นี้ หลังจากล้าง
หน้าล้างตาเสร็จก็มาคำนับ “คารวะท่านแม่ ท่านมีอะไรหรือ…”
คำพูดที่เหลือยังไม่ทันได้เอ่ยออกมา
ฝ่ามือที่ทั้งแรงและหนักหน่วงก็พุ่งมาหา ทำเอาฮูหยินเจียงล้มลง
กับพื้นอย่างแรง
สาวใช้และบ่าวในเรือนหลักต่างร้องอุทานด้วยความตกใจพร้อม
กัน แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยพยุงเจ้านาย
เพราะคนที่ลงมือคือฮูหยินผู้เฒ่าเจียง คนที่ทรงอำนาจและน่า
เกรงขามที่สุดของตระกูลเจียง
……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
…………….
“**5KNGT1KS**
เจอโค๊ดแล้วอย่าเพิ่งเมินเฉย โค๊ดนี้สามารถนำมากรอกเพื่อรับ
เหรียญได้ที่เว็บไซต์ Enjoybook
ไปที่โปรไฟล์ >> รหัสแลกรับ >> ใส่โค๊ดที่ได้ (ตัวพิมพ์ใหญ่)
ลุ้นรับเหรียญสูงสุด 100 เหรียญ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม
ด่วน! ใครใช้โค๊ดก่อน ได้เหรียญก่อนนะ”