พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 307 ความทุกข์ของสะใภ้เลี่ยว
ไม่ใช่เพียงบ่าวรับใช้ในเรือนหลักจะสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว
แม้แต่ถานเยี่ยยังตกตะลึงจนพูดไม่ออกอยู่นาน
ในฐานะภรรยาเจ้าบ้านของตระกูลเจียง ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงเป็นคน
เด็ดขาด แต่การปฏิบัติต่อผู้คนนั้นมีหลักเกณฑ์เสมอมา แม้แต่ป้าย
หยกเจ้าบ้านก็ยอมมอบให้ผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย และความสัมพันธ์
ระหว่างลูกสะใภ้ทั้งสองก็สุภาพอย่างยิ่ง
ถานเยี่ยอายุน้อย จึงไม่รู้เรื่องราวในอดีต
เคยได้ยินแต่เหล่าหญิงรับใช้ชราเล่าให้ฟังว่า ภรรยาเจ้าบ้านของ
ตระกูลเจียงผู้นี้เก่งกาจมาก สมัยก่อนยังสามารถติดตามนายท่าน
ออกรบได้ และยังจัดการดูแลเรื่องครอบครัวได้เป็นอย่างดี สามารถ
เลี้ยงดูคุณชายใหญ่ที่กล้าหาญชาญศึก ซ ้ายังปฏิบัติต่อบุตรอนุที่ไม่
มีความเกี่ยวพันทางสายเลือดได้ดีมาก
ความสามารถของฮูหยินผู้เฒ่าเจียงมีส่วนสำคัญยิ่งนัก ในการ
รักษาตำแหน่งของตระกูลเจียงให้มั่นคง
แม้แต่ตอนที่ได้รับข่าวว่านายท่านผู้เฒ่าสิ้นชีพอยู่ในสนามรบ
นางก็ยังคงรักษาความสงบเยือกเย็นได้อย่างเหมาะสม ปฏิบัติตน
ถูกต้องตามสมควร จัดงานศพให้สมเกียรติสามีแต่ไม่ฟุ่มเฟือย จนได้
รับคำชื่นชมจากผู้คนในเมืองหลวง
ในความทรงจำของถานเยี่ย ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงเคยโกรธจัดเพียง
ครั้งเดียว คือตอนที่รู้ว่าหลานสาวไม่ใช่คนสายเลือดเดียวกัน และ
คุณหนูตัวจริงกำลังเร่ร่อนอยู่ข้างนอก นางรีบเรียกคืนสิทธิ์ป้ายหยก
เจ้าบ้านมาจากเจียงเลี่ยวซื่อ และทุ่มเทสุดกำลังในการตามหา
หลานสาวแท้ ๆ
การลงมือครั้งนี้ จึงนับเป็นครั้งที่สอง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะนางเคยอยู่ในสนามรบมาก่อน หรือเพราะความ
คับแค้นใจ การลงมือตบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าเจียงครั้งนี้จึงรุนแรง
มาก ใบหน้าของเจียงเลี่ยวซื่อปรากฏรอยฝ่ามือแดงห้านิ้วชัดเจน ไม่
เพียงเท่านั้น มุมปากยังมีเลือดซึมออกมาเป็นสายอีก
“ทะ ท่านแม่…” เจียงเลี่ยวซื่อส่งเสียงเบา ๆ พูดจาไม่ชัดเจน “พอ
มาถึงท่านก็มาตบข้าเช่นนี้ ท่านเคยคิดบ้างหรือไม่ว่า ข้าเป็นภรรยา
เอกของท่านแม่ทัพ?”
คำว่า “ทายาทสายตรง” นั้นหนักอึ้งยิ่งนัก
ขณะที่แม่ทัพเจียงออกรบอยู่นอกเมือง การดูแลบ้านเรือน
ทั้งหมดต้องพึ่งพาฮูหยิน ทั้งการสานสัมพันธ์ก็ต้องอาศัยฮูหยิน แม้แต่
การจัดการเงินทองก็ต้องมอบอำนาจทั้งหมดให้ฮูหยิน
บุรุษในสนามรบมีหน้าที่เพียงทุ่มเทชีวิต หลั่งเลือด และปกป้อง
บ้านเมืองเท่านั้น
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงเคยหวังว่า หลังจากนางสิ้นไปแล้ว เจียงเลี่ย
วซื่อจะสามารถสืบทอดตำแหน่งของนางได้ แต่ตอนนี้ นางเหลือเพียง
ความผิดหวัง
“สะใภ้เลี่ยว ข้าคิดว่าพวกเราเข้าใจกันดีอยู่แล้ว เด็กที่เราตามหา
ด้วยความยากลำบากตลอดสี่ปี ถึงเจ้าจะไม่ได้รักใคร่เอ็นดูเป็นพิเศษ
แต่ก็ควรรักษาภาพลักษณ์ไว้บ้าง”
“แต่เจ้าทำตัวเช่นไร? การกระทำของเจ้าสุขุมเยือกเย็นและสง่า
งามเหมือนภรรยาเอกสักนิดหรือไม่? เจ้าทำตัวสมกับที่จี้จู่ฝากฝังไว้
หรือไม่? สมกับที่จี้จู่ออกไปรบนอกเมืองหรือไม่?”
อาจเป็นเพราะพูดถึงสามีของนางเจียงจี้จู่ จึงทำให้เจียงเลี่ยวซื่อ
ตะลึงงันชั่วขณะ
“ในฐานะมารดาผู้ให้กำเนิด เจ้ากลับมอบของขวัญแรกพบให้แค่
ห้าสิบตำลึง ยังน้อยกว่าลุงป้าน้าอา ยังน้อยกว่าพี่น้องลูกพี่ลูกน้อง
อีกทั้งยังกล้ายึดเอาของที่พี่ชายจะมอบให้น้องสาวไป สะใภ้เลี่ยว ข้า
จะให้พูดอะไรกับเจ้าดี เจ้ายังมีความเป็นแม่คนอยู่บ้างหรือไม่!” ฮูหยิน
ผู้เฒ่าเจียงเอ่ยเสียงดัง
เจียงเลี่ยวซื่อได้สติกลับมา ดวงตาทั้งสองพลันแดงก ่า นางลุกขึ้น
ยืนโซเซ เช็ดคราบเลือดตรงมุมปาก
“แล้วท่านมีความเป็นย่าคนบ้างหรือไม่? ท่านปฏิบัติต่อเฉิงฮวน
อย่างไร? เลี้ยงดูหลานสาวมาตั้งสิบเอ็ดปีขนาดนี้ยังจะต่างอะไรกับลูก
แท้ ๆ ? ท่านจงใจให้ผู้อื่นรู้ว่านางเป็นบุตรสาวบุญธรรม เป็นตัวปลอม
จนเด็กคนหนึ่งที่ร่างกายแข็งแรงซูบผอมจนเหลือแต่กระดูก เกือบจะ
เอาชีวิตไม่รอดแล้ว”
“ตระกูลเจียงใหญ่โตถึงปานนั้น ตระกูลเจียงไม่เคยขัดสนเงินทอง
มีบุตรสาวเพิ่มอีกคนจะไม่ดีหรือ? มีบุตรสาวตัวจริงเพิ่มอีกคนแล้วมัน
จะขวางทางใคร เหตุใดจึงต้องทำร้ายนางด้วย แค่เพราะไม่มีสายเลือด
เดียวกันหรือ สายเลือดเป็นสิ่งมหัศจรรย์อะไรกัน ถึงทำให้ท่าน
ทอดทิ้งความรักความผูกพันสิบเอ็ดปีนี้ได้!”
นางเริ่มคลุ้มคลั่ง หลายครั้งที่เกือบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ เมื่อพูด
ถึงตอนที่สะเทือนใจก็ถึงกับหลั่งน ้าตาออกมา
เห็นได้ชัดว่าเจียงเลี่ยวซื่อรักและเอ็นดูเจียงเฉิงฮวนอย่างใจจริง
เช่นเดียวกับที่ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงรักและเอ็นดูเจียงเซิง
“ท่านสามารถทำร้ายเฉิงฮวนเพื่อหลานสาวแท้ ๆ ของท่านได้ ข้า
ก็สามารถทำเป็นมองไม่เห็นนางได้เช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น นางเป็นฝ่าย
ไม่ยอมรับข้าเป็นมารดาก่อน แล้วข้าทำผิดตรงไหน? ข้าผิด
ตรงไหน!”
เจียงเลี่ยวซื่อกัดฟันพูดด้วยความแค้นใจ เสียงคำถามดังขึ้นทีละ
คำ
เช่นนั้นการที่นางปฏิบัติต่อเจียงเซิงอย่างนั้น ก็คือเพื่อระบาย
ความโกรธแทนเจียงเฉิงฮวนหรือ?
หรือว่าเพื่อแก้แค้น?
ร่างกายฮูหยินผู้เฒ่าเจียงสั่นเล็กน้อย หลับตาลง
เส้นทางที่นางทุ่มเทวางไว้ให้เจียงเซิงในอดีต กลับกลายเป็น
อุปสรรคของเจียงเซิงเสียแล้ว ความรู้สึกสับสนในใจคงมีเพียงนาง
เท่านั้นที่เข้าใจ
“ฮูหยินผู้เฒ่า ท่านเป็นอะไรหรือไม่เจ้าคะ” ถานเยี่ยถามด้วย
ความกังวลอยู่ข้าง ๆ
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงยังคงหลับตาไม่พูดจา
เจียงเลี่ยวซื่อกลับไม่รู้ว่าตนกำลังยินดีหรือเย้ยหยัน “ข้ารู้ว่าท่าน
แม่เป็นคนอารมณ์รุนแรง ไม่ว่าจะแสร้งทำเป็นอ่อนน้อมมากแค่ไหน
ท่านก็มองออกได้ ดังนั้นข้าจึงไม่รักษาภาพลักษณ์ ไม่ชอบก็คือไม่
ชอบ ทำไม่ได้ก็คือทำไม่ได้ ต่อไปถ้าใครรังแกเฉิงฮวนของข้า ข้าก็จะ
ไม่ไว้หน้าคนผู้นั้นอีก!”
จากภายนอกเหมือนเป็นการทะเลาะกันระหว่างแม่สามีลูกสะใภ้
เพื่อเด็กที่พวกนางรัก
แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เช่นนั้น
“สะใภ้เลี่ยว” เสียงของฮูหยินผู้เฒ่าเจียงเบามาก “ตอนที่เจ้ากำลัง
โกรธแทนเฉิงฮวนอยู่ เจ้าเคยคิดบ้างหรือไม่ว่า เจียงเซิงเป็นลูกที่เจ้า
อุ้มท้องมาถึงสิบเดือนแล้วคลอดออกมา?”
“แม้แต่เจียงเฉิงเยวี่ยนก็ยังรู้จักการชดเชย รู้จักการปฏิบัติอย่าง
เท่าเทียม รู้ว่าทั้งสองคนเป็นน้องสาว สะใภ้เลี่ยว เจ้าปฏิบัติต่อเด็กทั้ง
สองคนนั้นเสมือนเป็นบุตรสาวของเจ้าหรือไม่?”
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงลืมตาขึ้นมา ราวกับตัดสินใจบางอย่าง “เจ้า
มักจะคอยปกป้องเฉิงฮวนเสมอ ข้าก็จะปกป้องเจียงเซิงเช่นกัน ข้ารู้
มานานแล้วว่าเจ้าจะลำเอียง ข้าถึงขนาดไม่กล้าหวังว่าเจ้าจะทะนุ
ถนอมและรู้สึกผิดต่อนาง ข้าเพียงหวังว่าเจ้าจะรักษาหน้าตาไว้บ้าง
หวังเพียงว่าเจ้าจะเป็นมารดาที่ไม่ทีทั้งความดีความชั่วใด ๆ”
“บางเรื่องที่ข้าไม่อยากพูด ไม่ได้หมายความว่าข้าไม่รู้”
“สะใภ้เลี่ยว เจ้าหวังให้ข้าไปตามหาญาติทางสายเลือดของเจียง
เฉิงฮวนมาหรือ?”
คำพูดเบา ๆ เพียงประโยคเดียวก็เพียงพอจะทำให้รอยยิ้มของ
เจียงเลี่ยวซื่อหายไป ใบหน้าของนางซีดเผือดลง
“หรือไม่ก็เรียกญาติฝ่ายเจ้ามา เรียกเขยที่หมกมุ่นอยู่แต่หอนาง
โลมจนลืมกลับบ้านมา อย่างไรก็ต้องให้พ่อลูกได้พบหน้า ให้ญาติพี่
น้องได้กลับมาพบกัน”
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงไม่แสดงสีหน้า เอ่ยน ้าเสียงเรียบเฉย “หรือไม่ก็
คุยกันเรื่องว่าเจียงเซิงหายไปได้อย่างไรกันแน่ คนที่อุ้มนางไว้เป็นแม่
นมจากตระกูลเลี่ยวของเจ้าไม่ใช่หรือ แล้วใครกันที่ออกคำสั่ง”
แม่นม…ตระกูลเลี่ยว…
สาวใช้และบ่าวทั้งหมดในเรือนหลักต่างคุกเข่าลงกับพื้น แม้แต่
ถานเยี่ยก็ยังหน้าซีดเผือด ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
พวกเขาได้ยินความลับอะไรกันแน่ จะยังมีโอกาสรอดชีวิตอยู่
หรือ?
เจียงเลี่ยวซื่อตกใจมากกว่าใคร ถอยหลังไปหลายก้าวโดยไม่มี
ใครช่วยพยุง จนล้มลงบนพื้นทันที
“ท่านแม่ ข้าไม่ได้…ไม่ได้” นางเค้นคำพูดออกมาจากไรฟัน
“ไม่ใช่…”
แต่ก็พูดประโยคนั้นให้จบไม่ได้
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงมองนางอย่างเหนือกว่า “ข้าไม่ควรคาดหวัง
อะไรจากเจ้าเลย เจ้าช่างโง่เขลาเหลือเกินสะใภ้เลี่ยว ข้าจะ
แลกเปลี่ยนกับเจ้า หากเจ้าไม่อยากให้ข้าส่งเจียงเฉิงฮวนกลับไปยัง
สถานที่สกปรกแบบนั้น ก็จงแสดงบทบาทเป็นแม่ที่ยุติธรรมให้ดี”
“เจ้าอย่าลืม นางคือเด็กที่เจ้าตั้งท้องและคลอดออกมาด้วย
ตัวเอง”
เมื่อพูดจบ ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงก็พาถานเยี่ยเดินจากไป
ทิ้งให้เจียงเลี่ยวซื่ออยู่ที่นั่น กำมือแน่นจนสั่นเทา “ไม่ใช่ ไม่ใช่…
ทั้งหมดมันไม่ใช่…”
จู่ ๆ ก็มีเสียงร้องตกใจดังมาจากนอกเรือนหลัก
เป็นเสียงของถานเยี่ยที่ทั้งตกใจและระมัดระวัง “คุณชายใหญ่
ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรเจ้าคะ?”
เจียงเฉิงเยวี่ยนมาแล้วหรือ?
เขาจะได้ยินมากแค่ไหนกัน?
เจียงเลี่ยวซื่อลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล เดินโซเซไปที่ประตูเรือน แต่
กลับเห็นเพียงดาบยาวที่ตกอยู่
ไม่มีเงาของผู้ใดอยู่ที่นั่นอีกแล้ว