พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 317 ความเสียใจของเฉิงเยวี่ยน
ท้องฟ้าเปลี่ยนจากสีจางเป็นสีเข้ม ละอองน ้าลอยฟุ้งกลางอากาศ
แม้แต่พื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือที่แห้งแล้งมาโดยตลอด ในที่สุดก็
ได้ต้อนรับสายฝนแห่งฤดูใบไม้ผลิ
ม้าสีน ้าตาลแดงส่ายแผงคอที่เปียกชื้นเล็กน้อย หยุดฝีเท้าลงหน้า
ประตูใหญ่ของตระกูลเจียง
โดยไม่รอให้คนขับรถม้าเอ่ยเตือน เจียงเฉิงเยวี่ยนก็กระโดดลง
มาทันที พุ่งผ่านม่านฝนที่โปรยปรายลงมาหนักขึ้นเรื่อย ๆ
เจียงเฉิงเฟิงถือร่มกระดาษน ้ามัน เรียกญาติผู้พี่หลายครั้งแต่ก็ไม่
สามารถหยุดเขาได้ จึงได้แต่รีบตามไป
ผ่านประตูใหญ่ของตระกูลเจียง เดินไปตามทางเดินหลักที่ปูด้วย
หิน ก้าวเหยียบไปบนทางเดินเล็ก ๆ ที่ปูด้วยก้อนกรวด และหยุดอยู่
หน้าประตูศาลาอวิ๋นชีที่เปิดไว้ครึ่งหนึ่ง
ตัวอักษรที่เขียนด้วยพู่กันของท่านปู่ในอดีต ยังคงแขวนอยู่บน
ป้ายเหนือประตูอย่างสูงส่ง แต่กลับไม่พบเห็นร่างสูงใหญ่ที่คุ้นเคยอีก
ต่อไป
มีคำกล่าวว่า ยิ่งอยู่ใกล้บ้านเกิดก็ยิ่งขลาดกลัว ยิ่งอยู่ใกล้คนรู้จัก
ก็ยิ่งอ่อนแอ
เจียงเฉิงเยวี่ยนไม่อยากยอมรับ แต่ฝีเท้าที่ลังเลก็เผยความรู้สึก
แท้จริงในใจออกมา
นิ้วเรียวยาวทั้งห้าของเขาลูบไล้ประตูใหญ่ กระทั่งกัดฟันผลักมัน
เปิดออก
เสียงหยดน ้าฝนที่ตกลงบนขอบหน้าต่างกลบเสียงการเปิดประตู
ภายในห้องมีแสงเทียนสลัว เหมือนจะมีคนกำลังเดินไปมา
เจียงเฉิงเยวี่ยนนึกถึงภาพน้องสาวผู้ซุกซนและน่ารัก ไม่เหมือน
บุตรสาวของตระกูลใหญ่ที่อยู่ในกฎระเบียบ แต่กลับมีชีวิตชีวาและ
เป็นอิสระ คล่องแคล่วว่องไว ไร้ข้อจำกัด
เขาหลับตาลงและกล่าวอย่างจริงจังทุกคำ “ขิงน้อย ข้าผิดเอง ข้า
ไม่ควรโกรธท่านย่าและไม่ตั้งใจตามหาเจ้า ข้าไม่ควรคิดว่าทำผิดแล้ว
ก็แล้วไป ข้าไม่ควรพยายามทำให้ทุกอย่างเท่าเทียมกัน ข้าไม่ควรลืม
ว่ายังมีน้องสาวที่กำลังทุกข์ทรมานอยู่ข้างนอก”
“ข้ามักคิดว่าทุกอย่างเป็นเพียงอุบัติเหตุ ข้าคิดว่าการเอาใจก็
ไม่ใช่เรื่องง่าย ข้าเห็นนางใช้ชีวิตอย่างหวาดกลัวจึงสงสาร จึงมักจะ
เข้าข้าง ข้ามักคิดว่านางเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่เคยคิดเลยว่านางมาแทนที่
เจ้า คิดเพียงว่าตระกูลเจียงสามารถเลี้ยงดูเด็กหญิงสองคนได้ ข้า
สามารถมีน้องสาวสองคนได้”
“ข้าไม่รู้…ว่าที่แท้เรื่องทุกอย่างของเจ้าเป็นการวางแผนอย่างแยบ
ยลของผู้อื่น ที่แท้ทุกสิ่งของเจ้าก็ถูกแย่งชิงไป ความยุติธรรมบ้าบอ
อะไรกัน ใครจะยุติธรรมกับน้องสาวของข้า ใครจะสามารถยุติธรรม
ได้”
สายฝนตกเทกระหน ่าลงมา ทำให้อาภรณ์ของเจียงเฉิงเยวี่ยน
เปียกชุ่ม ทั้งยังชะล้างใบหน้าของเขา พัดพาน ้าตาร้อนผ่าวให้รินไหล
ผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกับผืนดิน
มีคำกล่าวว่าชายชาตรีไม่อาจหลั่งน ้าตาง่าย ๆ แท้จริงแล้วเป็น
เพียงเพราะยังไม่รู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวเท่านั้น
น ้าตาที่ขมขื่นที่สุดในโลกใบนี้ มักหนีไม่พ้นสองคำว่า ‘สำนึก
ผิด’
แต่ใครเล่าจะยืนอยู่ที่เดิม เพื่อรอคอยวันแล้ววันเล่าต่อไป
“เจียงเซิง ข้ารู้แล้วว่าทำผิด เจ้าจะให้อภัยพี่ชายได้หรือไม่ เจ้า
จะ…ไม่เมินเฉยข้าได้หรือไม่” เจียงเฉิงเยวี่ยนเอ่ยด้วยน ้าเสียงสะอื้น
หลายครั้ง
เจียงเฉิงเฟิงที่อยู่ด้านหลังเขายืนตะลึงงัน กระทั่งร่มกระดาษ
น ้ามันถูกลมพัดหายไปเมื่อไหร่ก็ยังไม่รู้ตัว
ทายาทตระกูลใหญ่สองคนที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจ บัดนี้
กลายเป็นไก่ตกน ้าน่าสงสาร
มีเสียงถอนหายใจดังมาจากในห้อง ตามด้วยประตูที่เปิดออก
เผยให้เห็นร่างบองบางของถานเยี่ย
“คุณชายใหญ่ คุณหนูจากไปแล้ว” นางกล่าวพร้อมถอนหายใจ
เบา ๆ “ท่านเป็นทายาทของตระกูลเจียง การมีจิตใจดีงามนั้นเป็นสิ่งที่
ดี แต่ชายชาตรีควรเด็ดเดี่ยวและมองการณ์ไกลยิ่งกว่า”
บางสิ่งไม่ใช่แค่ขอโทษแล้วจะได้รับการให้อภัย และอนาคต
บางอย่างก็ไม่ใช่แค่เรียกพี่ชายน้องสาวแล้วจะสมบูรณ์ได้
เจียงเฉิงเยวี่ยนเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ “พี่สาวถานเยี่ย
ทำไมน้องสาวข้าถึงจากไปเล่า”
“คุณหนูไปยังที่ที่นางรู้สึกสบายใจ ไปยังท้องฟ้าที่นางสามารถ
โบยบินไปได้อย่างอิสระ” ถานเยี่ยกล่าวเบา ๆ แล้วปิดประตูหน้าต่าง
โลกทั้งใบเงียบสงัดลงอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงฝนตกดังซู่ซ่า
กระทบผิวหนังจนรู้สึกเจ็บแสบ แต่กลับรู้สึกเหมือนถูกปลอบประโลม
อย่างบอกไม่ถูก
ในที่สุดเจียงเฉิงเยวี่ยนก็เข้าใจว่าครึ่งชั่วยามนี้มีค่าเท่ากับสิบเจ็ด
ปีของชีวิตเขา
การเติบโตมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเงียบงัน แต่เจ็บปวดจะเก็บ
งำซ่อนเร้น
เจียงเฉิงเยวี่ยนหมุนตัวเดินโซเซ พร้อมกับเจียงเฉิงเฟิงที่ยังไม่ได้
สติ ก้าวออกไปจากศาลาอวิ๋นชี
เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาแต่ไกล มีคนถือร่มกระดาษน ้ามันปรากฏ
ตัวขึ้น ตามมาด้วยสาวใช้ที่นึกกังวล “คุณหนูช้า ๆ หน่อย ช้าหน่อย
เจ้าค่ะ”
แต่ร่างบางนั้นราวกับไม่ได้ยิน ปล่อยให้ชายกระโปรงเปียกโชก
ยังคงกางร่มบังฝนให้เจียงเฉิงเยวี่ยน แล้วเรียกเขาด้วยความห่วงใยว่า
“พี่ชาย”
ที่แท้ก็คือเจียงเฉิงฮวนที่ป่วยหนักมาหลายเดือน
“เจ้ามาทำไม” เจียงเฉิงเยวี่ยนถอยหลังสองก้าว “กางร่มให้ตัวเอง
เถอะ”
“สามวันนี้พี่ชายไปไหนมา ได้กินดื่มอะไรหรือไม่” เจียงเฉิงฮวน
รู้สึกกังวลและรู้สึกผิดอยู่บ้าง “สัญญาซื้อขายที่ดินและทองคำที่ท่าน
แม่เก็บไว้ส่วนตัว ข้าได้นำมาทั้งหมดแล้ว ทั้งยังส่งเครื่องประดับที่มีค่า
ที่สุดไปเป็นค่าชดเชยให้ แต่เจียงเซิงนางไม่ยอมรับ”
เจียงเฉิงเยวี่ยนนิ่งเงียบ ไม่พูดจา
ในตอนที่สลับตัวเด็ก เจียงเฉิงฮวนก็เป็นเพียงทารกเท่านั้น ไม่
สามารถทำอะไรได้ แต่การที่นางได้มาแทนที่ชีวิตของเจียงเซิงก็เป็น
สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ด้วย
ความรักฉันพี่น้องที่มีมาสิบกว่าปีนั้นมีอยู่จริง เขาไม่มีทางเกลียด
ชังน้องสาวคนนี้ได้ แต่ก็ไม่อาจสนิทสนมได้อีกต่อไป
ที่จริงแล้วเมื่อเรื่องมาถึงจุดนี้ หากเจียงเฉิงเยวี่ยนฉลาดสักหน่อย
ก็อาจจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น แกล้งเป็นคนหูหนวกตาบอด แล้วปิดหูปิด
ตาต่อไป
อย่างไรเสีย เจียงเซิงก็ไม่สนิทสนมกับเขา ยังดีกว่าการทำให้
เรื่องราวบานปลาย แล้วสูญเสียทั้งสองฝ่าย
แต่เขาเป็นลูกหลานของตระกูลเจียง
บรรพชนไม่เพียงสอนให้มีความเมตตา แต่ยังสอนเรื่องความ
รับผิดชอบและการแบกรับภาระด้วย หากทำผิดก็ต้องยอมรับ หากทำ
ร้ายใครก็ต้องชดใช้
สำหรับเขา เขาไม่ใช่พี่ชายที่ดี
สำหรับเจียงเฉิงฮวน เขาจะไม่มีวันเป็นพี่ชายที่ดีอีกต่อไป
“ของชิ้นนั้น เจ้าเก็บเอาไว้เถอะ ข้าจะชดเชยให้นางเอง” เจียงเฉิง
เยวี่ยนกล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะหันหลังกลับ ไม่ลืมดึงสัญญาซื้อขาย
ที่ดินและทองคำที่เป็นของตนไป
เจียงเฉิงเฟิงรีบตามไปติด ๆ พลางทอดถอนใจ
พวกเขาจากไปโดยไม่หันกลับมามอง ทั้งเย็นชาและเฉยเมย
ดวงตาของเจียงเฉิงฮวนแดงก ่าอีกครั้ง หัวใจปวดร้าวราวกับมี
บางสิ่งถูกดึงออกไปจากร่าง สิ่งที่เคยคิดจะยึดเหนี่ยวไว้แน่น สุดท้าย
ก็หลุดลอยไป
ไม่ว่าจะตำแหน่งบุตรสาวคนโต ความรักฉันพี่น้อง ความรัก
ระหว่างแม่ลูก เกียรติยศศักดิ์ศรี อนาคตและชีวิต
“ทำไมกัน” นางสับสน “ข้าทำผิดอะไร ข้าไม่ควรปรากฏตัวใช่
หรือไม่ ข้าควรไปตายเสียใช่หรือไม่”
เสี่ยวเฉี่ยวเช็ดน ้าตาอยู่ข้าง ๆ “คุณหนูอย่าพูดเหลวไหลสิเจ้าคะ
ท่านไม่ได้ทำสิ่งใดผิด ไม่ได้รังแกคุณหนูเจียงเซิง ทั้งยังทะเลาะกับฮู
หยินใหญ่ ฝ่าสายฝนมามอบสัญญาซื้อขายที่ดินให้คุณชาย ท่าน
ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยจริง ๆ”
ไม่ใช่
ผิดแล้ว
บางทีการมีตัวตนของนาง อาจเป็นความผิดพลาดอย่างหนึ่ง
ท่านย่าเย็นชาใส่นาง พี่ชายหลีกเลี่ยง คนนอกเยาะเย้ย สุดท้าย
นางก็เหลือเพียงท่านแม่
นางมีเพียงความรักของมารดาเท่านั้น
เจียงเฉิงฮวนหันกายอย่างเหม่อลอย ก้าวเดินโซเซดูราวกับหญิง
ชราอายุเกือบร้อยปี
ในค ่าคืนที่ฝนตกนี้ บางคนกำลังโศกเศร้า บางคนกำลังกังวล
บางคนกำลังคิดถึง บางคนกำลังหม่นหมอง
และยังมีบางคนที่นอนยกก้นจนสว่าง
พูดตามตรง เจียงเซิงไม่ได้เรื่องมากเรื่องที่นอน ช่วงชีวิตที่ผ่าน
มานางเคยนอนมาทุกที่ แค่มีฟางข้าวปูรองก็ถือว่าดีแล้ว ซอกมุมเล็ก
ๆ จะสบายตัวที่สุด บางครั้งหากเก็บเสื้อผ้าเก่า ๆ มารองได้ก็ดี ส่วน
ใหญ่แล้วก็แค่ขดตัวลงนอนกับพื้น แต่แค่ต้องคอยระวังตัวตลอดเวลา
เพราะกลัวว่าจะมีคนมาเตะนางสักสองที
หลายปีที่ผ่านมา นางติดตามพี่ชายทั้งหลายไปทั่วทุกทิศ ตั้งแต่
การนอนรวมกับคนอื่นไปจนถึงการนอนบนเตียงเดี่ยว นางก็ไม่เคย
บ่นว่าอะไร
แต่เมื่อได้นอนกลับมาในห้องเล็ก ๆ ของตัวเอง ซุกตัวอยู่ในอ้อม
กอดของป้าจาง ความรู้สึกอุ่นใจเช่นนี้ไม่มีใครสามารถมอบให้นางได้
ด้านนอกหน้าต่างมีเสียงฝนตกดัง เจียงเซิงกำลังท่องอยู่ในความ
ฝัน ขึ้นสวรรค์ลงพิภพ ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ นางถึงกับได้นั่งบนกล่อง
เหล็กแปลก ๆ แล้วในชั่วพริบตาก็พุ่งเข้าไปในทุ่งหญ้า เห็นพี่สาม
กำลังเลี้ยงแพะ
หือ? ทำไมพี่สามถึงมาเลี้ยงแพะเล่า
เขาไม่ได้กำลังออกรบอยู่หรอกหรือ?
……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
…………….