พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 320 แผนการลับของตระกูลเลี่ยว
คนที่เคยชินกับการกินคนเดียวก็เป็นเช่นนี้ ไม่อาจทนให้ผู้อื่น
แตะต้องผลประโยชน์ได้แม้แต่น้อย
“แล้วพวกเขาจะทำอะไร?” เจียงเซิงรู้สึกกังวลเล็กน้อย “หรือว่าจะ
ลงมือกับพวกเรา?”
เมืองหลวงรักษาความปลอดภัยสงบเรียบร้อย ท่านเจ้าเมืองแห่ง
ศาลาว่าการเมืองหลวงก็เป็นผู้อาวุโสที่ยุติธรรมเที่ยงตรง ในวังหลวงก็
ยังมีเหล่าราชวงศ์ประทับอยู่ ตระกูลเลี่ยวเป็นเพียงตระกูลชนชั้นสอง
ความสามารถของพวกเขาไม่ได้มีมากมายนัก
หากต้องขึ้นศาลจริง ๆ พวกเขาก็ไม่มีความสามารถเทียบเท่า
ตระกูลฟาง
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ก็มีโอกาสที่จะลงมือทางการค้ามากกว่า
“ช่วงนี้ ข้าขอให้พวกท่านทุกคนตั้งใจรักษาชื่อเสียงของร้านจิ่ว
เจินเอาไว้ให้ดี” เจิ้งหรูเชียนสั่งการเสียงเย็นชา “หากพบสิ่งผิดปกติ
ใด ๆ ในสินค้าที่เข้ามา ก็ให้ทิ้งไปเสียดีกว่าขายให้กับชาวเมืองหลวง”
“อีกอย่างคือวัตถุดิบที่นำเข้ามา พวกท่านต้องจับตาดูให้ดี” เจียง
เซิงกล่าวเสริม “เพื่อป้องกันไม่ให้ตระกูลเลี่ยวติดสินบนคนและทำ
เรื่องไม่ดี”
สิ่งของที่เข้าปาก หากต้องการทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงก็ง่ายดาย
นัก
ทว่าพวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ป้องกันตัวเองเท่านั้น
เจียงเซิงถอนหายใจ แล้วช่วยเจิ้งหรูเชียนขยับโต๊ะเก้าอี้เพื่อ
ขยายพื้นที่ร้าน
“นางไม่มีความสุขแล้ว”
เจียงเฉิงเยวี่ยนพูดอย่างมั่นใจ “ต้องเป็นเพราะตระกูลเลี่ยวแน่ ๆ”
“ถูกคนตามติดทุกวัน ใครบ้างจะมีความสุข” เจียงเฉิงเฟิงพึมพำ
ซ ้ายังไม่ใช่แค่คนกลุ่มเดียวด้วย
เจียงเฉิงอวี๋พิงกำแพงไม่พูดอะไร แม้ว่าจะมีนั่งรถม้าวิ่งไปมา แต่
การหลบ ๆ ซ่อน ๆ ก็ทำให้คนเหนื่อยล้า ตอนนี้นางไม่มีแรงจะเถียง
อะไรแล้ว เพียงแค่อยากหาที่นอนให้หลับสบาย
ทว่าการอบรมสั่งสอนของสตรีตระกูลใหญ่ไม่อนุญาตให้นางนั่ง
กับพื้น หรือแม้แต่จะนั่งยอง ๆ
นางจึงเบื่อหน่าย ได้แต่จ้องมองไปข้างหน้าอย่างไร้จิตวิญญาณ
พวกชายฉกรรจ์ตระกูลเลี่ยวยังไม่มีความเคลื่อนไหว ราวกับเสือ
ดาวที่กำลังรอจังหวะลงมือ
กลับเป็นคนที่รีบร้อนวิ่งเข้าไปในสำนักแพทย์เวิน แล้วออกมา
พร้อมกับยาที่ดึงดูดความสนใจของเจียงเฉิงอวี๋ “นั่นไม่ใช่เสี่ยวเฉี่ยว
หรอกหรือ?”
สาวใช้คนสนิทของบุตรสาวบุญธรรมตระกูลเจียง เจียงเฉิงฮวน
ทำไมถึงมาปรากฏตัวอยู่ที่สำนักแพทย์ข้างนอก แถมยังมีท่าทางลับ ๆ
ล่อ ๆ อีก
เรื่องนี้ทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที
“แค่ก ๆ เรื่องเป็นอย่างนี้” เจียงเฉิงเฟิงกระแอมไอสองครั้ง “หมอ
ประจำจวนของเราลาหยุดสองวันนี้ นางโดนฝนใหญ่จนตัวเปียกมา
เมื่อคืนจึงมีไข้สูงมาก ท่านหมอน้อยที่สำนักแพทย์แห่งนี้เก่งเรื่อง
ตำรับยาแก้ไข้ คาดว่านางคงมาที่นี่เพราะเหตุนี้”
เจียงเฉิงเยวี่ยนเม้มปาก ใบหน้าหล่อเหลาไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ
ส่วนเจียงเฉิงอวี๋กลับกลอกตาแล้วพูดว่า “อีกแล้ว นางแกล้งป่วย
อีกแล้ว ตั้งแต่เดือนสี่จนถึงตอนนี้นางก็ป่วยมาตลอด นางเป็นคนขี้
โรคหรืออย่างไร หรือว่าใช้การป่วยเป็นข้ออ้างเพื่อไม่ยอมออกไปจาก
ตระกูลเจียง”
คำพูดนี้ค่อนข้างร้ายกาจ เจียงเฉิงเฟิงไออีกครั้ง พยายามห้าม
นาง
“ท่านเป็นอะไร ข้าพูดผิดตรงไหน? นางเป็นเพียงนกพิราบที่ยึด
รังนกสาลิกาไว้และไม่ยอมปล่อย แม้ไม่ใช่คนตระกูลเจียง แต่ทำไม
ต้องดื้อดึงไม่ยอมไปด้วย ข้าไม่เชื่อหรอกว่านางไม่ได้หวังความมั่งคั่ง
และเกียรติยศ” เจียงเฉิงอวี๋หัวเราะเยาะ “นางแย่งชีวิตของผู้อื่นมา และ
ยังเป็นการวางแผนอีก นางไม่ควรคืนมันกลับไปให้ผู้อื่นด้วยตัวเอง
หรอกหรือ?”
เจียงเฉิงเฟิงไอเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ พยายามส่งสายตาหลายครั้ง
“พอเถอะ ท่านอย่าไอจนลำคอหลุดออกมาเลย” เจียงเฉิงอวี๋ไม่
สนใจเขา “พี่ใหญ่บอกท่านหมดแล้ว แล้วท่านยังกลัวว่าจะบอกข้าอีก
หรือ? ข้าก็ไม่คิดว่าท่านป้าใหญ่จะทำเรื่องแบบนี้ได้ ยิ่งไม่คิดว่าพี่สาว
เจียงเซิงจะน่าสงสารขนาดนี้ ทุกอย่างถูกวางแผนเอาไว้หมดแล้ว นาง
ควรจะได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไปตลอดชีวิตแท้ ๆ”
เจียงเฉิงเฟิงปิดปากเงียบ
ไม่ว่าอย่างไร เจียงเฉิงฮวนก็แย่งชีวิตของเจียงเซิงไป นี่เป็นความ
จริง และแม้แต่พี่ชายที่เคยเอ็นดูนางก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา นี่ก็คือความ
จริงเช่นกัน
เจ้าอาจกล่าวว่านางน่าสงสาร หรืออาจกล่าวว่านางสมควรได้รับ
ผลกรรม มุมมองที่แตกต่างกันย่อมนำไปสู่คำตอบที่แตกต่างกัน
แต่มีสิ่งหนึ่งที่แน่นอน คือไม่มีใครเป็นนาง ไม่มีใครสามารถลิ้มรส
ความรู้สึกสับสนของนางได้
“แต่หลังจากเจียงเซิงกลับมา นางก็ไม่ได้ทำเรื่องเลวร้าย ทั้งยัง
ช่วยพี่ใหญ่เอาสัญญาซื้อขายที่ดินกับทองคำกลับคืนมาด้วย” เจียง
เฉิงเฟิงพยายามประนีประนอม
“ที่นางไม่ได้ทำเรื่องเลวร้ายก็เพราะนางจะได้อยู่ในตระกูลเจียง
ต่อไปได้ต่างหาก!?” เจียงเฉิงอวี๋ตะโกน “อีกอย่าง ที่นางเอาสัญญา
ซื้อขายที่ดินกับทองคำกลับคืนมา ก็เพราะต้องการเอาใจพี่ใหญ่
ไม่ใช่เพราะรู้สึกผิดต่อพี่สาวเจียงเซิง นางเป็นแค่หญิงเจ้าเล่ห์ ถ้าข้า
เป็นนาง ข้าคงออกจากตระกูลเจียงไปตั้งนานแล้ว แต่นี่ยังหน้าหนา
แกล้งทำเป็นป่วย ก่อนหน้านี้นางยังรังแกพี่สาวเจียงเซิงด้วย บางที
อาจเป็นนางที่ยุยงให้ท่านป้าใหญ่ทำเรื่องพวกนั้น นางเลวร้าย
เหลือเกิน เลวร้ายถึงกระดูก…”
เมื่อนางเริ่มพูดจาไม่ยั้งคิดมากขึ้น เจียงเฉิงเยวี่ยนก็ขมวดคิ้ว
เล็กน้อย
เจียงเฉิงเฟิงรีบขัดจังหวะน้องสาวที่แข็งแรงแต่สมองไม่ค่อยดีคน
นี้ “พอแล้ว ๆ เจ้าหุบปากเสียที”
“ข้าไม่หุบปาก! ข้าคิดว่านางควรจะถูกไล่ออกไปจากตระกูลเจียง
ด้วยซ ้า ออกไปอย่างอัปยศอดสู” เจียงเฉิงอวี๋พูดด้วยน ้าเสียงดุร้าย
เจียงเฉิงเฟิงปวดหัวจนต้องกดขมับ นึกถึงคำพูดของท่านย่าที่
เคยบอกอย่างจริงจังว่า ถ้าเสี่ยวอวี๋ไม่รู้จักยั้งปาก สักวันนางจะต้อง
เจอเรื่องใหญ่แน่
ในฐานะพี่ชายแท้ ๆ เขาจำเป็นต้องสั่งสอนเด็กแบบนี้สักหน่อย
ดวงตาของเขากลอกไปมาเล็กน้อย จู่ ๆ ก็ฉายแววเคร่งขรึมลง
“ที่จริงแล้วเจ้าก็ไม่ใช่ลูกแท้ ๆ”
เสียงของเจียงเฉิงอวี๋หยุดชะงัก แต่นางก็รีบตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว
“ท่านต่างหากที่ไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ! พี่รองท่านบ้าไปแล้วหรือ ถึงล้อเล่น
เรื่องแบบนี้ได้”
“ข้าไม่ได้ล้อเล่น” เจียงเฉิงเฟิงพูดด้วยน ้าเสียงหนักอึ้ง “เจ้าถูก
ท่านพ่อท่านแม่อุ้มมา ตอนนั้นข้าอายุห้าขวบแล้ว จำได้ดีว่าเจ้าตัว
ขาวอ้วนน่ารักมาก แต่โชคไม่ดีที่มีพ่อแม่ไม่น่าไว้ใจ…เรื่องนี้พี่ใหญ่ก็
รู้”
เจียงเฉิงอวี๋หันไปมองอย่างตกตะลึง
ส่วนเจียงเฉิงเยวี่ยนที่อยู่ข้าง ๆ รู้สึกสับสนวุ่นวายใจ ได้แต่ถอน
หายใจยาว ๆ
“เจ้ายังจำหยกที่ติดตัวเจ้าได้หรือไม่ นั่นคือสิ่งที่พ่อแม่ของเจ้าทิ้ง
ไว้ให้ เพื่อตามหาญาติได้สะดวกในภายหลัง” เจียงเฉิงเฟิงทำท่าทาง
ประกอบ “อีกทั้งเจ้ายังชอบกินอาหารรสหวาน ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะ
ของชาวเจียงหนาน”
เจียงเฉิงอวี๋เชื่อไปเจ็ดแปดส่วน นางเริ่มงุนงง “ท่านหมายความว่า
ข้าน่าจะเป็นคนเจียงหนานหรือ?”
“ใช่แล้ว” สีหน้าเจียงเฉิงเฟิงเต็มไปด้วยความสงสาร “ท่านพ่อ
ท่านแม่ตั้งใจจะบอกความจริงหลังจากเจ้าเข้าพิธีปักปิ่น ถึงตอนนั้น
หากเจ้าอยากตามหาญาติก็ทำได้ หรือไม่อยากอยู่กับตระกูลเจียงก็
ทำได้…”
เขายังพูดไม่ทันจบ ในอ้อมแขนก็มีเด็กสาวร่างกำยำพุ่งเข้ามา
กอด พลางร้องไห้โฮเสียงดัง
“ไม่ ไม่เอา ข้าไม่ต้องการ ข้าต้องการแค่ท่านแม่ ข้าต้องการแค่
ครอบครัวนี้ ข้าไม่ต้องการคนอื่น” น ้าตาของเจียงเฉิงอวี๋ไหลราวกับ
สร้อยไข่มุกที่สายขาด “สิ่งที่ท่านพูดมาทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ข้าไม่
เชื่อ ข้าไม่เชื่อ”
ความรักของครอบครัวที่ฝังลึกอยู่ในกระดูก ความไว้วางใจและ
ลึกซึ้งผูกพัน จู่ ๆ ก็ถูกพลิกคว ่า ช่างยากเหลือเกินที่จะยอมรับได้
“เจ้าไม่มีทางเลือกหรอกเสี่ยวอวี๋” เจียงเฉิงเฟิงพูดต่อ “หาก
น้องสาวแท้ ๆ ของข้ามาหา เจ้าต้องจำไว้ว่าต้องคือตำแหน่งให้นาง
จำไว้ว่าต้องคืนเงินทองและอัญมณีที่สะสมมาหลายปีให้นาง ต่อไป
คุณหนูสี่แห่งตระกูลเจียงก็คือนาง…”
เจียงเฉิงอวี๋ร้องไห้ด้วยความเสียใจมากขึ้น หัวใจปวดร้าว สมอง
หมุนติ้ว อยากให้ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความฝัน พอตื่นขึ้นมาทุกอย่างก็
กลับเป็นปกติ
นางจะให้คืนอะไรให้น้องสาวคนไหนทั้งนั้น ไม่มีวันยอมยกท่าน
พ่อท่านแม่ให้ใครด้วย แต่พี่ชายคนนี้นางยกให้ได้
เอ๊ะ แต่เดี๋ยวก่อน ถ้านางเป็นบุตรบุญธรรม ไม่ได้ถูกสลับตัว แล้ว
จะมีคุณหนูสี่แห่งตระกูลเจียงคนอื่นได้อย่างไร
เจียงเฉิงอวี๋หยุดร้องไห้ทันที พอพิจารณาอย่างถี่ถ้วน จึงพบว่า
ตนเองถูกพี่ชายหลอก “ท่านหลอกข้า! ท่านใช้เรื่องแบบนี้มาหลอก
ข้า? พี่ชาย ท่านยังเป็นคนอยู่หรือไม่?”
เจียงเฉิงเฟิงเก็บรอยยิ้ม “เจ้าแค่ถูกหลอกนิดหน่อยก็เสียใจถึง
เพียงนี้ ไม่ยอมปล่อยวางจากท่านพ่อท่านแม่ แล้วเจ้าคิดว่าคนอื่นจะ
ยอมปล่อยวาง จะยอมจากไปอย่างหมดอาลัยตายอยากเช่นนั้นได้
หรือ?”
บิดามารดาผู้เป็นที่รักยิ่ง อยู่ ๆ ก็ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ หาก
เกิดขึ้นกับตัวเอง ยังมีกี่คนที่จะยอมรับได้ง่าย ๆ แล้วจากไปอย่างไม่
ไยดี
เจียงเฉิงฮวนทำไม่ได้ เจียงเฉิงอวี๋ก็ทำไม่ได้เช่นกัน
“แต่ข้าไม่ได้เลวร้ายพอที่จะทำเรื่องไม่ดีกับคนอื่นถึงเพียงนั้น
แล้วยังแสร้งทำเป็นอ่อนแอ มีเมตตา” เจียงเฉิงอวี๋เน้นย ้า “และข้า
ไม่ได้เห็นแก่ตัวที่พอตัวจริงกลับมาแล้วยังจะยึดครองทุกสิ่งไว้โดยไม่
ยอมปล่อยมือ”
“ใช่ ๆ ๆ เจ้าเป็นคนดีและถูกต้องกว่านางมาก ถ้าเจ้าสามารถปิด
ปากได้บ้างก็จะดียิ่งกว่านี้” เจียงเฉิงเฟิงพูดจาอย่างขอไปที
ทว่าไม่รอให้เจียงเฉิงอวี๋ได้โต้เถียง สองพี่น้องก็กลับมาจริงจังอีก
ครั้ง
เพราะว่าชายฉกรรจ์เหล่านั้นเคลื่อนไหวแล้ว