พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 328 การแต่งงานของบุตรีผู้สูงศักดิ์
ไม่ว่าจะเป็นราชวงศ์ต้าอวี๋ หรือแม้แต่ราชวงศ์ก่อนหน้านี้หลาย
ราชวงศ์ สตรีล้วนยึดถือแนวคิด อยู่เรือนเชื่อฟังบิดา แต่งงานเชื่อฟัง
สามี สิ้นสามีเชื่อฟังบุตรชาย
หลายครอบครัวยังเชื่อว่าบุตรสาวที่แต่งงานแล้วเปรียบเสมือนน ้า
ที่สาดออกไป ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของครอบครัวของตัวเอง แต่งให้ผู้ใดก็
เป็นคนของตระกูลนั้น
ทว่าแนวคิดนี้ใช้ไม่ได้ในเมืองหลวงอันรุ่งเรือง โดยเฉพาะกับคน
ในตระกูลใหญ่
สตรีแม้จะไม่ได้มีค่าเท่าบุรุษ แต่สามารถนำพาเครือญาติมาได้
กลายเป็นสายสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูล มีสิทธิ์ที่จะได้รับการปกป้อง
และยิ่งเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้คนตระกูลเล็ก ๆ อยู่รอดในเมืองหลวง
พวกเขามักสั่งสอนบุตรสาวว่าไม่ว่าจะแต่งงานไปที่ใด ก็อย่าได้
ลืมบ้านเดิมของตนเอง บ้านเดิมคือท่าเรือที่อบอุ่นที่สุด บ้านเดิมคือ
กำลังสนับสนุนที่แข็งแกร่งที่สุด เมื่อบ้านเดิมได้ดี เจ้าจึงจะได้ดี
เมื่อการที่ตระกูลเล็กได้แต่งสะใภ้จากตระกูลใหญ่ และคนตระกูล
ใหญ่ได้แต่งกับบุตรสาวจากตระกูลเล็กกลายเป็นเรื่องปกติ ตระกูล
เล็ก ๆ ก็ค้นพบทางลัดสู่ความก้าวหน้า
“แต่เมืองหลวงไม่ใช่สถานที่ที่ให้ความสำคัญกับการแต่งงานที่
เหมาะสมกับฐานะของทั้งสองฝ่ายที่สุดหรือเจ้าคะ” เจียงเซิงเท้าคาง
เอ่ยถามด้วยความสงสัย
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงหัวเราะเบา ๆ “เช่นนั้นข้าขอถามเจ้า องค์ชาย
กับองค์หญิงจะแต่งงานกันด้วยความเหมาะสมและฐานะได้อย่างไร”
เชื้อพระวงศ์เป็นชนชั้นที่สูงส่งที่สุดในราชวงศ์ต้าอวี๋แล้ว
นอกจากการแต่งงานกับต่างแคว้น ไม่มีใครที่สามารถจับคู่ที่
เหมาะสมกับฐานะได้อย่างแท้จริง
แม้แต่คนตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงที่เหมือนจะแต่งงานกันอย่าง
เหมาะสมกับฐานะ ก็เป็นเพียงการผูกมิตรและแลกเปลี่ยน
ผลประโยชน์กันเท่านั้น
อย่างเช่น ตระกูลจูกับตระกูลเถา หรือตระกูลเหยากับตระกูลเจียง
“บนโลกนี้ไม่มีสิ่งใดแน่นอน สตรีที่ออกเรือนไปมักจะต้องดูแลทั้ง
ครอบครัวสามีและครอบครัวเดิม บางครั้งหากจะลำเอียงเข้าข้างบ้าน
เดิมบ้าง ก็เป็นเรื่องปกติ” ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงกล่าวอย่างเฉยเมย “บ้าน
เดิมที่ล่มสลาย และพาลให้บุตรสาวที่ออกเรือนไปเดือดร้อนด้วย
เกิดขึ้นบ่อยครั้ง”
กล่าวได้ว่า บุตรสาวที่ออกเรือนไป ไม่ได้ตัดขาดจากบ้านเดิม
เพราะการแต่งงาน กลับกัน ความสัมพันธ์จะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น จน
กลายเป็นกลุ่มก้อนที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
“ถ้าพูดถึงความรู้สึก พ่อแม่ที่เลี้ยงดูมาสิบกว่าปี แค่เพราะแต่ง
ออกไปแล้วกลับกลายเป็นคนแปลกหน้า จะดูอกตัญญูและใจร้ายสัก
แค่ไหน” ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงถอนหายใจ
“สุดท้าย เมื่อตัดขาดกับครอบครัวเดิม และยังไม่สามารถเข้ากับ
ครอบครัวของสามีได้ นั่นต่างหากคือเรื่องน่าเศร้าที่สุด”
เช่นเดียวกับจางเซียงเหลียนที่พอออกเรือนไปแล้ว ก็เหมือนไม่มี
บ้านอีกต่อไป
เจียงเซิงรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย เอื้อมมือไปตบไหล่ฮูหยินผู้เฒ่า
เจียงอย่างงุ่มง่าม “ท่านย่าอย่าเสียใจไปเลย ข้ายังอยู่กับท่าน”
เด็กคนนี้คงจะเข้าใจผิดไปเสียแล้ว
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงกลั้นยิ้ม “เด็กดี ย่าไม่เป็นไรหรอก ตระกูลเจียง
กับตระกูลเหยาสนิทสนมกันมาก ทำอะไรร่วมหัวจมท้าย แม้ว่าตระกูล
เหยาจะด้อยกว่าตระกูลเจียงไปบ้าง แต่ตราบใดที่ย่ายังอยู่ ตระกูล
เหยาก็มั่นคงดุจภูผา”
แม้ว่านางกับตระกูลเลี่ยวจะได้ชื่อว่าเป็นสะใภ้ตระกูลเจียงเช่นกัน
แต่ตระกูลเจียงกับตระกูลเหยาได้ร่วมเป็นร่วมตายในสนามรบ เคียง
บ่าเคียงไหล่กับอดีตแม่ทัพ จัดการงานศพของพ่อแม่สามี แล้วยังเป็น
คนส่งอดีตท่านแม่ทัพเป็นครั้งสุดท้าย
ตราบใดที่นางไม่ทำเรื่องร้ายแรงถึงขั้นโค่นล้มราชวงศ์ ตระกูล
เจียงก็มีแต่จะนับถือนาง
นางนึกถึงเจียงเลี่ยวซื่อ การที่อีกฝ่ายได้แต่งเข้าตระกูลที่สูงกว่า
ไม่ใช่เรื่องที่ผิด การมอบเงินทองเพื่อช่วยเหลือตระกูลเลี่ยวก็ยังเป็น
เรื่องพอจะรับได้ ตระกูลเจียงถึงขั้นยินดีช่วยดูแลเรื่องลิ้นจี่ แสดงให้
เห็นว่าพวกเขาเตรียมพร้อมที่จะช่วยเหลือในการเกี่ยวดองร่วมกัน
ครั้งนี้
สิ่งที่เธอไม่ควรทำอย่างเด็ดขาด คือการสับเปลี่ยนสายเลือด
ตระกูลเจียง ไม่ควรสลับตัวเด็ก ไม่ควรเย็นชาต่อเจียงเซิง โดยไม่
สำนึกผิดหรือกลับใจ
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงไม่ได้มอบหนังสือหย่าให้ทันที เหตุผลแรกคือ
ยังไม่มีหลักฐานมัดตัว สองคือยังเห็นแก่เจียงเฉิงเยวี่ยน สามคือนาง
จะรอให้แม่ทัพเจียงกลับมาจัดการด้วยตนเอง
แต่สำหรับตระกูลเลี่ยว ตระกูลเจียงจะไม่ช่วยเหลืออีกต่อไป
“ฮูหยินผู้เฒ่า มีเรื่องหนึ่งที่ข้าสงสัยมานานแล้ว…” ถานเยี่ยอด
ถามไม่ได้ “ทำไมตอนนั้นตระกูลเจียงถึงยอมเกี่ยวดองกับตระกูล
เลี่ยวหรือเจ้าคะ”
การแต่งงานของคนรุ่นก่อน ตระกูลเจียงเลือกเกี่ยวดองกับ
ตระกูลเหยา ซึ่งเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียง แล้วเหตุใดเมื่อถึงคราวของ
ท่านแม่ทัพเจียงถึงแต่งกับคนจากตระกูลเลี่ยวได้
กระทั่งฮูหยินรองเจียงแห่งเรือนตะวันตกก็ไม่ได้มีชาติกำเนิด
สูงส่ง เป็นเพียงบุตรสาวพ่อค้าธรรมดา
หากเพราะนายท่านรองเจียงที่เป็นบุตรอนุ นางก็ยังพอเข้าใจได้
แต่ท่านแม่ทัพเจียงเป็นถึงเป็นทายาทโดยชอบธรรมของตระกูลเจียง
และตระกูลเหยา หากจะกล่าวว่าแม้แต่องค์หญิงก็ยังแต่งเข้าตระกูล
เจียงก็ยังได้ เหตุใดจึงยอมลดตัวแต่งงานกับสตรีตระกูลเลี่ยว
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ “เป็นเพราะสถานะของ
ตระกูลเจียงไม่อาจยิ่งใหญ่ไปกว่านี้อีกแล้ว”
อำนาจทางทหารเป็นที่หมายปองของผู้คน
ทั่วทั้งเมืองหลวงไม่มีแม่ทัพนายกองคนไหนที่เมื่อมีอำนาจ
มากมายในมือแล้ว จะกล้าแต่งงานโดยไม่เกรงกลัว เพื่อขยาย
ขอบเขตอิทธิพลของตัวเอง ปล่อยให้ความทะเยอทะยานและความ
โลภเติบโตเช่นนี้
แม่ทัพฟางแห่งตระกูลฟางก็เพียงแต่งงานกับบุตรสาวจากตระกูล
เล็ก ๆ ในเขตอันสุ่ย
แล้วฮูหยินผู้เฒ่าเจียงจะกล้าให้ท่านแม่ทัพเจียงแต่งงานกับ
บุตรสาวตระกูลใหญ่โต เพื่อหาพ่อตาที่มีอำนาจอิทธิพลได้อย่างไร
ตระกูลเลี่ยวเป็นเพียงตระกูลเล็ก ๆ ทำกิจการค้าขายทั่วไป ไม่มี
เส้นสายหรืออำนาจใด ๆ ในราชสำนัก ตอนนั้นเลี่ยวซื่อเพียงรูปโฉม
งดงาม วางตัวเหมาะสม เป็นที่ต้องตาต้องใจของแม่ทัพเจียงและการ
แต่งงานนี้ก็เกิดขึ้น
น่าเสียดายที่สิบแปดปีผ่านไป เลี่ยวซื่อได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าวัน
นั้นแม่ทัพเจียงเลือกภรรยาผิด
“หากท่านแม่ทัพรู้เรื่องพวกนี้เข้า คงจะเสียใจแน่เจ้าค่ะ” ถานเยี่ย
เอ่ยด้วยน ้าเสียงเห็นใจ
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงเหลือบมองนาง “เขารู้แล้ว”
ในเดือนห้า จดหมายของตระกูลเจียงถูกส่งไปถึงชายแดน แม้จะ
ไม่ได้รับจดหมายตอบกลับ แต่จากคำรายงานของสายลับในวัง แม่
ทัพเจียงกำลังเตรียมการยื่นเรื่องขอคำสั่งให้กลับมาเมืองหลวง
ใช่แล้ว นี่เป็นเรื่องน่าเศร้าของการเป็นแม่ทัพ
เพราะมีอำนาจในการบัญชาการกองทัพ เพราะประจำการอยู่ที่
ชายแดน การกลับบ้านสักครั้งในรอบสามถึงห้าปี ไม่เพียงต้อง
เตรียมการป้องกันล่วงหน้า แต่ยังต้องยื่นเรื่องขอคำสั่งอีกด้วย หาก
ไม่ได้รับอนุญาตก็ไม่อาจเดินทางกลับเมืองหลวงได้ตามอำเภอใจ
ตอนที่บิดามารดาของนายท่านผู้เฒ่าเสียชีวิต ทว่าเขายังติดพัน
ศึกสงครามอันดุเดือด จึงไม่อาจไปร่วมพิธีฝังศพได้ ต้องให้ฮูหยินผู้
เฒ่าเจียงเป็นคนจัดการแต่เพียงผู้เดียว
วันหน้าหากนางตาย บุตรชายของนางก็คงไม่อาจมาได้ มีเพียง
หลาน ๆ ของนางเท่านั้น ที่จะมาส่งนางไปอยู่ข้างกายนายท่านผู้เฒ่า
นี่คือตระกูลแม่ทัพ นี่คือการเสียสละ นี่คือเหตุผลแห่งเกียรติยศ
ของตระกูลเจียง!
ไม่มีตระกูลใหญ่ใดที่ได้รับอำนาจมาอย่างง่ายดาย แม้แต่
ครอบครัวขุนนางก็ต้องวางแผน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเหล่าทหารที่กำลัง
เดิมพันอนาคตของพวกเขาด้วยเลือดเนื้อ
“น่าเสียดายที่ตระกูลเจียงไร้ผู้สืบทอดแล้ว” ฮูหยินผู้เฒ่าเจียง
ถอนหายใจ
จากมุมมองของความรักของคนเป็นย่า นางควรจะดีใจที่
ลูกหลานรุ่นหลังไม่จำเป็นต้องต่อสู้อย่างสิ้นหวัง ไม่จำเป็นต้องกังวล
เรื่องชีวิตของพวกเขา
แต่เมื่อมองภาพรวม นางกลับรู้สึกโศกเศร้า ความภาคภูมิใจของ
ตระกูลเจียงที่สืบทอดกันมานับร้อยปี กำลังจะจบลงตรงนี้
ในอากาศอบอวลไปด้วยความโศกเศร้า เจียงเซิงถูไถหัวของนาง
ไปมา หวังจะผ่อนคลายบรรยากาศลง
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงลูบหัวนาง แต่รอยยิ้มกลับส่งไปไม่ถึงดวงตา
คำพูดของเลี่ยวซื่อเหมือนกำลังโกรธแค้น แต่กลับไม่มีตรรกะ
อะไร ตระกูลเจียงกับตระกูลเลี่ยวมีความสัมพันธ์กันอย่างไร เหตุใดจึง
ต้องเกี่ยวพันไปถึงตระกูลเหยาด้วย หรือว่ายังมีเรื่องอะไรที่นางยังไม่รู้
อีก
“ท่านย่า ท่านอย่าคิดมากเลย” เจียงเซิงออดอ้อน “ท่านย่ามอง
ข้า มองข้าสิ”
เด็กหญิงหน้ากลมจงใจดันจมูก ทำให้รูจมูกกลม ๆ คล้ายจมูก
หมู ยิ่งตอนขยับไปมายิ่งเหมือนเข้าไปใหญ่
ถานเยี่ยหลุดหัวเราะ
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงได้แต่ส่ายหน้า ทั้งขบขันทั้งระอา
บรรยากาศหดหู่ถูกขับไล่ไปจนหมดสิ้น ห้องโถงด้านในเต็มไป
ด้วยความเบิกบาน
ทุกอย่างเรียบร้อยดี ยกเว้นเจิ้นหรูเชียนที่ยืนรออยู่นอกตระกูล
เจียงนานไปหน่อย นานจนขาของเขาเริ่มสั่น เด็กหนุ่มบ่นออกมา
อย่างหงุดหงิดว่า “น้องสาวข้าเล่า? น้องสาวข้าหายไปไหน? ทำไมยัง
ไม่ออกมาอีก?”
ถ้านางยังไม่ออกมา น ้าแข็งจะละลายหมดแล้วนะ!!!
……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
…………….