พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 330 สงครามการค้าเริ่มต้นขึ้น
ผู้ใดจะคิดว่าพ่อครัวใหญ่ที่ภายนอกดูองอาจ แม้แต่เถ้าแก่ใหญ่ก็
ไม่อาจต้านทาน จะมีวันที่เสียงสั่นเครือด้วยเสียงสะอื้น
จางเซียงเหลียนตกใจเล็กน้อย รู้สึกผิดขึ้นมาว่าตนเองทำเกินไป
หรือไม่
ทว่านางไม่อาจตอบรับเขาได้จริง ๆ
ภาพอดีตที่ถูกทุบตี ถูกใช้งานเยี่ยงทาส ถูกเหยียดหยามกดขี่
ล้วนฝังลึกเกินกว่าจะลืมเลือนได้
นางอุตส่าห์ปีนขึ้นมาจากบ่อความทุกข์ได้แล้ว ยังจะต้องก้าวเข้า
ไปในบ่อทุกข์ใหม่อีกหรือ?
ไม่
สุนัขอาจจะเปลี่ยนนิสัยชอบกินของเสียไม่ได้ แต่มนุษย์เปลี่ยนได้
“พ่อครัวใหญ่ ข้าไม่คู่ควร ข้าเป็นหญิงมีมลทิน ทั้งยังให้กำเนิด
บุตรไม่ได้ ชั่วชีวิตนี้แค่อยากอยู่กับพวกเด็ก ๆ ไปจนสิ้นลม” จางเซียง
เหลียนรู้สึกเขินอายอยู่บ้าง “ข้าไม่ได้ดีอย่างที่ท่านคิด ข้าเพียง
ปรารถนาชีวิตที่สงบสุข”
หากความสุขทั้งหมดล้วนต้องแลกมาด้วยคราบน ้าตาและความ
ทุกข์ยาก
นางก็ยอมไม่มีความสุขดีกว่าต้องเสียน ้าตาหรือเสียใจ
ความสงบเป็นความปรารถนาเพียงอย่างเดียวที่นางแสวงหา
หลังจากถูกทำร้าย
“ไม่ เจ้าดี เจ้าดีมาก” พ่อครัวใหญ่พูดติดอ่าง “เซียงเหลียน เจ้า
ไม่ใช่ดอกไม้ที่โรยรา เจ้าดีมาก ดีกว่าคนที่ข้าเคยพบเจอมาทั้งหมด
ข้าอยากดูแลเจ้า ดูแลเจ้าไปตลอดชีวิต”
“แต่ข้าไม่อยากดูแลท่าน” จางเซียงเหลียนถอยหลังไปสองก้าว
“ข้าแค่อยากแก่เฒ่าอย่างสงบ อยากเฝ้ามองพวกเด็ก ๆ เติบโต เท่านี้
ก็ดีที่สุดแล้ว”
ใบหน้าของนางดูสงบนิ่ง เสียงของนางฟังดูจริงใจ เห็นได้ชัดว่า
มันคือความรู้สึกที่แท้จริง
พ่อครัวใหญ่ราวกับตกลงไปในหุบเหวน ้าแข็ง แม้กระทั่งท้องกลม
ๆ ของเขาก็ยังสั่นระริก ความสิ้นหวังแผ่ซ่านไปทั่วร่าง เขาพบว่าไม่ว่า
จะทำอย่างไรก็ไม่อาจมอบความอบอุ่นให้กับหญิงผู้นี้ได้ ไม่อาจก้าว
เข้าไปอยู่ในใจนางได้
เพราะรู้ว่านางกลัวการถูกบุรุษแตะต้อง พ่อครัวใหญ่จึงเว้น
ระยะห่างกับนาง ไม่ใกล้ไป ไม่ไกลไป
เพราะรู้ว่านางไม่สันทัดการเจรจา พ่อครัวใหญ่จึงเป็นตัวแทน
ของนาง เจรจาเรื่องความร่วมมือกับเรือนโยวหรานเพื่อผลประโยชน์
ของร้านจิ่วเจิน
แต่สุดท้ายก็ยังไร้ประโยชน์
เขาไม่อาจกล่าวได้ว่าผิดหวังหรือเสียใจ พ่อครัวใหญ่เพียงหัน
หลังอย่างสิ้นหวัง เดินโซเซจากไป
มีคนร้องเพลงมาแต่ไกลว่า ผ้ารัดเอวหลุดหลวมไปก็ไม่เสียใจ
ร่างกายซูบผอมไปเพราะรักเจ้าก็ไม่เสียดาย แต่เสียดายที่ไม่มีสิทธิ์
แม้กระทั่งจะซูบผอมเพราะนาง
พ่อครัวใหญ่ก้าวโซเซจากไป จางเซียงเหลียนมองดูอย่างสงบนิ่ง
มีแต่คนที่รู้จักนางดีเท่านั้นถึงจะเห็นว่า สองมือของนางกำลังสั่น
ไหว ดวงตาสะสมหยาดน ้าตาเอาไว้ ก่อนนางจะรีบเช็ดมันออกไป
อย่างรวดเร็ว
นางหันไปเคาะประตูเรือนเล็ก ร่างระหงเลือนหายไป พร้อมกับพ่อ
ครัวใหญ่ที่หายไปจากสายตา
“เฮ้อ…”
“หากถามว่าความเศร้านี้มีมากเพียงใด คงเหมือนธารน ้าที่ไหล
ไปทางทิศตะวันออก”
“เพานพบทะเลชางไห่ ทะเลอื่นก็ไม่อาจเปรียบปาน พาบพบเมฆ
งามบนเขาอูซาน เมฆเขาอื่นก็ไม่เรียกว่าเมฆแล้ว”
หวังเสี่ยวซงถอนหายใจยาว เจียงซานกับเจียงซื่อท่องบทกวีที่
พวกเขาขอให้สวี่โม่สอนโดยเฉพาะ เพื่อเอาใจหญิงสาว
“พวกเจ้าสามคนพอได้แล้ว” เจิ้งหรูเชียนเอ่ยด้วยสีหน้าบึ้งตึง
“รีบกลับบ้าน”
พ่อครัวใหญ่กับป้าจางครุ่นคิดถึงอดีตจนไม่ได้ยินเสียงของรถม้า
หากเป็นคนอื่นคงถูกสายตาดุ ๆ จ้องมองไปนานแล้ว
เจียงซานคลายมือจากบังเหียนอย่างเขินอาย ขับรถม้ามาถึงหน้า
เรือนเล็ก
ตอนลงจากรถ เจียงเซิงก็เอ่ยถามอย่างสงสัย “พี่รอง เหตุใดท่าน
ป้าถึงปฏิเสธพ่อครัวใหญ่ แต่ยังแอบเช็ดน ้าตาด้วยเล่า”
ในความคิดของนาง หากไม่ชอบก็ปฏิเสธนั้นถือเป็นเรื่องปกติ
แต่การแอบเช็ดน ้าตาหมายถึงความอาลัย
ทั้งอาลัย ทั้งปฏิเสธ โลกของผู้ใหญ่ช่างซับซ้อนยิ่งนัก
“มันเป็นเพราะ…ท่านป้าคงกลัวกระมัง” เจิ้งหรูเชียนถอนหายใจ
เบา ๆ
โจวจื้อเฉียงไม่ได้ชอบดื่มสุราและทำร้ายคนอื่นมาตั้งแต่แรก เขา
ต้องเคยปฏิบัติต่อจางเซียงเหลียนด้วยใจจริง เพียงแต่ต่อมาความรัก
ก็จืดจางลงและเวลาทำให้ความโหดร้ายเพิ่มขึ้น คนที่เคยอ่อนโยน
และเอาใจใส่ ค่อย ๆ เปลี่ยนไปจนจำไม่ได้
มีคำกล่าวว่าใจคนยากแท้หยั่งถึง จนกว่าจะถึงวาระสุดท้าย ใคร
เล่าจะสามารถตัดสินได้อย่างแท้จริง
“แต่ข้าแน่ใจว่าพวกพี่ชายจะดีกับข้าเสมอ” เจียงเซิงเงยหน้า
ดวงตาเป็นประกาย “พวกท่านจะไม่ทอดทิ้งข้า จะไม่ตีข้า และจะไม่ทำ
ให้ข้าต้องอับอายด้วย”
เพราะพวกเขาเป็นพี่น้องของนาง
ปลายจมูกของเจิ้งหรูเชียนแสบเปรี้ยวขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ เขา
ยื่นมือออกไปลูบหัวเด็กหญิงตัวน้อย พลางดุด้วยรอยยิ้มว่า “มีแต่เจ้า
ที่มั่นใจ”
แต่ความมั่นใจนี้เป็นสิ่งที่พวกเขามอบให้นาง
บางทีอาจเป็นเพราะความไม่เกรงกลัวและความกล้าหาญของ
เจียงเซิงด้วย ไม่ว่าจะเผชิญความยากลำบากมามากเพียงใด นางก็
ยังคงเชื่อมั่น เป็นเด็กหญิงที่สดใสราวกับดวงตะวัน
ช่างน่าเสียดายที่ในโลกนี้มีเจียงเซิงเพียงคนเดียว
ผู้คนส่วนใหญ่มักหวาดกลัวความเจ็บปวด เมื่อถูกงูกัด พวกเขา
ก็จะกลัวเชือกในบ่อน ้าไปอีกสิบปี
ผิวพรรณของพวกเขาเปลี่ยนจากอ่อนนุ่มเป็นแข็งกระด้าง
บาดแผลที่ได้รับกลับกลายเป็นเกราะหุ้มกาย ปกป้องพวกเขาจากคน
ชั่ว แต่ขณะเดียวกันก็ปิดกั้นคนดี ๆ ไม่ให้เข้ามา
พวกเขาไม่รู้ตัวเลยหรือ?
ไม่ใช่ พวกเขารู้ดี พวกเขารู้ซึ้งถึงก้นบึ้งของหัวใจ แต่ไม่อาจ
เอาชนะใจตัวเองได้
ในห้องครัว
จางเซียงเหลียนเพิ่งใส่ขาหมูลงไปในหม้อ เสียงบางอย่างก็ดังขึ้น
จากด้านหลัง
เด็กหญิงตัวกลมวิ่งกระโดดเข้ามาและซุกตัวเข้าไปในอ้อมแขน
ของนาง “ท่านป้า วันนี้ท่านทำขาหมูตุ๋นอีกแล้ว หอมจังเลย ฝีมือของ
ท่านป้าดีที่สุด”
เจิ้งหรูเชียนพูดตามมาด้วยน ้าเสียงรังเกียจ “เจ้าอ้วนขนาดนี้แล้ว
ยังจะกินขาหมูอีก”
“ฮึ่ม! ท่านไม่เห็นอ้วน ท่านผอม ผอมจนแทบจะเหมือนกับพี่สี่
แล้ว” เจียงเซิงเท้าเอวโต้ตอบ
ตอนแรกเจิ้งหรูเชียนยังไม่ยอม แต่พอหันไปเห็นเจ้าสี่ที่ผอมบาง
ก็ได้แต่เงียบ
เจียงเซิงหัวเราะเสียงดังอย่างชอบใจ เสียงใสดังกังวานไปทั่วบ้าน
ความผิดหวังเล็ก ๆ น้อย ๆ ในใจของจางเซียงเหลียนพลันมลาย
หายไป นางยิ้มแย้มมองพวกเด็ก ๆ สิ่งนี้ช่างดีกว่าสิ่งใด ชีวิตเช่นนี้
นับว่าเป็นสุข นางไม่ควรเรียกร้องสิ่งอื่นอีก
ไม่ควร…
เมื่อขาหมูตุ๋นวางลงบนโต๊ะ ช่วงทานอาหารค ่าก็ครึกครื้น เจียง
เซิงกับเจิ้งหรูเชียนต่างกล่าวหากันและกันว่าอ้วน แต่กลับคีบเนื้อชิ้น
โตให้อีกฝ่าย
บางครั้งก็มีเนื้อตกลงไปในชามของสวี่โม่ เด็กหนุ่มก็กินไปเงียบ
ๆ
“พี่ใหญ่ ที่กั๋วจื่อเจี้ยนมีเรื่องอะไรบ้าง” จ่างเยี่ยนเอ่ยถาม
ตามปกติ
มือที่กำลังคีมอาหารชะงัก สวี่โม่บอก “ไม่ได้มีเรื่องร้ายอะไร”
ทุกคนโล่งใจ และหลังทานอาหารเย็นเสร็จก็พากันพักผ่อน
จางเซียงเหลียนสงบใจได้ กอดเจียงเซิงพลางปรึกษา “สัดส่วน
สำหรับขนมลิ้นจี่จำเป็นต้องเปลี่ยน รสชาติมันหวานไปหน่อย พรุ่งนี้
เจ้าไปช่วยที่โรงผลิตด้วยนะ”
เด็กน้อยรับปากอย่างว่าง่าย
วันรุ่งขึ้น พวกนางนั่งรถม้าไปยังโรงผลิตที่อยู่ริมฝั่งแม่น ้า ทดลอง
ทำอยู่ครึ่งค่อนวันถึงได้ขนมลิ้นจี่มาสองชิ้น นางจึงนำไปให้ทุกคนใน
ร้านจิ่วเจินชิม
เจิ้งหรูเชียนเพิ่งส่งคนไปแคว้นสู่เพื่อขนบางอย่าง ดังนั้นเขาจึง
มาร่วมวงด้วย
“คุณหนู เก็บไว้ให้พวกข้าบ้างนะ” เหมียวเจาอิงดึงต้ายาเข้ามา
ร้านจิ่วเจินคึกคักมากจนไม่มีใครสังเกตว่าข้างนอกพ่อครัวใหญ่
กำลังยืนอยู่เงียบ ๆ
หลังจากนอนไม่หลับทั้งคืน เขาไม่เพียงมีรอยคล ้าใต้ตาสองข้าง
แม้แต่ท้องก็เหมือนจะยุบลงไปไม่น้อยด้วย ตอนนี้เขาซ่อนตัวอยู่หัว
มุม มองจางเซียงเหลียนด้วยแววตาเจ็บปวด
“พ่อครัวคง ท่านเข้าไปเถอะ มีเรื่องอะไรก็เข้าไปคุยข้างในสิ
ขอรับ” เจียงซานที่กำลังคาบฟางอยู่ในปากพูดเกลี้ยกล่อม
พ่อครัวใหญ่ส่ายศีรษะอย่างเศร้าสร้อย
“บุรุษต้องพูดตรงไปตรงมา ท่านปิดบังอำพรางเช่นนี้จะมี
ประโยชน์อะไรกัน” เจียงซื่อเติมเชื้อไฟ “ท่านต้องไปให้ป้าจางได้เห็น
นางถึงจะสงสารท่าน”
นาง…นางจะสงสารเขาหรือ
พ่อครัวใหญ่เหมือนจะคล้อยตาม สูดหายใจเข้าลึก ๆ หลายครั้ง
ในที่สุดก็รวบรวมความกล้าได้
แต่กลับมีคนวิ่งเข้ามาในร้านจิ่วเจินตัดหน้าเขา พลางกัดฟันพูด
ว่า “คุณชาย คุณหนู เป็นอย่างที่ท่านคาดเอาไว้ ตระกูลเลี่ยวลงมือ
แล้ว พวกเขาลดราคาลิ้นจี่ลงครึ่งหนึ่ง!”