พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 334 พลังแห่งความรัก
เจียงเซิงรู้สึกโกรธมาก แต่นางก็กลืนคำพูดลงคอไป
นางเกือบจะพูดออกไปแล้ว ว่าไม่ว่าลิ้นจี่ของตระกูลเลี่ยวจะถูก
แค่ไหนก็ไม่มีใครควรซื้อ แต่พี่ห้ากลับเสนอให้พวกเขาไปซื้อลิ้นจี่
จากตระกูลเลี่ยวมา
เขาต้องเสียสติไปแล้วแน่ ๆ
“ข้าไม่ได้เสียสติ ตระกูลเลี่ยวยินดีกดราคา พวกเราก็รับซื้อมา
ตามราคานี้ อย่างไรราคาก็พอ ๆ กัน พวกเราสามารถรับซื้อลิ้นจี่
ทั้งหมดของตระกูลเลี่ยวมา แล้วขายต่อ…” ขณะที่จ่างเยี่ยนพูด
ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายมากขึ้น
ตราบใดที่พวกเขาขายได้มากกว่าสิบตำลึง ก็จะได้กำไรอย่าง
มั่นคงโดยไม่ต้องออกแรงอะไรมากมาย สามารถหาเงินได้โดยไม่ต้อง
ขยับนิ้ว
มันเป็นความคิดที่ดี
“แต่มีจุดสำคัญอยู่ ลิ้นจี่เก็บไว้ข้ามคืนไม่ได้” เจิ้งหรูเชียนสาดน ้า
เย็นใส่ทันที “ถ้าลิ้นจี่เก็บได้นาน ก็คงไม่มีราคาแพงขนาดนี้”
เสียงของจ่างเยี่ยนหยุดชะงัก
ไม่เคยคิดเลยว่า แม้แต่เจ้าห้าที่ไม่มีใครเอาชนะได้ก็มีบางครั้งที่
ผิดพลาดเหมือนกัน เขาดูผิดหวังและไม่เต็มใจ อ้าปากอยู่หลายครั้ง
ก่อนจะถอนหายใจ “ถ้าลิ้นจี่เก็บไว้ได้นานกว่านี้ก็คงจะดี”
ใช่แล้ว ถ้าลิ้นจี่เก็บไว้ได้นานกว่านี้ก็คงจะดี
ทุกคนต่างถอนหายใจอย่างท้อแท้ พวกเขาใช้ความคิดอย่าง
หนัก
จางเซียงเหลียนรู้สึกสงสารพวกเด็ก ๆ จึงนำชามาให้ พร้อมกับ
หยิบลิ้นจี่สองสามกำมือออกไปล้างให้สะอาด ก่อนจะเทน ้าสกปรก
ราดบนพื้นดิน
คนที่ซ่อนอยู่ตรงนั้นก็ตกใจ รีบลุกขึ้นยืนอย่างลนลาน เผยให้
เห็นใบหน้าที่ผอมแห้งและท้องที่ยุบลงเล็กน้อย
“พ่อครัวคง?” จางเซียงเหลียนเอ่ยเสียงเบา พร้อมกับท่าทีที่ดู
สับสนเล็กน้อย
แม้ว่าเดิมทีนางคิดว่าตัวเองตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ไม่ได้รู้สึกเสียใจ
หรือโหยหาอะไร แต่เมื่อได้พบกันกะทันหันแบบนี้ ความรู้สึกในใจก็
ยากจะควบคุม
โดยเฉพาะเมื่อเห็นสภาพของพ่อครัวใหญ่ที่ดูผอมโซและอิดโรย
ก็พาให้นางรู้สึกผิดและเศร้าสร้อย
“ท่าน…มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” จางเซียงเหลียนหยิบผ้าเช็ดหน้า
ออกมาเช็ดคราบสกปรกที่เปื้อนทั่วร่างเขา “ข้าขอโทษด้วย เมื่อครู่
ข้าไม่รู้ว่าท่านอยู่ตรงนั้น ท่านอยากเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในร้านจิ่ว
เจินหรือไม่”
“ไม่ต้องหรอก” พ่อครัวใหญ่ตอบด้วยเสียงแหบพร่า “ข้าคิดว่า
น้องสาวเซียงเหลียนคงไม่สนใจข้าอีกแล้ว”
จางเซียงเหลียนชะงักมือที่กำลังเช็ด แล้วเก็บผ้าเช็ดหน้าลงเงียบ
ๆ
พ่อครัวใหญ่รู้สึกอยากจะตบปากตัวเองนัก “ข้าไม่ได้หมายความ
เช่นนั้น น้องสาวเซียงเหลียน เจ้าทำต่อไปเถอะ…ไม่ ๆ เอาผ้าเช็ดหน้า
มาให้ข้าเถอะ ข้าเช็ดเองก็ได้”
“ผ้าเช็ดหน้าเช็ดไม่สะอาดหรอก” จางเซียงเหลียนฝืนยิ้ม “ข้าจะ
ไปเอาผ้าผืนใหม่มา พ่อครัวคงรออยู่ตรงนี้ก่อน”
นางกำลังจะหมุนตัวจากไป พ่อครัวใหญ่รีบรั้งนางไว้อย่างลน
ลาน “น้องสาวเซียงเหลียน ตอนนี้แม้แต่จะพูดคุยกับเจ้าข้าก็ทำไม่ได้
แล้วหรือ? ข้า…ข้าจะมาซื้อขนมก็ไม่ได้แล้วหรือ?”
“ได้แน่นอน” จางเซียงเหลียนถอยห่างจากเขา “ร้านจิ่วเจินยินดี
ต้อนรับลูกค้าเสมอ”
นางลุกขึ้น ถือลิ้นจี่เข้าไปข้างใน
พ่อครัวคงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้านก็ตามเข้าไป
พอดีกับตอนที่เจิ้งหรูเชียนกำลังทุบโต๊ะ “ต้องทำอย่างไรถึงจะเก็บ
รักษาลิ้นจี่ได้ ควรทำให้แห้งหรือไม่ แต่ลิ้นจี่แห้งกับลิ้นจี่สดราคา
ต่างกันลิบลับเชียวนะ”
ทางใต้มีลิ้นจี่แห้งนับไม่ถ้วน ไม่จำเป็นต้องใช้น ้าแข็ง ไม่กินพื้นที่
ไปกลับเที่ยวเดียวก็ขนมาได้หลายร้อยชั่ง
เวินจืออวิ่นยกมือขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “ข้ารู้ว่าลิ้นจี่แห้ง
สามารถใช้เป็นยาได้ ราคาชั่งละสองตำลึง”
เจิ้งหรูเชียนหันหน้าไปอย่างหดหู่ สายตาเหลือบเห็นพ่อครัวใหญ่
จึงทักทายอย่างไร้เรี่ยวแรง “พ่อครัวคง เชิญขอรับ”
“พวกเจ้ากำลังปรึกษาอะไรกัน ดูตื่นเต้นกันใหญ่” พ่อครัวใหญ่
ทักทายตามมารยาท แต่สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่จางเซียงเหลียน
ราวกับติดกาว
เจิ้งหรูเชียนไม่มีอารมณ์จะตอบ
เจียงเซิงเงยหน้าขึ้น “พวกเรากำลังคิดว่าจะเก็บรักษาลิ้นจี่
อย่างไรดี อยากให้เก็บให้ได้สักสองเดือน”
“เรื่องง่าย ๆ แค่นี้ เอาไปแช่น ้าแข็งก็พอแล้ว” พ่อครัวใหญ่พูด
อย่างไม่ใส่ใจ
พี่น้องทั้งห้าคนต่างยืดตัวขึ้น
การเก็บรักษาด้วยน ้าแข็งเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายตั้งแต่
ราชวงศ์ก่อน นมตุ๋นและขนมซูซานเป็นที่ชื่นชอบของคนตระกูลใหญ่
แม้แต่ชาวบ้านธรรมดาก็สามารถดื่มน ้าถั่วเขียวเย็น ๆ ได้
แต่น ้าแข็งแบบนั้นมักจะละลายทันทีเมื่อสัมผัสกับความร้อน
กลายเป็นน ้าที่เย็นเล็กน้อยเท่านั้น
“พ่อครัวใหญ่ การแช่น ้าแข็งไม่ได้ผลหรอกเจ้าค่ะ” เจียงเซิงเข้า
ไปใกล้ ๆ “ลิ้นจี่ที่ขนมาแช่น ้าแข็งมาสิบวันแล้ว ต่อให้แช่ต่อไปก็ต้อง
เน่าเสียอยู่ดี”
เจิ้งหรูเชียนพยักหน้าอยู่ข้าง ๆ
“การขนลิ้นจี่ใช้ลังไม้ มีช่องใส่น ้าแข็งอยู่ด้านใน ต่างจากการแช่
น ้าแข็งโดยตรง” พ่อครัวใหญ่กล่าวด้วยสีหน้าอิดโรย “พวกเจ้ารู้
หรือไม่ว่าสิ่งที่เก็บรักษาได้นานที่สุดในโลกนี้คืออะไร?”
ก็คือน ้าแข็งนั่นเอง
น ้าแข็งจากฤดูหนาวสามารถเก็บไว้ได้จนถึงฤดูร้อน แล้วเก็บไว้
ตั้งแต่ฤดูร้อนจนถึงฤดูหนาวถัดไป ตราบใดที่มันถูกเก็บในอุณหภูมิที่
เหมาะสม น ้าแข็งที่เก็บไว้หลายปีก็ยังหาได้
จ่างเยี่ยนจับประเด็นสำคัญได้ “พ่อครัวคงหมายความว่าพวกเรา
ควรจะเปลี่ยนลิ้นจี่ให้กลายเป็นน ้าแข็งด้วย เพื่อที่มันจะได้ถูกเก็บ
รักษาไว้เหมือนน ้าแข็งหรือ?”
คราวนี้พ่อครัวใหญ่ไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่จ้องมองเงาด้านหลัง
ของจางเซียงเหลียนอย่างเหม่อลอย พลางน ้าตาคลอเบ้า
จ่างเยี่ยนกับเจิ้งหรูเชียนสบตากัน แล้วลุกขึ้นอย่างว่องไว เชิญ
ให้ป้าจางนั่งลง
“เกิดอะไรขึ้นหรือ?” จางเซียงเหลียนถามอย่างงุนงง
จ่างเยี่ยนยิ้มตาหยี “ท่านป้า พวกข้าเหมือนจะพบวิธีเก็บรักษา
ลิ้นจี่แล้ว ต้องขอบคุณพ่อครัวใหญ่”
“จริงหรือ?” จางเซียงเหลียนทั้งตกใจทั้งดีใจ “พ่อครัวคง ท่านรู้
วิธีเก็บรักษาลิ้นจี่จริง ๆ หรือ?”
พ่อครัวใหญ่ยังไม่ทันอ้าปากพูด เจิ้งหรูเชียนกระแอมแล้วกล่าว
ว่า “ท่านป้ารู้จักกับพ่อครัวใหญ่มานาน หากจะเรียกเขาว่าพี่คงก็
สมควรแล้ว คอยเรียกเขาว่าพ่อครัวดูจะห่างเหินกันเกินไป”
“ถูกต้อง ๆ พวกข้าก็ควรเรียกเขาว่าท่านลุงคงด้วย” เจียงเซิง
พยักหน้าเห็นด้วย
เจ้าเด็กพวกนี้เจ้าเล่ห์จริง ๆ
จางเซียงเหลียนรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล แต่เพื่อเด็ก ๆ
นางจึงเรียกเสียงเบาว่า “พี่คง”
พ่อครัวใหญ่ราวกับฟื้นคืนชีพ “ข้าอยู่นี่ ๆ”
“การเก็บรักษาลิ้นจี่นั้นง่ายมาก แค่ใส่น ้าแข็งให้ทั่วถึงก็พอแล้ว”
เขาชี้แนะอย่างผู้รู้ “ถ้ามีปริมาณมากพอ ก็สามารถแช่แข็งเนื้อลิ้นจี่
ให้กลายเป็นก้อนน ้าแข็งได้เช่นกัน ตราบใดที่น ้าแข็งยังไม่ละลาย เจ้า
ก็สามารถเก็บมันไว้ได้นานเท่าที่ต้องการ นั่นเป็นวิธีที่ร้านเรือนโยว
หรานใช้ทำมีขนมซูซานรวมถึงผลไม้แช่แข็งด้วย เป็นที่นิยมมาก
ทีเดียว”
กล่าวอีกนัยหนึ่ง พวกเขาต้องการน ้าแข็ง น ้าแข็งจำนวนมาก
เจิ้งหรูเชียนเริ่มคิดคำนวณ เขาต้องมั่นใจว่า เมื่อรวมต้นทุน
น ้าแข็งแล้ว ลิ้นจี่ยังคงทำกำไรได้
ไม่เช่นนั้น ความพยายามทั้งหมดของพวกเขาจะสูญเปล่า
“แต่น ้าแข็งแพงมาก” เจียงเซิงพึมพำ “การขนส่งลิ้นจี่ยี่สิบวัน
ต้องใช้น ้าแข็งถึงหนึ่งพันตำลึงเชียวนะเจ้าคะ”
พวกเด็ก ๆ ไม่มีใครพูดอะไร ต่างก้มหน้าก้มตาคำนวณอย่าง
หนัก
จางเซียงเหลียนรู้สึกสงสาร จึงมองไปทางพ่อครัวใหญ่ด้วยความ
คาดหวังอีกครั้ง
“เอาล่ะ ๆ พวกเจ้าคำนวณค่าน ้าแข็งแบบนี้ไม่ได้” พ่อครัวใหญ่
รีบออกมาพูด “น ้าแข็งหนึ่งก้อนจะละลายเร็วต่างกันมากระหว่างวาง
ในรถม้ากับห้องใต้ดิน”
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าปริมาณน ้าแข็งมีมาก แทบจะสังเกตการ
ละลายไม่ได้เลย
เจิ้งหรูเชียนรู้สึกเหมือนตัวเองตาสว่าง ใบหน้าของเขาเต็มไป
ด้วยความตื่นเต้น
หากน ้าแข็งปริมาณมากพอสามารถเก็บรักษาลิ้นจี่ได้ เช่นนั้น
หากเขาเก็บลิ้นจี่ทั้งหมดของตระกูลเลี่ยวในเดือนนี้ไว้ แล้วรอจนถึง
เดือนเก้าถึงจะขาย นั่นก็จะเป็นกำไรมหาศาล
ตอนนี้เหลือคำถามเดียว
ลิ้นจี่ที่แช่แข็งเป็นน ้าแข็ง เมื่อละลายแล้วจะยังอร่อยอยู่หรือไม่?
“เหตุใดต้องละลายด้วยเล่า?” พ่อครัวใหญ่รู้สึกแปลกใจ “ทำไม
ไม่กินลิ้นจี่แช่แข็งไปเลย? ทางที่ดีควรเอาเมล็ดออกก่อน แล้วโรยด้วย
น ้าผึ้งหอมหมื่นลี้เล็กน้อย หรือจะใส่อย่างอื่นก็ได้ ขอเพียงรสชาติดี ก็
ยังมีผู้คนมาลิ้มลองอยู่ดี”
สมกับเป็นพ่อครัวใหญ่ของร้านอาหารใหญ่จริง ๆ เพียงสอง
ประโยคก็สามารถแก้ปัญหาที่พวกเด็ก ๆ คิดจนปวดหัวได้แล้ว
เจิ้งหรูเชียนดวงตาเป็นประกาย รีบบอกให้วังเสี่ยวซงจัดการเรื่อง
น ้าแข็ง และซื้อน ้าผึ้งหอมหมื่นลี้พร้อมของอย่างอื่นมา
จางเซียงเหลียนรู้สึกซาบซึ้งใจ จึงกล่าวว่า “พี่คงมีความคิดที่ดี
จริง ๆ คิดวิธีแปลกใหม่เช่นนี้ได้”
“โธ่เอ๊ย ไม่หรอก” พ่อครัวใหญ่หน้าแดงอย่างเห็นได้ชัด “ข้าเคย
ทำงานเลี้ยงลิ้นจี่ที่เรือนโยวหราน ตอนนั้นมีของจานหนึ่งที่นำเนื้อ
ลิ้นจี่มาใส่น ้าผึ้งหอมหมื่นลี้เข้าไป จากนั้นก็เอาไปแช่แข็งแล้วกิน”
น่าเสียดายที่ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงที่เป็นคนจัดงานเลี้ยงฟันไม่ค่อยดี
ตอนนั้นพอลิ้นจี่แช่แข็งละลายจึงยกให้บ่าวรับใช้ไป
พ่อครัวใหญ่ยังคงเสียใจอยู่นาน ต่อมาเมื่อคิดว่าลิ้นจี่และน ้าแข็ง
ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนจะซื้อได้ เขาจึงลืมอาหารจานนี้ไปจากความคิด
“วันนี้ก็แค่บังเอิญนึกขึ้นมาได้” ทันใดนั้นเขาก็ทำสีหน้าจริงจัง
“น้องสาวเซียงเหลียน ข้าสามารถให้วิธีทำได้ แต่จะมีคนซื้อหรือไม่
จะขายได้หรือไม่ ข้าไม่อาจรับประกันกับพวกเจ้า”
ในช่วงเวลานี้ทำให้เห็นว่าใครเป็นคนจริงใจ
พ่อครัวใหญ่อาจจะไม่พูดประโยคนี้ก็ได้ และเพลิดเพลินกับ
ความรู้สึกที่จางเซียงเหลียนชื่นชมเขา
แต่เพื่อมโนธรรมและความซื่อตรงของตัวเอง เขาจึงตัดสินใจ
บอกความจริงอย่างตรงไปตรงมา แม้อาจจะหมายถึงการปิดโอกาสนี้
ก็ตาม
“ข้าเข้าใจแล้ว พี่คง” หัวใจของจางเซียงเหลียนสั่นไหวเล็กน้อย
“แต่ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็ต้องขอบคุณท่าน”
พ่อครัวใหญ่จึงรู้สึกผ่อนคลายลง
หลังจากนั้นไม่นาน เจิ้งหรูเชียนก็นำจานลิ้นจี่เย็น ๆ มาให้
เนื่องจากเวลามีจำกัด มันจึงยังแช่แข็งไม่ได้ แต่ก็ให้ความรู้สึก
เย็นฉ ่าลิ้น เมื่อกัดเข้าไปแล้วสดชื่นมาก เข้ากันได้ดีกับน ้าผึ้งหอม
หมื่นลี้ที่มีรสชาติอ่อน ๆ ไม่หวานจนเกินไป เป็นรสชาติที่แปลกใหม่
มาก
ส่วนที่เพิ่มของอย่างอื่นเข้าไปก็อร่อยเช่นกัน เป็นอีกรสสัมผัส
หนึ่งที่แตกต่าง
นอกจากนี้ยังมีแบบที่ใส่แอปเปิล ใส่ลูกแพร์ และแม้แต่ใส่เนื้อสัตว์
แต่เพราะสีของมันเข้มเกินไป มีเพียงเจียงเซิงเท่านั้นที่เต็มใจจะลอง
ชิม จากนั้นเธอก็คายมันออกมาพร้อมกับส่งเสียง “อุบ”
“ดูเหมือนว่าจะใส่เนื้อสัตว์ไม่ได้” สวี่โม่สรุป “แอปเปิลกับลูกแพร์
ก็พอใช้ได้ รสชาติแบบที่ใส่หรู่เล่าไคว่*[1]ดีที่สุด รองลงมาก็เป็น
น ้าผึ้งหอมหมื่นลี้”
ตอนนี้เหลือเพียงคำถามสุดท้าย
“จะมีคนซื้อลิ้นจี่แช่เย็นนี้หรือไม่?”
ทุกคนคิดว่าต้องใช้ความคิดอย่างหนักอีกครั้ง แต่เจิ้งหรูเชียนก
ลับตอบอย่างเด็ดขาดว่า “ต้องซื้อแน่นอน เชื่อข้าสิ”
ใต้โรงผลิตมีห้องใต้ดินอยู่ ในห้องใต้ดินนั้นเต็มไปด้วยน ้าแข็ง
เพียงพอจะเก็บรักษาลิ้นจี่ได้นับพันชั่ง
ตอนนี้ถึงคราวที่พวกเขาจะลงมือแล้ว
“ไปกันเถอะ ไปซื้อลิ้นจี่ของตระกูลเลี่ยวกัน!”
[1] หรู่เล่าไคว่ : ก้อนชีส