พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 338 เจียงเฉิงเยวี่ยนจากไป
“เจ้า…อกตัญญู…” นายท่านเลี่ยวพูดเสียงแผ่ว “ข้าคือลุงของเจ้า
ลุงแท้ ๆ ของเจ้า!”
สาวใช้ร้องไห้เสียงดัง
สีหน้าของเจียงเฉิงเยวี่ยนมืดลง “ท่านคือลุงของข้า แต่ไม่ใช่ลุง
ของเจียงเซิง อย่าพยายามทำให้เรื่องมันวุ่นวายขึ้นเลย”
“ตระกูลเจียงไม่เคยเลี้ยงดูนาง ท่านแม่ก็ไม่เคยให้นมนางสักหยด
นางไม่กินของตระกูลเจียง ไม่เคยดื่มของตระกูลเจียง นางไม่ได้เป็น
ของตระกูลเจียง” เด็กหนุ่มคำรามเสียงต ่า “ยิ่งไม่เกี่ยวข้องอะไรกับ
ตระกูลเลี่ยวของท่านเลย!”
สีหน้าของนายท่านเลี่ยวชะงักไป ราวกับนึกถึงเรื่องราวในอดีต
ได้ ในที่สุดก็ปิดปากลง
“แต่คุณชายเจียงก็สามารถทำร้ายลุงของตนเองได้หรือเจ้าคะ?
ท่านไม่ควรลงมือเช่นนั้น” สาวใช้สะอื้นขึ้นมาอย่างเหมาะเจาะ
เจียงเฉิงเยวี่ยนรีบพูดก่อนที่นายท่านเลี่ยวจะอ้าปาก “ถึงแม้นาง
จะไม่ได้เป็นคนของตระกูลเจียง แต่นางเป็นน้องสาวข้า ใครกล้าแตะ
ต้องนาง ข้าก็จะตีคนผู้นั้น!”
พูดไปพูดมา ก็คือเจียงเซิงไม่ต้องรับผิดชอบในฐานะบุตรสาว
ตระกูลเจียง แต่กลับได้รับการปกป้องเหมือนเป็นบุตรสาวแท้ ๆ ของ
ตระกูลเจียง
นี่มันไม่ใช่การรังแกคนอย่างชัดเจนหรอกหรือ
นายท่านเลี่ยวตาแดงก ่าด้วยความโมโห “ดี ดี! ข้ามีหลานชายที่
ดีจริง ๆ เจ้าถึงกับกล้าทำร้ายลุงตัวเอง พรุ่งนี้เจ้าก็คงจะฆ่าแม่ของ
ตัวเองได้แน่!”
เขาใส่ความอย่างร้ายแรงทันที
เจียงเฉิงเฟิงและเจียงเฉิงอวี๋รู้สึกเหมือนเป็นมดบนกระทะร้อน
อยากจะออกมาขอร้องอีกฝ่ายเหลือเกิน
สังหารมารดาตนเอง ข้อหาที่ร้ายแรงขนาดนี้ ใครบ้างจะรับไหว
เจียงเซิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็อดเอ่ยขึ้นมาไม่ได้ “ข้าสามารถเป็น
พยานได้ว่านายท่านเลี่ยวรังแกผู้อื่นก่อน ท่านพี่ของข้าเพียงปกป้อง
ข้าแล้วพลั้งมือ ทำให้นายท่านเลี่ยวบาดเจ็บโดยไม่ตั้งใจ”
ท่านพี่ นางเรียกเขาว่าท่านพี่
แต่ก่อนเมื่อได้ยินสองคำนี้ เขารู้สึกอิจฉาและเจ็บปวดที่ไม่ได้เป็น
หนึ่งในพี่ชายทั้งห้าของนาง
หลังผ่านการชะล้างและตกตะกอนแล้ว เจียงเฉิงเยวี่ยนถึงรู้สึกว่า
มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร
อย่างน้อย เขาก็ยังคงเป็นพี่
“นายท่านเลี่ยวต่างหากที่รังแกหญิงค้าขายโดยไร้เหตุผล หรือว่า
ท่านดูถูกพวกเราสามัญชนกันแน่” เจียงเซิงยังคงกล่าวอย่างเฉียบคม
“หรือว่า ตระกูลเลี่ยวยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ จึงจะเปลี่ยนจากการ
แข่งขันทางการค้ามาเป็นการกดขี่ข่มเหงคน”
นายท่านเลี่ยวเกือบจะล้มหงายหลัง
พี่น้องคู่นี้ คนหนึ่งก็ทำให้ผู้อื่นโมโหยิ่งกว่าอีกคน
“ก็แค่ชนะเรื่องผลกำไรเล็กน้อย จะนับว่าเป็นอะไรได้” นายท่าน
เลี่ยวสูดหายใจลึก ในที่สุดก็กลับมามีท่าทางของจิ้งจอกเฒ่าอย่างที่
ควรจะเป็น “มันก็แค่การค้าลิ้นจี่เพียงปีเดียว รอดูปีหน้าว่าใครคือ
เจ้าของกิจการลิ้นจี่ที่แท้จริง ยังไม่มีอะไรแน่นอนหรอก”
พูดจบ เขาก็จ้องมองเจียงเฉิงเยวี่ยนด้วยสายตาอำมหิตอีกครั้ง
พร้อมกับรอยยิ้มเลือดเย็น “หลานชาย เจ้าต้องได้รับบทเรียนแน่”
ก่อนที่พวกเด็ก ๆ เหล่านี้จะได้ตอบโต้ สาวใช้และบ่าวตระกูล
เลี่ยวก็ไล่พวกเขาออกจากประตู
บนถนนตะวันออก
เจียงเซิงกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ แม้ว่าตระกูลเลี่ยวจะไม่กล้า
ลงมือกับนาง แต่ก็หลีกเลี่ยงการกดขี่ด้วยวาจาไม่ได้
เจียงเฉิงเยวี่ยนสามารถปรากฏตัวได้ทันท่วงที ไม่ว่าจะด้วย
เหตุผลทางอารมณ์หรือเหตุผล นางก็ต้องแสดงความขอบคุณเขา
“มะ ไม่เป็นไร” คุณชายใหญ่ตระกูลเจียงโบกมือ พูดน้อยคำราว
กับทองคำจะออกมา
เห็นได้ชัดว่าพวกเขารีบร้อนมาทันทีที่ได้รับข้อความจากสายลับ
ไม่สนใจความสัมพันธ์ระหว่างลุงหลาน กระทั่งลืมความรักเบื้องหลัง
ระหว่างแม่ลูก
ในอนาคตคงหนีไม่พ้นการเผชิญหน้ากับคำกล่าวหา รวมถึงคำ
วิพากษ์วิจารณ์ของผู้คนในเมืองหลวง
แต่เมื่อถึงจุดวิกฤติจริง ๆ กลับเหลือเพียงคำว่า “ไม่เป็นไร”
เท่านั้น
แม้แต่เจียงเฉิงเฟิงยังทนดูต่อไม่ได้ คิดจะเข้ามาพูดสักสอง
ประโยค
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะอ้าปาก ก็ถูกเจียงเฉิงเยวี่ยนห้ามไว้ พร้อมกับ
ส่ายหน้าเบา ๆ
“พี่ใหญ่…” เจียงเฉิงเฟิงถอนหายใจ “ช่างเถอะ ท่านตัดสินใจเอง
แล้วกัน”
เจียงเฉิงเยวี่ยนยิ้มบาง
สมัยยังเป็นเด็ก เขาคิดเพียงว่าต้องระบายความรู้สึกที่อัดอั้นใน
อก ต้องการเพียงแค่พูดให้กระจ่าง และได้รับความเข้าใจจากอีกฝ่าย
แต่สิ่งเหล่านั้นมีประโยชน์จริงหรือ?
เมื่อเทียบกับการชดเชยให้อีกฝ่าย มันกลับเหมือนเป็นการหา
ข้ออ้างและเหตุผลให้กับการกระทำของตัวเองมากกว่า
จนวันที่เขาเติบโตและเป็นผู้ใหญ่อย่างแท้จริง เจียงเฉิงเยวี่ยนถึง
ได้เข้าใจว่าบางครั้งความรักก็อาจเป็นการมองดูอยู่ห่าง ๆ เป็นการ
แอบปกป้องอยู่เงียบ ๆ เป็นการที่หากนางมีความสุข เขาก็จะมี
ความสุข
“รีบกลับไปเถอะ ที่นี่ไม่ปลอดภัย” เด็กหนุ่มกล่าวพลางเอามือ
ไพล่หลัง มองร่างของน้องสาวที่กำลังหายไป
กระทั่งมองไม่เห็นแล้ว เขาจึงหันกลับมาพร้อมกับถอนหายใจ
ยาว
“พี่ใหญ่ ภัยพิบัติกำลังจะมาเยือนท่านแล้วนะ” เจียงเฉิงเฟิงกล่าว
เสียงแผ่ว “ท่านไม่ควรใจร้อนเช่นนั้น ทำไมถึงได้ลงมือ ถึงกับทำเขา
ฟันหักไปตั้งสองซี่”
ภัยพิบัตินี้ไม่เพียงแต่เป็นแรงกดดันจากความกตัญญู แต่ยัง
รวมถึงคำกล่าวหาจากเลี่ยวซื่อด้วย
เจียงเฉิงเยวี่ยนอาจหนีหน้าได้สองสามวัน หรือสองสามเดือน แต่
ไม่มีทางหนีไปได้ถึงสองสามปี
ไม่ช้าก็เร็วเขาต้องเผชิญหน้ากับมารดา เผชิญหน้ากับตระกูล
เลี่ยว รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกที่กำลังจะแตกสลาย
“แล้วพี่ใหญ่จะทำอย่างไรดี” เจียงเฉิงอวี๋ก็พลอยกังวลไปด้วย
สองพี่น้องส่ายหน้าพร้อมกัน แล้วก็ถอนหายใจพร้อมกัน
หลังจากผ่านไปสักพัก เจียงเฉิงเยวี่ยนจึงเอ่ยเบา ๆ ว่า “เรื่องลิ้นจี่
จบลงแล้ว ต่อไปคงไม่มีปัญหาใหญ่อะไรเกิดขึ้น ข้าอาจต้องรบกวน
พวกเจ้าช่วยดูแลเจียงเซิงสักหน่อย”
“จะให้พวกข้าดูแลน้องสาว แล้วท่านจะไปทำอะไร?” เจียงเฉิงเฟิง
พลันสังเกตเห็นความผิดปกติ “ท่านจะไปไหน?”
เจียงเฉิงเยวี่ยนมองไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ เอ่ยเพียงสองคำ
“ชายแดน”
ที่นั่นมีนักรบผู้กล้าหาญที่ต่อสู้อย่างดุเดือด มีชนเผ่าต๋าลู่ที่โลภ
มากไร้ขีดจำกัด และยังมีท่านพ่อของเขาที่ไม่ได้พบหน้ากันมานาน
เจียงเฉิงเฟิงรำพึงรำพัน “ครั้งสุดท้ายที่ท่านลุงใหญ่กลับมาก็คือ
ห้าปีก่อน เขาในความทรงจำของข้าเลือนรางไปหมดแล้ว ได้ยินว่า
ท่านลุงใหญ่จะกลับมาช่วงปีใหม่ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะแน่นอนหรือไม่”
เจียงเฉิงเยวี่ยนไม่ได้ตอบรับอะไร
สำหรับเจียงเฉิงเฟิง ภาพของท่านลุงใหญ่อาจจะเลือนราง
แต่สำหรับเขาแล้ว ท่านพ่อจะเป็นคนที่สง่างามและแข็งแกร่ง
เสมอ เป็นคนที่มีความกล้าหาญและมีชีวิตชีวา เป็นคนที่ยอมหลั่ง
เลือด เป็นคนที่ให้คำมั่นสัญญาอันหนักแน่นดั่งภูเขา
ไม่ว่าเมื่อไหร่หรือที่ไหน ภาพของบิดายังคงชัดเจนราวกับ
ภาพวาด เป็นที่พึ่งในใจของเขา และยังเป็นความเชื่อมั่นที่แข็งแกร่ง
ที่สุด
“เขาควรจะกลับมา” เจียงเฉิงเยวี่ยนข่มกลั้นความรู้สึกเศร้าไว้
พูดเสียงเบา “แต่ช่วงปีใหม่สงครามเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ข้าเกรงว่าเขาคง
ไม่สะดวกมา ข้าจึงคิดว่าจะไปช่วยเขาสักหน่อย บางทีอาจทำให้ท่าน
พ่อกลับมาเมืองหลวงได้สบายใจ”
ต้องมีคนจากตระกูลเจียงคอยปกป้องชายแดนเสมอ
ในอดีตเป็นท่านปู่กับท่านพ่อ ตอนนี้คงถึงคราวท่านพ่อกับเขา
แล้ว
“เรื่องในเมืองหลวงข้าขอฝากไว้กับเจ้า” เจียงเฉิงเยวี่ยนตบไหล่
ลูกพี่ลูกน้อง “ทั้งตระกูลเจียงทั้งเจียงเซิง ข้าขอฝากเจ้าด้วย”
หากเวลาย้อนกลับไปได้ บางทีเมื่อหลายสิบปีก่อน เจียงจี้จู่อาจ
ตบไหล่น้องชายต่างมารดาและกล่าวเสียงทุ้มว่า “เมืองหลวงกับ
ตระกูลเจียง ข้าขอมอบให้เจ้าดูแลทั้งหมด”
ข้าอยู่ข้างนอก เจ้าอยู่ข้างใน
การสืบทอดจะดำเนินต่อไปหลายชั่วอายุคน ต้นกำเนิดของชีวิต
จะไหลเวียนไปไกลและยาวนาน
ในคืนนั้น เจียงเฉิงเยวี่ยนไปที่เรือนเต๋อเหริน คุกเข่าลงกับพื้น
และขอซองจดหมายหนาสองฉบับ
จากนั้นก่อนที่มารดาจะตามหา เขาก็นำสัมภาระที่จำเป็นติดตัว
ไป แล้วควบม้าจากไปอย่างรวดเร็วเพียงลำพัง
เมื่อก่อนเขาเคยเป็นเด็กที่เชื่อฟังคำสั่งของท่านแม่ ละทิ้งบู๊มา
เรียนบุ๋น
เมื่อชีวิตของตัวจริงกับตัวปลอมสลับกัน เมื่อทุกสิ่งในอดีตพลิก
ผัน เมื่อความรู้สึกผิดทำให้เขาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว สิ่งที่พลิกกลับ
ไม่ใช่แค่ชีวิตของน้องสาวทั้งสองคน แต่รวมถึงความคิดอันโง่เขลา
และน่าขันของเขาในอดีตด้วย
เขาอยู่ที่เมืองหลวงเพื่อทำให้ตนเองปลอดภัย
การไปที่ชายแดนครั้งนี้ ก็เพื่อปกป้องความสงบสุขของนางไปชั่ว
ชีวิต
ไม่ใช่เพียงเพื่อน้องสาวของเขาเท่านั้น แต่ยังเพื่อน้องสาวของ
เหล่าพี่ชายอีกนับไม่ถ้วน เพื่อทุกคนที่เขาอยากปกป้อง เพื่อให้โลก
สันติ เพื่อให้นกและผีเสื้อโบยบินอย่างอิสระ เพื่อให้นางสามารถยิ้ม
แย้มในยุคสมัยที่รุ่งเรืองและสงบสุข