พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 339 เลี่ยวซื่อรับรู้
เรื่องที่นายท่านเลี่ยวถูกทำร้ายแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงอย่าง
รวดเร็ว ฟันสองซี่ที่หักก็ยังถูกส่งมาให้ตระกูลเจียงด้วย
แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนว่าใครเป็นตัวการ แต่คนตระกูลเจียงที่
สามารถลงมือเช่นนี้ได้ก็มีเพียงไม่กี่คน เจียงเฉิงเยวี่ยนในฐานะ
หลานชายแท้ ๆ จึงถูกดึงเข้าไปอยู่ในศูนย์กลางของพายุอย่างเลี่ยง
ไม่ได้
เจียงเซิงรู้สึกละอายใจอยู่บ้าง
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะนาง ถึงได้เกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้น ไม่ว่าจะ
ด้วยเหตุผลด้านไหนนางก็ไม่ควรดูดายนิ่งเฉย
เนื่องจากไม่ได้ไปเยี่ยมท่านย่ามาสักพักแล้ว นางจึงปรึกษา
กับเจิ้งหรูเชียน แล้วนำลิ้นจี่แช่เย็นสองจานไปส่งให้ตระกูลเจียงด้วย
ตัวเอง
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงหนึ่งจาน เจียงเฉิงเยวี่ยนอีกหนึ่งจาน
ความคิดนี้ดีมาก แต่เมื่อมาถึงเรือนเต๋อเหริน กลับได้รับเพียง
เสียงถอนหายใจอันหนักอึ้ง “เฉิงเยวี่ยนไปแล้ว”
“ไปแล้ว?” เจียงเซิงตกตะลึง “ไปไหนเจ้าคะ? เมื่อวานเขาก็ยังอยู่
ไม่ใช่หรือ?”
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงมองไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ พูดด้วยน ้าเสียง
ที่บอกไม่ถูกว่าพอใจหรือเศร้าสร้อย “ไปยังที่ที่เขาควรไป ที่ที่เขาควร
ไปตั้งนานแล้ว”
บุตรชายของตระกูลเจียง ตอนอายุสามขวบฝึกฝนวรยุทธ์ ห้า
ขวบเข้าค่ายทหาร เก้าขวบสังหารชนเผ่าต๋าลู่ และนำทัพออกรบ
อย่างเป็นทางการตอนอายุสิบห้าขวบ
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว เจียงเฉิงเยวี่ยนช้าไป
แต่สำหรับบุตรหลานตระกูลเจียง ตราบใดที่พวกเขาเต็มใจออกสู่
สนามรบ มันก็ไม่สายเกินไป
“เด็กดีของย่า ลิ้นจี่แช่เย็นของเจ้าคงไม่มีโอกาสได้ให้เฉิงเยวี่ยน
กินแล้ว” ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงหันกลับมา ดวงตาเริ่มมีม่านน ้าบาง ๆ “ข้า
หวังเพียงว่าในวันที่เขากลับมาอย่างมีชัย เขาจะได้กินมันอีกครั้ง”
ในสนามรบ ดาบและหอกไม่ปราณีใคร ท่ามกลางการฆ่าฟัน ไม่
มีใครสนใจว่าคนอื่นมาจากครอบครัวไหน หรือมีญาติพี่น้องอยู่
เบื้องหลังกี่คน มันเป็นเรื่องของความเป็นความตาย บาดเจ็บและเสีย
เลือดเนื้อ
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเจียงเฉิงเยวี่ยนจะสามารถกลับมาจากชายแดนได้
หรือไม่ และไม่มีผู้ใดรู้ว่าเขาจะเติบโตขึ้นเป็นแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ มี
ชื่อเสียงโด่งดัง หรือจะกลายเป็นเพียงผงธุลีที่จมอยู่ใต้ดินแดนทาง
เหนือตลอดกาล
แต่คนในครอบครัวจะสวดภาวนา หวังว่าเขาจะกลับมาอย่างมีชัย
หวังว่าเขาจะกลับมา
เจียงเซิงวางลิ้นจี่แช่เย็นลง นึกถึงพี่สามที่จากไปนาน ปลายจมูก
ของนางก็เริ่มแดงขึ้น
“หากไม่มีสงครามก็คงดี” นางกล่าวเบา ๆ “หากโลกนี้สงบสุขก็
คงดี”
“มันจะเป็นเช่นนั้น มันจะเป็นเช่นนั้น” ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงลูบผม
ของเด็กน้อย พึมพำเบา ๆ
เจียงเฉิงเยวี่ยนไม่อยู่ ลิ้นจี่แช่เย็นสองจานคงจะกินไม่หมด
ถานเยี่ยจึงเลือกมาหนึ่งจานบอกให้สาวใช้ตัวน้อยส่งไปยังเรือน
ตะวันตก ส่วนที่เหลือนางป้อนให้ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงทานอย่างอ่อนโยน
และใส่ใจ
ผู้อาวุโสมักกินของเย็นจัดไม่ได้ กินสองคำฮูหยินผู้เฒ่าเจียงก็
โบกมือปฏิเสธ บอกให้ถานเยี่ยเอาลงไปแบ่งกับพวกสาวใช้และบ่าว
“ตอนนี้ข้าอายุมากแล้ว กินของเย็นไม่ได้” นางหัวเราะ ดวงตา
ฉายแววคิดถึง “ตอนข้าอายุเท่าเจ้า ข้ากินขนมซูซานได้เป็นชาม ๆ
แม่นมของข้ากังวลมาก ทุกครั้งต้องแบ่งออกไปครึ่งชาม กลัวว่าหาก
กินหมดแล้วข้าจะปวดท้อง”
เจียงเซิงที่อยู่ข้าง ๆ พยักหน้าหงึกหงัก
ใช่แล้ว ๆ ๆ ป้าจางก็เป็นแบบนี้ ทุกครั้งอีกฝ่ายจะคอยห้ามนาง
ไม่ยอมให้กินมากมันเกินไปเด็ดขาด
ที่แท้ไม่ใช่แค่เจียงเซิงที่ตะกละ แต่เพราะเด็กผู้หญิงทุกคนที่ได้รับ
ความรักต่างก็ถูกปฏิบัติเช่นนี้
“จริง ๆ แล้ว การที่คนหนุ่มสาวกินของเย็นก็ไม่ได้เป็นอันตราย
อะไร ตราบใดที่ไม่มากเกินไป” ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงพูดด้วยน ้าเสียงเรื่อย
เฉื่อย “รอจนอายุมากขึ้นแล้ว ถึงจะรู้ว่าต่อให้อยากกินก็กินไม่ได้
อยากดื่มก็ดื่มไม่ได้”
เจียงเซิงพยักหน้าเห็นด้วยอีกครั้ง
ใช่ ๆ ๆ คำพูดนี้ช่างตรงใจนางหลือเกิน
ขณะที่นางกำลังครุ่นคิดว่าจะบอกป้าจางอย่างไรดี ก็มีเสียงฝีเท้า
เร่งรีบและรายงานดังขึ้นจากข้างนอก
ถานเยี่ยกลืนลิ้นจี่แช่เย็นในปากลงไป เช็ดมุมปากให้สะอาดแล้ว
เข้ามารายงาน “ฮูหยินผู้เฒ่า คุณหนู เสี่ยวชิวเห็นฮูหยินกำลัง
โวยวายอยู่ที่เรือนตะวันตกตอนนำลิ้นจี่แช่เย็นไปส่งเจ้าค่ะ”
เสี่ยวชิวก็คือสาวใช้ตัวน้อยที่ช่างเจรจาคนนั้น
ถานเยี่ยพูดด้วยน ้าเสียงระมัดระวัง “ดูเหมือนว่าฮูหยินกำลังตาม
หาคุณชายใหญ่เจ้าค่ะ”
เจียงเซิงตกตะลึงอีกครั้ง
ทำไมตอนที่เจียงเฉิงเยวี่ยนจากไป เขาถึงไม่บอกกล่าวเลี่ยวซื่อ
เล่า นี่นับว่าเป็นการหลบหนีความผิดหรือไม่
“นางกล้าไปก่อเรื่องที่บ้านรองหรือ?” ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงโกรธจัด
ลุกขึ้นตัวสั่นเทา “เลี่ยวซื่อผู้นี้ ไม่คิดจะรักษาหน้าตาแล้วหรือ?”
ถานเยี่ยไม่กล้าตอบ เจียงเซิงก็ได้แต่เงียบและคอยประคอง
ทั้งสามรีบไปที่เรือนตะวันตก
เจียงเลี่ยวซื่อยืนอยู่กลางลาน เอ่ยทีละคำอย่างชัดเจน “ข้ารู้ว่า
ช่วงนี้เจียงเฉิงเยวี่ยนมาอาศัยอยู่ที่บ้านรอง ตอนนี้ข้าแค่อยากรู้ว่าเขา
ไปไหน เขาอยู่ที่ไหนกันแน่?”
เจียงเฉิงเฟิงคิดจะออกไปพูด แต่ถูกฮูหยินรองเจียงห้ามไว้
“ท่านป้าใหญ่ ท่านมาผิดที่แล้วเจ้าค่ะ” เจียงเฉิงอวี๋กล่าวพลาง
เอามือเท้าเอว “เหตุใดท่านไม่ไปตามหาบุตรชายที่บ้านของท่านเอง
แต่กลับมาที่เรือนตะวันตกของพวกเรา”
เจียงเลี่ยวซื่อพยายามยั้งความโกรธเอาไว้ “ข้ารู้ว่าเขาอยู่ที่นี่
พวกเจ้าอย่าคิดจะปกป้องเขา ตอนนี้ในเมืองหลวงต่างพากันลือว่า
เขาทำร้ายลุงแท้ ๆ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เขาควรออกมา
เผชิญหน้าแทนที่จะซ่อนตัวเหมือนคนขี้ขลาด!”
คำซุบซิบนินทาไม่อาจฆ่าคน ตระกูลเจียงสามารถปกป้องเจียง
เฉิงเยวี่ยนได้ แต่ชื่อเสียงเป็นของตัวเอง เส้นทางในอนาคตก็เป็นของ
ตัวเอง
ในฐานะมารดา นางไม่สามารถทนดูเขาทำลายอนาคตของ
ตัวเองเพราะความใจร้อนของวัยหนุ่มได้
“แต่ว่าท่านป้าใหญ่” เจียงเฉิงอวี๋พูดอย่างรวดเร็ว “คำซุบซิบ
นินทาพวกนั้นไม่ใช่มาจากตระกูลเลี่ยวของท่านหรือ?”
เจียงเลี่ยวซื่อตาแดงก ่า ร่างกายแข็งทื่อ
สีหน้าฮูหยินรองเจียงเต็มไปด้วยความจนใจ ปิดปากบุตรสาว
เอาไว้
แม้ว่าข่าวลือจะมาจากตระกูลเลี่ยว แต่การที่เจียงเฉิงเยวี่ยนทำ
ร้ายลุงแท้ ๆ ก็เป็นเรื่องจริง เลี่ยวซื่อต้องการให้เขาออกมารับผิดชอบ
ก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร
แต่ปัญหาคือบ้านรองไม่ได้ซ่อนตัวเขาไว้จริง ๆ
ตอนนี้คุณชายใหญ่เจียงออกเดินทางไปชายแดนทางเหนือแล้ว
“ท่านแม่ ท่านบอกท่านป้าใหญ่ไปสิเจ้าคะ บอกความจริงให้นาง
ฟังด้วย” เจียงเฉิงอวี๋ตะโกนอู้อี้
ฮูหยินรองเจียงกัดฟันด้วยสีหน้าสิ้นหวัง
“ความจริงอะไร?” เลี่ยวซื่อเริ่มระแวง “เฉิงเยวี่ยนเป็นอะไรไป?
เขาอยู่ที่ไหน?”
จังหวะที่เจียงเฉิงเฟิงใกล้จะทนไม่ไหวแล้วหลุดปากเล่าเรื่อง
ทั้งหมดออกมานั้น…
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงก็เยื้องย่างเข้ามา พลางเอ่ยเสียงดังว่า “เขาไป
แล้ว”
เลี่ยวซื่อหันขวับมาเผชิญหน้า
“เขาไม่ได้อยู่ในเมืองหลวงแล้ว เขาจากไปเมื่อคืนนี้” ฮูหยินผู้
เฒ่าเจียงก้าวออกมาเพื่อรับบทตัวร้าย “เจ้าหาตัวเขาไม่พบหรอก”
อย่างที่คาด อารมณ์ความรู้สึกของเลี่ยวซื่อเริ่มแตกสลาย
นางทั้งตกใจ ผิดหวัง และเป็นห่วง “เขาไปไหน? แค่เรื่องทำร้าย
คน เขาถึงกับหนีไปอย่างไร้ยางอายเช่นนี้หรือ? เขายังไม่ได้อธิบาย
อะไรกับตระกูลเลี่ยว ทั้งยังไม่ได้บอกกับข้าที่เป็นแม่เลย!”
การหนีปัญหาเช่นนี้ ไม่ใช่นิสัยที่บุรุษผู้โตเป็นผู้ใหญ่แล้วควรจะ
มี
คนที่ถูกทำร้ายคือพี่ชายของนาง นางย่อมรู้สึกขุ่นเคืองใจ การที่
นางต้องการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่ายก็เป็นเรื่องที่
สมเหตุสมผล
หากเจียงเฉิงเยวี่ยนไม่ได้ไปชายแดนทางเหนือ แต่ไปเขตอันสุ่ย
หรือเที่ยวเล่นชมภูเขาลำธารที่ไหนสักแห่ง ความดีงามของเขาก็คงจะ
ตกต ่าลงอย่างรวดเร็ว ไม่เหมาะจะทำหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นแล้ว
โชคดี โชคดีที่ไม่ใช่แบบนั้น…
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเอ่ยสองคำท่ามกลาง
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยน ้าตาของเลี่ยวซื่อ
“ชายแดน”