พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 351 การเชือดแกะ
เพื่อให้ลูกแกะอ้วนขึ้นอีกหน่อย วันเชือดจึงถูกเลื่อนออกไปเรื่อย
ๆ จนถึงวันสิ้นปี
พ่อครัวใหญ่ถือมีดฆ่าแกะมาแต่เช้า เขาวนเวียนอยู่รอบตัวป้า
จางราวกับดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน
ครู่หนึ่งเขาก็พูดว่า “น้องสาว เจ้าไม่ต้องทำงานนี้หรอก ให้ข้าทำ
เอง”
อีกครู่ก็บอกว่า “เซียงเหลียน เจ้าพักก่อนเถอะ ให้ข้าจัดการเอง”
แต่ความสุภาพของเขากลับทำให้จางเซียงเหลียนรำคาญใจ
“ทำงานหน่อยจะเป็นไรไป นี่ใกล้จะถึงฉลองปีใหม่แล้ว ไม่ได้จุด
ประทัด ไม่ได้ติดกระดาษแดง อย่างน้อยก็ต้องทำของอร่อย ๆ กินกัน
บ้าง”
แม้ว่าบนใบหน้าจะปิดบังรอยยิ้มตรงหางตาไม่มิด แต่งานในมือก็
ถูกส่งต่อไปให้พ่อครัวใหญ่อย่าง “ไม่เต็มใจ”
สตรีที่มักงานยุ่งสุด ๆ ในทุกปี ในที่สุดปีนี้ก็ได้พักผ่อนบ้างแล้ว
เมื่อหันกลับไปมอง นางเห็นลานบ้านที่เงียบเหงาและพวกเด็ก ๆ
ที่เงียบกริบ หัวใจก็เจ็บปวดแทนพวกเขา
โชคดีที่พ่อครัวใหญ่ตุ๋นปลาและขาหมูเสร็จแล้ว เขายกมีดขึ้นมา
และประกาศว่า “ได้เวลาเชือดแกะแล้ว!”
พวกเด็ก ๆ ที่เดิมเบื่อหน่ายอยู่ ต่างพากันกระโดดขึ้นมา ใบหน้า
เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น พวกเขาเข้ามามุงดู แม้แต่สวี่โม่ที่
อยู่บนเตียงก็ยังนั่งตัวตรง สายตาทอดผ่านจากทางหน้าต่างไปยังลาน
บ้าน
การเชือดแกะต้องใช้ทั้งกำลังและทักษะ
ลูกแกะถูกยกขึ้นไปวางบนโต๊ะ เจียงซานกับเจียงซื่อจับขาทั้งสี่ไว้
วังเสี่ยวซงถือถังน ้าร้อนมา ส่วนวังเสี่ยวจูถือหินลับมีดมาด้วย ทุกคน
ต่างช่วยกันคนละไม้คนละมือจริง ๆ
พ่อครัวใหญ่คงจะไม่ได้ทำงานนี้มาหลายปีแล้ว เขาลังเลถือมีด
อยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจกรีดลงบนลำคอแกะ
เมื่อเลือดของลูกแกะไหลออกมา เสียงร้องน่าสงสารของมันก็
ค่อย ๆ เบาลง
วังเสี่ยวจูที่ขี้กลัวย่อตัวลงมุมห้องพลางเอามือปิดหน้าไว้
จางเซียงเหลียนที่ใจกล้ากว่าเล็กน้อยก็หันหน้าหนี มือของนาง
สั่นเล็กน้อยขณะถืออ่างไม้
ทันใดนั้น พ่อครัวใหญ่ก็ตะโกนเสียงแหบว่า “เอาอ่างมาเร็ว!”
มือของนางสั่นจนวางอ่างไม้ไม่ตรงตำแหน่ง เลือดแกะสีแดงสดจึง
กระเด็นออกมาด้านนอก
แต่เดิมนางคิดว่าพ่อครัวใหญ่จะหัวเราะเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี แต่
กลับไม่เป็นเช่นนั้น เขาพูดเสียงจริงจังและเคร่งขรึม “ต้องวางให้ถูก
ตำแหน่ง”
จากนั้นเขาก็จับอ่างไปยังจุดที่ถูกต้อง
เมื่อเลือดไหลออกจนหมด แกะแทบจะไม่มีลมหายใจแล้ว พ่อครัว
ใหญ่จึงมัดปมที่คอของมันอย่างชำนาญ
ขั้นตอนต่อไปค่อนข้างน่าสยดสยอง เขาต้องกรีดกีบเท้าของลูก
แกะแล้วเป่าลมเข้าไป
พ่อครัวใหญ่โน้มตัวลง พุงกลม ๆ ของเขาไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อ
การเคลื่อนไหว เขาไม่รังเกียจความสกปรกของกีบเท้าแกะ และไม่
สนใจสายตาผู้คนรอบข้าง ท่าทางจริงจังนั้นราวกับกำลังแกะสลักปิ่น
ทองคำอยู่
จางเซียงเหลียนมองดูอยู่ข้างกัน จู่ ๆ นางก็รู้สึกว่าชายตรงหน้านี้
แผ่รัศมีออกมารอบกาย เป็นความรู้สึกที่แตกต่างไปจากความ
อ่อนโยนตามปกติของเขา ทั้งแปลกใหม่และพาให้หัวใจสั่นไหว
ไม่แปลกใจเลยที่สุภาษิตโบราณจะกล่าวไว้ว่า ยามที่บุรุษจริงจัง
นั้นหล่อเหลาที่สุด
นางก้มหน้าลงอย่างเขินอาย เหลือบมองพ่อครัวใหญ่ที่เป่าลม
เสร็จแล้ว และกำลังถลกหนังแกะอย่างคล่องแคล่ว ฉีกเนื้อ และล้าง
ช่องท้อง
ขั้นตอนที่เคยน่าหวาดกลัวค่อย ๆ กลายเป็นเรื่องธรรมดา
สิ่งที่เป็นธรรมดาเช่นกันก็คือ เจียงเซิงที่เหยียดคอมองตั้งแต่ตอน
เชือดคอแกะ
จ่างเยี่ยนพยายามปิดตานางหลายครั้ง แต่นางก็ดิ้นรนจนหลุด
ออกไปทุกที
เมื่อถึงขั้นตอนถลกหนัง นางก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นและอยากรู้อยาก
เห็น วิ่งตามเขาไปและถามว่า “ทำไมต้องเป่าลมเข้าไปด้วยเจ้าคะ
ทำไมต้องเป่าจากกีบเท้าด้วย เป่าที่อื่นไม่ได้หรือ”
คำถามเหล่านี้ทำให้เหล่าพี่ชายพูดไม่ออก ไม่มีใครสามารถตอบ
ได้
ในที่สุด พ่อครัวใหญ่ก็ถลกหนังเสร็จ เช็ดเหงื่อบนหน้าผากพลาง
หอบหายใจ “การเป่าลมเข้าไปในตัวแกะจะทำให้ถลกหนังได้ง่ายขึ้น
อากาศจะทำให้หนังหลุดออกจากเนื้อไปจนถึงปลายสุด การเป่าลม
เข้าไปทางกีบเท้าจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าไม่มีลมรั่วไหล”
เจียงเซิงเข้าใจทันที
ขณะเดียวกัน จางเซียงเหลียนก็รู้สึกว่ารัศมีของพ่อครัวใหญ่ทวี
ความเจิดจ้ารุนแรงมากขึ้น นางกัดฟันแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา
เช็ดเหงื่อที่หน้าผากให้เขา
พ่อครัวใหญ่ราวกับถูกฟ้าผ่า รอยยิ้มบนใบหน้ากลมของเขา
ปรากฏขึ้นแล้วหายไป หายไปแล้วปรากฏขึ้นอีก สุดท้ายเขาก็กัดลิ้น
ตนเองเพื่อให้แน่ใจว่านี่ไม่ใช่ความฝัน
“เซียงเหลียน เจ้า… เจ้าเช็ดเหงื่อให้ข้า!” เสียงของเขาสั่นเครือ
จางเซียงเหลียนหน้าแดงก ่า พึมพำเบา ๆ เป็นการยืนยัน
“เจ้าช่วยเช็ดให้ข้าอีกหน่อย เช็ดให้ข้าอีก!” พ่อครัวใหญ่เร่งร้อน
อย่างอดใจไม่ไหว
สีหน้าของจางเซียงเหลียนเปลี่ยนจากแดงก ่าเป็นแดงจัด นาง
เช็ดลวก ๆ สองสามที แล้วทนอยู่ต่อไปไม่ไหว อายจนต้องจากไป
เหลือเพียงพวกเด็ก ๆ ที่เอามือปิดปากหัวเราะคิกคัก มีทั้งคำอวย
พร ความสนุกสนาน และความตื่นเต้นที่ได้ร่วมวงด้วย
พ่อครัวใหญ่สูดหายใจลึก รู้ดีว่าบางสิ่งเร่งเร้าไม่ได้ จึงอดทนแล้ว
แล่เนื้อแกะต่อไป
กระบวนการนี้ดีกว่าการฆ่าแกะเล็กน้อย แต่การที่มีดคมกริบ
เฉือนผ่านเนื้อและเลือด ตัดผ่านเส้นเอ็นและกระดูก ก็ยังทำให้วังเสี่ยว
จูรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง
ในทางกลับกัน หากไม่ใช่เพราะจ่างเยี่ยนคอยดึงเจียงเซิงเอาไว้
นางคงอยากเข้าไปลูบคลำสักสองที
เมื่อคิดดูดี ๆ แล้ว นี่เป็นเพราะที่ผ่านมานางเคยผ่านช่วงเวลาที่
ความหิวโหย อาหารจึงเป็นสิ่งที่นางชอบมากที่สุด และการกินอาหาร
ก็เป็นสิ่งที่นางชอบทำมากที่สุดด้วย
ส่วนความโหดร้ายของการฆ่าแกะหรือเลือดสด ๆ ที่ไหลนองนั้น
ไม่สำคัญเท่ากับการมีชีวิตอยู่ของตนเอง
“เดี๋ยวข้าจะย่างขาแกะกับซี่โครงแกะให้เจ้ากิน” เจิ้งหรูเชียนดึง
ผมเปียเล็ก ๆ ของนาง “ส่วนที่เหลือทั้งหมดจะเอาไปตุ๋นเป็นอย่างไร
บ้าง?”
เจียงเซิงพยักหน้าเหมือนลูกไก่จิกข้าว “พี่รอง พวกเราฆ่าแกะแค่
ตัวเดียวก็พอนะ”
“ทำไมเล่า?” เจิ้งหรูเชียนรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย “แกะตัวนี้ยังไม่
โตเต็มที่ ตัวหนึ่งหนักอย่างมากก็แค่สามสิบชั่ง ไม่กี่วันก็กินหมดแล้ว
พอถึงเวลานั้นค่อยฆ่าตัวที่สองให้เจ้ากินอีกไม่ดีหรือ?”
ดี แน่นอนว่าดี
ช่วงปีใหม่ที่เงียบเหงานี้ การได้กินเนื้อแกะหลายสิบชั่งถือเป็น
ลาภปากที่หลายคนอดอิจฉาไม่ได้ แต่เจียงเซิงกลับคิดถึงพี่ชายอีก
คนที่อยู่ห่างไกล นางนับนิ้วคำนวณว่าพี่สามควรจะมีวันหยุดและได้
กลับบ้านเมื่อไหร่
มีแกะทั้งหมดสองตัว ตัวนี้พวกเขาจะกินก่อน และเก็บอีกตัว
เอาไว้รอพี่สามกลับมากินด้วยกัน
นอกจากนี้ นางยังสามารถอวดความดีความชอบจากพี่สามได้
ด้วยว่า ดูสิ นี่คือสิ่งที่น้องสาวเก็บไว้ให้ท่าน
เจียงเซิงรู้สึกภูมิใจกับแผนการเล็ก ๆ ของตัวเอง
ทันใดนั้นหางเปียนางก็ถูกปล่อย เจิ้งหรูเชียนดีดหน้าผากนางที
หนึ่ง “เจ้านี่ช่างฉลาดนัก เขาอยู่ชายแดนทางเหนือกินแกะไปไม่รู้กี่
ตัวแล้ว ยังต้องให้เจ้าเก็บไว้ให้อีกหรือ”
เจียงเซิงกุมหัว มองเขาด้วยสายตาน้อยใจ
เจิ้งหรูเชียนแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น “แกะสองตัวนี้ให้ถลกหนังทำ
กินทั้งหมด ถลกพร้อมกันเลย ถ้ายังไม่อิ่มก็ค่อยว่ากัน”
เขาโบกมือเรียกเจียงซานและเจียงซื่อให้มาช่วยกันจับแกะตัวที่
สอง
พ่อครัวใหญ่โยนเนื้อที่หั่นแล้วลงในหม้อ แล้วเริ่มถลกหนังและรีด
เลือดอย่างชำนาญอีกครั้ง
เมื่อจัดการกับแกะทั้งสองตัวเสร็จ ท้องฟ้าก็มืดสนิท ทุกคนต่าง
กำลังหิวโหย
ป้าจางพาวังเสี่ยวจูยกอาหารออกมาจากครัว
มีเต้าหู้ตุ๋นเลือดแกะ หัวแกะตุ๋น ซี่โครงแกะและขาแกะที่ย่างจน
หอมกรุ่น สันหลังแกะตุ๋นน ้าแดง ขาหมูตุ๋นจนเนื้อนุ่ม ปลาไนตุ๋นน ้า
แดง และตับกับหัวใจแกะหั่นบาง ๆ ราดน ้ายำเย็น
อาหารหลากหลายจัดวางเต็มโต๊ะ นับว่าเป็นงานเลี้ยงที่อุดม
สมบูรณ์
พ่อครัวใหญ่ในที่สุดก็ล้างกลิ่นสาบออกจากร่างกายจนสะอาด
เขาหายใจลึกแล้วกล่าวว่า “ฝีมือของน้องสาวเซียงเหลียนยังคงยอด
เยี่ยมเหมือนเดิม คืนนี้พวกเราจะได้กินอาหารอร่อย ๆ กันแล้ว”
เจียงเซิงแกล้งแหย่เขา “พ่อครัวใหญ่ เรือนโยวหรานยังมีงาน
เลี้ยงรออยู่นะเจ้าคะ หากพวกเขาเรียกท่านไปจะทำอย่างไร”
พ่อครัวใหญ่เบิกตาโพลง “ข้าเป็นพ่อครัวใหญ่ ปกติก็แค่สอนลูก
ศิษย์ นาน ๆ ทีถึงจะทำอาหารให้แขก งานเลี้ยงใหญ่แบบนี้ไม่ต้องใช้
ข้าหรอก”
ยิ่งไปกว่านั้น นี่เป็นปีใหม่ปีแรกที่เขาได้อยู่กับเซียงเหลียนอันเป็น
ที่รัก เรือนโยวหรานต้องรอเป็นอันดับสองไปก่อน
ทุกคนหัวเราะเบา ๆ ต่างคนต่างนั่งลงประจำที่
ขณะกำลังจะเริ่มรับทานอาหาร ก็ได้ยินเสียงดังตึงตังมาจากด้าน
นอก