พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 360 พ่อลูกจริงเท็จ
เจียงเฉิงฮวนรู้ข่าวการกลับมาของท่านแม่ทัพเจียงในยามดึก
นางลุกขึ้นจากเตียงแทบจะทันทีทันใด เรียกเสี่ยวเฉี่ยวมาแต่งตัวให้
เพื่อไปคารวะบิดา
“ช่วงนี้ข้าผอมลงไปบ้าง อย่าให้ข้าใส่เสื้อผ้าที่บางเกินไป แต้ม
ปากให้เข้มขึ้นหน่อย อย่าให้ท่านพ่อต้องเป็นห่วง” น ้าเสียงของนาง
เร่งรีบ ไม่อาจเก็บซ่อนความตื่นเต้นไว้ได้ “แล้วก็นำผ้าสนับเข่าที่ข้า
เย็บให้ท่านพ่อมาด้วย เอาไปด้วยทั้งหมด ไม่รู้ว่าคราวนี้ท่านพ่อจะ
กลับมานานเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าพอจะมีเวลาทำเพิ่มอีกสองคู่หรือไม่”
นางพูดพลางค้นหาของในหีบและตู้
เสี่ยวเฉี่ยวยืนอยู่ข้าง ๆ ในแววตาเต็มไปด้วยความเห็นใจ อ้าปาก
หลายครั้งก่อนจะพูดว่า “คุณหนู ค ่ามืดแล้ว ไปพรุ่งนี้เถอะเจ้าคะ”
“ไม่ได้ ทุกครั้งที่ท่านพ่อมา ข้าต้องไปคารวะท่านเป็นคนแรก
เสมอ” เจียงเฉิงฮวนถือสนับเข่าสองคู่ “เจอแล้ว ข้าจะเอาไปให้ท่าน
พ่อตอนนี้”
นางรีบหมุนตัวอย่างเร่งรีบจนชนเข้ากับฉากกั้น
สนับเข่าหล่นกระจัดกระจาย ส่วนนางก็ล้มลงไปกองกับพื้น
“คุณหนู อย่าไปเลยเจ้าค่ะ” เสี่ยวเฉี่ยวร้องไห้พลางวิ่งเข้าไปหา
“ท่านแม่ทัพไม่ได้อยู่ในจวน ท่านยังไม่ได้กลับมา”
แม้ว่าท่านแม่ทัพจะกลับมาแล้ว ท่านจะยังยินดีเห็นกาเหว่าที่ยึด
รังกาจริง ๆ หรือ?
เสี่ยวเฉี่ยวไม่รู้
เจียงเฉิงฮวนก็ไม่รู้เช่นกัน
นางกุมหน้าอกไว้ ไม่สนใจเข่าที่ชาและเจ็บ กอดตัวเองอย่าง
สับสนและไร้ที่พึ่ง “ท่านพ่อจะต้องกลับมา ท่านพ่อจะต้องกลับมาที่
จวนตระกูลเจียง ทุกครั้งที่ท่านกลับมาจากวังหลวง ท่านจะกลับมาที่
จวนเสมอ”
แต่คืนนั้นแม่ทัพเจียงก็ไม่กลับมาจริง ๆ
เจียงเฉิงฮวนนั่งรอตั้งแต่ยามดึกจนถึงยามเช้า ท้องฟ้ามืดมิด
ประตูจวนปิดสนิท เรือนทุกแห่งดับไฟ โลกทั้งใบตกอยู่ในความเงียบ
สงัด
นางนั่งหมดแรงอยู่ที่ขอบเตียง รอจนกระทั่งเปลือกตาหนักอึ้ง รอ
จนกระทั่งหัวใจของนางเย็นชา รอจนกระทั่งเลี่ยวซื่อได้ยินข่าวแล้วรีบ
วิ่งมาหา
“เด็กโง่ เขาเป็นพ่อของเจ้าเสมอ เขาดูแลและปกป้องเจ้ามานาน
กว่าสิบปี สายเลือดจะขาดกันง่าย ๆ แบบนั้นได้อย่างไร” เจียงเลี่ย
วซื่อโกรธที่นางไม่มีใจสู้ “แค่เขาไม่กลับมาคืนเดียว มันจะเป็นไรไป
เขาก็ต้องกลับมาอยู่ดี ทำเป็นเรื่องใหญ่โตไปได้”
“จริงหรือเจ้าคะ ท่านแม่” เจียงเฉิงฮวนพยายามฝืนยิ้ม “ท่านพ่อ
จะไม่ทอดทิ้งข้าใช่หรือไม่?”
กระทั่งเลี่ยวซื่อยืนยันกับนาง นางถึงได้ยอมหลับไป
ในห้วงความฝัน นางเห็นบิดากำลังก้าวเท้าไว ๆ ราวกับว่าเขา
กำลังไล่ตามอะไรบางอย่าง
ไม่ว่าเจียงเฉิงฮวนจะพยายามอย่างไรก็ไล่ตามไม่ทัน นาง
อยากจะร้องเรียกให้ท่านพ่อรอ แต่กลับไม่สามารถอ้าปากได้
นางไล่ตามเช่นนี้ทั้งคืน พอฟ้าสาง ร่างกายก็อ่อนล้าจนแทบทน
ไม่ไหว
“คุณหนู นอนต่ออีกหน่อยเถอะเจ้าค่ะ รอจนท่านแม่ทัพกลับ
มาแล้ว ข้าจะปลุกท่านเอง” เสี่ยวเฉี่ยวแนะนำ
เจียงเฉิงฮวนส่ายหน้า ยังคงยืนกรานที่จะแต่งตัว และส่งคนไปสืบ
ว่าแม่ทัพเจียงไปที่ไหน
ไม่นานนัก บ่าวรับใช้ก็รายงานว่าฮูหยินผู้เฒ่าเจียงไปที่สำนัก
สอบ วันนี้เป็นวันแรกของการสอบระดับแคว้น
เจียงเฉิงฮวนมีลางสังหรณ์ว่าบิดาจะต้องอยู่ที่สำนักสอบ และเขา
ก็จะต้องไปเพราะเจียงเซิงด้วย
นางบอกไม่ถูกว่าในใจรู้สึกอย่างไร มันเป็นความอิจฉา ความชื่น
ชม หรือความขมขื่นที่ไม่อาจบรรยาย แม้จะรู้ว่าตนเองเป็นเพียง
กาเหว่าในรังกา แต่นางก็ยังคงโหยหาความรักจากท่านพ่อ
ความปรารถนาอันแรงกล้านี้กระตุ้นให้นางเรียกรถม้ามาพร้อม
กับสนับเข่าไปที่สำนักสอบ
นางเห็นบิดายิ้มให้เจียงเซิง เห็นบิดาลูบหัวเจียงเซิง เห็นบิดายืน
อยู่ห่าง ๆ คอยสังเกตเจียงเซิง ความรู้สึกเวียนหัวและไม่เป็นตัวของ
ตัวเองถาโถมเข้าใส่นาง
“คุณหนู ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่ ท่านต้องเข้มแข็งนะเจ้าคะ”
เสี่ยวเฉี่ยวกล่าวสะอื้น “ท่านรู้อยู่แล้วว่าท่านแม่ทัพไม่ได้กลับมาเพื่อ
ท่าน แต่ท่านยังมาที่นี่อีก ทำไมกันเจ้าคะ”
บางที…อาจเป็นเพราะลึก ๆ แล้ว นางยังคงมีความหวังอยู่บ้าง
เจียงเฉิงฮวนตั้งสติแล้วจ้องมองไปข้างหน้าอย่างว่างเปล่า นาง
รู้สึกว่าตนเองสมควรจะจากไป แต่หากยังไม่ได้รับคำตอบ นางก็ไม่
อาจละทิ้งความหวังได้
ความขัดแย้งในใจทำให้นางหลับตาลง เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก็
เห็นใครบางคนยืนอยู่ตรงหน้าแล้ว
เป็นท่านพ่อ
เขายังคงสูงใหญ่และแข็งแรงเช่นเดิม เวลาไม่ยิ้มใบหน้าจะดูเคร่ง
ขรึม แต่เสียงหัวเราะของเขานั้นดูจริงใจและไม่เสแสร้ง เขามีจิต
วิญญาณของนักรบ แต่ก็ยังใส่ใจความรู้สึกของลูก ๆ มาก
ถึงแม้ว่าเขาจะประจำการอยู่ที่ชายแดน แต่เขาก็ยังรับรู้ได้ถึง
ความบาดหมางระหว่างย่ากับหลานสาว ในช่วงเวลาแบบนี้เขาจะมอบ
เครื่องประดับเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ได้มาจากสนามรบให้กับนาง ซื้อขนมที่
อร่อยที่สุดให้กับนาง พานางออกไปท่องเที่ยวพักผ่อนเมื่อเขามีเวลา
ว่าง และเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้นางฟัง
ในใจของเจียงเฉิงฮวน แม่ทัพเจียงคือบิดาที่ดีที่สุดในต้าอวี๋ ไม่มี
ใครจะเทียบได้
แต่ตอนนี้ เขายังคงเป็นบิดาของนางอยู่หรือไม่?
คำถามเดียวกันนี้ก็อยู่ในใจของเจียงจี้จู่เช่นกัน
ตามหลักเหตุผลแล้ว เจียงเฉิงฮวนถูกสับเปลี่ยนตัวตอนยังเป็น
ทารก นางไม่มีความสามารถที่จะควบคุมอะไรได้ นางเชื่อมั่นว่า
ตระกูลเจียงคือบ้านของนาง เจียงจี้จู่กับเลี่ยวซื่อคือบิดามารดาของ
นาง และเจียงเฉิงเยวี่ยนคือพี่ชายของนาง
ในแง่นั้น นางเป็นผู้บริสุทธิ์
แต่ในแง่ของอารมณ์ความรู้สึก การมาของนางทำให้เจียงเซิง
ต้องสูญเสียอะไรไปมากมาย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับสายเลือดอีกต่อไป แต่
มันเป็นชีวิตของลูกสาวคนหนึ่งของตระกูลเจียงที่ถูกแลกมาด้วยชีวิต
สุขสบายของนาง
แล้วจะให้คนตระกูลเจียงยอมรับเรื่องนี้ได้อย่างไร
ความรักที่สั่งสมมานานกว่าสิบปี ทายาทที่แท้จริงและทายาทที่
ถูกสลับตัว ความรู้สึกที่ซับซ้อนนี้ ทำให้ยากที่จะตัดสินใจ
เจียงเฉิงเยวี่ยนอายุยังน้อย สามารถเลือกจะหลบหนีไปยัง
ชายแดนได้ หรือเลือกที่จะหลีกเลี่ยงไม่พบเจอนางได้
แต่เจียงจี้จู่ทำเช่นนั้นไม่ได้
เขาคือผู้นำของตระกูลเจียง เป็นแม่ทัพเจียงแห่งราชวงศ์ต้าอวี๋
และยิ่งไปกว่านั้นคือบิดาของเจียงเซิง
“เฉิงฮวน” เจียงจี้จู่ถอนหายใจ “เจ้ากลับไปเถอะ ใช้ชีวิตให้ดี
ตระกูลเจียงจะไม่ทำให้เจ้าต้องลำบาก”
สุดท้ายแล้ว นางก็เป็นเด็กสาวที่เลี้ยงดูมาสิบกว่าปี การพราก
สถานะคุณหนูตระกูลเจียงและส่งนางกลับไปหาบิดาที่ติดสุรา คงไม่
ต่างอะไรกับการส่งนางไปตาย
การเลี้ยงดูบุตรสาวเพิ่มอีกคนไม่ใช่เรื่องยาก ตระกูลเจียงเองก็มี
น ้าใจมากพอ
ทว่าประโยคนี้ก็ยังมีความหมายแฝงอยู่ แม้ตระกูลเจียงจะไม่
ปล่อยให้นางอยู่อย่างอดอยาก แต่ในแง่ของความรู้สึกคงเป็นเรื่องยาก
ที่จะเหมือนเดิม
เจียงเฉิงฮวนน ้าตาไหลพรั่งพรู ความหวังสุดท้ายพังทลายลง นาง
ยื่นมือออกไปอย่างสั่นเทา แต่ก็ไม่อาจรั้งฝ่ามือที่กว้างใหญ่นั้นไว้ได้
อีกแล้ว “ท่านพ่อ… ท่านพ่อ…”
เจียงจี้จู่ไม่อาจสนใจนางได้มากกว่านี้ เดิมทีทางพี่น้องทั้งห้าคน
กำลังพูดคุยถึงเรื่องราวในอดีต แต่ทันใดนั้นพวกเขาก็ลุกขึ้นยืนราว
กับว่าจะขึ้นรถม้าและจากไป
เขารีบตามพวกเด็ก ๆ ไป ไม่ต้องการพลาดโอกาสอะไรอีก
“ท่านพ่อ…” เจียงเฉิงฮวนร้องไห้จนน ้าตานองหน้า รีบวิ่งเข้าไป
กอดเลี่ยวซื่อที่เพิ่งจะเดินเข้ามา “ท่านแม่ ข้าไม่มีท่านพ่อแล้ว ข้ามี
เพียงท่านเท่านั้น ท่านพ่อไม่ต้องการข้าแล้ว พี่ชายก็ไม่ต้องการข้า
ท่านแม่ได้โปรดอย่าทิ้งข้าไป อย่าทิ้งข้าไปเลยเจ้าค่ะ”
“แม่จะไม่ทิ้งเจ้า ไม่ทิ้งเจ้าแน่นอน” เลี่ยวซื่อกอดนางแน่นขณะอยู่
ในรถม้า
สารถีสะบัดแส้ บุรุษและสตรีที่เคยกราบไหว้ฟ้าดินร่วมกันเมื่อ
ยี่สิบปีก่อน ต่างหันหลังให้กันและจากไปคนละทิศทาง
คนหนึ่งคอยประคับประคองบุตรสาวที่ไม่ใช่ลูกแท้ ๆ
ส่วนอีกคนหนึ่งรีบตรงไปหาบุตรสาวแท้ ๆ ของเขา
ท่ามกลางฝูงชน ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงถอนหายใจราวกับคาดการณ์
เอาไว้แล้ว
“ท่านแม่ทัพกับคุณชายใหญ่ล้วนมีน ้าใจ ยินดีจะเก็บคุณหนูสาม
ไว้” ถานเยี่ยพยักหน้า น่าเสียดายที่คุณหนูสามไม่เข้าใจ ชีวิตที่นาง
ได้รับมานั้นถูกขโมยมาจากคนอื่นตั้งแต่แรก การจะต้องคืนมัน
กลับไปก็เป็นเรื่องปกติ”
“เรื่องราวในโลกนี้ คนที่แสดงมักจะสับสน ในขณะที่ผู้ชมกลับ
มองเห็นได้อย่างชัดเจน” ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงส่ายหน้าเบา ๆ “การให้
ความสำคัญกับความผูกพันในครอบครัวเป็นเรื่องดี แต่หากยึดติด
มากเกินไปก็จะทำร้ายตัวเองเท่านั้น”
เป็นเช่นนั้นสินะ
ถานเยี่ยครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง “ฮูหยินผู้เฒ่า ท่านจะกลับจวน หรือ
จะตามท่านแม่ทัพไปเจ้าคะ?”
“กลับจวนเถอะ” ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงยิ้มเอ่ย “เวลาที่เหลือ ปล่อยให้
เป็นของพวกเขาพ่อลูกเถอะ”
อากาศแจ่มใส แสงแดดส่องจ้า
ที่หน้ารถม้าของเรือนเล็ก เด็กหญิงร่างอวบกำลังปีนขึ้นไปบนที่
นั่งคนขับรถม้า
ชายผู้มีหนวดเคราปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งด้วยท่าทางน้อยใจปน
สับสน “เจ้าจะไม่ขอบคุณข้าหน่อยหรือ”
……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
…………….