พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 368 ปริศนาของตระกูลเหยา
คำพูดของนางสร้างความตกตะลึงทันที
ทุกคนที่รอคอยความจริงต่างอึ้งไป
เจียงเซิง นาง… ไม่ใช่สายเลือดตระกูลเจียงหรือ แล้วนางเป็นใคร
เป็นคุณหนูตัวปลอมที่ปลอมยิ่งกว่าเจียงเฉิงฮวนอีกหรือ
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงยืนนิ่งอยู่กับที่ คิ้วของเจียงจี้จู่ขมวดเข้าหากัน
คนของบ้านรองต่างเม้มปากแน่น
มีเพียงเด็กหญิงตัวน้อยที่จ้องมองเบื้องหน้าอย่างเลื่อนลอย “แล้ว
ข้าเป็นใคร? ข้าไม่มีทั้งท่านพ่อกับท่านย่าแล้วหรือ?”
หรือว่าวันเวลาที่มีสายสัมพันธ์ในครอบครัวจะมีได้เพียงช่วงเวลา
สั้น ๆ ?
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงได้สติ รีบโอบกอดเด็กหญิงตัวกลม “เจ้าเป็น
เด็กดี เป็นหลานสาวที่ย่าเลี้ยงดูมาเอง แม้ว่าพวกเราจะไม่มีความ
เกี่ยวข้องกันทางสายเลือด แต่ย่าก็ยังต้องการเจ้า”
เจียงเซิงขดตัวเข้าไปใกล้ จับชายเสื้อนางไว้แน่น
“เลี่ยงซื่อ ข้าวอาจจะกินผิด ๆ ถูกๆ ได้ แต่คำพูดจะพูดมั่วซั่ว
ไม่ได้” เจียงจี้จู่เอ่ยเสียงเย็น “อย่าคิดใช้วิธีนี้ให้หลบเลี่ยงความผิด”
“หลบเลี่ยงความผิดหรือ” เลี่ยวซื่อหัวเราะราวกับหมดอาลัยตาย
อยาก “ข้ามีความผิดอะไรกัน หรือเพียงเพราะข้าทิ้งเด็กที่สวมรอยมา
แล้วพาหลานสาวของข้ามาเลี้ยงเอง”
“ใช่ ข้ากับพี่สาวไม่ได้สนิทกัน แต่อย่างน้อยเจียงเฉิงฮวนก็มี
สายเลือดของตระกูลเลี่ยว ส่วนเด็กคนนี้…” นางชี้นิ้วไปที่เจียงเซิง
“ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับข้าเลยแม้แต่น้อย”
คำพูดของเธอเต็มไปด้วยความมั่นใจจนทุกคนถึงกับเงียบงัน
มีเพียงเจียงจี้จู่คนเดียวที่รู้สึกเจ็บใจ รีบเข้ามาปกป้องเจียงเซิงไว้
ข้างหลัง
“ที่ผ่านมาเจียงเฉิงฮวนใช้ชีวิตอยู่ในตระกูลเจียงอย่าง
ยากลำบาก ข้าไม่อยากพูดออกไปให้เด็กน้อยต้องเสียใจ” เลี่ยวซื่อ
ทำท่าทางจะคลุ้มคลั่ง “เป็นพวกท่านที่บีบบังคับให้ข้าพูด เป็นพวก
ท่านบังคับข้าเอง!”
พวกผู้ใหญ่ยังคงตกตะลึงกับเรื่องที่เกิดขึ้น มีเพียงเจียงเฉิงอวี๋ที่
พูดขึ้น “ท่านมีหลักฐานอะไรที่บอกว่าพี่สาวข้าไม่ใช่สายเลือดตระกูล
เจียง”
ใช่แล้ว หลักฐานเล่า
แค่เลี่ยวซื่อกล่าวว่าเจียงเซิงไม่ใช่คนตระกูลเจียง เจียงเซิงก็ไม่ใช่
คนตระกูลเจียงแล้วหรือ
เช่นนั้น หากฮูหยินรองบอกว่าเจียงเฉิงอวี๋เป็นตัวปลอม สักพักก็
คงจะไปอุ้มตัวจริงกลับมากระมัง
ทุกเรื่องต้องมีหลักฐาน ทั้งตระกูลเจียงและตระกูลเลี่ยว
“หลักฐานหรือ” เลี่ยวซื่อหัวเราะเยาะ “ท่านแม่ไม่น่าจะลืม
หลักฐานกระมังว่าเด็กคนนี้มาจากที่ใดกันแน่ และทำไมท่านถึงรัก
และเอ็นดูนางมากขนาดนี้”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร” ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงยืนตัว”ตกลงเจ้า
กำลังพูดจาเหลวไหลอะไรอยู่”
“ข้าพูดจาเหลวไหลหรือ” เลี่ยวซื่อหัวเราะลั่น น ้าตาไหลพราก
“ท่านแม่ช่างเสแสร้งได้แนบเนียนนัก จนป่านนี้ยังจะแสดงละครอยู่อีก
ท่านลืมบุตรสาวตระกูลเหยาที่ตายตั้งแต่ยังเล็กไปแล้วหรือ นางเกิด
วันเดียวกันกับบุตรสาวข้า นางเกิดมาแล้วก็ตาย บุตรสาวที่ข้าคลอด
ก่อนกำหนดคนนั้น ท่านว่ามันบังเอิญหรือไม่”
“นางเป็นเด็กที่ครบกำหนดคลอด แต่บุตรสาวข้ากลับมีอายุเพียง
เจ็ดเดือนในครรภ์ แท้จริงแล้วเด็กคนไหนที่รอดชีวิต บุตรสาวของ
ตระกูลเจียงคนนี้ แท้จริงแล้วควรใช้แซ่ไหนกันแน่”
หากแซ่เดิมของนางคือเหยา การสับเปลี่ยนเป็นเด็กแซ่ลู่ก็คง
ไม่ใช่เรื่องเสียหาย
ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ใช่สายเลือดของตระกูลเจียง และไม่ใช่ลูกแท้ ๆ
ของนางอยู่ดี
เลียวซื่อยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บปวด เจ็บปวดแทนลูกที่คลอดก่อนกำหนด
เจ็บปวดที่ต้องอดกลั้นนับสิบปี แต่ในที่สุดก็ต้องพูดความจริงด้วย
ตัวเอง เจ็บปวดที่ไม่มีสิทธิ์อะไร แม้แต่บุตรสาวแท้ ๆ ถูกสลับตัวไปก็
ได้แต่ก้มหน้ายอมรับ
ใต้หล้านี้จะมีมารดาคนไหนไม่รักลูกของตนเองบ้าง
เจียงเลียวซื่อผู้นี้จะไม่รักลูกที่อุ้มท้องมาเจ็ดเดือนได้อย่างไร
นางรัก รักปานจะขาดใจ รักจนเข้ากระดูกดำ
ทว่าลูกของนางได้จากไปตั้งแต่สิบสองปีก่อนแล้ว ถูกฝังอยู่ซอก
มุมไหนสักแห่งที่ไม่อาจล่วงรู้
ลูกหลานของตระกูลเหยาที่มาแย่งชิงตัวตนของลูกนางไป ยังจะ
ให้นางทนเจ็บปวดเอาใจใส่เลี้ยงดูดั่งแก้วตาดวงใจได้อีกหรือ เพื่อ
อะไรกัน
หือ? เพื่ออะไร?
เลี่ยวซื่อทรุดตัวลงนั่งกับพื้น หัวเราะเสียงดัง จากนั้นก็ร้องไห้โฮ
เสียงหัวเราะและเสียงร้องไห้ดังสลับกันไปมา เป็นเสียงคร ่าครวญอย่าง
สิ้นหวังของผู้เป็นแม่
“ลูกของข้า…”
ถึงแม้ว่าสะใภ้ทั้งสองจะไม่ถูกกันมาแต่ไหนแต่ไร แต่ฮูหยินรอง
เจียงก็อดซับน ้าตาไม่ได้
นี่คือความรู้สึกร่วมกันในฐานะมารดา
คือความรักใคร่ห่วงใยที่มีต่อลูกอย่างสุดหัวใจ
ปฏิเสธไม่ได้เลยจริง ๆ
“เจ้าร้องไห้ทำไม?” ในที่สุดฮูหยินผู้เฒ่าเจียงก็รู้สึกตัว “เจ้ากำลัง
จะบอกว่าเจียงเซิงเป็นบุตรสาวของตระกูลเหยา เป็นน้องสาวที่ตาย
ตั้งแต่ยังเล็กของเหยาซือชิงหรือ”
นี่มันเรื่องเหลวไหลอะไรกัน
“ข้าจะเอาบุตรสาวตระกูลเหยามาสับเปลี่ยนเพื่ออะไร” ฮูหยินผู้
เฒ่าเจียงโกรธจนแทบสิ้นสติ “เพื่อ ตระกูลเจียง อันมั่งคั่งหรือ ตระกูล
เหยา ไม่ได้ตกต ่าเยี่ยงตระกูลหลี่ หรืออยากเลี้ยงดูใกล้ชิด หลานสาว
ข้าก็ไม่ได้ขาด”
“ท่านอย่าคิดว่าข้าไม่รู้ มารดาของเหยาซือชิงนอนป่วย
กระเสาะกระแสะอยู่บนเตียง และคงอยู่ได้อีกไม่กี่ปี ท่านก็แค่อยากหา
แม่ให้เด็กคนนั้น แม่ที่รักและเอ็นดูนาง” เลี่ยวซื่อแย้งเสียงแข็งกร้าว
จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้น “แต่ทำไมต้องเป็นข้า… ในเมื่อสะใภ้
คนอื่นก็ตั้งครรภ์ อีกทั้งกำหนดคลอดยังใกล้เคียงกัน หรือเป็นเพราะ
ตำแหน่งฮูหยินใหญ่หรือ!”
นางคลุ้มคลั่งราวคนเสียสติ ทว่าถ้อยคำที่เอื้อนเอ่ยกลับทำผู้คน
รอบข้างหนาวสะท้าน
โดยเฉพาะฮูหยินรองเจียง สายตาของนางทอดมองเจียงเฉิงอวี๋
ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าพวกนางทั้งสองตั้งครรภ์ในเวลาไล่เลี่ยกัน เจียง
เฉิงอวี๋อยู่ในครรภ์กว่ากำหนดคลอดหนึ่งเดือน กระทั่งเลี่ยวซื่อคลอด
ก่อนกำหนดกะทันหัน เฉิงอวี๋จึงได้กลายเป็นลูกหลานคนที่สี่ของ
ตระกูลเจียง
หรือที่เลี่ยวซื่อกล่าวมาจะเป็นความจริง ตระกูลเหยากำลังหา
มารดาให้ลูกหลานของตนเอง เรื่องการสลับตัวเด็กครั้งนี้ ตระกูลเลี่ยว
เป็นผู้บริสุทธิ์ที่ถูกกระทำ ส่วนตระกูลเหยาเป็นคนวางแผนอย่างแยบ
ยลตั้งแต่ต้นจนจบ?
และเมื่อนึกถึงมารดาของเหยาซือชิงที่นอนป่วยมาหลายปี และ
เสียชีวิตหลังจากให้กำเนิดบุตรไม่นาน ฮูหยินรองเจียงพลันตัวสั่นเทา
สองขาอ่อนแรง
โชคดีที่เจียงจี้จงรับร่างนางไว้ได้ทัน จึงไม่ทรุดลงไปกองบนพื้น
“ดังนั้นเจ้าจึงปักใจเชื่อว่าเจียงเซิงเป็นบุตรสาวของตระกูลเหยา
เพื่อแก้แค้นตระกูลเหยา เพื่อแก้แค้นท่านแม่ข้า เจ้าถึงทิ้งนางไปอย่าง
โหดเหี้ยมและพาเฉิงฮวนกลับมาแทนหรือ” บุรุษเพียงคนเดียวที่ยังคง
สงบนิ่งอยู่ คือท่านแม่ทัพผู้ผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชน
“ถูกต้อง” เลี่ยวซื่อฝืนใจสบตากับเขา
มาถึงขั้นนี้ คำพูดที่ควรพูดก็พูดไปหมดแล้ว น ้าตาที่ควรไหลก็
ไหลจนหมดสิ้นแล้ว เลี่ยวซื่อเพียงอยากแก้แค้นตระกูลเหยาอย่างสา
สม จนลืมไปเสียสนิทว่าตนเองมีบุตรสาวบุญธรรมที่เลี้ยงดูมาหลายปี
“ข้าเกลียดตระกูลเหยา เกลียดเจียงเหยาซื่อ พวกเขาคิดร้ายกับ
ลูกของข้า เช่นนั้นข้าก็จะคิดร้ายลูกหลานของคนตระกูลเหยา” นาง
เงยหน้าขึ้น น ้าตาไหลพราก “ข้าทิ้งนางไป ข้าเกลียดนาง ข้าอยาก
ให้นางตาย ข้ายอมเลี้ยงดูบุตรสาวของพี่สาว ดีกว่าเลี้ยงดูนาง”
ไม่มีบุตรสาวตัวปลอมคนไหนจะเทียบเท่ากับบุตรสาวแท้ ๆ ได้
เจียงเฉิงฮวนก็ไม่ได้ถูกพามาเพราะความรักใคร่ความเอ็นดู
นางเป็นเพียงตัวเลือกที่เลี่ยวซื่อเลือกใช้ระบายความโกรธและแก้
แค้นตระกูลเหยา
ในมุมที่ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น คุณหนูตัวปลอมที่อ่อนแอและซีด
เซียว ยิ่งขดตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวอีกครั้ง
ส่วนเจียงเซิงก็สับสนและหวั่นไหวกับ “ความจริง” ที่ถูกเปิดเผย
ออกมา
“ไร้สาระ ไร้สาระสิ้นดี” ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงกอดหลานสาวแน่นเมื่อ
เห็นทุกคนกำลังสับสน “เจ้าทำร้ายเด็กสองคนเพียงเพราะความคิด
ลอย ๆ ของตัวเอง เลี่ยวซื่อ เจ้าช่างโง่เขลาและไร้เหตุผลนัก!”
“เจ้ากล่าวหาว่าตระกูลเหยาเป็นต้นเหตุให้เจ้าคลอดก่อนกำหนด
กล่าวหาว่าตระกูลเหยาสับเปลี่ยนลูกของเจ้า แล้วเจ้ามีหลักฐาน
อะไร?”
เลี่ยวซื่อลืมตาขึ้น พูดด้วยน ้าเสียงดุร้ายว่า “แล้วท่านมีหลักฐาน
อะไรที่พิสูจน์ว่าเด็กคนนี้มีสายเลือดของข้า”
ใช่ พวกเขาทั้งหมดไม่มีหลักฐาน
ในยุคที่ไม่สามารถตรวจเลือดได้ ไม่มีการตรวจความสัมพันธ์
ทางสายเลือด กระทั่งการหยดเลือดพิสูจน์ก็ไม่น่าเชื่อถือ เด็กที่ถูก
สลับตัวกันแล้ว ทำได้แค่ดูจากความคล้ายคลึงของหน้าตาเพียง
เล็กน้อยเท่านั้นจริง ๆ หรือ?
แต่ในบรรดาคนมากมาย คนที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันมีเพียง
หนึ่งหรือสองคนเท่านั้นหรือ?
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงหลับตาลง ปล่อยให้น ้าตาไหลอาบแก้ม ก่อนจะ
ลืมตาขึ้น “ข้ามีหลักฐาน”