พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 367 ชาติกำเนิดของเจียงเซิง
จากความสงบกลายเป็นความเดือดดาล จากน ้าเสียงทุ้มต ่า
แปรเปลี่ยนเป็นตะคอก
เจียงจี้จู่ก้าวเท้าไปข้างหน้า เลี่ยวซื่อก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าว
เขาถามด้วยดวงตาแดงก ่า ส่วนนางสั่นเทาพลางส่ายหน้า
คนที่รู้เรื่องราวดีอย่างฮูหยินผู้เฒ่าเจียงก็รู้สึกจมูกแสบร้อน
คล้ายน ้าตาจะไหล ส่วนคนที่คาดเดาได้ราง ๆ อย่างบ้างรองตระกูล
เจียงก็มีสีหน้าเห็นใจ ส่วนคนที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรอย่างเจียงเฉิงฮวนมีสี
หน้าตื่นตะลึง
“ตลอดเจ็ดปี เด็กน้อยเช่นนั้น คลานเข่าไปขอทานเพื่อเอาชีวิต
รอด แย่งอาหารกับสุนัข เร่ร่อนไปทั่ว นางใช้ชีวิตเช่นไร เจ้ารู้หรือไม่”
เจียงจี้จู่กัดฟันกรอด “เลี่ยวผิงรั่ว เจ้าตอบข้ามา!”
เลี่ยวซื่อตัวสั่น ไม่สามารถตั้งสติได้อยู่ครู่หนึ่ง สัญชาตญาณทำ
ให้นางส่ายหัวปฏิเสธซ ้าแล้วซ ้าเล่า
“เจ้าคิดจะปฏิเสธหรือ” เจียงจี้จู่ไม่ให้โอกาสนาง ตบมือหนึ่งครั้ง
องครักษ์ถือดาบสองนายปรากฏตัว ในมือคุมตัวชายขี้เมาคน
หนึ่งไว้ หากไมใช่คนของตระกูลเลี่ยวที่เสื่อมอำนาจไปเมื่อสิบกว่าปี
ก่อนแล้วจะเป็นผู้ใดอีก
บิดาที่แท้จริงของเจียงเฉิงฮวนปรากฏตัวแล้ว
เลี่ยวซื่อเบิกตากว้าง จ้องมองด้วยความโกรธราวกับต้องการจะ
ตะโกนโต้กลับ แต่ก็ไม่อาจเปล่งเสียง
“หากเจ้ายังปฏิเสธอีก ข้าจะสั่งคนไปขุดสุสานของลู่เลี่ยวซื่อแล้ว
เผากระดูกนางให้เป็นผุยผง” เจียงจี้จู่เอ่ยเสียงเย็น
เลี่ยวซื่อยังไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใด คุณชายลู่ที่กำลังเมาได้ยินเข้าก็
พยายามพยุงตัวลุกขึ้นจากพื้น “ใคร…ใครกล้ามาขุดสุสานของ
ภรรยาข้า รบกวนความสงบสุขของนาง”
เมื่อหันไปเห็นเลี่ยวซื่อ เขาก็ยิ้มกว้าง “อ้อ ที่แท้ก็น้องสะใภ้นี่เอง
ลูกสาวของข้าอยู่กับเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ข้า…อึก…สัญญากับเจ้าแล้ว
ว่าจะไม่ไปรบกวนพวกเจ้า ก็ไม่ได้ทำเช่นนั้นจริง ๆ ข้าจะไปแล้ว อย่า
ให้ลูกสาวเห็นข้าเลย มันไม่ดี ไม่ดี”
เขาเดินโซเซออกไป ยังคงหลงเหลือเค้าโครงของบุรุษรูปงามสง่า
งามในอดีต แต่ส่วนใหญ่ถูกปกคลุมไปด้วยกลิ่นเหม็นเน่าของความ
เสื่อมโทรม
เจียงเฉิงฮวนมองตามด้วยดวงตาที่เอ่อล้นน ้าตา ก้มตัวลงค่อย ๆ
ใช้มือปิดปากตัวเองเอาไว้
เจียงจี้จู่ถอนหายใจ เหมือนจะรู้สึกผิดที่ห้ามบุตรสาวบุญธรรม
ไม่ให้มาที่วัดฟ่าเหมินไม่ได้ “เลี่ยวซื่อ ตอนนี้เจ้ายังมีอะไรจะพูดอีก
หรือไม่”
ตระกูลลู่ยอมรับแล้ว เลี่ยวซื่อยังมีอะไรให้ปฏิเสธอีก?
เลี่ยวซื่อยกมุมปากขึ้น “ใช่ ข้าสลับตัวเด็กเอง”
“เจ้าเรียกแบบนั้นว่าสลับตัวเด็ก? เจ้าสลับลูกหลานตระกูลเจียง
กับเด็กคนอื่นต่างหาก!” ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงทนไม่ไหวอีกต่อไป เอ่ยขึ้น
พลางยันไม้เท้า “เจ้าสับเปลี่ยนสายเลือดของตระกูลเจียง เจ้าทำร้าย
ชีวิตของหลานสาวมาครึ่งค่อนชีวิต!”
“เจ้าไม่คู่ควรเป็นสะใภ้ของตระกูลเจียง เจ้าไม่คู่ควรเป็นแม่ของ
หลานสาวข้า ไม่คู่ควรมีบุตรชายอย่างเฉิงเยวี่ยน!”
“เจ้าควรดีใจที่หลานสาวข้ายังมีชีวิตอยู่ หากนางไม่ได้อยู่ในโลก
นี้แล้ว ตระกูลเลี่ยวทั้งตระกูลจะต้องชดใช้ให้นาง!”
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงที่รักษาภาพลักษณ์มาตลอดครึ่งชีวิต เคยเป็น
ถึงบุตรสาวตระกูลเหยาผู้งดงาม เป็นฮูหยินผู้เฒ่าที่สุขุมเยือกเย็นและ
เฉลียวฉลาดที่สุดในเมืองหลวง ในที่สุดก็ถึงคราวที่ต้องเสียกิริยา
จนถึงขั้นตวาดลั่น
ถานเยี่ยที่อยู่ด้านข้างช่วยลูบหลังให้นางอย่างเป็นกังวล
เจียงเซิงก็พุ่งเข้าไปกอดนางไว้แน่น
หลังจากนั้นครู่ใหญ่ ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงจึงได้สติ “ในตอนนั้นที่ข้า
ยอมให้เจ้าเข้ามาในจวน เป็นสิ่งที่น่าอับอายที่สุดที่ข้าทำกับตระกูล
เจียงนัก”
โบราณว่าไว้ แต่งภรรยาไร้คุณธรรม ทำลายวงศ์ตระกูลไปสาม
ชั่วอายุคน
ภรรยาอาจจะไม่งดงามหรือร ่ารวย แต่ต้องมีสติปัญญา
สตรีที่โง่งมไม่เพียงฉุดรั้งสามีและบุตรธิดา แม้แต่คนรุ่นหลานก็
ยังพลอยได้รับผลไปด้วย
“ข้าตาบอดเลือกเลี่ยวซื่อมาเป็นภรรยา” เจียงจี้จู่คุกเข่าลงข้าง
หนึ่ง “ข้าขออภัยท่านพ่อท่านแม่ ขออภัยบรรพชนตระกูลเจียง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุตรสาวของข้า เจียงเซิง”
เขาก้มลงคุกเข่าต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าเจียง ถานเยี่ยกับเจียงเซิงที่
ยืนอยู่ข้าง ๆ ต่างพากันตกใจจนต้องถอยห่าง
พวกนางสองคนรับคำขออภัยจากท่านแม่ทัพไม่ไหวหรอก
“ไม่ใช่ความผิดของเจ้า เป็นความผิดของข้าเองที่คิดผิด ไม่ได้
คำนึงถึงความสำคัญของฐานะและความเหมาะสม คิดแค่อยากจะ
หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง จนลืมไปว่าความเหมาะสมสำคัญแค่ไหน” ฮู
หยินผู้เฒ่าเจียงกล่าวพลางส่ายหน้าอย่างขมขื่น
ความรักใคร่กลมเกลียวระหว่างแม่ลูกคู่นี้ กลับสร้างความไม่
พอใจให้เลี่ยวซื่อนัก
“ตระกูลของเราอาจจะไม่เหมาะสมกัน และท่านก็ไม่ได้เลือกข้า
เพราะความรัก แต่เป็นเพราะข้ายอมเชื่อฟังและกตัญญู ไม่เคยเห็น
ตระกูลเลี่ยวอยู่ในสายตา” เลี่ยวซื่อเอ่ยทั้งน ้าตา “ข้าทำงานหนักมา
หลายปี ทุ่มเทดูแลบ้าน แม้ว่าข้าจะไม่มีข้อดีอะไร แต่ข้าก็อดทนมา
ตลอด แต่ท่านกลับมองข้ามข้า ยึดป้ายหยกฮูหยินใหญ่ตระกูลเจียง
ของข้า ท่านเห็นข้าเป็นแค่อนุหรือ? เห็นข้าเป็นเพียงภรรยาแม่ทัพ
หรือ”
“อย่าเฉไฉ!” ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงตั้งสติได้ “พวกข้ายึดป้ายหยก
ของเจ้า เพราะเจ้าทำสายเลือด ตระกูลเจียงสูญหาย”
“จนถึงตอนนี้ เจ้าก็ยังไม่ยอมปริปากบอกเหตุผลที่สลับบุตรสาว
ตระกูลเจียง”
“เพียงเพราะพวกเจ้าเป็นพี่น้องที่รักกันมากหรือ แต่บ่าวชราของ
ตระกูลเลี่ยวบอกว่าพวกเจ้าสองพี่น้องก็ไม่ได้สนิทกันนัก”
เรื่องนี้แปลกจริง ๆ
หากเจียงเลี่ยวซื่อมีความสัมพันธ์อันดีกับพี่สาวอย่างลู่เลี่ยวซื่อ
การยอมสละลูกของตนเองเพื่อลูกของพี่สาวก็ยังพอเข้าใจได้
ทว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองกลับธรรมดา ถึงขั้นมีทีท่าเป็น
คู่แข่งกันเสียด้วยซ ้า
ในปีนั้น การแต่งเข้าตระกูลลู่ของลู่เลี่ยวซื่ออย่างยิ่งใหญ่ ต่อมา
ไม่นานเจียงเลี่ยวซื่อก็ได้แต่งเข้าตระกูลเจียงซึ่งยิ่งใหญ่กว่ามาก ลู่
เลี่ยวซื่อถึงกับอาละวาดอยู่พักใหญ่ นางคิดว่าตระกูลลู่ด้อยกว่า
ตระกูลเจียง และตัวนางเองก็ด้อยกว่าน้องสาว
กระทั่งลู่เลี่ยวซื่อให้กำเนิดบุตรสาว แต่กลับเสียเลือดจนสิ้นใจ
ส่วนเจียงเลี่ยวซื่อหลังคลอดเจียงเซิงก็ล้มป่วยเรื้อรัง
“หรือเจ้าเคียดแค้นหลานสาวข้าที่ทำให้เจ้าไม่อาจตั้งครรภ์ได้
อีก” ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงเอ่ยถามเป็นครั้งสุดท้าย “ยามนั้นเจ้าคลอด
ก่อนกำหนด จนเป็นเหตุให้ไม่อาจตั้งครรภ์ได้อีก แต่ตระกูลเจียงก็มี
บุตรชายบุตรสาวแล้ว ดังนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องให้กำเนิดบุตร ไม่มี
เหตุผลอะไรที่เจ้าต้องทำแบบนั้นแล้ว”
ทุกคนรวมถึงเจียงเซิงต่างพากันมองไปทางเลี่ยวซื่อด้วยความ
สงสัย
เป็นเพราะเหตุใดกัน?
บางทีในใจของพวกเขาอาจจะคาดเดาไว้แล้ว แต่สุดท้ายก็ต้อง
ฟังความจริงจากปากเลี่ยวซื่อ ถึงจะเชื่อได้อย่างสนิทใจ
“พูดมา!”
“พูดสิ!”
“พูดออกมา!”
เสียงเรียกร้องดังไปทั่ว ทุกคำพูดเต็มไปด้วยความโกรธและตก
ตะลึง
เลี่ยวซื่อกัดฟันกรอด ดวงตากลมโตเหลือบมองไปมาอย่างร้อน
รน ชัดเจนว่ากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
“เจ้าจะพูดหรือไม่พูด?” ความเกลียดชังของเจียงจี้จู่พุ่งถึงขีดสุด
เขาสาวเท้าก้าวไปข้างหน้า เผชิญหน้ากับนาง
เลี่ยวซื่อตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก
เจียงเฉิงฮวนที่กำลังร้องไห้อยู่มุมห้องก็ตกใจเช่นกัน แม้ว่านางจะ
ยังทำใจกับความจริงที่ว่าเจียงเซิงต้องทนทุกข์มาเจ็ดปี หรือเรื่องที่
บิดาตัวจริงของนางปรากฏตัวขึ้นมากะทันหันไม่ได้ ทว่า
สัญชาตญาณก็พาร่างกายอันบอบบางของนางพุ่งเข้ามาขวางไว้
“ท่านพ่อ…ท่านแม่ทัพ” น ้าตานางไหลพราก “ท่านอย่าทำร้าย
ท่านแม่เลย”
บางทีท่านแม่อาจจะทำผิดพลาดไปจริง ๆ หรืออาจจะเป็น
ความผิดมหันต์ด้วยซ ้า
แต่อีกฝ่ายก็ยังเป็นมารดาของนาง เป็นมารดาที่รักและทะนุ
ถนอมนาง นางทนเห็นมารดาถูกทำร้ายไม่ได้จริง ๆ
“บุรุษตระกูลเจียงไม่เคยทำร้ายสตรี” เจียงจี้จู่กำมือแน่น “ข้า
เพียงต้องการให้นางพูดความจริงออกมาเท่านั้น”
“หากนางไม่ยอมปริปาก คนตระกูลเลี่ยวจะต้องตายตกตามกัน
ไปทีละคน เริ่มจากคนที่อายุน้อยที่สุดก่อน ได้ยินมาว่าผู้นำตระกูล
เลี่ยวเพิ่งมีหลานชาย”
“คนตระกูลลู่ก็หนีไม่พ้น คนเป็นอยู่อย่างไม่สงบสุข คนตายก็
จะต้องโดนทรมานจนไม่เหลือแม้แต่เถ้ากระดูก”
บางทีแม่ทัพผู้ยึดมั่นในชาติและประชาชนอาจจะไม่ลงมือทำเรื่อง
เช่นนี้ แต่บิดาที่ทำทุกอย่างเพื่อบุตรสาวย่อมไม่เลือกวิธีการ
เจียงเฉิงฮวนตัวสั่นพลางส่ายหน้า หันหลังกลับไปหาเลี่ยวซื่อ
“ท่านแม่ ท่านพูดเถอะเจ้าค่ะ บอกข้ามาเถอะ”
“พูดออกมา!”
“รีบพูดออกมาเร็วเข้า!”
เสียงนับไม่ถ้วนประเดประดังเข้ามา เลี่ยวซื่อทนไม่ไหวอีกต่อไป
นางกรีดร้องออกมา “ข้าไม่พูด! ข้าไม่พูด พวกเจ้าบังคับข้าเอง เป็น
พวกเจ้าทุกคนที่บังคับข้า…”
“เจียงเซิง นางไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของข้า!”
“นางไม่ใช่สายเลือดของตระกูลเลี่ยว นางสมควรถูกทิ้ง สมควร
เป็นขอทาน สมควรตายอยู่ข้างนอก!”