พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 369 ขุดหลุมศพ ตรวจโครงกระดูก
ทารกที่ตายตอนอายุยังไม่ถึงขวบปี ญาติพี่น้องที่ไม่อาจยืนยัน
ได้ แม้แต่แม่แท้ ๆ ก็ยังจำหน้าลูกตัวเองไม่ได้
หากจะหาหลักฐาน ก็คงมีเพียงวิธีเดียว… ขุดหลุมศพและตรวจ
โครงกระดูก
โครงกระดูกของทารกที่ครบกำหนดคลอดกับทารกที่คลอดก่อน
กำหนดเจ็ดเดือน ย่อมต้องมีความแตกต่างกันบ้าง
แต่ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยใด การขุดหลุมศพถือเป็นเรื่องต้องห้าม
ยิ่งเป็นเด็กที่แม้แต่สุสานบรรพบุรุษก็ยังเข้าไม่ได้เช่นนี้ยิ่งแล้วใหญ่
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงครุ่นคิดอย่างหนัก กระทั่งกัดฟันสั่งว่า “ไปเรียก
ตระกูลเหยา ให้เหยาซือชิงและบิดาของนางมาที่นี่ ให้พวกเขาได้รู้ว่า
เด็กถูกฝังไว้ที่ไหนกันแน่”
“ฮูหยินผู้เฒ่า…” ถานเยี่ยตกใจจนทำอะไรไม่ถูก “เช่นนี้จะไม่
เท่ากับดูถูกตระกูลเหยาหรือเจ้าคะ”
“ไป!” ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงเอ่ยเสียงเด็ดขาด “ต่อให้ต้องดูถูกตระกูล
เหยา ข้าก็จะให้เลี่ยวซื่อรับรู้ถึงความผิด และรู้ว่านางทำผิดร้ายแรงแค่
ไหน!”
ถานเยี่ยไม่มีทางเลือก นางจึงรีบร้อนออกไป
เหล่าทหารองครักษ์พานางขึ้นขี่ม้ามุ่งหน้ากลับเมืองหลวง
โดยเร็วที่สุด
ไม่รู้ว่าพูดไปมากเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าเปลืองน ้าลายไปมากแค่ไหน ใช้
ความสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูลไปมากมายขนาดไหน ครึ่งชั่วยาม
ต่อมา นอกวัดก็มีเสียงดังขึ้น
เลี่ยวซื่อที่ทรุดตัวลงกับพื้นก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความ
คาดหวัง
ไม่นานประตูห้องนั่งสมาธิก็เปิดออก ผู้นำตระกูลเหยาที่ร่างกาย
เต็มไปด้วยผงฝุ่นก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับเหยาซือชิง ในอ้อมแขน
ของเขามีกล่องสีดำใบหนึ่ง สีหน้าดูอิดโรยและเศร้าโศก
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงยันไม้เท้าลุกยืน ก่อนที่นางจะพูดอะไร…
เลี่ยวซื่อก็วิ่งไปที่กล่องทันที “ข้ารู้ ข้ารู้ว่าพวกท่านจะต้องขุดลูก
ข้าขึ้นมา ข้างในนี้คือลูกของข้าใช่หรือไม่ ลูกของข้า…”
ทหารองครักษ์ตอบสนองอย่างรวดเร็ว เข้ามาขวางนางไว้
“อย่าแตะต้องข้า ข้าต้องการลูกของข้า ข้าอยากเห็นนาง สิบสอง
ปีแล้ว…ข้าคิดถึงนาง ลูกของข้า” เลี่ยวซื่อน ้าตานองหน้า
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงฉุกคิดขึ้นได้
ไม่แปลกที่เลี่ยวซื่อถึงปฏิเสธที่จะนำหลักฐานออกมา แต่กลับ
เรียกร้องให้ตระกูลเจียงฝ่ายนำหลักฐานออกมาแทน
นางปักใจเชื่อว่าเจียงเซิงคือเด็กของตระกูลเหยา และมั่นใจด้วย
ว่าศพที่ฝังอยู่ในตระกูลเหยาคือทารกที่นางอุ้มท้องมาเจ็ดเดือน
ความเข้าใจผิดแบบไหนที่ทำให้เลี่ยวซื่อปักใจเชื่อเช่นนี้
และใครกันที่ทำให้นางหลงผิดมาจนถึงขั้นนี้ได้?
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงแววตาเหี้ยมเกรียม “เปิดกล่อง”
“ท่านป้า…” ผู้นำตระกูลเหยาปวดใจนัก “ต้องเปิดจริง ๆ หรือ
ขอรับ เสี่ยวหร่วนนางพักผ่อนมาสิบสองปีแล้ว”
“เปิดเถอะ” เจียงจี้จู่เอ่ยเสียงหนักแน่น “ญาติผู้พี่ ข้าติดค้างท่าน
ย่อมจะต้องชดใช้ แต่เรื่องในวันนี้ ข้าต้องทวงความยุติธรรมให้กับลูก
สาวข้า”
เหยาซือชิงเขย่าแขนบิดาอยู่ข้าง ๆ
ผู้นำตระกูลเหยาน ้าตาคลอหน่วย แต่สุดท้ายก็เปิดกล่องไม้ เผย
ให้เห็นโครงกระดูกทารกเล็ก ๆ ยาวเท่ากับแขนของผู้ใหญ่
เสียงร้องไห้ของเลี่ยวซื่อที่อยู่ข้าง ๆ ยิ่งทวีความโศกเศร้า ความ
เจ็บปวดเสียดแทงเข้าไปในหัวใจ
ทันใดนั้น ถานเยี่ยก็นึกถึงเรื่องสำคัญ “ฮูหยินผู้เฒ่า พวกเรายัง
ไม่ได้เรียกหมอมาเลยนะเจ้าค่ะ”
แม้จะสามารถแยกแยะได้ว่าทารกคลอดครบกำหนดหรือไม่ด้วย
การสัมผัสกระดูก แต่ก็ต้องเป็นหมอที่มีประสบการณ์สูงถึงจะทำได้
คนธรรมดาอย่างพวกเขาไม่อาจแยกแยะได้
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงไม่ได้พูดอะไร สายตากวาดมองไปรอบ ๆ แล้ว
หยุดที่พี่น้องชายทั้งสี่คนที่กำลังตกตะลึง
จ่างเยี่ยนตั้งสติได้เร็วที่สุด เขาตบไหล่พี่สี่
เวินจืออวิ่นราวกับตื่นจากฝัน “ข้า ข้าพอรู้วิชาแพทย์อยู่บ้าง แต่
การลูบกระดูกข้ายังไม่เชี่ยวชาญ เชิญท่านหมอที่มีประสบการณ์มา
จะดีกว่าหรือไม่”
“เด็กดี ไม่ต้องเชิญหมอคนอื่นมาหรอก” ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงกล่าว
อย่างอ่อนโยน “เจ้ามีเข็มเงินติดตัวมาหรือไม่?”
ผู้นำตระกูลเหยาที่เงียบและโศกเศร้าพลันตัวสั่น
“เข็มเงินหรือ ข้ามีติดตัวขอรับ” เวินจืออวิ่นล้วงหยิบถุงผ้าเล็ก ๆ
ออกมาจากแขนเสื้อ ข้างในมีเข็มเงินสามเล่มอยู่ “ฮูหยินผู้เฒ่า
ต้องการเข็มเงินหรือขอรับ”
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงถอนหายใจ
นางไม่ได้ตอบคำถามของเวินจืออวิ่น แต่กลับเล่าเรื่องเศร้าอีก
เรื่อง
เมื่อสิบสองปีก่อน บิดาของเหยาซือชิงนับว่าเป็นคุณชายรูปงาม
หาตัวจับได้ยากในเมืองหลวง แม้ว่าเขาจะมีภรรยาและบุตรสาวแล้วก็
ตาม แต่เขาก็ยังคงนอกลู่นอกทางและรับอนุภรรยาสองคนชื่อชุนฮวา
กับชิวเยี่ยเข้ามา
ชุนฮวาเป็นคนอ่อนโยนไ ม่ชอบแก่งแย่ง ส่วนชิวเยี่ยเป็นคนใจ
กล้าชอบโต้เถียง นางอาศัยความโปรดปรานจึงมักมีเรื่องขัดแย้งกับฮู
หยินใหญ่ของตระกูลเหยา ร้ายแรงที่สุดคือนางเกือบทำร้ายฮูหยิน
ใหญ่
ครั้งนั้นฮูหยินผู้เฒ่าเจียงเรียกผู้นำตระกูลเหยาไปตำหนิอย่าง
หนัก ให้เขาสั่งสอนชิวเยี่ยให้ดี ไม่ให้เกิดเรื่องอื้อฉาวอย่างการสังหาร
ภรรยายกย่องอนุ
แม้ผู้นำตระกูลเหยาจะเป็นคนเจ้าชู้แต่ก็เคารพฮูหยินผู้เฒ่าเจียง
มาก จึงดุด่าชิวเยี่ยทันทีและสั่งกักบริเวณนางถึงสองเดือน
เดิมทีคิดว่าอนุและภรรยาเอกจะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ใครจะรู้
ว่าชิวเยี่ยกลับใจคอโหดร้ายถึงขั้นแอบใส่ยาพิษในอาหารของฮูหยิน
ใหญ่ ทำให้ฮูหยินใหญ่ที่สุขภาพแข็งแรงต้องล้มป่วยนอนซมบนเตียง
ต่อมาชิวเยี่ยก็ถูกจัดการ ผู้นำตระกูลเหยาสำนึกผิดจึงเอาใจใส่ฮู
หยินใหญ่มากขึ้น ชีวิตจึงสงบสุขราบรื่น
แต่เรื่องร้ายก็เกิดขึ้นอีกตอนที่ฮูหยินใหญ่เหยาตั้งครรภ์และใกล้
จะคลอด มีคนวางยาพิษนาง ทำให้เด็กที่ครบกำหนดคลอดกลายเป็น
เด็กที่ตายตั้งแต่เกิด
คราวนี้ตระกูลเหยาถึงได้รู้ว่าคนที่วางยาพิษตัวจริงคือชุนฮวา
ส่วนชิวเยี่ยต้องตายไปทั้งที่ไร้ความผิด บุตรสาวคนรองของตระกูล
เหยาก็ต้องตายไปทั้งที่บริสุทธิ์ แม้ว่าจะช่วยชีวิตฮูหยินใหญ่ไว้ได้ แต่
ไม่นานนางก็สิ้นใจตามไป
ตระกูลเหยาลงโทษชุนฮวา ส่วนผู้นำตระกูลเหยาก็เปลี่ยนนิสัย
ไม่กล้าเที่ยวนารีอีก
แต่คนที่ตายไปแล้วก็ไม่อาจหวนคืน ครอบครัวที่เคยสุขสันต์ก็ไม่
เป็นเหมือนเดิม
กระทั่งบัดนี้ เมื่อได้ยินเรื่องราวในอดีต ผู้นำตระกูลเหยาก็ยัง
น ้าตาไหลพราก ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจกับสิ่งที่
ทำลงไป
ชีวิตคนเราช่างน่าแปลกนัก เพียงก้าวพลาดนิดเดียวก็อาจ
นำไปสู่หายนะได้
ไม่ว่าจะคร ่าครวญหนักหนาเพียงใด ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
“เพื่อรักษาชื่อเสียงของตระกูลเหยา เพื่อหลานชายไร้ประโยชน์
ของข้า ตระกูลเหยาจึงปิดบังเรื่องนี้ บอกกับคนภายนอกว่าเด็กที่
คลอดครบกำหนดตายตั้งแต่ยังเล็ก” ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงหายใจเข้าลึก
ๆ “แต่ทุกคนในตระกูลเหยาต่างรู้ดีว่าเด็กคนนั้นถูกวางยาพิษ”
ศพที่ถูกวางยาพิษ แม้เวลาจะผ่านไปสิบสองปี ก็ยังสามารถ
ตรวจสอบพิษได้
เวินจืออวิ่นดวงตาเปล่งประกาย รีบดึงเข็มเงินออกมาหนึ่งเล่ม
แล้วค่อย ๆ ตรวจสอบอย่างระมัดระวัง
เพียงเข็มสัมผัสก็กลายเป็นสีดำทันที
นอกจากพ่อลูกตระกูลเหยาแล้ว สีหน้าของคนอื่น ๆ ก็เปลี่ยนไป
“เป็นไปไม่ได้!” เลี่ยวซื่อร้องเสียงแหลม “พวกเจ้าหลอกข้า! พวก
เจ้าวางยาพิษลูกข้า ต้องเป็นพวกเจ้าที่วางยาพิษนางแน่ ๆ”
เป็นแบบนี้แล้วยังจะดื้อดึงอีก
ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน ้าตา
แม้แต่คนขี้ขลาดอย่างเวินจืออวิ่นก็ยังอดพูดไม่ได้ “เด็กที่ถูก
วางยาพิษและตายตั้งแต่อยู่ในครรภ์ กับเด็กที่เกิดมาแล้วถูกยาพิษจน
ตายนั้น โครงกระดูกจะแสดงลักษณะของพิษที่ต่างกัน”
เขาดึงเข็มเงินสีเข้มขึ้นมา “สีที่เปลี่ยนเป็นสีเข้มเหมือนกับหมึก
บ่งบอกว่าพิษซึมเข้ากระดูกตั้งแต่อยู่ในครรภ์”
อีกอย่าง วิธีการฆ่าเด็กทารกมีมากมาย ทั้งบีบคอ กดน ้า ทุ่มลง
พื้น ล้วนทำได้ง่ายกว่าการวางยาพิษ
เลี่ยวซื่อไม่กล้าคิดต่อ นางส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง น ้าตาหยดลง
บนพื้น รวมตัวกันเป็นหยดน ้าเล็ก “เป็นไปไม่ได้ ท่านแม่ไม่มีทาง
หลอกข้า ท่านแม่บอกว่าลูกข้ามีไฝสองเม็ดที่ฝ่าเท้า ส่วนเจียงเซิง
ร่างกายเรียบเนียน ไม่มีตำหนิ นางไม่มีทางเป็นลูกของข้า เป็นไป
ไม่ได้!”
ท่านแม่ที่นางพูดถึงแน่นอนว่าไม่ใช่ฮูหยินผู้เฒ่าเจียง
ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากผ่านเรื่องราวมากมาย ทุกอย่างจะวน
กลับไปที่ตระกูลเลี่ยว
เจียงจี้จู่กำหมัดแน่น มองพวกองครักษ์ “ไปจับคนตระกูลเลี่ยวมา
ให้หมด ห้ามละเว้นแม้แต่คนเดียว”