พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 370 จุดจบของเลี่ยวซื่อ
เดิมทีการที่จับคนตระกูลเลี่ยวมา และการพยายามตามหาจนพบ
หมอตำแยชราคนนั้น เป็นเพียงความต้องการส่วนตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ
ของเจียงจี้จู่
เขาอยู่กินกับเลี่ยวซื่อมาหลายปี แม้จะไม่ได้รักใคร่ปานจะกลืน
กิน แต่ก็รู้จักนิสัยใจคอของนางเป็นอย่างดี ถึงเลี่ยวผิงรั่วจะโง่งมไป
บ้าง แต่ก็ไม่ได้เลวร้าย ตอนที่เลือกนางมาเป็นภรรยา ก็เพราะเห็นว่า
นางมีจิตใจอ่อนโยน แม้แต่แมลงตัวเล็ก ๆ ก็ยังไม่กล้าทำร้าย
นางยังรักและปกป้องเจียงเฉิงเยวี่ยน แม้สายตาจะพร่ามัวไปบ้าง
แต่นางก็นับว่าเป็นแม่ที่ดีคนหนึ่ง
คนเช่นนี้จะยอมทิ้งลูกในไส้สลับตัวกับลูกสาวของพี่สาว นับว่า
ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
เลี่ยวซื่อช่างโหดเหี้ยมนัก
หากนางยอมเลี้ยงดูเจียงเซิงที่อยู่ข้างนอก หรือส่งนางไปให้
ตระกูลเลี่ยวดูแล ก็คงไม่ทำให้เกิดความโกรธแค้นถึงขนาดนี้
การทิ้งทารกในห่อผ้าไปเช่นนี้ เท่ากับว่านางไม่ต้องการให้เด็กมี
ชีวิตอยู่
เจียงจี้จู่มีเหตุผลที่จะสงสัยว่าตระกูลเลี่ยวอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้
เพียงแต่เขาไม่คิดเลยว่าเรื่องการสลับตัวเด็ก ไม่เพียงจะส่งผล
กระทบต่อตระกูลเจียงและเลี่ยวซื่อเท่านั้น แต่รวมถึงตระกูลเหยาที่
เป็นเครือญาติด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่ได้คิดว่าจะมีเรื่องโกหกมากมายขนาดนี้
เมื่อคนตระกูลเลี่ยวถูกทหารองครักษ์ลากตัวมา เจียงจี้จู่ก็เป็นคน
แรกที่เข้าไปเตะผู้นำตระกูลเลี่ยว แล้วตะโกนว่า “เมื่อสิบสองปีก่อน
เกิดเรื่องอะไรขึ้น พูดมา!”
“ข้า ข้าไม่รู้ ข้าไม่รู้จริง ๆ” ผู้นำตระกูลเลี่ยวทรุดกับพื้น “อย่าตี
ข้า ข้าไม่รู้จริง ๆ”
ทั่วร่างของเขาสั่นเทิ้ม ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน ้าตา ความ
หวาดกลัวเหมือนไม่ได้แกล้งทำ
เจียงจี้จู่หันไปมองหมอตำแยชราหลายคน
“ข้ารู้ว่าพวกท่านอายุมากแล้ว ไม่กลัวตาย ไม่กลัวถูกตี” เขายิ้ม
เยาะ “แต่พวกท่านล้วนมีลูกหลาน มีครอบครัว ข้าในฐานะแม่ทัพ
แห่งต้าอวี๋ ย่อมมีปัญญาทำให้คนในครอบครัวพวกท่านหายไปไร้
ร่องรอย…”
หมอตำแยชราที่พร้อมจะเสียสละตัวเองต่างตกตะลึง
พวกนางเบิกตามองท้องฟ้า มองพื้นดิน และในที่สุดก็ยอมคุกเข่า
“ท่านแม่ทัพโปรดไว้ชีวิตครอบครัวพวกข้าด้วย ท่านแม่ทัพได้โปรด
เมตตา”
“ปีนั้น ตระกูลลู่ตกต ่า คุณหนูใหญ่ก็ตายจากการตกเลือด ฮูหยิน
ผู้เฒ่าสงสารคุณหนูน้อยที่อยู่ในผ้าห่อตัว บังเอิญว่าคุณหนูรอง
คลอดก่อนกำหนด เด็กที่คลอดออกมาอ่อนแอราวกับลูกแมว ไม่รู้ว่า
จะรอดหรือไม่”
“ฮูหยินผู้เฒ่าสงสารคุณหนูน้อย จึงไม่อยากให้คุณหนูรองต้อง
เผชิญความเจ็บปวดจากการสูญเสียบุตรสาว จึงคิดหาวิธีสลับเปลี่ยน
คุณหนูตัวน้อยทั้งสอง เพื่อได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย”
เช่นนี้เจียงเฉิงฮวนจึงสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ ในสถานะบุตรสาวที่
เกิดจากฮูหยินใหญ่ของตระกูลเจียง ส่วนเด็กที่ตายตั้งแต่ยังเล็กก็จะ
ไม่ทำให้เลี่ยวซื่อเจ็บปวด
ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายบ้าอะไร นึกถึงประโยชน์ของตระกูลเจียง
ตรงไหนบ้าง
เจียงจี้จู่กำหมัดแน่น เส้นเลือดข้างขมับเต้นตุบ ๆ เกือบอยากจะ
ฆ่าคนตระกูลเลี่ยวให้ตกตายไปเสีย
“ไม่ถูกต้องสิ” ถานเยี่ยอุทานขึ้น “แต่คุณหนูของพวกเราก็อยู่
กับฮูหยินผู้เฒ่าตั้งครึ่งปีก่อนที่จะถูกพาตัวไป ไม่ใช่ถูกสลับตัวกัน
ตั้งแต่เกิด”
หมอตำแยชรายังไม่ยอมปริปากพูดความจริง
ในที่สุดเจียงจี้จู่ก็ทนไม่ไหว ยกเท้าเตะหมอตำแยชราคนหนึ่งจน
กระเด็นไปไกลแปดจั้ง นางกระอักเลือดล้มลงกองกับพื้น
“พวกเจ้าจะพูดหรือไม่!”
“พวกเราจะพูด จะพูดแล้ว” คนอื่น ๆ ตกใจกลัว จึงยอมเล่าความ
จริงทั้งหมดออกมา “เป็นคุณหนูใหญ่ นางอิจฉาคุณหนูรองที่ได้
แต่งงานกับคนที่ดี อิจฉาที่ตระกูลเจียงรุ่งเรือง ขณะที่ตระกูลลู่กำลัง
ตกต ่า นางยอมรับไม่ได้ที่ตนเองเหนือกว่าผู้อื่นมาทั้งชีวิต แต่
ท้ายที่สุดกลับสู้ไม่ได้กระทั่งน้องสาวที่โง่งมคนนั้น”
ดังนั้นก่อนสิ้นใจ นางจึงบีบบังคับให้ฮูหยินผู้เฒ่าเลี่ยวสัญญาว่า
จะหาภูมิหลังที่ดีให้เจียงเฉิงฮวน
เมื่อรู้ว่าเลี่ยวซื่อไม่มีทางตอบตกลง พวกนางแม่ลูกจึงร่วมมือกัน
วางแผน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไฝสองเม็ดหรือการใส่ร้ายตระกูลเหยา ล้วน
เป็นการยุยงให้เลี่ยวซื่อรับตัวเจียงเฉิงฮวนไป
สิ่งที่ไม่คาดคิดเพียงอย่างเดียวคือการคลอดก่อนกำหนด
หากฮูหยินผู้เฒ่าเจียงไม่ได้รับเจียงเซิงไปดูแลอย่างดีเป็นเวลา
ครึ่งปี เด็กทารกที่คลอดก่อนกำหนดกับเด็กที่ถูกสลับตัว ก็คงเหลือ
เพียงความตายเท่านั้น
ตระกูลเลี่ยวโหดร้าย ลู่เลี่ยวซื่อโหดร้าย เจียงเลี่ยวซื่อก็โง่เขลา
ความชั่วร้ายและความโง่เขลารวมตัวกัน ทำให้คนตระกูลเจียง
ต้องทุกข์ทรมาน และยังเป็นโศกนาฏกรรมของเจียงเซิงด้วย
ทว่าพวกนางทั้งสองคนก็ตายไปแล้ว
เจียงจี้จู่ไม่รู้ว่าตนเองควรเกลียดชังใคร ควรแค้นเคืองใคร หรือ
ควรจับใครมาบดกระดูกเป็นผงธุลี
“พวกเจ้าสมควรตาย!” เขากล่าวด้วยความโกรธแค้น ก่อนจะเตะ
ไปที่หน้าอกของผู้นำตระกูลเลี่ยวอีกครั้ง
ร่างกายที่อ้วนราวกับหมูร้องโอดโอยพลางกระเด็นออกไป
กระอักเลือดไหลออกจากปาก
เจียงจี้จู่กำลังจะเตะอีกครั้ง แต่ก็มีร่างหนึ่งวิ่งมาขวางเขากะทันหัน
เมื่อมองจึงเห็นว่าเป็นเลี่ยวซื่อที่ผมเผ้ากระเซิง
“พี่ใหญ่ เมื่อครู่ท่านพูดจริงหรือ มันเป็นเรื่องจริงหรือ ลูกของข้า
เป็นใครแน่ ลูกของข้าอยู่ที่ไหน” นางดึงร่างของผู้นำตระกูลเลี่ยว
เอาไว้พลางกรีดร้องบ้าคลั่ง “บอกข้ามา! เด็กที่ข้าอุ้มท้องมาเจ็ดเดือน
คือใคร บอกข้ามาสิ!”
ผู้นำตระกูลเลี่ยวกระอักเลือดออกมาอีกคำ พูดอะไรออกมาไม่ได้
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงหัวเราะอย่างเย็นชา “ให้ข้าบอกเจ้าเถอะ เจียง
เซิงก็คือเด็กที่เจ้าทิ้งไป นางคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเจ้า!”
“หลายปีที่เจ้าทอดทิ้งนาง นางเร่ร่อนใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก
นางเกือบจะแข็งตายอดตายอยู่หลายครั้ง นางหิวโหยจนต้องแย่ง
อาหารกับสุนัข นางคือขอทานตัวน้อยในสายตาผู้อื่น คือเด็กเร่ร่อน
ไร้พ่อไร้แม่ เป็นสิ่งมีชีวิตที่ผู้ใดก็สามารถเหยียบย ่าได้อย่างง่ายดาย
อาหารที่เสียข้าวที่เหลือในสายตานางคืออาหารเลิศรส แม้แต่สุนัขก็
ยังกินดีอยู่ดียิ่งกว่านาง”
ช่างน่าขำสิ้นดี
เลี้ยงดูบุตรสาวของคนอื่นราวกับเป็นดวงใจ ทว่าเลือดเนื้อเชื้อไข
แท้ ๆ กลับใกล้จะตายอยู่ข้างนอก
เลี่ยวซื่อ นางช่างน่าขันนัก
คนหนึ่งโกรธจนเลือดลมพลุ่งพล่าน คนหนึ่งหน้ามืด คนหนึ่ง
กระอักเลือดบาดเจ็บปางตาย
“ลูกข้า ลูกข้าอยู่ที่ไหน” เลี่ยวซื่อพยุงกายลุกขึ้นอย่างโซเซ มุม
ปากมีเลือดไหลออกมา เส้นผมและเสื้อผ้าที่ยุ่งเหยิงทำให้นางดู
เหมือนผีสาว “ลูกแม่ แม่กำลังตามหาเจ้า แม่จะปกป้องเจ้าให้ดี
กลับมาเถอะ แม่ผิดไปแล้ว ผิดไปแล้วจริง ๆ”
พอเดินมาถึงหน้าเจียงเซิง ฝีเท้าของนางก็เริ่มช้าทีละน้อย
เหมือนคนต่างถิ่นที่หลงทาง กลับบ้านไม่ได้
“ลูก ลูกแม่…” เลี่ยวซื่อเอื้อมมือออกไป
เจียงเซิงถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
บาดแผลที่ลึกขนาดนี้จะหายได้อย่างไร? ความผิดพลาดที่
ร้ายแรงขนาดนี้จะแก้ไขได้อย่างไร? เด็กที่ถูกทิ้งขว้างไม่อาจกลับไป
อยู่เคียงข้างคนที่สำนึกผิดได้อีก
การยอมรับความจริงเช่นนี้ ยิ่งเจ็บปวดยิ่งกว่าการรับรู้ว่ามารดา
และพี่สาวร่วมมือกันหลอกนาง
เลี่ยวซื่อกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง แหงนหน้าร ่าไห้คร ่าครวญ
จู่ ๆ นางก็ร้องไห้ จากนั้นก็หัวเราะอีกครั้ง โอบกอดบางสิ่งอย่าง
เลื่อนลอย ฮัมเพลงกล่อมเด็กในปาก “ทุ่งหญ้าพันลี้ ต้นข้าวเขียวขจี
ทำนายสิบวัน ไม่อาจได้เกิด”
“แม่ร้องเพลงขับกล่อมลูกน้อย ลูกน้อยไม่ร้องไห้ไม่งอแง”
นางไม่มองเจียงเซิง ไม่มองคนตระกูลเลี่ยว เพียงแค่ยิ้มให้กับ
ความว่างเปล่าในอ้อมกอด “เด็กดีไม่ต้องร้อง อย่าร้องไห้ ดูสินี่คือ
อะไร ของเล่นที่แม่เตรียมไว้ให้เจ้า”
“ลูกแม่เป็นลูกหลานตระกูลแม่ทัพ ภายภาคหน้าเจ้าต้องเป็น
หญิงงามที่แข็งแกร่ง เพียงแต่เจ้าออกไปรบไม่ได้ ที่นั่นอันตราย ท่าน
ปู่เจ้าก็สิ้นชีพในสนามรบ ท่านพ่อเจ้าก็เกรงว่าจะซ ้ารอยอีก แม่ไม่
อนุญาตให้เจ้ากับพี่น้องมีอันตราย แม่หวังแค่ให้พวกเจ้ามีชีวิตที่ดี”
นางพร ่าเพ้อและค่อย ๆ เดินจากไปไกล
ไม่มีผู้ใดห้าม ไม่มีผู้ใดขัดขวาง
มีเพียงเจียงเฉิงฮวนที่อยู่มุมห้องพุ่งตัวออกไป “ท่านแม่! ท่านเป็น
อะไรไป ท่านแม่ ท่านตื่นเถอะ”
แต่นางกลับถูกผลักอย่างแรง
“ไปให้พ้น! เจ้าคนชั่ว อย่ามาแตะต้องลูกข้า” เสียงเลี่ยวซื่อดุร้าย
“เจ้าคือคนชั่ว ออกไปให้พ้น!”