พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 371 สับเปลี่ยนสถานการณ์
เลี่ยวซื่อเสียสติไปแล้ว
ผลลัพธ์นี้อยู่ในความคาดหมาย แต่ก็อยู่เหนือความคาดหมาย
ด้วย
นางปักใจกับความคิดที่ว่าเจียงเซิงคือศัตรูมากเกินไป และได้
รับรู้กะทันหันถึงการทรยศหักหลังของญาติพี่น้อง ทั้งยังรู้ชัดถึงความ
โง่เขลาที่ตนเองเคยทำในอดีต
คนเราไม่อาจให้อภัยอดีต และไม่อาจปล่อยวางปัจจุบันได้ ความ
บ้าคลั่งจึงกลายเป็นอีกวิธีหนึ่งเพื่อช่วยตัวเองให้หลุดพ้น
นางเหมือนจะน่าเกลียดน่าชัง แต่ก็ดูน่าสงสารในเวลาเดียวกัน
ทุกคนในตระกูลเจียงรู้สึกสับสนปนเป ราวกับมีก้อนบางอย่างติด
อยู่ในอก กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
พี่น้องชายทั้งสี่คนที่ได้เห็นเหตุการณ์นี้ต่างก็ตะลึงงันราวกับถูก
สาป จ่างเยี่ยนเป็นคนแรกที่ได้สติกลับมา เขาเตะผู้นำตระกูลเลี่ยวอ
ย่างแรง
เสียงร้องโหยหวนที่ดังขึ้นอย่างฉับพลันปลุกทุกคนให้ตื่นจาก
ภวังค์
ฮูหยินรองเจียงเป็นคนแรกที่หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน ้าตา นาง
รู้สึกโล่งอกที่บ้านเดิมของนางไม่เหมือนตระกูลเลี่ยว และดีใจที่เจียง
เฉิงอวี๋ไม่ต้องทนทุกข์กับชีวิตที่ต้องระหกระเหินอยู่ข้างนอก
เจียงจี้จงถอนหายใจ “ท่านพี่ จะจัดการพวกคนตระกูลเลี่ยวอย่าง
ไร?”
ท่านแม่ทัพที่เหม่อลอยหลุบตาลง “พาเลี่ยวซื่อไปที่วัดแม่ชี เฝ้าดู
อย่างเข้มงวด นางเป็นแม่เด็ก ไม่อาจปล่อยให้เร่ร่อนตามถนนได้
ส่วนคนที่เหลือส่งกลับไปตระกูลเลี่ยว”
น ้าเสียงของเขาเรียบนิ่งเกินไปจนทำให้ผู้นำตระกูลเลี่ยวตาเป็น
ประกาย สีหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกที่เพิ่งรอดจากภัยพิบัติมาได้
มีเพียงเจียงจี้จงที่ทอดถอนใจ
ตระกูลเจียงและตระกูลเลี่ยวจากญาติเกี่ยวดองกลายเป็นศัตรูคู่
แค้น ภรรยาและบุตรสาวต่างถูกคนทำร้าย ตระกูลเลี่ยวจะรอดพ้นไป
ได้อย่างไร แล้วจะอยู่อย่างสงบสุขได้อย่างไร
การทำลายการค้าเป็นเพียงขั้นตอนแรกเท่านั้น หากตระกูลเลี่ยว
ไม่ตกต ่าจนสูญสิ้น เจียงจี้จงยินดีจะเขียนชื่อตนเองกลับหลัง
บางครั้ง ความตายก็เป็นการลงโทษที่เบาที่สุด
คนที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างหากที่ต้องทนทุกข์ทรมาน เจ็บปวด และอับ
อาย
เช่นเดียวกับเลี่ยวซื่อ
“หากข้าไม่ได้ถอยหลังไป…” เจียงเซิงยังคงรู้สึกผิด “นางคงไม่
เสียสติ”
“เด็กดี มันไม่เกี่ยวกับเจ้าหรอก” ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงเอ่ยปลอบ
“เป็นเพราะนางมั่นใจในตัวเองมากเกินไป และหลงผิดคิดว่าตัวเอง
ถูกต้องเสมอ”
การยึดมั่นในสิ่งที่คิดว่าถูกต้อง สุดท้ายกลับเป็นการทำร้าย
ตัวเองอย่างหนัก
การที่เลี่ยวซื่อเสียสติไปแทบจะเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
“ฮูหยินสายตาไม่ดีกระมังเจ้าคะ ทั้ง ๆ ที่คุณหนูหน้าตาเหมือน
นางมากแท้ ๆ ” ถานเยี่ยอดพูดไม่ได้ “หากนางยอมอ่อนข้อลงสัก
หน่อย เรื่องก็คงไม่ต้องมาถึงจุดนี้”
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงหัวเราะเบา ๆ พลางส่ายหน้า “ถานเยี่ย เจ้าคิด
ผิดแล้ว”
“เจ้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเลี่ยวซื่อไม่เคยลังเล? แต่เรื่องใหญ่เช่นนี้
ความเกลียดชังที่สั่งสมมาหลายปี นางจะกล้าลังเลได้อย่างไร? แม้จะมี
ช่วงเวลาที่นางคิดสงสัยเพียงชั่วขณะ ก็จะปฏิเสธความคิดนั้น และ
ยังคงเกลียดชังเจียงเซิงกับตระกูลเหยาอย่างเปิดเผยต่อไป”
มีเพียงความเกลียดชังเท่านั้นที่จะทำให้นางมีชีวิตอยู่ต่อได้
ไม่ว่าจะเป็นการลังเลหรือการสงสัย ก็ล้วนเป็นจุดจบที่เลี่ยวซื่อรับ
ไม่ได้
สุดท้ายแล้ว เด็กสองคนนี้ก็ถูกสับเปลี่ยนตัวตั้งแต่แรก และ
โศกนาฏกรรมนี้ก็ถูกกำหนดไว้แล้ว
“โชคดีที่พวกเราได้หลานสาวกลับคืนมาแล้ว ต่อไปนางจะเป็น
เด็กที่มีครอบครัว มีพ่อและย่า” ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงยิ้มปลาบปลื้ม
พวกพี่ชายที่ยืนนิ่งเหมือนรูปปั้นได้สติกลับมา ต่างรีบวิ่งเข้ามา
แย่งกันพูด
“ยังมีพวกข้าด้วย”
“มีพี่ใหญ่ที่อยู่ในสำนักสอบอีก” เจิ้งหรูเชียนไม่ลืมจะเอ่ยถึงสวี่โม่
ที่พลาดการแสดงฉากใหญ่ครั้งนี้
“ข้าด้วย ยังมีข้าด้วย” เจียงเฉิงอวี๋โผล่ตัวออกมาจากอ้อมกอด
ของฮูหยินรอง
เจียงเฟิงเกาศีรษะ เขาโตมากแล้ว ไม่เหมาะจะเข้าร่วมวุ่นวายนี้
จึงได้แต่กระแอมไอสองครั้งเพื่อบอกว่าเขาก็อยู่
เจียงเซิงเคยสูญเสียอะไรไปมากมาย แต่โชคดีที่ต่อจากนี้นางจะ
มีชีวิตที่สงบสุขและร ่ารวย
ในทางกลับกัน ครึ่งแรกของชีวิตของบางคนประสบความสำเร็จ
แต่สุดท้ายกลับต้องร่วงลงสู่โคลนตมอย่างรุนแรง
เจียงเฉิงฮวนยังคงล้มอยู่ ความเจ็บปวดจากการถูกเลี่ยวซื่อผลัก
ไสยังติดอยู่ในใจ ความสับสนจากการสูญเสียญาติคนสุดท้ายเข้า
ครอบคลุมนาง เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นเจียงเซิงที่มีผู้คนห้อมล้อมราว
กับดวงดาวล้อมเดือน
ภาพบางอย่างในความทรงจำฉายชัดขึ้นมา
ราวกับว่าหลายปีก่อน พวกนางเคยพบกันที่ไหนสักแห่ง ฝ่าย
หนึ่งมีคนห้อมล้อม อีกฝ่ายล้มลงกับพื้น
เวลาผ่านไป กาลเวลาเปลี่ยนแปลง
เด็กขอทานน้อยคนนั้นที่แม้จะล้มจนฝ่ามือเจ็บก็ไม่ยอมร้องไม้
และคุณหนูสามผู้สูงศักดิ์เย็นชา ในที่สุดก็เติบโตขึ้นมาเป็นภาพ
สะท้อนของกันและกัน
ส่วนนาง…
สูญเสียความห่วงใยจากพี่ชาย สูญเสียความรักจากบิดา และ
สุดท้ายยังต้องถูกมารดารังเกียจ
หัวใจนางเจ็บปวดเหลือเกิน เจ็บจนต้องสูดหายใจเฮือกใหญ่
น ้าตาที่ไหลออกมาเหมือนเตือนนางว่า ทุกสิ่งที่นางเคยพยายาม
ยึดมั่นเอาไว้ ล้วนหลุดลอยไปจากมือจนหมดสิ้น
นางไม่เพียงเป็นบุตรสาวตัวปลอมเท่านั้น แต่ยังเป็นบุตรสาวศัตรู
ของตระกูลเจียง การมีอยู่ของนางเกิดจากการวางแผนของมารดา
ผู้ให้กำเนิด ความมั่งคั่งของนางถูกแย่งชิงมาจากเด็กสาวผู้บริสุทธิ์อีก
คน
แล้วตระกูลเจียงจะจัดการกับนางอย่างไร?
จะให้นางบวชชีเหมือนมารดาหรือไม่? จะให้ตระกูลแตกสลาย
ผู้คนล้มตาย? หรือจะให้ติดตามบิดาที่ติดสุราของนาง?
ไม่ว่าจะเป็นเช่นไร ความงดงามและเกียรติยศในอดีตก็จะสลาย
ไปดั่งดอกไม้ไฟ สิ่งที่รอคอยนางมีเพียงความทุกข์ไม่มีสิ้นสุดและการ
ชดใช้
ไม่มีผู้ใดให้อภัยนาง ไม่มีผู้ใดสงสารนาง และไม่มีผู้ใดปกป้อง
นาง
หนาวเหลือเกิน ทำไมถึงได้หนาวเย็นเช่นนี้
เจียงเฉิงฮวนกอดตัวเองแน่น เหมือนหลายคืนที่ผ่านมา ขดตัว
สะอื้นไห้
รอบกายมีเงาคนเดินไปมา เสียงฝีเท้า เสียงพูดคุย คำสนทนา แต่
ไม่มีใครเรียกให้นางลุกขึ้น
กระทั่งเสี่ยวเฉี่ยววิ่งเข้ามาหา “คุณหนูเป็นอะไรหรือไม่เจ้าคะ
คุณหนูลุกขึ้นเถอะ ที่พื้นเย็นเกินไป”
ที่แท้ในโลกนี้ยังมีคนห่วงใยนางอยู่
เจียงเฉิงฮวนเงยหน้า มองผ่านม่านน ้าตา เห็นใครบางคนหยุดอยู่
ตรงหน้า นางคิดว่าเป็นท่านพ่อจึงรีบเช็ดน ้าตาให้สะอาด แต่กลับเห็น
ใบหน้าของคนที่ไม่ลงรอยกับตนเองมาโดยตลอด
“ทำไมเจ้าร้องไห้คร ่าครวญอีกแล้ว” เจียงเฉิงอวี๋พูดอย่าง
หงุดหงิด “แม่แท้ ๆ ของเจ้าวางแผนแย่งชิงชีวิตของคยอื่นแล้วยังไม่
ยอมไปอีก ข้าไม่เคยเห็นคนหน้าหนาเหมือนเจ้ามาก่อนเลย”
เจียงเฉิงฮวนอยากปฏิเสธ แต่กลับอ้าปากไม่ได้
“อย่าแกล้งทำเป็นน่าสงสาร และอย่าคิดใช้อุบายเล็ก ๆ น้อย ๆ
ของเจ้าด้วย” เจียงเฉิงอวี๋โกรธจัด “ยิ่งอย่าต้องคิดจะวางแผนทำร้าย
คนอื่นเหมือนมารดาของเจ้า ในเรื่องเล่า ตัวรองอย่างเจ้านี่แหละที่
มักจะคิดชั่วในเวลาเช่นนี้”
“หากเจ้ามีจิตสำนึกจริง ๆ เจ้าก็ควรจะชดใช้ความผิดของตัวเอง
ทุ่มเทสุดกำลังเพื่อชดเชยให้กับเจียงเซิง!”
นางพูดด้วยความโกรธเกรี้ยวก่อนจะหมุนตัวจากไป
ทิ้งให้เจียงเฉิงฮวนยืนงงอยู่กับที่ จิกเล็บเข้าเนื้ออย่างแรง
“คุณหนู ลุกขึ้นเถอะเจ้าค่ะ” เสี่ยวเฉี่ยวกล่าวพลางน ้าตาคลอ
“ระวังจะถูกไอเย็น ร่างกายของท่านอ่อนแอมากอยู่แล้ว”
เหอะ นางไม่มีกระทั่งพ่อแม่แล้ว นางจะมีร่างกายที่แข็งแรงไป
ทำไม?
นางไม่เหลืออะไรอีกแล้ว นางถูกบดขยี้จนกลายเป็นผงธุลีไปแล้ว
“เสี่ยวเฉี่ยว” เจียงเฉิงฮวนถามเสียงสะอื้น “ข้าทำอะไรลงไป พวก
เขาถึงได้ตัดสินว่าข้าจะทำเรื่องไม่ดี? ทำไมพวกเขาตัดสินว่าข้าจะทำ
ร้ายเจียงเซิง ทำไมพวกเขาตัดสินว่าข้าเป็นคนเลว?”
สาวใช้ก้มหน้าลงไม่กล้าพูดอะไร
บางทีการมีตัวตนอยู่ของนางอาจเป็นความผิดพลาดก็ได้
นางจะชดใช้อย่างไร? จะชดเชยอย่างไร? นางสามารถทำอะไรได้
บ้าง?
เจียงเฉิงฮวนโซเซลุกขึ้น เดินไปหาเจียงเฉิงอวี๋ “น้องสาวสี่ ข้า
ขอถามเจ้าได้หรือไม่ ทำไมเจ้าถึงเล่นกับเจียงเซิงได้ แต่กลับเกลียด
ข้าตลอดมา?”
เป็นเพราะนิสัยแตกต่างกันหรือ? เพราะตัวจริงกับตัวปลอม? หรือ
ว่าเพราะการชิงดีชิงเด่น?
“เพราะเจ้าหน้าซื่อใจคด ดื้อรั้น ไม่เปิดเผยตรงไปตรงมา” เจียง
เฉิงอวี๋มองนางด้วยสายตาแปลก ๆ “ถามเรื่องนี้ทำไม?”
“ไม่มีอะไร” เจียงเฉิงฮวนส่ายหน้า แล้วหัวเราะอย่างขมขื่น