พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 385 หลังรู้ว่าจ่างเยี่ยนจากไป
พระอาทิตย์อยู่เหนือยอดไม้ยามรับเจ้าสาว
เกี้ยวเจ้าสาวออกเดินทางในตอนเที่ยง
งานเลี้ยงจัดขึ้นหลังตะวันตกดิน
ทุกคนวุ่นวายจนถึงกลางดึก
การจัดงานเลี้ยงแต่งงานที่บ้านของตนเอง แม้จะมีเพียงสามถึงห้า
โต๊ะก็ยังต้องวุ่นวายจนฟ้ามืด หลังส่งแขกทั้งหมดกลับไปและเก็บ
กวาดอาหารที่เหลือ รวมถึงต้องจัดการโต๊ะเก้าอี้ชามตะเกียบของ
เรือนโยวหรานให้เรียบร้อยเพื่อให้คนมารับในวันพรุ่งนี้
แม้จะมีคนช่วย เจียงเซิงก็ยังนึกอยากจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงไม่
ขยับเขยื้อนหลังเสร็จงาน
“เขาว่ากันว่าวันแต่งงานเจ้าสาวเหนื่อยที่สุด พวกเราเป็นแบบนี้
แล้ว ท่านป้าคงจะเหนื่อยมากกว่าแน่” นางขดตัวอยู่บนเก้าอี้หวายตัว
เล็ก ถามอย่างสงสัยและไม่เข้าใจ
ทว่าไม่มีใครตอบ
ญาติผู้ใหญ่คนเดียวอย่างจางเซียงเหลียนได้แต่งงานไปอยู่บ้าน
ตระกูลคงแล้ว คนที่เหลือล้วนเป็นเด็กหนุ่มและสาวน้อยที่ไร้เดียงสา
“หากเจ้าเหนื่อยก็พักผ่อนเสียแต่เนิ่น ๆ เถอะ” สวี่โม่นวดนิ้วมือที่
ปวดเมื่อยของตน
งานของเขาเบาที่สุด แค่รับเงินและจดบันทึก แต่ยังรู้สึกปวดเมื่อย
ไหล่คอ ถึงกับเดินช้าลงอีก
“ยังจะนับเงินวันนี้อีกหรือไม่” เจิ้งหรูเชียนมองถุงใบใหญ่ที่เต็มไป
ด้วยเหรียญทองแดง เป็นครั้งแรกที่เขาไม่มีความสุขกับการนับเงิน
“เงินพวกนี้ ต้องมอบให้ท่านป้าใช่หรือไม่”
ตามธรรมเนียมการจัดงานแต่งในชนบท เงินทองที่บันทึกในสมุด
ของเจ้าสาวควรเป็นของบ้านเดิมของนาง เพราะเงินเหล่านี้ยังต้อง
ส่งคืนกลับไปให้บ้านเดิม
แต่ของขวัญเหล่านี้เป็นของจางเซียงเหลียน ดังนั้นจึงควรมอบให้
นาง
“พวกเราจะเอาไปให้ท่านป้าพรุ่งนี้ หรือจะเก็บไว้รอมอบให้นาง
ตอนกลับมาเยี่ยมบ้าน?” ฟางเหิงเป็นคนเดียวในหมู่พี่น้องที่ยังมีแรง
เหลือเฟือ สำหรับเขา สิ่งเหล่านี้เป็นงานเล็กน้อย
“รอตอนกลับมาเยี่ยมบ้าน” สวี่โม่ตัดสินใจ “การแต่งงานย่อม
เหนื่อยมาก ปล่อยให้ท่านป้าได้พักผ่อนดี ๆ สักสามวันก่อนเถอะ”
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย
เวินจืออวิ่นพาเสี่ยวจู่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ คนหนึ่งเปิดฝาหม้อ
อีกคนหนึ่งตักใส่ชาม “วันนี้ทุกคนเหนื่อยกันมาก ดื่มน ้าแปด
สมุนไพรบำรุงร่างกายสักหน่อยเถอะ มันช่วยคลายความเหนื่อยล้า
และทำให้จิตใจสงบได้ด้วย”
มีหมออยู่ประจำบ้านช่างดีจริง ๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องบาดเจ็บ
เล็กน้อย แถมยังมีของบำรุงไม่ขาดสาย
น ้าแปดสมุนไพร แค่ได้ยินชื่อก็รู้ว่าเป็นของดีแล้ว
เจียงเซิงรีบลุกขึ้นนั่งทันที รับถ้วยใหญ่มาดื่มจนหมด
เจิ้งหรูเชียน ฟางเหิงและสวี่โม่ต่างก็ไม่ปฏิเสธ พี่น้องตระกูลวั่งกับ
อีกแปดคนก็ดื่มกันคนละถ้วย
เหลือถ้วยสุดท้ายที่เป็นของเจ้าห้า
เวินจืออวิ่นถือประคองมันอย่างระมัดระวัง เขามองซ้ายมองขวา
แต่กลับไม่เห็นร่างของจ่างเยี่ยน
“พี่ห้าอยู่ไหนเล่า” เจียงเซิงก็สังเกตเห็นความผิดปกติ “พี่ห้าไป
ไหนแล้ว”
พี่น้องทั้งหกคนไม่ได้ตัวติดกันตลอดเวลา ทุกคนต่างมีเรื่องของ
ตัวเองที่ต้องทำ อย่างสวี่โม่ที่ไปเรียนหนังสือ ฟางเหิงไปออกรบ หรือ
เจิ้งหรูเชียนที่ท่องเที่ยวไปทั่ว
แต่ตราบใดที่อยู่ในบ้านหลังนี้ พวกเขาจะไม่ไปพ้นสายตากัน แม้
มีธุระก็จะบอกกล่าวล่วงหน้าเพื่อไม่ให้คนในครอบครัวเป็นห่วง
ถ้าพูดว่าเจียงเซิงยังต้องออกไปจัดการธุระที่ร้านจิ่วเจินและโรง
ผลิต เวินจืออวิ่นยังต้องไปตรวจที่สำนักแพทย์ ส่วนจ่างเยี่ยนนับว่า
เป็นคนที่ว่างงานที่สุดในบ้านและแทบไม่ออกไปไหนเลย เช่นนั้นเขา
จะไปที่ไหนได้?
เขาตกอยู่ในอันตรายหรือถูกพาตัวไปหรือไม่?
เจียงเซิงยิ่งคิดก็ยิ่งกลัว ชามใบใหญ่ในมือเพิ่งวางลงบนโต๊ะ ยัง
ไม่ทันได้ไปตรวจสอบ ประตูเรือนเล็กก็ถูกเคาะเสียงดัง
ดวงตาของนางเป็นประกาย กระโดดพรวดขึ้นจากเก้าอี้หวาย
“ต้องเป็นพี่ห้าแน่ ๆ พี่ห้าคงถูกพวกท่านคนใดคนหนึ่งลงกลอนปิด
ประตู โชคดีที่ยังไม่มีใครนอนหลับ ไปเปิดประตูให้เขา…”
แต่พอวังเสี่ยวซงก้าวเท้าไป คนที่ปรากฏตัวอยู่นอกประตูกลับ
เป็นจางเซียงเหลียนและพ่อครัวคงที่ควรจะอยู่ในห้องหอ
ไม่ใช่จ่างเยี่ยน ไม่ใช่พี่ห้า
เจียงเซิงไม่ทันได้รู้สึกผิดหวัง ก็รีบเดินไปหาด้วยความประหลาด
ใจ “ท่านป้า พวกท่านมาได้อย่างไร? มีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ?”
ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าคืนแต่งงานอีกแล้วนี่
ใบหน้ากลมที่มักจะร่าเริงของพ่อครัวคงเคร่งเครียดอย่างไม่เคย
เป็นมาก่อน จางเซียงเหลียนยิ่งตัวสั่นเทา นางพูดด้วยความ
หวาดกลัวว่า “เจ้าห้าอยู่ไหน? ข้ามาหาเจ้าห้า”
ทุกคนมองหน้ากัน ต่างรู้สึกตึงเครียดขึ้นมา
พวกเขาก็กำลังตามหาจ่างเยี่ยนเช่นกัน ตามหาน้องชายคนเล็ก
ของบ้าน
“ข้า…ตอนที่ข้ากำลังจัดการสินเดิมอยู่ ข้าเปิดจดหมายที่เขาให้
มา” จางเซียงเหลียนพูดพลางน ้าตาไหลพราก “สิ่งที่อยู่ข้างในเป็น
สัญญาซื้อขายที่ดิน สัญญาซื้อขายที่ดินเชียวนะ”
แค่นี้ก็น่าตกใจพออยู่แล้ว นางจึงเรียกพ่อครัวคงที่อ่านหนังสือ
ได้มาดู และพบว่าเป็นสัญญาซื้อขายที่ดินของเรือนเล็ก
บ้านหลังนี้ที่พวกเขาเช่าอยู่มาสองปี แค่ค่าเช่าต่อปีก็เป็นเงินร้อย
ตำลึงแล้ว มูลค่าของตัวบ้านเองคงพอจะคาดเดาได้
จ่างเยี่ยนเป็นคนว่านอนสอนง่ายและเก็บตัวมาตลอด เขาเป็นคน
เดียวในหมู่พี่น้องที่ไม่มีรายได้
แล้วเขาไปเอาเงินมาจากไหน ซื้อสัญญาซื้อขายที่ดินมาจากที่
ใด อีกทั้งยังมอบเป็นของขวัญแต่งงานให้จางเซียงเหลียนอีกด้วย
ความสงสัยมากมายเหล่านี้วนเวียนอยู่ใจของเหล่าพี่น้อง พวก
เขาแทบไม่คิดอะไร รีบตรงไปยังห้องต่าง ๆ ทันที
ห้องแรกไม่มี ห้องที่สองก็ไม่มี ห้องที่สามก็ยังไม่มีอีก
จนกระทั่งเจิ้งหรูเชียนร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ
ทุกคนจึงรีบวิ่งเข้าไปล้อมวง เห็นบนโต๊ะเขียนหนังสือตัวใหญ่วาง
ตุ๊กตาไม้ประณีตขนาดเล็กหกตัว ใต้ตุ๊กตาไม้มีกระดาษสีขาวอยู่ บน
กระดาษมีตัวอักษรเขียนไว้ไม่กี่ตัว เห็นได้ชัดว่าเป็นลายมือของจ่าง
เยี่ยน
“ข้าจากบ้านมานานเกินไปแล้ว ถึงเวลาต้องกลับ อย่าได้กังวล
ข้าจะเป็นเจ้าห้าของพวกท่านตลอดไป”
สวี่โม่อ่านจบ ทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบงัน
หลังจากเป็นพี่น้องกันมาห้าปี พวกเขาไม่เคยได้ยินเด็กหนุ่มพูด
ถึงครอบครัว หรือว่าถึงเวลาต้องกลับบ้านแล้ว มีครอบครัวไหนกันที่
ปล่อยลูกไว้ข้างนอกตั้งห้าปีแล้วค่อยตามกลับไป
“จริงด้วย พี่ห้าไม่ได้บอกหรือว่าเขาความจำเสื่อม” เจียงเซิงเอ่ย
ขึ้น น ้าเสียงแฝงความน้อยใจ “หรือว่าเขาจะฟื้นคืนความทรงจำ
แล้ว?”
สวี่โม่มองน้องสาวแวบหนึ่ง แล้วหยิบตุ๊กตาไม้ขนาดเล็กทั้งหกตัว
ขึ้นมา “น้องห้าไม่เคยบอกว่าเขาสูญเสียความทรงจำ เจ้าต่างหากที่
คิดไปเองและเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ”
จ่างเยี่ยนเริ่มแกะสลักไม้ตั้งแต่ปีที่แล้ว
เขาเป็นคนจริงจัง ขยันหมั่นเพียร แม้ไม่มีพื้นฐานก็ค่อย ๆ ฝึกฝน
เสียไม้ไปหลายชุด นิ้วมือก็ด้านแตก จนในที่สุดก็แกะสลักแบบจำลอง
ขนาดเล็กที่เหมือนจริงของพวกเขาพี่น้อง
พี่ใหญ่ที่อ่านหนังสืออยู่เสมอ พี่รองที่นับเงิน พี่สามที่ถือไม้ยาว
พี่สี่ที่สะพายกล่องยาใบเล็ก และน้องสาวที่ถือถังหูลู่ ทั้งยังมีเขาที่ยืน
นิ่งสงบราวกับผืนน ้า มือทั้งสองประสานกันไว้ด้านหลัง
พวกเขาเป็นครอบครัวเดียวกัน แม้จะเผชิญกับความยากลำบาก
ก็ร่วมแรงร่วมใจกันตลอด เหมือนท่าทางของรูปแกะสลักไม้ที่เคียง
ข้างกัน พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน
แต่ตอนนี้จ่างเยี่ยนกลับบ้านไปแล้ว
“พวกเราไม่เคยพูดว่าไม่ให้เขากลับบ้าน แต่ทำไมถึงไม่มาบอก
ลา ทำไมถึงไม่บอกว่าบ้านเขาอยู่ที่ไหน” เจิ้งหรูเชียนนั่งหงุดหงิดอยู่
ขอบเตียง “ทำไมต้องแอบหนีไปด้วย แถมยังเป็นวันมงคลของท่านป้า
อีก”
“ข้าคิดว่าเป็นเพราะเขาต้องการให้พวกเราพบว่าเขาหายไปช้า
ลงกระมัง” สวี่โม่กล่าวเบา ๆ นิ้วมือที่กำตุ๊กตาไม้เล็ก ๆ ออกแรงบีบ
แน่น
เขาวางแผนทุกอย่างไว้หมดแล้ว สมกับเป็นคนที่ฉลาดที่สุดใน
บ้านจริง ๆ แต่เขากลับไม่ได้คิดถึงจิตใจของคนอื่น ไม่ได้คิดถึง
สายตาผิดหวังของพี่น้อง และเสียงสะอื้นไห้ของน้องสาวเลยหรือ
อย่างไร
“เจ้าห้าคงไม่ได้ถูกใครข่มขู่หรอกนะ” ฟางเหิงนึกถึงตัวเองใน
อดีต กำดาบแน่น “หากเป็นเช่นนั้นข้าก็ต้องไปตามหาเขา ข้าจะไป
ช่วยน้องชายกลับมา”
ทุกคนยิ่งเงียบลง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเพียงการคาดเดา ไม่มีใครรู้
ความจริงว่าทำไมจ่างเยี่ยนถึงจากไปและไปที่ไหน
ท่ามกลางความเงียบสงัดนั้น มีร่างบอบบางร่างหนึ่งขดตัวเป็น
ก้อนกลม น ้าตาไหลอาบหน้า
“เจ้าห้า เจ้าจะทิ้งข้าไปจริง ๆ หรือ เจ้าทิ้งข้าไป…ได้อย่างไรกัน”