พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 388 ยั่วยุส ำนักแพทย์
วิชำแพทย์นั้นแท้จริงแล้วเน้นกำรสังเกต ดมกลิ่น สอบถำม และ
ลูบคล ำ อีกทั้งยังสำมำรถวินิจฉัยอำกำรได้โดยไม่ต้องจับชีพจร
เพียงแต่เมื่อเทียบกับกำรใช้ตำมอง กำรจับชีพจรจะบอกอำกำร
แม่นย ำกว่ำ
เวินจืออวิ่นรู้สึกได้ถึงเจตนำไม่ดีของอีกฝ่ำย แต่เพื่อส ำนักแพทย์
เพื่อหน้ำตำจึงกัดฟันตอบรับ “ได้”
กำรสังเกต ดมกลิ่น สอบถำม และลูบคล ำตำมชื่อเรียก เริ่มจำก
ใช้ตำมอง แล้วใช้จมูกดมกลิ่น สุดท้ำยก็สอบถำมอำกำรและกิจวัตร
ของคนไข้
คุณชำยคนนี้อำยุรำวสิบสี่สิบห้ำปี ผิวพรรณละเอียด สุขภำพดี
แขนขำครบถ้วนคล่องแคล่ว ดูไม่เหมือนคนป่วย มีเพียงหำงตำที่แดง
เล็กน้อย ตำขำวที่ควรสดใสกลับคล้ำยมีหมอกบำง ๆ ปกคลุม เหมือน
สิ่งที่บันทึกไว้ในหนังสือที่ท่ำนหมออู๋มอบให้ มันคือโรคตำแห้ง
เวินจืออวิ่นลุกขึ้นยืน น ำคุณชำยเดินไปมำตรงประตูส ำนักแพทย์
แสงแดดยำมเที่ยงวันสำดส่องกระทบใบหน้ำ คุณชำยหลับตำทันที
ถอยหลังกลับเข้ำไปในที่ร่ม
“คุณชำย” เขำเริ่มเข้ำใจแล้ว “ปกติแล้วดวงตำของท่ำนแห้งและ
ไม่มีน ้ำตำใช่หรือไม่ บำงครั้งรู้สึกแสบร้อน คัน รำวกับมีบำงสิ่งติดอยู่
ในดวงตำ และบำงครั้งก็มองเห็นสิ่งต่ำง ๆ ได้ไม่ชัดเจน”
คุณชำยหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย แล้วรีบพยักหน้ำ “เจ้ำช่ำงมีฝีมือ
จริง ๆ”
เวินจืออวิ่นยกมุมปำกอย่ำงถ่อมตัว แล้วเดินกลับไปที่โต๊ะไม้เพื่อ
หยิบพู่กัน “หำกอำกำรรุนแรงก็จ ำเป็นต้องใช้กำรนวดและฝังเข็ม
เสริม แต่ถ้ำเป็นเพียงอำกำรไม่สบำยเล็กน้อย ข้ำสำมำรถจ่ำยยำให้
ท่ำนได้ ใช้เกำจี่จื่อกับซูตี้หวงบ ำรุงตับและเพิ่มกำรมองเห็น หำก
จ ำเป็นอำจใช้ผ้ำชุบน ้ำอุ่นประคบ”เ
พูดจบ ใบสั่งยำก็เขียนเสร็จ
คุณชำยหนุ่มรีบคว้ำไปดู แล้วเอ่ยเชย “ไม่น่ำเชื่อเลย หมอน้อย
อำยุแค่สิบสำมสิบสี่ปีเท่ำนั้น แต่กลับเก่งกำจถึงเพียงนี้”
ที่จริงแล้วข้ำไม่ได้เก่งกำจอะไรนัก
วิชำแพทย์ของเวินจืออวิ่นล้วนฝึกฝนมำจำกกำรรักษำชำวบ้ำน
ส่วนใหญ่จึงคุ้นเคยกับกำรรักษำโรคของคนจน อย่ำงโรคบิด ไข้หวัด
ใหญ่ หรืออำกำรปวดหลัง ปวดเมื่อยแขนขำ
ส ำหรับโรคร้ำยแรงจริง ๆ คนทั่วไปมักไม่รักษำ แค่นอนรอควำม
ตำยอยู่ที่บ้ำน ท ำให้เขำเสียโอกำสในกำรสั่งสมประสบกำรณ์ไป
หำกเป็นไปได้ เขำก็อยำกจะเข้ำเป็นศิษย์ของอำจำรย์
ผู้เชี่ยวชำญและมำกประสบกำรณ์ เพื่อศึกษำวิชำแพทย์และพิษให้
ลึกซึ้งถึงแก่น
น่ำเสียดำยที่คนธรรมดำอย่ำงเขำไม่มีคุณสมบัติและไม่มีโอกำส
เช่นนั้น
เวินจืออวิ่นถอนหำยใจเบำ ๆ แล้วมองชำยชรำที่มีผมและหนวด
เครำขำวโพลน สีหน้ำของเขำดูจริงจังมำกขึ้น “เชิญทำงนี้ขอรับ
ท่ำนลุง”
ชำยชรำไม่พูดอะไร เดินโซเซไปข้ำงหน้ำ คุณชำยหนุ่มถอยหลัง
ทันที เปิดทำงให้เขำนั่งเบำะนุ่ม
ครั้งนี้ไม่มีอะไรยุ่งยำก เป็นเพียงกำรตรวจรักษำตำมปกติ แต่
เวินจืออวิ่นกลับพบเรื่องแปลกของชีพจร
เป็นที่รู้กันดีว่ำชีพจรของผู้สูงอำยุจะเต้นช้ำกว่ำคนหนุ่มสำว
ร่ำงกำยที่เสื่อมถอยยังน ำมำซึ่งอำกำรเจ็บป่วยมำกมำย เมื่อจับชีพจร
จึงมักพบโรคหลำยอย่ำงพร้อมกัน ท ำให้ยำกจะแยกแยะได้อย่ำง
ชัดเจน
อย่ำงไรก็ตำม ชำยชรำผมขำวตรงหน้ำนี้ กลับมีชีพจรที่แข็งแรง
มีพลัง ชัดเจนและแข็งแรงดี
หำกไม่มองร่องรอยเหี่ยวย่นและจุดด่ำงด ำบนผิวหนังของเขำ คง
อำจคิดว่ำเป็นชำยหนุ่มที่แข็งแรงเสียด้วยซ ้ำ
“ท่ำน…” เวินจืออวิ่นชักมือกลับรำวกับถูกลวก ไม่รู้ว่ำควรท ำ
อย่ำงไร
“ท่ำนหมอน้อย มีอะไรก็พูดมำตรง ๆ เถอะ ข้ำอำยุปูนนี้แล้ว ไม่
กลัวอะไรทั้งนั้น” ในที่สุดชำยชรำก็เอ่ยปำก น ้ำเสียงทุ้มต ่ำแหบพร่ำ
เวินจืออวิ่นเม้มริมฝีปำก ตัดสินใจพูดควำมจริง “ชีพจรของท่ำน
แปลกประหลำดเกินไปขอรับ คล้ำยคลึงกับคนหนุ่มสำวมำก ไม่มี
ร่องรอยของควำมแก่ชรำเลยแม้แต่น้อย ขัดแย้งกับสภำพร่ำงกำย
ของท่ำนนัก”
“อ้อ? เช่นนั้นข้ำเป็นเช่นนี้ ดีหรือไม่ดีกันแน่?” ชำยชรำถำม
อย่ำงเชื่องช้ำ
เวินจืออวิ่นส่ำยหน้ำ “วิชำแพทย์ของข้ำยังอ่อนด้อย ยำกจะ
วินิจฉัยได้ ขอท่ำนลุงไปพบหมอหลำย ๆ ท่ำนเถิด เพื่อป้องกันควำม
เข้ำใจผิดและกำรรักษำที่ล่ำช้ำ”
ชำยวัยกลำงคนที่อยู่ข้ำง ๆ และคุณชำยหนุ่มลุกขึ้นพร้อมกัน
เดินเข้ำมำด้วยท่ำทำงดุดัน
เจียงเซิงกับเจิ้งหรูเชียนตกใจ รีบพุ่งเข้ำไปพร้อมกัน บังร่ำงบอบ
บำงของหมอน้อยไว้ด้ำนหลัง
“พวกเรำมำหำเจ้ำก็เพื่อรักษำ แต่เจ้ำกลับบอกว่ำฝีมือแพทย์
ตนเองไม่เชี่ยวชำญ” ชำยวัยกลำงคนแสดงสีหน้ำไม่พอใจ รำวกับ
คว้ำโอกำสที่จะท ำให้เรื่องยุ่งยำก “ในเมื่อฝีมือแพทย์เจ้ำอ่อนด้อย ข้ำ
ก็เห็นว่ำส ำนักแพทย์นี้ไม่จ ำเป็นต้องเปิดอีกต่อไป”
คุณชำยหนุ่มพยักหน้ำอย่ำงดุร้ำย
เจียงเซิงโกรธจนตำโต ควำมสำมำรถของหมอมีจ ำกัด โรคที่
รักษำไม่ได้ก็มีอยู่มำกมำย กำรบอกคนไข้อย่ำงจริงใจ ย่อมดีกว่ำสั่ง
ยำส่งเดชจนท ำร้ำยคนอื่น
พี่สี่ของนำงใจดีและจริงใจกลับต้องมำถูกรังแก
ควำมมีเหตุผลอยู่ที่ไหนในใต้หล้ำนี้กัน!
“พอเถอะ ๆ” ชำยชรำเอ่ยขึ้นอย่ำงเย็นชำ “ทุกคนถอยออกไป
ก่อน ข้ำอยำกพูดคุยกับท่ำนหมอน้อยสักหน่อย”
ชำยวัยกลำงคนจึงหันหลังกลับไปนั่งที่เดิมของตนอย่ำงขุ่นเคือง
เจียงเซิงไม่อยำกออกไป แต่ถูกเจิ้งหรูเชียนดึงตัวมำ จึงได้แต่หัน
หลังกลับไปอย่ำงโมโห
“เจ้ำบอกว่ำชีพจรไม่สอดคล้องกับสภำพร่ำงกำย เจ้ำรู้หรือไม่ว่ำ
อะไรคือสำเหตุที่ท ำให้เกิดอำกำรแบบนี้”
ชำยชรำจ้องมองหมอน้อยที่ก ำลังหวำดกลัวและเอ่ยถำม
นี่…ท ำให้เวินจืออวิ่นอึ้งไปชั่วขณะ
ตำมปกติแล้วชีพจรของคนเรำสำมำรถบ่งบอกถึงสภำพร่ำงกำย
ได้ นั่นจึงเป็นที่มำของกำรวินิจฉัยโรค
หำกกำรจับชีพจรไม่สำมำรถบอกอำกำรเจ็บป่วย กำรแพทย์
แผนโบรำณคงสูญหำยไปท่ำมกลำงวันเวลำของประวัติศำสตร์แล้ว
“ข้ำได้ยินว่ำเจ้ำรู้วิชำฝังเข็ม?” ชำยชรำเห็นเวินจืออวิ่นตอบ
ไม่ได้ จึงเปลี่ยนเรื่อง “ไม่รู้ว่ำปกติเจ้ำใช้กำรฝังเข็มท ำอะไรบ้ำง?”
“ใช้เพื่อกระตุ้นเส้นลมปรำณ ให้เลือดลมไหลเวียน ปรับสมดุลห
ยินหยำง นอกจำกนี้ยังสำมำรถใช้เพื่อช่วยรักษำชีวิตเบื้องต้น ฟื้นคืน
สติ ลดไข้ และบรรเทำอำกำรปวดได้” เวินจืออวิ่นเล่ำควำมจริงตำมที่
เรียนรู้มำ
ชำยชรำพยักหน้ำ มือซ้ำยของเขำวำงอยู่บนชีพจรข้อมือขวำ ไม่
พูดอะไร
เจ้ำห้ำเคยบอกว่ำผู้คนในโลกนี้ต่ำงพูดและท ำสิ่งต่ำง ๆ ล้วนมี
จุดประสงค์
หำกชำยชรำคนนี้เองก็มีจุดประสงค์ เขำพูดถึงชีพจรและกำร
ฝังเข็มเช่นนี้…ดวงตำของเวินจืออวิ่นพลันเปล่งประกำย ควำมคิดอัน
น่ำอัศจรรย์ผุดขึ้นมำ “หรือว่ำ ชีพจรนี้ถูกเปลี่ยนแปลงด้วยกำร
ฝังเข็ม?”
เด็กน้อยช่ำงสอนได้ง่ำยจริง ๆ
ชำยชรำยกริมฝีปำกขึ้นเล็กน้อย ปลดบำงสิ่งออกจำกแขนขวำ
แล้วน ำกลับมำวำงบนจุดตรวจชีพจรอีกครั้ง พลำงส่งสัญญำณให้
เวินจืออวิ่นตรวจดูอีกครั้ง
นิ้วทั้งสำมที่ขำวเนียนของเด็กหนุ่มวำงลงบนผิวหนังเหี่ยวย่นของ
คนชรำ ชีพจรที่เต้นช้ำและอ่อนของผู้สูงอำยุส่งผ่ำนมำ พร้อมกับกำร
สั่นเบำ ๆ ดูเหมือนจะปกติ แต่ก็แสดงอำกำรบำงอย่ำง
เวินจืออวิ่นปล่อยมือ แล้วถำมอย่ำงระมัดระวัง “ท่ำนมีอำกำร
หัวใจสั่นหรือ?”
อำกำรหัวใจสั่นในผู้สูงอำยุไม่ถือว่ำเป็นปัญหำใหญ่ แต่หำก
ปล่อยไว้อำจน ำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองได้
“มีบ้ำงเล็กน้อย” ชำยชรำดึงมือกลับ ในที่สุดก็ยิ้มออกมำ “ไม่น่ำ
เชื่อเลยว่ำหมอน้อยที่อำยุแค่สิบกว่ำปี จะเก่งกว่ำหลำนชำยของข้ำไป
อีกขั้น”
คุณชำยหนุ่มเม้มปำกไม่พอใจ
แน่นอนว่ำนี่คือกำรรวมตัวกันของคนสำมรุ่นเพื่อมำสร้ำงควำม
ยำกล ำบำกให้คนอื่น
เจียงเซิงโกรธจนควันออกหู พร้อมจะไปฟ้องตระกูลเจียงให้ท่ำน
พ่อท่ำนย่ำฟัง
แต่ไม่คิดว่ำชำยชรำจะเปลี่ยนน ้ำเสียงอย่ำงฉับพลัน “เพียงแต่เจ้ำ
ยังมีประสบกำรณ์ในกำรรักษำโรคร้ำยน้อยเกินไป ถึงแม้ต ำรำ
โบรำณจะช่วยขยำยขอบเขตควำมรู้ของเจ้ำได้ แต่หำกไม่มีควำม
ช ำนำญในกำรรักษำจริง ก็เป็นแค่หลักกำรลอย ๆ เท่ำนั้น”
นี่ก็เหมือนกับกำรที่ฟำงเหิงน ำทัพออกรบ กำรจินตนำกำรมอง
แผนที่นับครั้งไม่ถ้วนไม่เท่ำกับกำรได้ขึ้นม้ำออกรบจริง ๆ
แต่กำรแพทย์และสนำมรบนั้นแตกต่ำงกัน
กำรสู้รบอย่ำงบุ่มบ่ำม อย่ำงมำกก็แค่สูญเสียชีวิต แต่กำรลงเข็ม
แบบไม่รอบคอบอำจท ำร้ำยคนไข้บริสุทธิ์
ไม่มีใครจะมอบคนป่วยโรคร้ำยแรงให้หมอที่ขำดประสบกำรณ์
ดูแล แต่หำกไม่รักษำ คนเป็นหมอก็จะขำดประสบกำรณ์ไปตลอด
นี่คือช่วงเวลำที่อำจำรย์ของตัวเองมีควำมส ำคัญมำกที่สุด
เวินจืออวิ่นรู้ดีว่ำตนเองไม่มีสิ่งนี้ นึกถึงกำรถูกปฏิเสธครั้งแล้ว
ครั้งเล่ำตอนที่ไปขอเป็นศิษย์กับน้องชำย น ้ำตำก็ไหลออกมำอย่ำง
ควบคุมไม่ได้
จนกระทั่งเขำได้ยินประโยคนี้ “ข้ำเห็นว่ำเจ้ำมีพรสวรรค์ไม่เลว
เช่นนั้นเจ้ำเต็มใจจะเรียนวิชำแพทย์กับข้ำหรือไม่?”