พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 389 สวี่โม่สงสัย
เสียงที่ดังขึ้นกะทันหัน รำวกับฟ้ำผ่ำอยู่ข้ำงหู
เวินจืออวิ่นเงยหน้ำขึ้นอย่ำงงุนงง พบว่ำเป็นชำยชรำคนตรงข้ำม
ที่ก ำลังพูดอยู่
เขำมีรอยยิ้มบนใบหน้ำ ท่ำทำงเมตตำ ตรงกันข้ำมกับควำมหยิ่ง
ผยองและเย็นชำจำกตอนแรกอย่ำงชัดเจน
แต่ท ำไมกัน
แม้เวินจืออวิ่นเป็นคนขี้ขลำด แต่เขำไม่โง่งม ในฐำนะคนธรรมดำ
กำรได้พบกับอู๋สั่วเว่ยก็นับว่ำใช้โชคชะตำไปครึ่งชีวิตแล้ว กำรพบ
อุปสรรคทุกหนทุกแห่งในเมืองหลวงต่ำงหำกที่เป็นควำมจริงของโลก
มนุษย์
พี่น้องของพวกเขำไม่มีทั้งฐำนะ ต ำแหน่งสูงส่ง และไม่มีที่พึ่งพิง
มั่นคง แม้แต่ตระกูลเจียงก็ยังห่ำงไกล หำกไม่ถึงครำวคับขันก็คงไม่
กล้ำไปขอควำมช่วยเหลือ
จะเป็นไปได้อย่ำงไรที่จะมีคนมำสอนเขำโดยไม่มีเหตุผล ยิ่งไป
กว่ำนั้นยังอุตส่ำห์มำถึงที่เพื่อรับศิษย์อีก
เวินจืออวิ่นกัดริมฝีปำก ในใจเต็มไปด้วยควำมกังวลใจ ไม่
สำมำรถเอ่ยค ำพูดใดออกมำได้
ชำยชรำยืนนิ่งไม่ไหวติง กลับเป็นคุณชำยข้ำง ๆ ที่เริ่มร้อนใจ
“นี่ ที่ท่ำนปู่ของข้ำยินดีรับเจ้ำเป็นศิษย์ก็ถือเป็นโชคลำภอัน
ยิ่งใหญ่แล้ว มีคนมำกมำยอยำกก้ำวเข้ำประตูตระกูลอู๋ของพวกข้ำแต่
ก็เข้ำไม่ได้” เขำกล่ำวอย่ำงเดือดดำล “พวกข้ำเป็นตระกูลหมอ สืบ
ทอดกันมำหลำยชั่วอำยุคน ท ำหน้ำที่เป็นหมอหลวงในวังมำตลอด
วันนี้หำกเจ้ำพลำดโอกำสนี้ไป ต่อให้ร้องไห้จนไส้ขำดก็เสียใจไม่ทัน
แล้วนะ”
เป็นตระกูลใหญ่และหมอหลวง
สองค ำนี้ท ำให้เวินจืออวิ่นตกอยู่ในภวังค์อีกครั้ง
ชำยชรำทนไม่ไหว จึงกระแอมเบำ ๆ “ซื่อเหยียน กำรรับศิษย์ต้อง
ดูวำสนำ หำกท่ำนหมอน้อยไม่เต็มใจ พวกเรำก็บังคับไม่ได้หรอก”
ค ำพูดนี้กลับน ำกำรวำงแผนของคนมำอ้ำงว่ำเป็นเรื่องของ
วำสนำ
แต่เวินจืออวิ่นยังไม่เชื่อ เขำช ำเลืองมองไปทำงพี่ชำยและ
น้องสำว เห็นได้ชัดว่ำพวกเขำก็สงสัยเช่นกัน
“ส่วนข้ำ แท้จริงแล้วเป็นหมอหลวงในวัง ตระกูลอู๋ของพวกข้ำมี
ชื่อเสียงของตัวเองเช่นกัน ย่อมไม่พูดจำเหลวไหลแน่นอน” ชำยชรำ
เอ่ยขึ้นช้ำ ๆ “กำรมำเยือนครั้งนี้ก็เพียงเพรำะข้ำได้พบกับคนไข้ที่
แปลกประหลำดในชนบท คนผู้นั้นแม้จะเป็นโรคภูมิแพ้ แต่กลับ
สำมำรถสัมผัสกับสิ่งที่แพ้ได้อย่ำงไม่มีปัญหำ ท ำให้ข้ำรู้สึกสนใจไม่
น้อย”
“หลังจำกสอบถำมหลำยครั้ง ถึงรู้ว่ำเขำเคยได้รับกำรรักษำที่
ส ำนักแพทย์เวิน และได้รับยำแก้ของเจ้ำ จึงท ำให้สำมำรถท ำอะไรได้
ตำมใจปรำรถนำ”
หลังจำกนั้น หมอหลวงอู๋ผู้รักและชื่นชมในควำมสำมำรถอย่ำง
ลึกซึ้งก็ติดตำมมำที่ส ำนักแพทย์ เพื่อทดสอบหมอน้อยด้วยตัวเอง
และหลังผ่ำนกำรทดสอบแล้วก็ตัดสินใจรับเป็นศิษย์
เรื่องนี้ฟังดูสมเหตุสมผลมำกขึ้น แต่ก็ยังมีบำงอย่ำงที่ไม่ถูกต้อง
หมอหลวงอู๋ยังคงสีหน้ำไม่เปลี่ยน “ข้ำคิดว่ำเจ้ำคงจะไม่เชื่อ จึง
เชิญคนไข้คนนี้มำด้วย”
พูดจบ เขำก็พยักหน้ำให้หลำนชำยลุกขึ้น ไปเรียกชำยวัย
กลำงคนที่นั่งอยู่ในรถม้ำลงมำ
พอชำยคนนั้นเห็นเวินจืออวิ่นก็น ้ำตำไหลพรำก เกือบจะคุกเข่ำ
ก้มหัวลงกับพื้น “หมอเทวดำ ข้ำโชคดีนักที่ได้พบท่ำน ข้ำไม่แพ้ผัก
กับผลไม้อีกแล้ว โรคนี้ร้ำยกำจนัก สำมสิบกว่ำปีแล้วที่ข้ำกินได้แค่
แป้งกับข้ำวเท่ำนั้น จนได้พบหมอเทวดำอย่ำงท่ำน ข้ำถึงกินผักผลไม้
ได้สักค ำ ตำยไปก็ไม่เสียใจแล้ว”
แม้จะเคยเจอสถำนกำรณ์แบบนี้มำหลำยครั้ง แต่เวินจืออวิ่นก็
ยังคงหน้ำแดงก ่ำ ตอบกลับอย่ำงเขินอำย “ไม่เป็นไร… อำกำรแพ้ของ
ท่ำนไม่รุนแรงนักจึงรักษำได้ หำกเป็นอำกำรที่หนักข้ำก็คงท ำอะไร
ไม่ได้หรอก”
เขำคนนั้นยังอยำกจะพูดอะไรบำงอย่ำง แต่ถูกอู๋ซื่อเหยียนพำไป
ที่มุมห้อง
หมอหลวงอู๋ถอนหำยใจ “ครำวนี้ เจ้ำคงไม่สงสัยอีกแล้วกระมัง”
เวินจืออวิ่นยังคงไร้เดียงสำ ใบหน้ำแดงก ่ำขึ้นเรื่อย ๆ อำยจนไม่รู้
ว่ำควรท ำอย่ำงไรดี
“ช่ำงเถอะ ถึงแม้จะเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดี ก็ไม่อำจบังคับฝืนใจได้ ข้ำ
จะกลับเรือนก่อน นี่คือค่ำรักษำของพวกข้ำ หวังว่ำท่ำนหมอน้อยจะ
พิจำรณำอย่ำงถี่ถ้วน เพื่อไม่ให้คิดเสียใจภำยหลัง” เขำพูดจบก็พำ
คนตระกูลอู๋จำกไปจริง ๆ
มำอย่ำงเงียบเชียบ จำกไปอย่ำงว่องไวดั่งสำยลม
ในชั่วพริบตำนั้นส ำนักแพทย์ก็จมดิ่งสู่ควำมเงียบงันอีกครั้ง
หำกไม่ใช่เพรำะค่ำรักษำห้ำสิบต ำลึงยังอยู่บนโต๊ะ เวินจืออวิ่นคง
คิดว่ำตนเองอยำกมีอำจำรย์มำกเกินไปจนฝันกลำงวันอยู่
“พี่สี่”
“เจ้ำสี่”
เจียงเซิงกับเจิ้งหรูเชียนที่สังเกตกำรณ์อยู่ตลอดเดินเข้ำมำ
ท ำลำยควำมเงียบ “ข้ำเคยได้ยินเรื่องตระกูลอู๋ที่ร้ำนจิ่วเจิน พวกเขำ
เป็นตระกูลหมอที่สืบทอดกันมำหลำยชั่วอำยุคนแล้ว มีคนที่เป็นหมอ
หลวงอย่ำงน้อยสำมคน เรื่องนี้ไม่มีทำงเป็นเรื่องโกหกแน่นอน”
สิ่งส ำคัญที่สุดคือตระกูลอู๋ไม่ได้สนิทสนมกับตระกูลฟำง พวกเขำ
มุ่งมั่นศึกษำวิชำแพทย์เพียงอย่ำงเดียว ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเบื้อง
ลึกเบื้องหลัง
พวกเขำไม่มีเหตุผลที่จะต้องมีเจตนำร้ำย และได้บอกถึงเหตุผล
ในกำรรับศิษย์แล้ว ประกอบกับชื่อเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของคน
ตระกูลใหญ่ ท ำให้ควำมน่ำเชื่อถือของหมอหลวงอู๋เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
อีกทั้งเวินจืออวิ่นก็อยำกจะพัฒนำฝีมือวิชำแพทย์ของตนเอง
มำกด้วย
เกือบจะทันทีที่ได้รับกำรยืนยันจำกพี่ชำยน้องสำว เขำก็วิ่งออก
จำกส ำนักแพทย์ ไล่ตำมรถม้ำของตระกูลอู๋ที่ยังไม่ได้ไปไกล
“อำจำรย์ ศิษย์ยินดีขอรับ!” เด็กหนุ่มคุกเข่ำลงทันที ก้มศีรษะ
ค ำนับจริงจัง
มีใครบำงคนยกยิ้มด้วยควำมพึงพอใจ นัดหมำยเรื่องเวลำเรียน
และบอกที่อยู่ของเรือนแล้วจำกไป
เวินจืออวิ่นลุกขึ้นพร้อมกับฝุ่นบนหน้ำผำก กลับมำที่ส ำนัก
แพทย์
เจิ้งหรูเชียนถำมขึ้นก่อน “ส ำเร็จแล้วหรือ?”
เขำพยักหน้ำ ใบหน้ำขำวสะอำดเต็มไปด้วยควำมหวัง
แม้เจียงเซิงจะรู้สึกหดหู่ แต่ก็อดยินดีกับเขำด้วยไม่ได้ รำวกับว่ำ
ชีวิตถูกดึงเข้ำไปในสระน ้ำนิ่ง หรือเหมือนได้พบกับอำกำศบริสุทธิ์ใน
ยำมขำดอำกำศ
พวกเขำเริ่มร่ำเริงและท ำงำนวุ่นวำยจนถึงช่วงบ่ำย กระทั่งฟ้ำมืด
จึงกลับบ้ำน
เวินจืออวิ่นต้องกำรไปเรียนวิชำแพทย์ที่เรือนตระกูลอู๋ แต่ก็ยัง
เป็นห่วงคนไข้ที่ส ำนักแพทย์เวิน เขำจึงคิดจะเชิญหมอคนหนึ่งมำอยู่
ประจ ำที่นี่
เจียงเซิงไปมำระหว่ำงร้ำนจิ่วเจินสองแห่ง พบว่ำกิจกำรขนม
หวำนมียอดขำยคงที่ แต่ละวันขำยได้ปริมำณใกล้เคียงกัน ทว่ำขนม
หวำนประจ ำแซ่ของนำงกลับได้รับกำรยอมรับจำกคนตระกูลใหญ่ใน
เมืองหลวงมำกขึ้นเรื่อย ๆ ก ำไรจึงสูงจนท ำให้คนต้องหันมำมอง
อีกไม่ช้ำผลลิ้นจี่ก็จะสุก เจิ้งหรูเชียนกลัวว่ำกำรค้ำที่อยู่ในมือจะ
ถูกแย่งชิงไป จึงคิดหำวิธีเตรียมแผนส ำรองอย่ำงหนัก
ทั้งสำมคนต่ำงยุ่งเรื่องของตัวเอง ชีวิตก็เป็นเช่นนี้ ขำดคนไปคน
หนึ่ง แม้ในใจจะรู้สึกเจ็บปวด แต่สิ่งที่ต้องท ำก็ไม่อำจขำดตกบกพร่อง
ได้
อำหำรเย็นวันนี้ยังคงเป็นจำงเซียงเหลียนที่จัดกำรให้ เมื่อเทียบ
กับวันก่อน ๆ ที่มีทั้งเนื้อมำกมำย วันนี้กลับมีผักใบเขียวเพิ่มขึ้น อีก
ทั้งยังมีผักและผลไม้สดชื่นอีกหลำยอย่ำง รวมถึงขนมเล็ก ๆ น่ำ
รับประทำน
พ่อครัวคงก็อยู่ที่นั่นด้วย เขำเรียกพวกเด็ก ๆ ด้วยควำม
กระตือรือร้นเต็มเปี่ยม “กินข้ำว ๆ อย่ำเพิ่งท ำงำน กินข้ำวเสร็จแล้ว
ค่อยท ำงำนเถอะ”
ในที่สุดสวี่โม่ก็เงยหน้ำขึ้นจำกกองหนังสือ ฟำงเหิงก็เก็บกระบอง
ไม้และดำบเช่นกัน
ระหว่ำงมื้ออำหำร พวกเขำย่อมถำมไถ่กันถึงเรื่องรำวที่เกิดขึ้นใน
วันนี้
เวินจืออวิ่นดวงตำเปล่งประกำย เอ่ยปำกด้วยควำมตื่นเต้นอย่ำง
เห็นได้ยำก “ข้ำมีอำจำรย์แล้ว พรุ่งนี้จะไปเรียนวิชำแพทย์”
คนทั้งบ้ำนต่ำงตะลึงไปชั่วครู่ ก่อนจะรีบแสดงควำมยินดีและอวย
พรเขำ
“นี่เป็นเรื่องดี เจ้ำสี่กินเยอะ ๆ หน่อย” ฟำงเหิงคีบเนื้อส่งให้
มีเพียงสวี่โม่ที่ขมวดคิ้วเล็กน้อย มองไปทำงเจียงเซิงและเจิ้งหรู
เชียน
ตำมปกติแล้ว สองคนนี้คงจะเริ่มพูดจำจ้อกแจ้ก รำวกับอยำกจะ
บรรยำยรูปร่ำงของมูลสุนัขที่พวกเขำเห็นออกมำให้หมด เป็นไป
ไม่ได้ที่จะไม่พูดถึงเรื่องเจ้ำสี่มีอำจำรย์แม้แต่ค ำเดียว
ไม่แน่ว่ำพวกเขำยังคงจมอยู่ในควำมเศร้ำที่เจ้ำห้ำจำกไป
“เจ้ำร้อง” สวี่โม่เรียกชื่อออกมำ “เจ้ำรู้หรือไม่ว่ำเกิดอะไรขึ้น?”
เจิ้งหรูเชียนได้สติกลับมำ เล่ำเรื่องที่เกิดขึ้นในส ำนักแพทย์เวิน
อย่ำงรวบรัด แล้วกล่ำวว่ำ “พวกเขำเป็นคนของตระกูลอู๋แน่นอน
ตั้งแต่ต้นจนจบล้วนมีเหตุผล แม้แต่คนไข้ก็เป็นคนที่เจ้ำสี่เคยรักษำ
จริง ๆ คงไม่ใช่แผนกำรหรอก”
ถ้ำจะพูดให้ถึงที่สุดคือตระกูลฟำงจะวำงแผนอะไรกับเวินจืออวิ่น
กัน?
ศัตรูของพวกเขำคือฟำงเหิง เป้ำหมำยคือสวี่โม่ หำกพวกเขำ
ต้องกำรท ำร้ำยท่ำนหมอน้อยที่ไร้ทักษะกำรต่อสู้ ก็ยังมีวิธีนับหมื่นวิธี
ท ำไมต้องไปล ำบำกตระกูลอู๋ด้วย
เรื่องนี้ฟังดูมีเหตุผลมำก แม้แต่เจียงเซิงก็ยังได้สติกลับมำและ
พยักหน้ำ ส่วนเวินจืออวิ่นนั้นใบหน้ำก ำลังเต็มไปด้วยควำมตื่นเต้น
“เพียงแต่” สวี่โม่ลังเล “พวกเจ้ำไม่รู้สึกว่ำทุกอย่ำงมันรำบรื่น
เกินไปหรือ?”