พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 411 การเติบโตของเจียงเซิง
คนโบราณกล่าวไว้ว่า อายุสามขวบดูได้ว่าตอนโตจะเป็นอย่างไร
อายุเจ็ดขวบดูได้ว่าตอนแก่จะเป็นอย่างไร
หากสังเกตอย่างละเอียดจะพบว่าประสบการณ์ในวัยเด็กส่งผล
ต่อการเลือกและนิสัยตลอดชีวิต
เจียงเซิงนั้นโชคร้าย ช่วงวัยที่ควรจะเติบโตอย่างดีกลับต้องแย่ง
อาหารกับสุนัข แต่นางก็โชคดีจริง ๆ ที่ได้พบพวกพี่ชายและญาติ
ในช่วงที่ยังไม่ทันได้สร้างตัวตน
เมื่อตระหนักว่าการขอทานนั้นทำลายศักดิ์ศรี นางจึงเรียนรู้จะ
พึ่งพาตนเอง
เมื่อพบว่าการหาเงินสามารถช่วยเหลือผู้คนได้มากขึ้น นางก็
เต็มใจจะละทิ้งความเกียจคร้าน
เมื่อพี่ชายต้องการความช่วยเหลือ นางก็กล้าหาญเรียนรู้ทุกสิ่งที่
ไม่คุ้นเคยได้
ตระกูลใหญ่ มารยาท ศักดิ์ศรี ความสุภาพเรียบร้อย
แม้จะต้องเผชิญหน้ากับบุตรสาวตระกูลใหญ่ที่นางเคยเงยหน้า
มอง เด็กหญิงก็สามารถกล้าหาญออกมายืนปกป้องน้องสาวที่กำลัง
สิ้นหวัง
แม้ในใจจะรู้สึกหวาดหวั่น แม้ว่าบนฝ่ามือจะมีเหงื่อซึมออกมา
เล็กน้อย
คำกำชับของถานเยี่ยดังก้องขึ้นมาอีกครั้ง “คุณหนูจำไว้นะเจ้า
คะ นอกจากเหล่าราชวงศ์แล้ว ตระกูลเจียงไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวใคร
ในเมืองหลวงทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นสามขุนนางใหญ่สามที่ปรึกษาหรือ
เสนาบดีหกกรม ตราบใดที่มีเหตุผลและหลักฐานก็ไม่ต้องกลัวใคร
ท่านแม่ทัพคือกำลังของท่าน”
ใช่แล้ว นางเองก็มีคนคอยหนุนหลังเช่นกัน
เจียงเซิงควบคุมอารมณ์ให้มั่นคงอีกครั้ง เลียนแบบสายตาเย็นชา
ของท่านย่า จ้องมองไปยังอีกฝ่าย “รีบไปเสียเถอะ หรือเจ้าต้องการให้
ข้าเรียกบรรดาฮูหยินมาตัดสินหรือไม่ หรือจะให้ข้าบอกเรื่องที่เจ้าทำ
ไว้ให้คนในเมืองหลวงรู้!”
จูหว่านหว่านรู้สึกหวาดกลัว ไม่รู้ว่าคนตรงหน้าเป็นใคร แต่ก็กลัว
ว่าเรื่องจะบานปลาย
สตรีทะเลาะวิวาทกันเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การบีบบังคับจนถึงตายก็
เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
นางไม่กล้าอยู่ต่อ รีบลากสหายจากไปอย่างรวดเร็ว
บรรยากาศใต้ต้นหลิวกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง
เจียงเซิงหันกลับมา มองเจียงเฉิงอวี๋ที่ยังคงเหม่อลอย แล้วถาม
เสียงเบา “ที่คุณหนูจูกล่าวถึงคือผู้ใดหรือ”
เหยาซือชิงต้องการจะห้ามปราม แต่เมื่อเห็นท่าทางมุ่งมั่นของ
เด็กสาว นางก็ค่อย ๆ ปล่อยมือลงข้างกาย
บางสิ่งบางอย่าง สุดท้ายก็ต้องรู้
เจียงเฉิงอวี๋ก้มหน้าลง พูดจาตะกุกตะกัก “เจียงเฉิงฮวน”
เด็กสาวที่เคยเป็นบุตรสาวตัวปลอมในเรื่องของบุตรสาวตัวจริง
ตัวปลอม ภาพลักษณ์อันสูงส่งและเย่อหยิ่งของนางยังคงปรากฏอยู่
ตรงหน้า ยามตกใจ นางราวกับเป็นกวางน้อยที่หวาดกลัว แววตาเต็ม
ไปด้วยความรู้สึกไม่มั่นคง
ชีวิตของนางตกต ่าลงอย่างรวดเร็ว จากคุณหนูผู้สูงศักดิ์
กลายเป็นคนที่ถูกทุกคนรุมประณาม สิ่งที่นางเคยมีค่อย ๆ สูญเสียไป
และสิ่งที่สูญเสียไปก็ไม่มีวันกลับคืนมาอีก
หากนางเป็นเพียงเหยื่อผู้บริสุทธิ์ บางทีนางอาจมีชีวิตอยู่ต่อได้
ด้วยความสัมพันธ์ในอดีต และกลายเป็นคุณหนูสามที่ไม่มีตัวตนของ
ตระกูลเจียง
แต่น่าเสียดายที่นางไม่ใช่
แผนการของมารดาผู้ให้กำเนิดทำให้นางได้ลิ้มรสความมั่งคั่ง
แต่ก็ทำให้นางตกนรกได้ด้วย ในช่วงเวลาที่ไม่รู้ไม่เข้าใจ โชคชะตา
ของนางก็ถูกกำหนดไว้แล้ว
“ในวันที่ป้าสะใภ้ใหญ่รู้ความจริง นางก็กระโดดลงมาจากที่สูง
เป็นเพราะคำพูดของข้าที่รุนแรงเกินไปจนกระทบจิตใจของนาง ข้า
เป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้นางทนไม่ไหว” น ้าตาของเจียงเฉิงอวี๋เอ่อ
คลอเบ้า “ข้ารู้แล้วว่าทำผิด ข้าไม่ควรพูดเช่นนั้นเลย”
“หาก…หากข้าสามารถปลอบประโลมนางได้ บางทีนางอาจจะไม่
ตาย”
ไม่มีใครอยากทำร้ายชีวิตคนอื่น แต่ความผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ
ก็ก่อให้เกิดความสูญเสียขึ้นแล้ว
เจียงเซิงไม่ได้ห้ามปรามเจียงเฉิงอวี๋ที่กำลังรู้สึกผิด
นางเพียงมองไปยังที่ไกล ๆ นึกถึงทารกสองคนที่ถูกสลับตัวเมื่อ
สิบสองปีก่อน หากพวกนางรู้ชะตากรรมในอีกสิบสองปีข้างหน้า พวก
นางจะยังยินยอมให้ถูกสลับตัวหรือไม่ ยังจะเต็มใจเดินตามเส้นทางที่
กำหนดไว้แล้วนี้หรือไม่
ไม่มีใครรู้คำตอบของเจียงเฉิงฮวน แต่เจียงเซิงเต็มใจ
เจ็ดปีที่ต้องขอทานและเร่ร่อนช่างเป็นวันเวลาที่ยากลำบากจริง ๆ
แต่นางก็ได้รับอิสรภาพที่บุตรสาวตระกูลใหญ่ไม่เคยได้รับ ทั้งยังได้
พบกับเหล่าพี่ชาย ชีวิตของนางถึงค่อย ๆ กลายเป็นชีวิตที่
หลากหลายและมีสีสัน จากอิสรภาพที่เรียบง่ายกลายเป็นความมั่งคั่ง
ที่ต้องพยายาม จากความโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่งกลายเป็นความสงบสุข
เส้นทางที่แตกต่างกันสร้างชีวิตที่แตกต่างกัน ชาติกำเนิดที่
แตกต่างกันย่อมกำหนดอนาคตที่แตกต่างกัน แต่ไม่ว่าจะเดินไป
เส้นทางไหน ตราบใดที่หัวใจยังเปี่ยมด้วยความสุข ทุกหนทุกแห่งก็
ล้วนเต็มไปด้วยแสงสว่าง
คนเราควรเดินทางให้กว้างไกลยิ่งขึ้น ให้ความธรรมดากลายเป็น
ความงดงาม และทำให้ชีวิตเบ่งบานราวกับดอกไม้
เจียงเซิงหันกลับมา เช็ดน ้าตาที่แก้มของเจียงเฉิงอวี๋
“การพูดจาทำร้ายจิตใจคนอื่นเป็นสิ่งที่เจ้าไม่ควรทำ แต่การ
เลือกของนางก็ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะตัดสินได้ ข้าเองก็ไม่คิดว่านางจะเลือก
ทางเส้นนี้ ยิ่งไม่คิดว่าจะรู้ข่าวที่น่าเสียดายช้าถึงเพียงนี้”
การร่วมกันโกหกของพวกพี่ชาย แท้จริงแล้วมาจากความ
ปรารถนาดี
แต่นางโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว บางสิ่งบางอย่างก็ต้องเผชิญหน้า ต้อง
ได้สัมผัสเรียนรู้
“พี่สาว เจ้าไม่เกลียดหรือ?” เจียงเฉิงอวี๋หยุดร้องไห้ แม้แต่เหยา
ซือชิงก็ยังรู้สึกประหลาดใจ
เรื่องของบุตรสาวตัวจริงตัวปลอม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสถานะหรือ
ผลประโยชน์ พวกนางต่างก็อยู่ในตำแหน่งที่เป็นศัตรูกัน ทั้งคู่มีสิ่งที่
ต้องแย่งชิง พวกนางเกิดมาเพื่อเป็นอริ ยากจะอยู่ร่วมกันได้
ยิ่งไปกว่านั้น ทุกสิ่งทุกอย่างของเจียงเฉิงฮวนล้วนเป็นสิ่งที่
มารดาแท้ ๆ วางแผนและแย่งชิงมาด้วยความพยายามสุด
ความสามารถ
มันไม่เพียงทำให้เจียงเซิงต้องระหกระเหินเร่ร่อน แม้แต่เจียงซื่อ
เองก็ไม่เหลือสภาพความเป็นคน ไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณ พวก
นางแม่ลูกไม่มีวันได้สัมผัสความสุขในครอบครัวอีกต่อไป
แต่พวกนางควรจะรักกันอย่างลึกซึ้ง
เจียงเลี่ยวซื่อผู้เป็นฮูหยินของท่านแม่ทัพอาจไม่ใช่ภรรยาที่ดี
พร้อม แต่นางเป็นมารดาที่ดีแน่นอน
นางแค่ไม่ได้รักลูกของตนเองในเวลาที่ถูกต้อง นางรักผิดคนและ
เกลียดผิดคน
ผิดพลาดอย่างร้ายแรง จนแทบไม่มีโอกาสได้สำนึกผิด
“ไม่เกลียดหรอก” เจียงเซิงส่ายหน้า พูดทีละคำว่า “การตายของ
เจียงเฉิงฮวนไม่ใช่สิ่งที่เจ้าสามารถตัดสินใจแทนได้ การที่พวกข้า
สองคนถูกสับเปลี่ยนตัวก็ไม่ใช่สิ่งที่นางสามารถตัดสินใจได้ แม้ว่า
การสูญเสียชีวิตที่สุขสบายไปจะน่าเสียดาย แต่ข้าเกลียดนางไปก็ไร้
ประโยชน์”
ไม่มีใครกำหนดว่าบุตรสาวตัวจริงและบุตรสาวตัวปลอมจะต้อง
เป็นศัตรูกัน หรือต้องเกลียดชังกันอย่างไม่ลืมหูลืมตา
เมื่อเดินทางมาถึงจุดนี้จึงได้พบว่าดอกไม้ที่เติบโตอย่างสูงศักดิ์
นั้นกลับทนต่อลมฝนไม่ได้ แต่ความยากลำบากที่ต้องดิ้นรนกลับ
นำมาซึ่งความแข็งแกร่ง
“ความเกลียดชังจะทำให้ข้าจมอยู่ในความโกรธเคือง ความขม
ขื่นและความเจ็บปวดจากความเคียดแค้นก็จะพันเกี่ยวข้าไว้” ดวงตา
เจียงเซิงเปล่งประกายด้วยความบริสุทธิ์สดใสและการเข้าใจอย่าง
ลึกซึ้ง “ชีวิตมาถึงจุดนี้ได้แล้ว การมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างดีสำคัญที่สุด”
สำหรับนาง มันเป็นเช่นนั้น
สำหรับเจียงเฉิงอวี๋มันเป็นเช่นนั้น
สำหรับเจียงเฉิงฮวนก็ควรเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน
ความทุกข์ที่เคยข้ามผ่าน การต้องล้มลุกคลุกคลานที่เคยประสบ
ล้วนควรเปลี่ยนเป็นความคล่องแคล่วว่องไวในการก้าวเดินต่อ
ใช้ประสบการณ์ที่สั่งสมมา หลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นใน
ภายหลัง
ชีวิตคนเราก็เป็นเช่นนี้
เจียงเฉิงอวี๋เหม่อมอง จู่ ๆ ก็พบว่าตนเองไม่ได้เข้าใจอะไรลึกซึ้ง
เท่าพี่สาวเลย
เมื่อก่อนนางไม่รู้จักหนักเบา พูดจาทำร้ายจิตใจผู้อื่น บัดนี้ก็จม
อยู่กับความรู้สึกผิดจนถูกคนรังแก
ทั้งสองอย่างล้วนสุดโต่งเกินไป ไม่เหมาะสมทั้งคู่
นางควรควบคุมปากของตนเองให้ดี กล้าตอบโต้เมื่อถูกศัตรูดู
หมิ่นและรักษาไมตรีในยามสงบ
เสียงระฆังไพเราะดังมาจากที่ไหนสักแห่ง บรรดาฮูหยินและ
คุณหนูที่กระจัดกระจายอยู่ต่างลุกขึ้นพร้อมกัน มุ่งหน้าเข้าไปใน
ตำหนักเป่าเหอ
เหยาซือชิงเตือนเจียงเซิงว่า “งานเลี้ยงกำลังจะเริ่มแล้ว จะกลับไป
ตอนนี้หรือไม่?”
แย่แล้ว! นางหมกมุ่นกับการเป็นพี่สาวมากเกินไป จนลืมภารกิจ
สำคัญที่ยังทำไม่เสร็จ
เจียงเซิงแลบลิ้นออกมาเล็กน้อย แต่พอนึกขึ้นได้ว่าที่นี่คือวัง
หลวงจึงรีบดึงลิ้นกลับเข้าไป
“เสี่ยวอวี๋” นางกล่าวด้วยน ้าเสียงจริงจัง “ข้าต้องออกไปทำธุระ
สักครู่ เจ้ากลับไปบอกอาสะใภ้รองก่อนนะ นางจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง
พวกเรา ได้หรือไม่?”