พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 413 ข้อมูลเพิ่มเติม
เหยาซือชิงกลับเข้าใจความหมายแฝงนั้นทันที “ในตำหนักเป่า
เหอนี้ยังมีห้องสุขาด้วยหรือเพคะ”
“แน่นอนว่ามี ผู้ที่มาร่วมงานเลี้ยงย่อมต้องเข้าสุขา” องค์ชายสี่
ตอบอย่างรวดเร็ว “หากคุณหนูหาไม่พบ ข้าจะเรียกนางกำนัลมาชี้
ทางให้เจ้าเอง”
เพื่อความปลอดภัย คนที่เข้าวังหลวงมาร่วมงานเลี้ยงไม่สามารถ
พาสาวใช้หรือบ่าวมาด้วยได้ มีเพียงเหล่าองค์ชายและองค์หญิง
เท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้พาผู้ติดตามมาได้หนึ่งคน ส่วนความ
ต้องการอื่น ๆ ทั้งหมดจะมีนางกำนัลและขันทีคอยดูแล
เหยาซือชิงในฐานะบุตรสาวคนโตของตระกูลเหยาย่อมรู้
กฎระเบียบนี้ดี แต่สิ่งที่นางต้องการไม่ใช่การชี้ทาง แต่เป็นการสร้าง
พื้นที่ที่เงียบสงบและปลอดภัยเพียงพอ
จ่างเยี่ยนพูดด้วยน ้าเสียงเร่งรีบอยู่ข้าง ๆ แสดงสมจริงจนถึงขั้นมี
เหงื่อผุดบนหน้าผาก
โชคดีที่พวกเขาเป็นบุรุษ จึงพูดเรื่องเหล่านี้ได้อย่างเปิดเผยโดย
ไม่มีปัญหา
หากเป็นสตรี กระดูกสันหลังคงแข็งแรงมากจนเหมือนจะทิ่มแทง
คนอื่นได้แล้ว
เหยาซือชิงกวาดสายตามองไปทางองค์ชายห้าที่กำลังจะจากไป
นางจึงจำต้องตอบรับ “เช่นนั้นรบกวนองค์ชายสี่ด้วยเพคะ”
ห้องสุขาถูกจัดไว้ในห้องข้าง แยกชายหญิงคนละฝั่งและอยู่ห่าง
กันมาก
เหยาซือชิงกับเจียงเซิงเดินตามหลังนางกำนัล พลางครุ่นคิดว่า
จะไปพบองค์ชายห้าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามได้อย่างไร และจะทำอย่างไรเพื่อ
ไม่ให้ใครสงสัย
วังหลวงเคร่งครัดและน่าเกรงขาม แม้แต่ในห้องสุขายังมีนาง
กำนัลคอยปรนนิบัติ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการข้ามผ่านห้องโถงทั้งหมด
เพื่อไปให้ถึงห้องสุขาฝั่งบุรุษ
เหยาซือชิงกังวลเรื่องนี้ คิดว่าวันนี้คงไม่สามารถส่งตั๋วเงินได้แล้ว
แต่ไม่คิดว่าเจียงเซิงไล่นางกำนัลออกไปแล้วกระซิบเบา ๆ ว่า
“อย่ากังวลไปเลยพี่สาวเหยา พี่ห้าน่าจะมาแล้ว”
คนอื่นอาจไม่รู้ แต่นางรู้จักพี่ชายของตัวเองดี
แผนการพบกันของพี่ใหญ่ล้มเหลวไม่ใช่เพราะเหตุผลอื่น แต่
เป็นเพราะพี่ห้าไม่อยากพบเขา
หากพี่ห้าต้องการพบ สถานะขององค์ชายก็สามารถอำนวย
ความสะดวกให้ได้ และสติปัญญาอันเฉียบแหลมของเขาก็ไม่ควร
มองข้ามด้วย
ในสถานการณ์ที่รู้ว่าน้องสาวไม่สะดวก เขาจะคิดหาทุกวิถีทาง
เพื่อมาพบนางเอง
เจียงเซิงแสดงท่าทีมั่นใจ เหยาซือชิงไม่รู้จะพูดอะไรดี ทั้งสองจึง
เดินไปห้องสุขา ค่อย ๆ เปิดประตูอย่างระมัดระวัง ข้างในมีเด็กหนุ่ม
ยืนหอบหายใจอยู่จริง ๆ
เขาคงจะแอบวิ่งมาที่นี่ ปีนข้ามกำแพง และสุดท้ายก็มุดเข้ามา
ทางหน้าต่าง
อาภรณ์ผ้าไหมที่เคยงดงามบัดนี้กลับมีรอยยับเล็กน้อย ฝ่ามือก็
มีรอยแดงจากการกดทับ เส้นผมตรงขมับยุ่งเหยิงเล็กน้อย มีเพียง
ดวงตาที่มองไม่ออกเท่านั้นที่ยังคงเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม
เหยาซือชิงรู้สึกตกใจเล็กน้อย นางกล่าวว่า “ข้าจะรออยู่ข้างนอก
นะ” จากนั้นก็ปิดประตูห้องสุขาลง ทำหน้าที่เป็นเทพผู้พิทักษ์ประตู
ในที่สุดโลกก็เงียบสงบ ไม่มีกฎเกณฑ์ของวังที่เข้มงวด ไม่มี
สายตาที่จับจ้อง ไม่มีความแตกต่างของฐานะ
เด็กหนุ่มใช้นิ้วหัวแม่มือถูฝ่ามือ แสดงความเก้อเขินและรู้สึกผิดที่
ไม่ค่อยได้เห็น เขากล่าวเสียงเบาว่า “น้องสาว”
เด็กสาวเพียงมองมาด้วยสายตาเย็นชา ไม่ตอบเขา
“เจียงเซิง เจ้าฟังหน่อยเถอะ อย่าโกรธเลยนะ พวกเรามีเวลาไม่
มาก” จ่างเยี่ยนยิ้มขื่น “งานเลี้ยงกำลังจะเริ่มแล้ว ข้ายังต้องไปบริจาค
เงินอีก”
ไม่ต้องพูดเลยว่าพี่ห้าก็คือพี่ห้า หนึ่งกลยุทธ์สยบศัตรูได้จริง ๆ
เจียงเซิงข่มอารมณ์ลงอย่างขุ่นเคือง หยิบตั๋วเงินออกมาจากอก
เสื้อแล้วตบมัน “พวกพี่ชายให้ข้ามามอบให้ท่าน กลัวว่าท่านจะไม่มี
เงินบริจาค”
เงินหนึ่งหมื่นตำลึงเชียวนะ
เสด็จพี่สี่ พี่ชายต่างมารดาพอรู้ว่าเขาไม่สามารถได้รับเงินคืนก็
ยังเลิกล้มความตั้งใจที่จะให้เขายืมเงิน
แต่พี่ชายที่ไม่มีความเกี่ยวพันทางสายเลือด กลับส่งตั๋วเงินมูลค่า
หนึ่งหมื่นตำลึงมาให้โดยไม่คิดค่าตอบแทน
จ่างเยี่ยนน ้าตาคลอ ลูบกระดาษเงินที่ยังอุ่น “ไม่จำเป็นหรอก จริง
ๆ แล้วข้าไม่จำเป็นต้องใช้ อย่างไรเสียข้าก็เป็นถึงองค์ชายคนหนึ่ง”
“ท่านพ่อบอกข้าว่าตระกูลเจียงจะบริจาคสองหมื่นตำลึง ท่านจะ
บริจาคเท่าไหร่เล่า?” เจียงเซิงแกล้งเชื่อและถามเขาอย่างจริงจัง
จ่างเยี่ยนพูดไม่ออก
เจียงเซิงบ่นอุบอิบ “ไม่มีเงินก็ช่างเถอะ แต่ท่านกลับไม่บอกพวก
ข้าด้วย ใครใช้ให้ท่านกลับมาเป็นองค์ชายตกอับ ใครใช้ให้ท่านหนี
ไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ”
นางเบ้ปาก “ท่านป้าเกือบไม่ผ่านคืนเข้าหอ พี่สี่ยังคงร้องไห้ฟูม
ฟายอีก ท่านจัดการเอาเองเถอะ”
น ้าในทะเลสาบซีหู น ้าตาของพี่สี่
จ่างเยี่ยนปวดหัวตุบ ๆ “เป็นความผิดของข้าเอง ทั้งหมดเป็น
ความผิดของข้า”
“ท่านรู้ตัวว่าผิดก็ดีแล้ว!” เจียงเซิงรู้สึกสะใจ “เรื่องขอโทษค่อยว่า
กันทีหลัง เงินนี้ท่านเอาไปบริจาคก่อน หากไม่พอข้าจะหาทางอีกที”
ราวกับว่าหนึ่งหมื่นตำลึงนี้เป็นผักกาดขาวเท่านั้น
จ่างเยี่ยนอดขำไม่ได้ ส่งตั๋วเงินคืนให้นาง “ข้าไม่ต้องการจริง ๆ
ทุกคนรู้ว่าข้าไม่มีเงิน แทนที่จะบริจาคหนึ่งหมื่นตำลึงแล้วทำให้เกิด
ความสงสัย ข้าขอยอมรับอย่างเปิดเผยว่าจนดีกว่า”
การถูกเยาะเย้ยเล็กน้อยไม่ใช่เรื่องใหญ่ เงินที่พี่รองของเขาหามา
ด้วยความยากลำบาก จะนำมาบริจาคออกไปเช่นนั้นได้อย่างไร
คราวนี้ถึงคราวเจียงเซิงที่ต้องอึ้ง
หากพี่ห้าไม่ต้องการเงินทอง แล้วพวกนางจะคิดหัวแทบแตกเพื่อ
มาปรากฏตัวที่นี่ทำไม
เพียงเพื่อความโกรธเคืองเล็กน้อยหรือ? หรือเพื่อพิสูจน์ตัวตน
ขององค์ชายห้า?
“วางใจเถอะ ข้ามีธุระสำคัญถึงมาหาเจ้า” จ่างเยี่ยนคาดเดา
ความคิดของนางได้อย่างง่ายดาย จึงหัวเราะแล้วกล่าวว่า “ข้าไม่
สะดวกจะพบพี่ใหญ่ แต่ข้าต้องการให้เจ้าไปบอกพี่ใหญ่ว่าช่วงนี้
ตระกูลฟางมีความเคลื่อนไหวที่ไม่ธรรมดา”
เรื่องราวเริ่มต้นจากการที่ตระกูลฟางเสนอให้เก็บภาษีคนรวยใน
การสอบวังหลวง
ตอนนั้นทุกคนคิดว่าฟางหยวนทำเช่นนี้เพื่อให้ได้ตำแหน่งขั้น
หนึ่งในการสอบ ถึงขนาดยอมเสี่ยงขัดใจคนตระกูลใหญ่เพื่อเอาใจ
ฝ่าบาท
หลังจากนั้นตระกูลฟางก็เสนอให้มีการบริจาค ดูเหมือนว่านี่จะ
เป็นการล้างมลทินจากข่าวลือเรื่อง “ซื้อตำแหน่งบัณฑิตทั่นฮวา”
แม้แต่คนฉลาดอย่างจ่างเยี่ยนก็เชื่อเช่นนั้นโดยไม่สงสัยแม้แต่น้อย
งานเลี้ยงชมดอกไม้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำลายแผนการของ
ตระกูลฟาง และทำให้การบริจาคของตระกูลใหญ่กลายเป็นการ
บริจาคของคนทั้งเมืองหลวง ลบล้างความดีความชอบของตระกูลฟาง
ไปบางส่วน แต่นั่นก็เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น ตราบใดที่เงินบริจาคมี
มากพอ ตระกูลฟางก็ยังคงมีความดีความชอบและยังคงสามารถเอา
ใจฝ่าบาทได้
ใช่แล้ว จนถึงตอนนี้จ่างเยี่ยนถึงได้พบว่ามีบางอย่างไม่ชอบมา
พากล
ตระกูลฟางเหมือนจะทุ่มเทเอาใจฮ่องเต้มาก ไม่เสียดายจะใช้เงิน
มากมาย ไม่เสียดายจะเก็บภาษีคนรวย และไม่เสียดายที่จะทำให้
ตระกูลอื่นไม่พอใจ
ไพ่ตายของเขาชัดเจนว่าคือองค์ชายใหญ่ สิ่งที่ควรทำมากที่สุด
คือการแย่งชิงตำแหน่งรัชทายาท การเอาใจฝ่าบาทก็ควรเป็นการให้
องค์ชายใหญ่เอาใจแทน แต่ตระกูลฟางกลับรวบเอาความดี
ความชอบส่วนใหญ่ไว้ที่ฟางหยวน ส่วนองค์ชายใหญ่กลับเป็น
รองลงมา
หรือว่าตระกูลฟางต้องการเปลี่ยนแปลงราชวงศ์?
แต่หากไม่ได้รับความนิยมจากประชาชนและไม่ชอบธรรม แม้
ตระกูลฟางที่ไม่ใช่ตระกูลนักรบก็ยังมีเพียงความตั้งใจแต่ไร้กำลัง
จ่างเยี่ยนเกิดความสงสัยและเปิดอ่านตำราโบราณอย่างไม่ตั้งใจ
ไม่พบสาเหตุที่ต้องการ แต่กลับพบประวัติเกี่ยวกับ “การทุจริตการ
สอบขุนนาง”
เนื่องจากเป็นสิ่งเดียวสำหรับบัณฑิตและวิธีการที่สำคัญที่สุดใน
การคัดเลือกขุนนาง การสอบขุนนางสามารถทำให้บัณฑิตทั้งในอดีต
และปัจจุบันเชื่อมั่นได้ด้วยความยุติธรรมและความเที่ยงตรง
ในบันทึกเคยมีการทุจริตการสอบขุนนางเกิดขึ้นหลายครั้ง
สุดท้ายแม้แต่ผู้คุมสอบก็ถูกลงโทษด้วย พวกเขายอมฆ่าผู้บริสุทธิ์
ดีกว่าปล่อยคนผิด ไม่เคยมีการลงโทษหนักแล้วผ่อนปรนในภายหลัง
หากมี ก็คงมีเพียงการสอบระดับแคว้นในช่วงสองปีนี้เท่านั้น
เช่นเดียวกับคนสองคนที่พัวพันกับการทุจริตในการสอบขุนนาง
คนหนึ่งได้รับตำแหน่งจอหงวนอีกคนได้รับตำแหน่งทั่นฮวา สิ่งนี้จะทำ
ให้บัณฑิตทั่วแผ่นดินเชื่อถือได้อย่างไร ความจริงของการทุจริตใน
ครั้งนั้นเป็นอย่างไรกันแน่
“จนถึงตอนนี้ข้าถึงได้เข้าใจว่าการกระทำของตระกูลฟางไม่เคย
เป็นไปเพื่อองค์ชายใหญ่ พวกเขาทำเพื่อปิดปากบัณฑิตทุกคน เพื่อ
ไม่ให้มีการพูดถึงการทุจริตการสอบอีก”
จ่างเยี่ยนพูดเสียงเข้มทีละคำ
“หากปิดปากไม่อยู่ บัณฑิตทั่วแผ่นดินก็จะลุกฮือ การทุจริตการ
สอบขุนนางก็จะถูกพูดถึงอีกครั้ง พี่ใหญ่และฟางหยวนจะต้องมีคน
หนึ่งที่ต้องอับอายไปชั่วกัลปาวสาน”
“แล้ว…แล้วฝ่าบาทไม่จัดการเรื่องนี้หรือ” เจียงเซิงถามอย่างตก
ตะลึง
เรื่องราวที่วกวนเหล่านี้ นางคงคิดไม่ออกแม้จะใช้เวลาสิบปี
“เขาน่ะหรือ” จ่างเยี่ยนหัวเราะ “เขากำลังนั่งรับผลประโยชน์อยู่”