พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 422 ส่งลิ้นจี่ให้วังหลวง
แม้ว่าตระกูลฟางจะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการค้าลิ้นจี่ แต่ขบวนรถ
ขนส่งของพวกเขาจะมาถึงช้ากว่าครึ่งวัน
ครึ่งวันนี้คือโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ลิ้นจี่รอบแรกไม่เพียงเป็นผลไม้ที่อร่อยล ้า แต่ยังเป็นตัวแทนของ
ความสูงส่งอีกด้วย
เจิ้งหรูเชียนรีบเร่งกลับมาที่ร้านจิ่วเจิน แล้วลากจางเซียงเหลียน
กับเหมียวเจาอิงมาด้วย อีกทั้งยังให้เจียงเซิงเรียกท่านป้าท่านน้าสี่ห้า
คนจากโรงผลิตมาคัดเลือกลิ้นจี่เฉพาะผลที่สมบูรณ์และขนาด
สม ่าเสมอ ส่วนที่เหลือต้องคัดออกทั้งหมด
ผลลิ้นจี่ที่มีสีแดงและเขียวปนกันไม่สามารถปะปนอยู่ได้ แม้แต่
ผลที่มีตำหนิเล็กน้อยก็ใช้ไม่ได้ ผลที่หลุดจากกิ่งยิ่งไม่ได้เด็ดขาด
แม้แต่ก้านเล็ก ๆ ด้านบนก็ต้องมีความยาวเท่ากัน
ลิ้นจี่เต็มสามเกวียน ปกติสามารถขายได้ร้อยชั่ง แต่เมื่อคัดเลือก
เช่นนี้ก็เหลือไม่ถึงสิบชั่ง
“ที่เหลือเอาไปขายที่ร้านจิ่วเจิน เจียงเซิง เจ้าตามข้าไปส่งของ”
เจิ้งหรูเชียนใช้รถม้าที่ใหญ่และหรูหราที่สุดในบ้านออกมา เรียกเจียง
ซานกับเจียงซื่อมานั่งบนรถม้า
คำว่าพ่อค้าหลวงฟังดูไพเราะ แต่หากต้องการให้เหมาะสม ก็ต้อง
มีความสามารถเพียงพอ
เจิ้งหรูเชียนรู้ดีว่าการค้าขายนี้ของเขาเป็นผลมาจากความ
บาดหมางระหว่างตระกูลเจียงและตระกูลเลี่ยว ตัวเขาเองก็ไม่มี
พื้นฐานทางการค้าของตระกูลเลี่ยว และยิ่งไม่มีเส้นสายในวังวังหลวง
ที่มากพอ
เพื่อสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการจัดส่งสินค้าของพ่อค้า
หลวงให้ชัดเจน เขาได้มอบของกำนัลมากมาย ประจบเอาใจผู้คนไป
ไม่น้อย และยังเชิญเถ้าแก่ใหญ่แห่งเรือนโยวหรานไปดื่มสุราหลาย
ครั้ง จนกระทั่งสามารถเข้าใจรายละเอียดทั้งหมดได้
การทำการค้ากับวังหลวงนั้นแตกต่างจากที่อื่น นอกเหนือจาก
คุณภาพของสินค้าแล้ว ความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุด
คนที่ตระกูลเลี่ยวมอบหมายให้ไปขนลิ้นจี่มาล้วนเป็นคนสนิท
สัญญาการเป็นทาสของพวกเขาถูกเก็บรักษาไว้อย่างแน่นหนาในมือ
ของผู้นำตระกูลเลี่ยว เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับสินค้า
อาหารของเหล่าเชื้อพระวงศ์ล้วนถูกห้องเครื่องเตรียมไว้ล่วงหน้า
ตระกูลเลี่ยวจึงส่งคนมาคาดการณ์เวลาที่ลิ้นจี่จะมาถึงโดยเฉพาะ
เพื่อให้ห้องเครื่องสามารถจัดลิ้นจี่เข้าไปในรายการอาหารของวันนั้น
ได้
สิ่งเหล่านี้ล้วนยากสำหรับเจิ้งหรูเชียน แต่เขายังคงพยายามทำ
ให้สำเร็จ
รอจนกระทั่งผลไม้ที่ลูกใหญ่และดีที่สุดถูกคัดเสร็จสิ้น สองพี่น้อง
จึงนั่งลงบนรถม้าด้วยความระมัดระวัง
ด้านนอกคือถนนที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ด้านในคือลิ้นจี่สดที่ปก
คลุมไปด้วยน ้าแข็ง
แม้จะรู้ว่าเมืองหลวงมีความปลอดภัย แต่เจียงเซิงก็ยังอดรู้สึก
กังวลไม่ได้ “หากตระกูลฟางจะแข่งขันกับพวกเราจริง ๆ พวกเขาจะ
ส่งคนมาทำให้ลิ้นจี่ของพวกเราเสียหายหรือไม่”
ตามหลักการแล้ว ตอนแย่งชิงการค้าลิ้นจี่คราวก่อน ตระกูลเลี่ยว
ก็ทำเช่นนั้นจริง ๆ
แต่น้องสาว กาลเวลาย่อมเลยผ่านไป ผู้คนก็ย่อมเติบโตขึ้น
เจิ้งหรูเชียนดีดนิ้วดังเปาะ เปิดม่านเล็กทั้งสองข้างออก “ข้า
เตรียมรับมือกับเรื่องนี้ไว้นานแล้ว ลองดูสิว่าทั้งสองข้างนี้มีอะไร”
เจียงเซิงชะโงกหน้าออกไปดู เห็นทหารรักษาเมืองถือดาบยืนอยู่
เป็นแถว
ตระกูลฟางถึงจะมีความคิดมากมายเพียงใด ก็คงไม่กล้าพุ่ง
ออกมาเสี่ยงเข้าไปหาคมดาบ
“พี่รอง ท่าน…” เจียงเซิงตกตะลึง “ช่างเป็นคนที่มีความสามารถ
ซ่อนเร้นจริง ๆ ถึงกับเรียกทหารรักษาเมืองมาได้”
เจิ้งหรูเชียนอดขำไม่ได้
เขาเป็นเพียงพ่อค้าธรรมดาคนหนึ่ง แน่นอนว่าไม่สามารถเรียก
ทหารรักษาเมืองมาได้ เพียงแต่อาศัยบารมีของผู้อื่นเท่านั้น
เป็นที่รู้กันดีว่า ทหารรักษาเมืองต้องผลัดยามเวรกันสามกะ แค่
เดินผ่านตอนที่พวกเขาเปลี่ยนเวรยาม ต่อให้ตระกูลฟางมีความกล้า
สิบเท่าก็ไม่กล้าทำอะไร
วังหลวงตั้งอยู่ใจกลางเมือง หากจับจังหวะเวลาให้ดี การเดินทาง
จากร้านจิ่วเจินไปยังประตูวังหลวงก็จะปลอดภัยไร้อันตราย
เมื่อรถม้าหยุดลง เสียงของเจียงซานดังมาจากด้านนอก
“คุณชายรอง คุณหนู พวกเรามาถึงแล้ว”
ภายใต้สายตาชื่นชมและเคารพนับถือของเจียงเซิง เจิ้งหรูเชีย
นกระโดดลงจากรถม้าอย่างองอาจ และหยิบป้ายอาญาสิทธิ์ออกมา
จากอกเสื้อ
ยานพาหนะจากภายนอกไม่มีสิทธิ์เข้าไปในวังหลวง และหากถือ
น ้าแข็งเข้าไปก็จะละลาย ดังนั้นจึงต้องรอให้ห้องเครื่องส่งคนมารับ
การมารับก็ไม่ใช่แค่ยื่นมือหยิบไป ยังต้องเปรียบเทียบป้ายอาญา
สิทธิ์ด้วย ทั้งสองชิ้นต้องสามารถประกบกันได้อย่างสนิทจึงจะใช้ได้
แต่หลายคนรออยู่ครู่ใหญ่ก็ยังไม่เห็นคนจากห้องเครื่องมา
ตามการสืบของเจิ้งหรูเชียน พวกเขาควรจะรออยู่ที่ประตูเมืองแต่
เนิ่น ๆ ไม่อาจปล่อยให้พ่อค้าหลวงที่นำน ้าแข็งมาต้องรอนาน เพราะ
น ้าแข็งจะละลายและลิ้นจี่ก็จะไม่สดใหม่
“หรือว่าจะเป็นกลอุบายของตระกูลฟางอีกแล้ว?” เจียงเซิง
ครุ่นคิด “หากห้องเครื่องไม่ส่งคนมาจะทำอย่างไรเล่า?”
“ไม่มีทางหรอก วางใจเถอะ” เจิ้งหรูเชียนกล่าวอย่างมั่นใจ
“พ่อค้าหลวงไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ห้องเครื่องไม่มีอำนาจขนาดนั้น อย่าง
มากก็มาช้าเท่านั้น”
และสิ่งที่พวกเขาต้องทำก็คือชะลอความเร็วในการละลายของ
น ้าแข็ง พยายามรักษาความสดใหม่ของลิ้นจี่ให้ได้มากที่สุด
ภายใต้การนำของเจิ้งหรูเชียน เจียงซานขับรถม้าไปจอดใต้ร่ม
ไม้ที่เย็นก่อน จากนั้นก็หยิบผ้าห่มเล็ก ๆ ออกมาจากรถ คลุมน ้าแข็ง
และลิ้นจี่อย่างแน่นหนา
เวลาครึ่งถ้วยชาผ่านไป ประตูใหญ่ของวังหลวงจึงค่อย ๆ เปิด
ออก ขันทีวัยกลางคนเดินนำหน้าออกมาด้วยท่าทางยโส สายตาดู
แคลนของเขาสัมผัสได้แม้อยู่จากที่ไกล ๆ
ดูจากเสื้อผ้าแล้ว เขาคงเป็นขุนนางจากห้องเครื่องที่มาช้า
เจิ้งหรูเชียนโบกมือ ส่งสัญญาณให้เจียงซานขับรถม้าเข้ามา
แล้วก้มตัวคำนับ “คารวะกงกง ขอถามว่าท่านเป็นคนจากห้องเครื่อง
ที่มารับลิ้นจี่ใช่หรือไม่?”
“เป็นข้าเอง” ขันทีวัยกลางคนพูดด้วยน ้าเสียงแปลกประหลาด
“เอาป้ายมา”
ทั้งสองฝ่ายยื่นมือพร้อมกัน ป้ายที่ทำจากวัสดุพิเศษและมีรูปร่าง
เฉพาะตรงกันอย่างสมบูรณ์ ไม่มีความผิดปกติ
เจียงเซิงรู้สึกโล่งใจเล็กน้อย หวังว่าคนจากห้องเครื่องจะรีบมาเอา
ลิ้นจี่ไปเสียที
“เชิญท่านกงกงตรวจสอบด้วยขอรับ” เจิ้งหรูเชียนเก็บป้ายคำสั่ง
กลับคืน ช่วยกันกับเจียงซื่อยกน ้าแข็งออกมาวางไว้บนรถม้า
ลิ้นจี่ปริมาณเต็มสิบชั่ง ต้องตรวจสอบทั้งคุณภาพ ชั่งน ้าหนักให้
ครบ และสุดท้ายคือคัดกรองพิษ
ขันทีผู้นี้อายุไม่น้อยแล้ว ทำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างชำนาญ ไม่เพียง
ดูแค่ผิวนอกแต่ยังพลิกดูด้านล่างด้วย เขาถึงขั้นหยิบลิ้นจี่ออกมาสอง
สามลูกแล้วดมกลิ่นเพื่อตรวจความสดใหม่
ตอนที่เจียงเซิงคิดว่าภารกิจกำลังจะเสร็จสิ้น อีกฝ่ายก็ยกมือขึ้น
ทันที บีบลิ้นจี่จนแตก “รู้สึกว่าไม่สดเท่าของที่ตระกูลเลี่ยวส่งมาเลย
นะ”
“เจ้าดูสิ ผลมันเล็กก็แล้วไปเถอะ แต่เมล็ดยังใหญ่ เนื้อจึงบางไป
ด้วย” ขันทีวัยกลางคนพูดด้วยสีหน้าเย็นชา “ของคุณภาพแบบนี้
พวกข้าไม่กล้าถวายให้ฮ่องเต้หรอก”
แน่นอนว่าบนโลกนี้ไม่มีการค้าใดที่สำเร็จโดยง่าย และไม่มียอด
เขาใดที่ปีนขึ้นไปได้อย่างสบาย
ตอนพวกเขายังเป็นเด็กในหมู่บ้านก็พยายามทำการค้ากับผู้คน
ในอำเภอ
หลังพวกเขาออกจากอำเภอเซี่ยหยาง ก็ย่อมพยายามทำการค้า
กับผู้คนในเขตเมือง
เมื่อพวกเขาเดินออกจากเขตอันสุ่ย ก็พยายามทำการค้ากับ
ผู้คนในเมืองหลวง
ผู้คนมักจะใฝ่ฝันถึงยอดเขาสูง แต่บนเส้นทางที่ต้องก้าวเท้าปีน
ป่ายนั้น ย่อมพบเจอกับอุปสรรคเสมอ
การดูถูกและความเย่อหยิ่งเป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด การกลั่น
แกล้งและการรังแกก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร
หากเจิ้งหรูเชียนเป็นเพียงนกน้อยที่เพิ่งออกจากรังจริง ๆ ก็คงจะ
ตกใจกลัวไปแล้ว
แต่เขาไม่ใช่ เด็กหนุ่มที่เคยถูกรังแกมานับครั้งไม่ถ้วนเผยรอยยิ้ม
ล้วงถุงเงินหนักอึ้งออกมาจากอกเสื้อ รีบยัดใส่มืออีกฝ่ายตอนที่ยังไม่
ทันตั้งตัว พร้อมกับพูดด้วยน ้าเสียงถ่อมตัวว่า “นี่คือลิ้นจี่สิบชั่งที่
คัดเลือกมาจากหนึ่งร้อยชั่งเชียวนะขอรับ ท่านวางใจได้ ผลที่ใหญ่
ที่สุดและดีที่สุดอยู่ในนี้ทั้งหมดแล้ว”
ที่จริงนี่ก็ถือเป็นข้อตกลงที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรในการค้า
ขายเช่นกัน
หากต้องการให้ความร่วมมือเป็นไปอย่างราบรื่น ก็ต้องทุ่มเท
ผลประโยชน์บางอย่างให้บ้าง
ขันทีวัยกลางคนชั่งน ้าหนักที่หนักอึ้ง เขาเหมือนจะพอใจอยู่บ้าง
“ดีที่เจ้านำผลไม้มาส่งได้ทันเวลา ฝ่าบาทกับกุ้ยเฟยทรงโปรดปราน
รสชาตินี้มาก เมื่อวานยังตรัสถึงอยู่เลย”
“เช่นนั้นก็รบกวนท่านกงกง โปรดนำไปถวายฝ่าบาทโดยเร็ว
เถอะขอรับ” เจิ้งหรูเชียนยังคงรักษาท่าทางนอบน้อมนี้ไว้
ตราบใดที่สามารถร่วมมือกันได้อย่างราบรื่น การลดท่าทีลงบ้าง
ก็นับเป็นเรื่องปกติ
พ่อค้าย่อมยึดถือผลประโยชน์เป็นอันดับหนึ่ง แต่สิ่งที่เขาไม่คิด
คือขันทีวัยกลางคนจะเก็บเงินให้เรียบร้อยแล้วพูดอีกครั้งว่า “แต่
น ้าแข็งของเจ้าใกล้จะละลายแล้ว หากลิ้นจี่ไม่สามารถส่งไปถึงวังได้
ทันเวลา ข้าก็จะต้องพลอยเดือดร้อนไปกับเจ้าด้วย”