พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 442 เลือกชายา
การแต่งงานเพื่อเสริมสิริมงคลเป็นความเชื่อของชาวบ้าน มี
จุดประสงค์เพื่อให้คนป่วยที่รักษาไม่หายแต่งงานกับคนอื่น ใช้ “งาน
มงคล” มา “ขับไล่” ลางร้าย หวังว่าจะช่วยรักษาโรคให้หายได้
ในทำนองเดียวกัน ลูกหลานก็สามารถแต่งงานเพื่อเสริมสิริมงคล
ให้พ่อแม่ได้
แต่เมื่อนำมาใช้กับฮ่องเต้ผู้อยู่ ณ จุดสูงสุดของอำนาจ “การ
แต่งงานเสริมสิริมงคล” นี้ไม่ใช่แค่เรื่องธรรมดาอีกต่อไป ต้องเป็นคน
โง่เท่านั้นถึงจะไม่เข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องลึก
ตระกูลใหญ่ใช้การแต่งงานเพื่อขยายอิทธิพล การเลือกชายา
ของเชื้อพระวงศ์ก็มีความหมายลึกซึ้งเช่นกัน ญาติฝ่ายภรรยาที่
แข็งแกร่งไม่เพียงนำมาซึ่งการช่วยเหลือ แต่ยังอาจเป็นกุญแจสำคัญ
ในการแย่งชิงบัลลังก์
ขุนนางน้อยใหญ่ในราชสำนัก ไม่ว่าจะเป็นผู้เสนอหรือผู้รับฟัง
ข้อเสนอ ต่างก็รู้ว่าการแต่งงานเสริมสิริมงคลเป็นเพียงฉากบังหน้า สิ่ง
ที่พวกเขาต้องการจะเห็นคือฮ่องเต้จะเลือกองค์ชายคนไหน ส่วน
จ่างเยี่ยนอยากรู้ว่าฮ่องเต้ป่วยจริงหรือกำลังแกล้งป่วย เป็นการทำ
ตามกระแสหรือเป็นการเติมเชื้อเพลิงลงในกองไฟ
“ไม่มีใครอยากให้ตำแหน่งของตนถูกหมายตา หากเขาป่วยจริง
ๆ ย่อมต้องคัดค้าน แต่หากแกล้งป่วยถึงจะยอมรับ”
ไม่นานก็มีข่าวออกมาจากตำหนักเฉียนชิง
ฮ่องเต้เพิ่งคิดได้ว่าองค์ชายใหญ่อายุสิบแปดปีแล้ว สมควรจะแต่ง
ภรรยาได้ จึงกำหนดให้เลือกพระชายาแก่องค์ชายใหญ่ องค์ชายรอง
และองค์ชายสี่ภายในครึ่งเดือน พร้อมทั้งเลือกคู่ครองให้แก่องค์หญิง
สามด้วย
คนทั้งเมืองหลวงต่างพากันตื่นตระหนกไปหมด ตระกูลใหญ่
มากมายที่มีบุตรสาวอยู่ในวัยออกเรือนต่างเริ่มคิดหาหนทางหลบ
เลี่ยง ประจบประแจง คาดเดาและลังเล
มีเพียงตำหนักสามตะวันตกเท่านั้นที่ส่งเสียงคร ่าครวญ “องค์
ชาย เหตุใดจึงละเว้นพระองค์เพียงคนเดียว เหตุใดฝ่าบาทจึงไม่เลือก
ชายาให้องค์ชายห้าบ้าง”
อาจเป็นเพราะเขายังอายุไม่ครบสิบห้าปี
หรืออาจเป็นเพราะต้องการลดทอนอิทธิพลของทายาทสายตรง
ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลใด จ่างเยี่ยนก็รู้สึกโล่งอก เขาไม่อยากแต่ง
ชายาและไม่ต้องการพัวพันกับความวุ่นวายไม่จบสิ้นของตระกูลขุน
นาง
อย่างไรก็ตาม เมื่อข่าวถูกส่งกลับมายังเรือนเล็ก น้องสาวของ
เขากลับแสดงความเสียดาย “ข้าคิดว่าพี่ห้าจะได้มีภรรยาเสียอีก ไม่
คิดว่าเรื่องวุ่นวายมานานขนาดนี้แต่กลับไม่มีส่วนของเขาเลย”
สวี่โม่ยืนหัวเราะอยู่ข้าง ๆ “การไม่ได้แต่งงานไม่ใช่เรื่องเลวร้าย
ฝ่าบาทหวาดระแวงคนตระกูลใหญ่แต่ก็ต้องพึ่งพาพวกเขา ญาติฝ่าย
ภรรยาที่ทรงอิทธิพลอาจช่วยเหลือได้ แต่ในอนาคตอาจกลายเป็น
ข้อจำกัดใหม่”
ตระกูลใหญ่เป็นดาบสองคม สามารถส่งองค์ชายขึ้นสู่สวรรค์ได้
แต่ก็สามารถลากองค์ชายลงนรกได้เช่นกัน
ขึ้นอยู่กับว่าตนเองจะคิดอย่างไร
“เช่นนั้นองค์ชายที่เลือกชายาก็จะคิดเช่นนี้ เลือกตระกูลภรรยาที่
ธรรมดาสามัญหรือ?” เจียงเซิงชะงักไปเล็กน้อย จู่ ๆ ก็นึกถึงตระกูล
เลี่ยวที่ไม่เหมาะสมกันขึ้นมา
เพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับสตรีจากตระกูลใหญ่ที่มีอิทธิพล
และหลบหนีความหวาดระแวงของฮ่องเต้ แต่กลับหนีไม่พ้นความ
ขัดแย้งในวัง
บางทีเรื่องเช่นนี้อาจไม่มีถูกผิด ไม่มีดีเลว
เลือกทางไหนก็อาจจะผิด เลือกทางไหนก็อาจจะถูก
ขณะนี้คนตระกูลใหญ่ยังคงเป็นแรงสนับสนุนที่ทรงพลัง ไม่ว่าจะ
เป็นองค์ชายที่มุ่งหวังบัลลังก์หรือองค์ชายที่แกล้งโง่เพื่อหลอกล่อ
เหยื่อ แม้แต่จ่างเยี่ยนที่นั่งดูเสือสู้กันอยู่บนภูเขาก็ยังมีตระกูลเจียง
และตระกูลโต้วคอยสนุนหลัง
ไม่น่าแปลกใจที่บรรดาองค์ชายต่างใช้ทุกวิถีทางเพื่อเลือกชายา
คนที่ออกโรงก่อนคือองค์ชายใหญ่ เขาเป็นตัวเลือกที่ได้รับความ
นิยมสูงสุดสำหรับตำแหน่งรัชทายาท โดยมีจวีกุ้ยเฟยและตระกูลฟาง
คอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง เขาแทบจะเลือกสตรีชั้นสูงในเมืองได้
ตามใจชอบ
เมื่อต้องเลือกก็ย่อมต้องเลือกตระกูลที่ไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ
ยากที่จะดึงเข้าพวก และมีอิทธิพลมากที่สุด
ในเมืองหลวงมีตระกูลใหญ่มากอำนาจสี่ตระกูล ได้แก่ ตระกูล
เจียง ตระกูลโต้ว ตระกูลฟาง และอีกตระกูลที่แทบจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับ
กิจการบ้านเมือง เหลือเพียงขุนนางเฒ่าคนเดียวที่ยังคงอยู่ในราช
สำนัก คือตระกูลซุน
ตระกูลฟางกับองค์ชายใหญ่คอยลอบติดต่อกันอยู่แล้ว ส่วน
ตระกูลซุนก็แทบจะถอนตัวออกจากราชสำนัก ดังนั้นตระกูลที่
เหมาะสมที่สุดที่จะดึงเข้าพวกจึงเหลือเพียงตระกูลเจียงและตระกูลโต้ว
เท่านั้น
ตระกูลเจียงมีเจียงเซิงอยู่ และยังมีความแค้นจากการทุจริตของ
ฟางหยวนกับสวี่โม่
ตามที่กล่าวมาไม่น่าจะมีความขัดแย้งเกิดขึ้น แต่จวีกุ้ยเฟยต้อง
การอำนาจทางทหารในมือของแม่ทัพเจียงมาก จึงนำเจียงเฉิงอวี๋เข้า
มาอยู่ในรายชื่อผู้ถูกเลือก
ตระกูลโต้วก็ไม่เลวเช่นกัน แม้โต้วเว่ยหมิงจะไม่ได้เป็นคณะราช
เลขา แต่เจ้ากรมขุนนางผู้นี้ถือเป็นหัวหน้าของหกกรมหลัก ควบคุม
การเลื่อนตำแหน่งของขุนนางในราชสำนัก บุตรสาวของตระกูลโต้วก็
มีอายุเหมาะสมกว่า จึงถูกนำเข้ามาอยู่ในรายชื่อผู้ถูกเลือกเช่นกัน
ส่วนที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับว่าองค์ชายใหญ่จะสามารถเอาใจหญิง
สาวคนไหนได้
แต่ไม่นานหลังจากนั้น บุตรชายของจวีกุ้ยเฟยผู้นี้ก็เชิญเจียง
เฉิงอวี๋ไปชมดอกไม้แต่กลับถูกปฏิเสธ จากนั้นก็เชิญบุตรสาวตระกูล
โต้วไปชมหิมะแต่ก็ถูกปฏิเสธอีกหน ทำให้ต้องพบกับความผิดหวัง
อย่างหนัก
เมื่อข่าวนี้ส่งมาถึงเรือนเล็ก เจียงเซิงก็หัวเราะออกมาพร้อมกับ
รู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย “จวีกุ้ยเฟยคนนั้นเก่งกาจนัก นางจะไม่บังคับ
ให้เฉิงอวี๋กับพี่สาวโต้วแต่งงานหรอกหรือ”
เด็กสาวที่มีชีวิตชีวาและฉลาดเฉลียวเช่นนั้น รวมถึงบุตรสาวผู้
เฉลียวฉลาดของตระกูลโต้วไม่ควรแต่งงานกับองค์ชายใหญ่ และทิ้ง
ครึ่งชีวิตของตนไว้ในวังหลวงที่กว้างใหญ่
“วางใจเถอะ องค์ชายใหญ่ก็แค่ต้องการเอาใจเท่านั้น ไม่กล้า
บังคับฝืนใจหรอก” สวี่โม่เก็บหมาก “ทั้งตระกูลเจียงและตระกูลโต้ว
เขาไม่กล้าล่วงเกินคนทั้งสองตระกูลนี้หรอก”
เมื่อเทียบกับองค์ชายผู้นี้ที่กระทำการตรงไปตรงมาไม่ปิดบัง การ
กระทำขององค์ชายอีกสองคนกลับน่าสนใจกว่า
องค์ชายรองผู้มีมารดาไม่มีชื่อเสียง นิสัยสงบเสงี่ยมและเชื่องช้า
ตรงข้ามกับความใจร้อนขององค์ชายใหญ่ ไม่ได้รีบร้อนไปผูก
สัมพันธ์กับคนตระกูลใหญ่ ไม่ได้มองหาตระกูลชนชั้นหนึ่ง แม้แต่
ตระกูลชนชั้นรองก็ไม่ได้สนใจ เพียงแต่ทำหน้าที่ราชการไปอย่าง
เงอะงะ ทุกวันเดินทางไปมาระหว่างศาลาว่าการและจวนองค์ชายรอง
ส่วนองค์ชายสี่กลับมีจิตใจมั่นคง ไปร้องขอต่อหน้าประตูจวน
ตระกูลเหยา ประกาศว่าจะมอบความสุขให้คุณหนูเหยา ถึงขนาด
ประกาศคำพูดอันยิ่งใหญ่ว่าจะไม่มีวันรับอนุภรรยา
ความชอบพอของเขาที่มีต่อเหยาซือชิงนั้นไม่ใช่ความรู้สึกชั่ววูบ
ก่อนปีใหม่เขาก็ส่งของขวัญมาที่ตระกูลเหยาหลายครั้งแล้ว เพียงถูก
ปฏิเสธอย่างนุ่มนวล บัดนี้เขามาเยือนด้วยตนเอง ทำให้ผู้นำตระกูล
เหยาโกรธจนกินข้าวเย็นไม่ลง
“ตระกูลเหยากับตระกูลเจียงเป็นญาติกัน องค์ชายสี่ต้องการ
แต่งงานกับพี่สาวซือชิงเพื่อผูกสัมพันธ์กับสองตระกูลใหญ่พร้อมกัน
หรือว่าเขาจะชอบพี่สาวซือชิงจริง ๆ กันแน่” เจียงเซิงเริ่มกังวลอีกครั้ง
“เขาคงไม่ใช้พี่สาวซือชิงเป็นเครื่องมือหรอกนะ”
สวี่โม่ลูบศีรษะน้องสาวเบา ๆ พลางปลอบใจว่า “ตระกูลเหยาคง
ไม่ยอมหรอก”
อย่างที่เจียงเซิงกล่าว ตระกูลเหยาและตระกูลเจียงเติบโตพร้อม
กัน เป็นเครือญาติที่ดีที่สุด อีกทั้งตระกูลเหยายังเชื่อฟังและเห็นด้วย
กับตระกูลเจียงเสมอมา
หากมองในแง่ความสัมพันธ์ทางเครือญาติ ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงเป็น
ป้าแท้ ๆ ของผู้นำตระกูลเหยา และมีความผูกพันกับลูกพี่ลูกน้องทั้ง
สองคนมาตั้งแต่เด็ก ไม่อาจตัดขาดกันได้ง่าย ๆ
ส่วนการมองในแง่ของผลประโยชน์ องค์ชายสี่อาจไม่ได้
กลายเป็นฮ่องเต้ แต่ความดีความชอบทางการทหารของตระกูลเจียง
สามารถทำให้ทั้งสองตระกูลยืนหยัดอย่างมั่นคงในราชสำนักได้
หากผู้นำตระกูลเหยามีสติเพียงพอก็จะปฏิเสธ แต่ต้องดูว่าจะ
ปฏิเสธอย่างไร
โดยทั่วไปแล้ว สามารถหมั้นหมายบุตรสาวได้ก่อน ต่อให้องค์
ชายจะมีอำนาจมากเพียงใดก็ไม่สามารถแทรกแซงเรื่องภายใน
ครอบครัวของขุนนางได้
แต่การทำเช่นนั้นก็เท่ากับเป็นการสร้างความขุ่นเคืองใจให้กับ
องค์ชายสี่ รวมถึงสามีของนางก็จะถูกจดจำความแค้นไปด้วย
ดังนั้น หลังจากที่ตระกูลเหยาคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงได้ปล่อยข่าว
ออกมาว่า เนื่องจากไม่มีทายาทชาย จึงจะให้บุตรสาวคนเดียวเหยา
ซือชิงอยู่ที่จวนและแต่งเขยเข้าบ้าน
องค์ชายสี่ผู้สง่างามย่อมไม่อาจเป็นเขยแต่งเข้าให้แก่ตระกูล
ใหญ่ได้
แม้ว่าเขาจะเต็มใจ แต่มารดาของเขาซึ่งเป็นชูเฟยก็จะตบตีเขา
จนไม่เต็มใจเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ เรื่องการคัดเลือกชายาจึงเงียบลง
นอกจากองค์ชายใหญ่ที่วุ่นวายไปทั่ว คนอื่นเหมือนจะไม่ได้เจอ
คนตระกูลใหญ่ที่ถูกใจ ยิ่งไม่ได้ถูกแสดงว่าต้องการบัลลังก์แม้แต่น้อย
“หรือว่าแผนการขององค์ชายจะล้มเหลว? หากกระทั่งวิธีนี้ก็ไม่
สามารถบีบให้องค์ชายที่ซ่อนตัวอยู่เผยตัวออกมาได้ เขาจะรอให้ฝ่า
บาทสิ้นไปก่อนแล้วค่อยลงมือหรือพ่ะย่ะค่ะ?” องครักษ์อดพึมพำ
เกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ได้
จ่างเยี่ยนเพียงยกมุมปาก แล้วเอ่ยด้วยน ้าเสียงเรียบเฉยว่า “อย่า
เพิ่งใจร้อน”