พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 455 แผนการของจวีกุ้ยเฟย
องค์ชายทั้งสี่และองค์หญิงหนึ่งคนเดินตามมาเป็นลำดับสุดท้าย
ในจำนวนนั้น องค์ชายใหญ่มีท่าทางโอหังเหมือนกับจวีกุ้ยเฟยราว
กับแกะ องค์ชายสี่และเจ้าหญิงสามเดินตามมารดาอย่างสงบเสงี่ยม
ส่วนองค์ชายรองและองค์ชายห้าเงียบขรึมที่สุด
ผู้ที่มีมารดาอาจไม่เหมือนกัน แต่ผู้ที่ไม่มีมารดากลับมีความ
คล้ายคลึงกันอย่างยิ่ง
เจียงเซิงรู้สึกสงสารพี่ห้าอยู่บ้าง แต่ก็กลัวว่าจะมีคนสังเกตเห็น
ความผิดปกติ จึงใช้แค่หางตามองเขาเล็กน้อย รู้สึกคลับคล้ายคลับ
คลาว่าเขาดูจะสูงขึ้นมาก
กระทั่งฝ่าบาทและเหล่าพระสนมนั่งลง นางถึงได้ลุกขึ้นคำนับและ
รีบเงยหน้าขึ้นมองอย่างรวดเร็ว สบตากับเด็กหนุ่มที่ดูสงบนิ่งชั่วครู่
จ่างเยี่ยนพยักหน้าเบา ๆ ในดวงตาฉายแววกังวลเล็กน้อย
เจียงเซิงก้มหน้าส่ายหัว บอกเขาไม่ต้องตื่นตระหนก
ช่วงเวลาที่นั่งลง งานเลี้ยงก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ
แม้ว่าจวีกุ้ยเฟยจะเอาแต่ใจและดื้อรั้น แต่การจัดการเรื่องต่าง ๆ
นางก็ยังน่าชื่นชม งานเลี้ยงคัดเลือกชายาถูกนางจัดการทั้งหมด
บรรยากาศอ่อนโยนสดใส เหล่าคุณชายสามารถแต่งบทกวีและโคลง
กลอนที่ริมทะเลสาบกับศาลาได้ ส่วนคุณหนูทั้งหลายก็สามารถเดิน
เล่นพูดคุยกันในอุทยานหลวง
ผู้อาวุโสที่นั่งอยู่ด้านในก็มีการแสดงร้องรำให้ชม อาหารที่เตรียม
ไว้ท่ามกลางสภาพอากาศเดือนสองก็นับว่ายังอุ่นร้อนดี
ตระกูลหยาง ตระกูลเมิ่ง รวมถึงตระกูลอื่น ๆ ที่มีความ
ทะเยอทะยานอยากจะเป็นใหญ่ บรรดาบุตรสาวของพวกเขาต่างก็ส่ง
เสียงชวนกันให้ไปเล่นว่าวในอุทยานหลวง แสดงความงดงามอ่อน
ช้อยของสตรี
ตรงกันข้ามกับบุตรสาวจากตระกูลเจียง ตระกูลโต้วและตระกูล
เหยา ที่ต่างยังคงนั่งอยู่ข้างผู้อาวุโสของตน ไม่ยอมจากไปไหน
เหล่าองค์ชายที่ตอนแรกยังสามารถอดทนรอได้ แต่เมื่อมีหญิง
สาวมากขึ้นเรื่อย ๆ และต่างลุกขึ้นไปทางอุทยานหลวง พวกเขาก็
ยังคงความนั่งนิ่งอย่างสง่างาม
ในที่สุดองค์ชายสี่ก็ทนไม่ไหว ค่อย ๆ เดินเข้าไปหาเหยาซือชิง
ใบหน้าเขาแดงก ่าเอ่ยถามว่า “ที่สวนซางหลินมีดอกไม้หลายชนิดที่
เพาะพันธุ์ขึ้นใหม่ งดงามนัก ข้าขอเชิญคุณหนูเหยาไปชมได้
หรือไม่”
นี่เป็นการแสดงความชอบพอของเขาอย่างชัดเจนแล้ว หากอีก
ฝ่ายมีใจตอบรับ ผ่านสายตาของฉู่เฟยก็สามารถออกคำสั่งจัดการ
แต่งงานได้เลย
อย่างไรก็ตาม เหยาซือชิงเพียงยิ้มและส่ายหน้า “ขอบคุณองค์
ชาย แต่หม่อมฉันต้องอยู่เป็นเพื่อนน้องสาว คงไม่ไปแล้ว”
สองเด็กสาวร่างใหญ่เดินมาทางซ้ายขวาของนาง ทำให้รูปร่าง
ของนางดูบอบบางอ่อนแอยิ่งขึ้น
องค์ชายสี่เผยสีหน้าผิดหวัง แต่ไม่กล้าบังคับ ได้แต่หันหลัง
กลับไปอย่างเศร้าสร้อย
เจียงเฉิงอวี๋พูดเยาะเย้ยเสียงต ่า “ไม่รู้จักประมาณตัวเลยสักนิด
ยังกล้าคาดหวังกับพี่สาวเหยาอีก”
หากการเป็นคนขาพิการนับเป็นข้อเสีย การอุทิศตนเพื่อ
บ้านเมืองขององค์ชายสี่ก็ยังสู้องค์ชายรองไม่ได้เลย
อา องค์ชายรอง
เจียงเซิงเงยหน้าขึ้น เพิ่งสังเกตว่าองค์ชายผู้เงียบขรึมคนนั้น
หายไปแล้ว เขาไม่ได้อยู่ร่วมประชันบทกวี ไม่ได้ไปเดินเล่นในอุทยาน
และไม่ได้อยู่ชมการฟ้อนรำหรือลิ้มลองอาหารเลิศรส
พอมองหาเงาร่างขององค์ชายใหญ่อีกครั้งก็ไม่พบเห็นเหมือนกัน
เหลือเพียงองค์ชายสี่ที่ก้มหน้าห่อเหี่ยว กับองค์ชายห้าซึ่งนั่งอยู่
ข้าง ๆ คอยปลอบใจและให้คำแนะนำ รวมถึงองค์หญิงสามที่ค่อย ๆ
เดินไปใกล้ศาลาริมทะเลสาบ
เจียงเซิงกำลังจะเตือนเจียงเฉิงอวี๋ แต่เหล่านางกำนัลก็นำชา
ผลไม้ที่ส่งไอร้อนลอยฉุยมาให้
ขณะที่นางกำนัลคนหนึ่งเข้าใกล้ที่นั่งของตระกูลเจียง นางพลัน
สะดุดอย่างแรง ถ้วยชากระเด็นตกลงมาและสาดใส่ตัวเจียงเฉิงอวี๋อ
ย่างเหมาะเจาะ
โชคดีที่อากาศยังหนาวจึงสวมเสื้อผ้าตัวหนา ทำให้ไม่ถึงกับถูก
ลวก แต่การที่ครึ่งตัวคนมีไอร้อนลอยออกมาก็คงพาให้ไม่สบายตัว
นัก
เจียงเฉิงอวี๋ทำหน้าเย็นชา พยายามกดข่มความโกรธเอาไว้
ไม่ได้ระบายมันออกมาต่อหน้าผู้คน
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงขมวดคิ้วมอง ฮูหยินรองเจียงร้องอุทานออกมา
แม้แต่การแสดงกลางงานเลี้ยงก็ต้องหยุดชะงักไป
“เกิดอะไรขึ้น?” เสียงทรงอำนาจของฮ่องเต้ดังมา
ฮูหยินรองเจียงเพิ่งจะเตรียมคุกเข่าเพื่อฟ้องร้อง แต่จวีกุ้ยเฟยก็
ยิ้มตอบว่า “คงเป็นความผิดพลาดของนางกำนัลที่ทำให้คุณหนูเจียง
เดือดร้อน ฝ่าบาทโปรดวางพระทัย หม่อมฉันจะจัดการเรื่องนี้อย่าง
เหมาะสม”
การแสดงจึงดำเนินต่อไปอีกครั้ง งานเลี้ยงกลับคืนสู่ความสงบ
ฮ่องเต้ลังเลชั่วครู่ แต่ในที่สุดก็ปล่อยให้เป็นไปตามนั้น
ช่างเป็นกลอุบายที่จำเจเหลือเกิน
ก่อนอื่นก็แกล้งทำให้เสื้อผ้าของคุณหนูเปียกโชก จากนั้นก็พา
นางไปเปลี่ยนชุดใหม่ ระหว่างนั้นองค์ชายสักคนก็จะบังเอิญเข้ามาใน
ห้อง ได้เห็นผิวขาวผ่องของหญิงสาวด้วยตาตัวเอง ดังนั้นจึง
จำเป็นต้องแต่งงานกัน ตระกูลใหญ่ห่วงใยลูกหลาน ย่อมเลือกฝ่าย
ตามไปด้วย ทุ่มเทสุดชีวิตเพื่อช่วยช่วงชิงบัลลังก์ให้กับองค์ชาย
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงเฉียบแหลมเหลือเกิน นางวิเคราะห์เหตุผลได้
เกือบจะทันที น่าเสียดายที่ยิ่งวิธีการรุนแรงเท่าไหร่ก็ยิ่งได้ผลมาก
เท่านั้น
เจียงเฉิงอวี๋คงไม่อาจทนร่วมงานเลี้ยงต่อไปด้วยชุดเปียกโชกใน
อากาศที่หนาวเย็นเช่นนี้ได้
“ข้าต้องขออภัยคุณหนูเจียงด้วยจริง ๆ” จวีกุ้ยเฟยพานางกำนัล
ในวังหลายคนเดินมา รอยยิ้มของนางเต็มไปด้วยความชอบใจ “ข้า
คงจะต้องสั่งสอนนางกำนัลคนนี้แน่ แต่ว่าเจ้าต้องรีบเปลี่ยนชุดก่อน
ข้าจะให้คนพาพวกเจ้าไปยังห้องด้านหลังเดี๋ยวนี้”
เมื่อนางพูดจบ หญิงข้าหลวงอายุราวสามสิบปีที่มีสีหน้าเย็นชาก็
ก้าวออกมา “คุณหนูเจียง โปรดตามข้ามา”
เจียงเฉิงอวี๋กับเจียงเซิงสบตากันชั่วขณะ
เสื้อผ้าจำเป็นต้องเปลี่ยน แต่ก็ไม่อาจตกหลุมพราง พวกนางต้อง
ร่วมแรงร่วมใจฝ่าฟันอุปสรรคครั้งนี้ไปด้วยกัน!
“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้” เจียงเฉิงอวี๋แกล้งทำเป็นอ่อนแอขี้ขลาด “แต่ข้า
อยากให้พี่สาวไปด้วยกัน”
หญิงข้าหลวงหันไปมองจวีกุ้ยเฟยอีกครั้ง
จวีกุ้ยเฟยยกยิ้ม “เด็กสาวมักขี้กลัว การพาพี่น้องไปด้วยเป็น
เพื่อนย่อมเป็นเรื่องปกติ พวกเจ้าไปด้วยกันอย่างสบายใจเถอะ”
เจียงเฉิงอวี๋ก็ฉีกยิ้มเช่นกัน นางลุกขึ้นเดินตามอีกฝ่ายไป ส่วน
เจียงเซิงตามมาติด ๆ เหยาซือชิงก้าวเท้าออกไป
ที่แท้ไม่ใช่แค่พี่สาวคนเดียว เด็กสาวเดินเข้าออกพร้อมกัน เพิ่ม
ความยากลำบากให้ไม่น้อย
สีหน้าของจวีกุ้ยเฟยจางลงเล็กน้อยแต่ก็เพียงชั่วขณะ ก่อนจะ
กลับมายิ้มแย้มดั่งดอกไม้อีกครั้ง
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงมองนางอย่างเย็นชา แม้จะไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้
พูดอะไร
แม้แต่ฮูหยินรองเจียงก็ไม่ได้กังวลอะไรมากนัก
สามเด็กสาวเดินตามข้าหลวงไปยังห้องด้านหลัง รับเสื้อผ้าที่
พอดีตัวมาแล้วเข้าไปในห้องด้านข้างเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า
เพิ่งปิดประตูห้องได้ หัวใจของเจียงเซิงก็เริ่มเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ
นางเหมือนผีเสื้อกลางคืนตัวใหญ่ที่บินวนไปมาในห้อง ตรวจค้นตาม
ตู้เสื้อผ้าและหน้าต่างอย่างละเอียด แม้แต่ใต้เตียงก็ยังยกขึ้นตรวจสอบ
จนทั่ว
ไม่มีคนเป็นซ่อนตัวอยู่ ไม่มีทางอื่นเข้ามาได้อีกด้วย
“หรือว่าพวกเราเดาผิด? องค์ชายใหญ่ไม่ได้ตั้งใจจะใช้ความ
บริสุทธิ์ของเสี่ยวอวี๋เพื่อแต่งงานกับนาง?” เจียงเซิงสงสัยไม่หยุด
เหยาซือชิงกำลังช่วยเจียงเฉิงอวี๋แก้สายรัด “ไม่ว่าจะอย่างไรก็
ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน ข้าตรวจสอบแล้วว่าเป็นผ้าจากร้านตัดเสื้อใน
เมืองหลวง มันเป็นของแท้ ไม่มีอะไรผิดปกติ”
อากาศหนาวเย็นเช่นนี้ การสวมเสื้อผ้าเปียกชื้นนั้นทรมานจริง ๆ
เจียงเซิงไม่พูดอะไรอีก เฝ้ามองประตูอย่างระแวดระวัง ปลายเท้า
แตะกรอบประตูไว้
มีเพียงเจียงเฉิงอวี๋เท่านั้นที่ยังคงทำตัวตามสบาย นางถอดตู้โต
วออกเพื่อเปลี่ยนเป็นชุดใหม่ พลางเย้าแหย่ว่า “โชคดีที่ข้าไม่ชอบปัก
ชื่อตัวเองลงบนตู้โตว แม้จะถูกขโมยไปก็ไม่เป็นไรหรอก”
ตระกูลใหญ่มักมีบุตรหลานมากมาย เพื่อป้องกันการใส่ชุดตู้โตว
ผิด พวกเขาจึงมักปักชื่อไว้ที่ตำแหน่งข้อเท้าหรือคอเสื้อเช่นเดียวกับ
ผ้าเช็ดหน้า
ตระกูลเจียงตอนนี้มีเพียงเจียงเฉิงอวี๋เป็นเด็กสาวคนเดียว จึงไม่มี
ทางใส่ชุดผิด ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องปักชื่อ เมื่อเห็นคนสองคนร่วมมือ
กันสวมเสื้อผ้าจนเสร็จ ก็เหลือเพียงสายรัดที่เป็นชิ้นสุดท้าย
หัวใจของเจียงเซิงเพิ่งกลับเข้าที่ ประตูใหญ่ก็พลันถูกผลักเข้ามา
ครั้งแล้วครั้งเล่า เหมือนจะใช้แรงอันมหาศาล!
สีหน้าของเหยาซือชิงเปลี่ยนไปทันที นางรีบร้อนใช้ตัวบัง
น้องสาวทั้งสองไว้ด้านหลัง
แต่ร่างกายของนางบอบบางเหลือเกิน แม้จะบังไว้แล้วก็ยังไร้
ประโยชน์
เจียงเซิงกัดฟัน พุ่งออกไปยืนอยู่หน้าสุด พร้อมเอ่ยว่า “ข้าก็
ไม่ใช่คุณหนูผู้สูงศักดิ์อะไร อีกทั้งไม่กลัวชื่อเสียงจะเสียหาย ให้ข้า
เป็นคนจัดการเอง”
ขณะกำลังพูดอยู่นั้น ประตูไม้ก็สั่นสะเทือนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับ
ว่าสลักประตูกำลังจะหักในไม่ช้า
ทันใดนั้น เจียงเฉิงอวี๋ที่ยังถือสายรัดเอวอยู่ในมือก็พุ่งไปข้างหน้า
ดึงประตูไม้เปิดออกทันที แล้วยกเท้าเตะอย่างแม่นยำ
ได้ยินเสียงร้อง “อ๊าก” ดังขึ้น คนที่อยู่นอกประตูล้มลงกับพื้น
เจียงเฉิงอวี๋ตบมือเบา ๆ ภายใต้สายตาตกตะลึงของพี่สาวทั้งสอง
นางยักไหล่พลางกล่าวว่า “พวกเจ้าลืมไปแล้วหรือ ตระกูลเจียงเป็น
ตระกูลแม่ทัพนะ”
ดังนั้นไม่เพียงเด็กผู้ชายเท่านั้นที่แข็งแรง แม้แต่เด็กผู้หญิงก็
ไม่ใช่คนธรรมดาเช่นกัน
ไม่แปลกใจที่ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงจะใจเย็นผิดปกติ ไม่แปลกใจที่ฮู
หยินรองเจียงจะไม่กังวล ที่แท้พวกนางก็รู้ว่าองค์ชายใหญ่ไม่มีทางสู้
เจียงเฉิงอวี๋ได้
“เช่นนั้นที่ท่านย่าตามมา เพราะกลัวว่าเสี่ยวอวี๋จะไปทำร้ายองค์
ชายใหญ่จนบาดเจ็บสาหัสแทนหรือ?” เจียงเซิงพึมพำ
เจียงเฉิงอวี๋ยังคงลูบจมูกพลางยิ้มเขินอาย ไม่รู้ว่าพี่สาวกำลังชม
ตนเองจริงหรือไม่
มีเพียงเหยาซือชิงเท่านั้นที่สังเกตเห็นความผิดปกติ นางขมวด
คิ้วแล้วก้าวเข้าไปข้างหน้า “ไม่ใช่ นี่ไม่ใช่องค์ชายใหญ่”
นี่คือข้าหลวงที่นำทางพวกนางมาเมื่อครู่นี้ หากการที่เจียงเฉิงอวี๋
ถูกสาดน ้าจนเปียกไม่ใช่แผนการขององค์ชายใหญ่ เช่นนั้นการพา
พวกนางมาที่นี่จะทำไปเพื่ออะไรกัน
อีกทั้งยังใช้ข้าหลวงที่นำทางสร้างเสียงดังข่มขู่ให้ตกใจ หาก
พวกนางเป็นคุณหนูผู้ขี้ขลาด ป่านนี้คงหดหัวอยู่มุมห้อง ไม่กล้าขยับ
เขยื้อนแล้ว
หากพวกนางไม่ปรากฏตัวในห้องจัดเลี้ยง ก็คงเหลือเพียงคุณหนู
โต้วกับคุณหนูฉีเท่านั้น
“แย่แล้ว” เจียงเซิงกับเหยาซือชิงเอ่ยพร้อมกัน “นี่มันอุบายล่อ
เสือออกจากถ ้า!”