พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 459 เรื่องน่าปวดหัว
แม้จะเป็นงานเลี้ยงเลือกชายา แต่สุดท้ายก็มีเพียงองค์ชายใหญ่
เท่านั้นที่ชนะใจตระกูลหมิ่นสำเร็จ ส่วนคนอื่น ๆ ล้วนกลับไปมือเปล่า
องค์ชายรองถอนตัวไปอย่างอัปยศ องค์หญิงสามไม่เต็มใจแสดง
ท่าที องค์ชายสี่ตัดสินใจไม่แต่งงานตลอดชีวิต
ดังนั้นงานเลี้ยงคัดเลือกชายาจึงไม่จำเป็นต้องจัดอีกต่อไป เหล่า
ขุนนางทั้งหลายก็ไม่ควรอยู่นานเกินไป ต่างทยอยกล่าวลา
เจียงเซิงเดินตามหลังท่านย่าและอาสะใภ้ ภาพสุดท้ายที่เห็นคือจ
วีกุ้ยเฟยกำลังสนทนากับหมิ่นเฟย สีหน้าของนางทั้งเย่อหยิ่งและมี
ความมั่นใจ
ในใจของนางรู้สึกสับสน แต่ก็พูดไม่ออก
ก่อนหน้านี้นางเคยได้ยินมาว่าจิตใจของมนุษย์นั้นเจ้าเล่ห์และ
คาดเดาไม่ได้ แต่เมื่อมีพี่ห้าอยู่ ทุกอย่างเหมือนจะง่ายดายเสมอ
จนกระทั่งวันนี้ที่จ่างเยี่ยนไม่ส่งเสียงอะไรเลย นางถึงได้เห็นสิ่ง
ผิดปกติมากมายจากเรื่องราวอันยุ่งเหยิงและตัดไม่ขาดนี้
แต่ก็แค่ได้เห็นเท่านั้น
นางไม่รู้ว่าทำไมองค์ชายรองถึงต้องรับเอาความผิดไว้กับตัว
เพียงเพื่อความเห็นใจจากเหล่าสตรีไม่กี่คนหรือ?
นางก็ไม่รู้ว่าตระกูลหมิ่นต้องการอะไรกันแน่ ถึงได้ยอมรับการ
แต่งงานกับองค์ชายใหญ่โดยไม่พูดอะไร
หากจะกล่าวถึงสิ่งเดียวที่สังเกตได้ คงเป็นเรื่องที่องค์ชายสี่ไม่ใช่
คนธรรมดา เขาถึงกับใช้ประโยชน์จากขาที่พิการกระตุ้นความเห็น
อกเห็นใจจากฮ่องเต้ จนสามารถปัดเรื่องแต่งงานออกไปได้
ทั่วทั้งเมืองหลวงต่างรู้ดีว่าเขาหลงใหลคุณหนูเหยาผู้นั้น… เหยา
ซือชิง
บัดนี้เขาประกาศว่าจะไม่แต่งงานตลอดชีวิต ความรักอันหนัก
แน่นเช่นนี้ย่อมส่งผลร้ายต่อพี่สาวเหยาอย่างแน่นอน
ด้วยความคิดมากมายที่กดทับอยู่เจียงเซิงจึงเงียบไปตลอดทาง
กระทั่งกลับมาถึงเรือนเล็ก
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงรู้สึกเหนื่อยล้าจึงกลับไปพักผ่อนก่อน
อารองและอาสะใภ้รองก็มีธุระ จึงให้เจียงเฉิงอวี๋กับเจียงเฉิงเฟิงส่ง
พวกนางกลับ ยังไม่ทันเคาะประตู กลิ่นหอมของเนื้อแกะที่เข้มข้นแต่
ไม่มีกลิ่นคาวก็โชยมาจากด้านใน
“อา ทำขาแกะจริง ๆ ด้วย” ดวงตาของเจียงเฉิงอวี๋เปล่งประกาย
“ดูเหมือนครั้งนี้พวกข้าจะมาถูกเวลาแล้ว”
เจียงเฉิงเฟิงลูบจมูกของตัวเอง คล้ายกับรู้สึกอายแทนน้องสาว
จอมตะกละคนนี้
“ทุกคนไม่ต้องเกรงใจหรอก” สวี่โม่ยิ้ม ต้อนรับแขกให้น้องชาย
“เชิญทานอย่างเต็มที่ได้เลย”
ขณะที่พูด ประตูใหญ่ก็ถูกเปิดออก เจิ้งหรูเชียนที่สวมผ้ากัน
เปื้อนผืนใหญ่น ้าตาแทบไหลพราก “พวกเจ้ากลับมาแล้ว ในที่สุด
พวกเจ้าก็กลับมาแล้ว”
ฟ้าดินเป็นพยาน เขากังวลมาทั้งวัน กลัวว่าน้องสาวจะมีอันตราย
กลัวว่าพี่ชายกับน้องชายจะเจอเรื่องร้าย
ขอบคุณสวรรค์! ในที่สุดทุกคนก็ปลอดภัยดี!
เจ้ารองบอกว่าจะเชือดแกะก็เชือดแกะจริง ๆ ขาแกะและซี่โครง
แกะตัวอ้วนถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ มีเจียงซานและเจียงซื่อคอยดู
ไฟ ป้าจางกับพ่อครัวคงคอยหมักและทอดผัด พี่น้องตระกูลวั่งคอย
เป็นลูกมือช่วย ทั่วทั้งลานบ้านเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและกลิ่นหอม
ของอาหาร
กลิ่นอายของชีวิตผู้คนช่างปลอบประโลมจิตใจ
เจียงเซิงรู้สึกผ่อนคลายจากความตึงเครียดที่มีอยู่เดิม นางจูงมือ
เจียงเฉิงอวี๋ เดินเข้าไปอย่างสง่างามและกินอาหารอย่างตั้งใจ
จนกระทั่งรับประทานอาหารเสร็จ เจียงเฉิงเฟิงและสวี่โม่จึงเริ่ม
สนทนาเกี่ยวกับงานคัดเลือกชายาในวันนี้
“องค์ชายรองอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ได้เปรียบ จำเป็นต้องใช้กล
อุบายทำร้ายตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงงานคัดเลือกชายาในครั้งนี้ แต่ก็ดีที่
หลีกเลี่ยงได้สำเร็จ อนาคตเขายังมีโอกาสให้เลือกอีก” เจียงเฉิงเฟิง
กลืนเนื้อคำใหญ่ลงคอ “ตามที่ข้ารู้มา จวีกุ้ยเฟยเลือกบุตรสาวบุญ
ธรรมจากตระกูลที่ตกอับให้เขา”
บุตรสาวบุญธรรม หมายถึง แต่เดิมเป็นบุตรสาวอนุ แต่เนื่องจาก
ภรรยาเอกไม่มีบุตร จึงรับมาเป็นบุตรบุญธรรม
อีกทั้งตระกูลก็ตกอับ ชายาเช่นนี้ไม่มีประโยชน์อะไรต่อองค์ชาย
รองเลย สู้หลีกเลี่ยงไปแล้วค่อยวางแผนใหม่จะดีกว่า
ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาเต็มใจพาองค์ชายใหญ่ไปด้วยตนเอง ไม่
น่าแปลกใจเลยที่เขาไม่หวาดกลัวแม้จะถูกกักบริเวณ
เจียงเซิงคิดว่าตนเองคาดเดาได้ทั้งหมดแล้ว แต่ก็ยังพลาดจุดที่
สำคัญ ต้องยอมรับว่าความคิดขององค์ชายรองลึกซึ้งยิ่งกว่าที่นางคิด
ไว้
“ว่ากันว่าองค์หญิงสามมีความสัมพันธ์อันดีกับญาติตระกูลหมิ่น”
สวี่โม่วางตะเกียบลง “วันนี้ที่นางไม่สามารถเลือกคู่ครองได้ คงเป็น
เพราะคำสั่งของจวีกุ้ยเฟย”
องค์ชายใหญ่เลือกตระกูลหมิ่นไม่เพียงเพราะเป็นตระกูลขั้นหนึ่ง
เท่านั้น แต่ยังเป็นตระกูลสวามีที่องค์หญิงสามอาจดึงมาเป็นพันธมิตร
ในอนาคต แต่หากองค์หญิงสามแต่งงานกับคนในตระกูลหมิ่น
แผนการของนางก็จะล้มเหลวไปครึ่งหนึ่ง
“หากข้าคาดการณ์ไม่ผิด ในอนาคตองค์หญิงสามอาจจะเลือก
ระหว่างเจ้ากับพี่เฮ่อ” สวี่โม่กล่าวอย่างมีนัย “พี่เจียงต้องระวังตัวให้ดี
แล้ว”
เจียงเฉิงเฟิงตกใจ รีบโบกมือปฏิเสธ “เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้แน่นอน
วันหน้าข้ายังต้องสืบทอดกิจการของท่านพ่อ หากแต่งงานกับองค์
หญิงก็จะสูญเสียทุกอย่างสิ”
สวี่โม่ขำ
เด็กหนุ่มเกือบทุกคนมีความทะเยอทะยาน จึงล้วนไม่ต้องการเป็น
สวามีขององค์หญิง หากองค์หญิงสามแต่งงานกับคนตระกูลหมิ่นจริง
ก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมอยู่บ้าง
น่าเสียดายที่จวีกุ้ยเฟยคอยขัดขวาง จึงจำเป็นต้องเลือก
ครอบครัวที่มีอำนาจแข็งแกร่งให้กับองค์หญิง
ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วจะเป็นตระกูลเจียงหรือตระกูลเฮ่อ
หลังจากเจียงเฉิงอวี๋กินจนอิ่มแปล้ พี่น้องตระกูลเจียงก็ขอตัว
กลับ ก่อนจากไปยังนำขาแกะสองขาติดไม้ติดมือไปด้วย เพื่อแสดง
ความกตัญญูต่อผู้อาวุโสในบ้าน
“ทั้งกินทั้งเอากลับไป ข้ารู้สึกเกรงใจเหลือเกิน” เจียงเฉิงเฟิงยังคง
ทำเป็นปฏิเสธ
ส่วนเจียงเฉิงอวี๋รับของไปแล้ว “เช่นนั้นก็ขอบคุณคุณชายเจิ้ง
มาก”
หลังส่งสองพี่น้องกลับไปแล้ว ทั้งเรือนเล็กก็เงียบสงบลง
เจิ้งหรูเชียนยิ้มกว้าง แต่พอปิดประตูเสร็จสีหน้าก็เหี่ยวลง รีบถาม
อย่างใจร้อนว่า “ตระกูลเฮ่อว่าอย่างไรบ้าง? เจ้าห้าเล่า?”
ทั้งหอเหยียนฮุยล้วนเป็นคนของจวีกุ้ยเฟย พวกเขาแม้จะเจอจ่าง
เยี่ยนก็แค่ส่งสายตาให้กันเท่านั้น
การสนทนาเป็นเรื่องที่ไม่ต้องคิดเลย หากเผลอเปิดเผยตัวตน
ออกไปจะยิ่งแย่
ส่วนตระกูลเฮ่อ…
สวี่โม่เผยสีหน้าครุ่นคิด “เฮ่ออวิ๋นเหยาคือคุณชายผิวคล ้าคนนั้น
ตอนแรกเขาไม่ยอมคุยกับข้าอย่างละเอียด แต่บอกกับข้าถึงสาเหตุที่
ท่านผู้ว่าการเขตเฮ่อต้องไปจากตระกูลเฮ่อ”
ที่จริงมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เป็นเพราะฮูหยินผู้ว่าการเขตนั่นเอง
ในฐานะน้องชายของผู้นำตระกูลเฮ่อ เขาควรแบกรับภาระในการ
แต่งงานเพื่อสร้างสัมพันธมิตร แต่เฮ่อเฉิงจางกลับเกิดความรู้สึกต่อ
หญิงสาวจากตระกูลทั่วไป และไม่ลังเลที่จะแต่งงานกับนางจนมีลูก
ด้วยกันอย่างลับ ๆ
ผู้นำตระกูลเฮ่อไม่สามารถทำอะไรกับน้องชายแท้ ๆ ได้ จึงหันไป
สร้างความลำบากใจให้กับฮูหยินผู้ว่าการเขตหลายครั้ง เมื่อไม่มี
ทางเลือก ท่านผู้ว่าการเขตเฮ่อจึงทำข้อตกลงกับตระกูลฟาง ตระกูล
ฟางจะช่วยให้เขาออกห่างจากเมืองหลวง และเขาจะไปยังเขตอันสุ่ย
เพื่อจัดการกับฟางเหิงให้ตระกูลฟาง
แน่นอนว่าเฮ่อเฉิงจางไม่ได้ทำตามข้อตกลง ดังนั้นหลังจากครบ
กำหนดสามปีของการโยกย้าย เขาก็ถูกผู้นำตระกูลเฮ่อเรียกตัวกลับ
เมืองหลวงทันที ช้าที่สุดคือมาถึงภายในครึ่งเดือน
หลังสวี่โม่แสดงความต้องการว่าจะร่วมมือกับตระกูลเฮ่ออย่าง
คลุมเครือ เฮ่ออวิ๋นเหยาก็มีท่าทีคัดค้านไม่ได้เห็นด้วย
เขาคิดว่าตระกูลเฮ่อมีเกียรติยศเต็มเปี่ยมแล้ว แทนที่จะแสวงหา
ให้มากกว่านี้ ควรจะรักษาความมั่นคงและความเป็นกลางเอาไว้
ในประวัติศาสตร์ ผู้ที่แสวงหาความสำเร็จจากการติดตามมังกร
หากประสบความสำเร็จก็จะมีชื่อเสียงก้องโลก แต่หากล้มเหลวก็จะ
กลายเป็นเพียงซากกระดูกแห้ง
ตระกูลเฮ่อแสวงหาความมั่นคงไม่ได้ทำผิดอะไร แต่ใน
สถานการณ์ที่วุ่นวายเช่นนี้ พวกเขาจะสามารถอยู่เฉยได้จริงหรือ
ดวงตาสวี่โม่เป็นประกายแปลกประหลาด “อย่ากังวลไปเลย ต่อ
จากนี้ไปพวกเราแค่รออยูู่เงียบ ๆ เท่านั้น”
รอให้จวีกุ้ยเฟยและองค์ชายใหญ่ลงมือ รอให้องค์ชายรองที่หลบ
ซ่อนอยู่ในจวนวางแผน รอให้องค์ชายสี่ที่ยากจะคาดเดาความคิด
ออกโรง
ไม่กี่วันต่อมา…ข่าวเรื่องที่องค์หญิงสามจะแต่งงานกับคนตระกูล
เฮ่อก็แพร่สะพัดไปทั่ว
จ่างเยี่ยนที่ซ่อนตัวอยู่ในวังกับสวี่โม่ที่ทำงานอยู่สำนักราช
บัณฑิต ต่างยกยิ้มอย่างคาดการณ์เอาไว้แล้ว