พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 461 ความดีและความชั่วในความคิดเดียว
หากมองจากมุมมองของการแย่งชิงตำแหน่งรัชทายาท ก็เท่ากับ
ว่าแม้จะพยายามอย่างหนัก แต่ก็ยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากตระกูล
เฮ่อ
แต่จากมุมมองของสวี่โม่ การที่สามารถลดจำนวนศัตรูลงได้หนึ่ง
ทางพร้อมกับทำลายตระกูลฟางก็ถือว่าเพียงพอแล้ว
เหมือนที่จ่างเยี่ยนกล่าวไว้ จะไปมีพันธมิตรมากมายให้ดึง
เข้าข้างได้ง่าย ๆ หรือตระกูลใหญ่ที่จะภักดีโดยไม่ลังเลได้อย่างไรเล่า
ผู้คนในโลกนี้ต่างวุ่นวายเพื่อผลประโยชน์ ผู้คนในโลกนี้ต่าง
ขวนขวายเพื่อผลประโยชน์
หลายครั้งที่ผู้คนมารวมตัวกันก็เพียงเพราะสามารถได้รับ
ผลประโยชน์ร่วมกัน ส่วนมิตรภาพที่แท้จริงนั้นมีน้อยเสียจนน่าเศร้า
สำหรับสวี่โม่แล้ว การไม่ขัดแย้งกับตระกูลเฮ่อก็นับว่ายาก
พอแล้ว
ส่วนเรื่องการแย่งชิงตำแหน่งรัชทายาท เมื่อเผชิญหน้ากับ
สถานการณ์ ทุกคนต่างต้องก้มหัวยอมรับทั้งนั้น
เขาเช็ดมือให้สะอาด ใบหน้างดงามเปล่งประกายรอยยิ้มอ่อนโยน
“เช่นนั้นก็ขอให้พวกเราร่วมมือกันอย่างราบรื่นเถอะ”
มือขาวสะอาดและเรียวยาวจับมือประสานกันตรงหน้า แสดงถึง
ความเคารพและความมุ่งมั่น
ข้าง ๆ นั้นมีเด็กสาวตัวน้อยเก็บผ้าเช็ดน ้ามัน ดวงตากลอกมอง
ขึ้นฟ้า เด็กหนุ่มอีกคนหนึ่งกำลังยิ้มพลางชิมรสชาติความแตกต่าง
ระหว่างขาแกะกับซี่โครงแกะอย่างเอร็ดอร่อย
เฮ่ออวิ๋นเหยาตกตะลึงชั่วครู่ ก่อนจะตอบกลับด้วยการคำนับ
เช่นกัน “พี่สวี่โปรดวางใจ ตระกูลเฮ่อเมื่อรับปากแล้วย่อมต้องทำให้
สำเร็จ เพียงแต่จะปฏิเสธความโปรดปรานขององค์หญิงสามอย่างไร
ขอพี่สวี่โปรดชี้แนะด้วยเถอะ”
นี่มันอะไรกัน? การทดสอบแรกในการสร้างความร่วมมือกัน
หรือ?
สวี่โม่ไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย “พี่เฮ่อ ลุกขึ้นเถอะ”
เฮ่ออวิ๋นเหยายืนตัวตรงอย่างงุนงง ถอยหลังไปสองก้าว สวี่โม่ลุก
ขึ้นเช่นกัน เขารับมีดยาวจากมือของเจิ้งหรูเชียน ท่ามกลางสายตา
ตกตะลึงของทุกคนในเรือนเล็ก เขาก็ฟันแขนเสื้อของเฮ่ออวิ๋นเหยา
จนขาดเสียงดัง “ฉึก”
นี่ นี่ นี่ นี่…
“พี่ใหญ่ นี่เป็นมีดที่ข้าใช้หั่นเนื้อนะ เดี๋ยวก็ต้องล้างทำความ
สะอาดอีก” เจิ้งหรูเชียนบ่นพึมพำด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“เสื้อผ้าดี ๆ ถูกทำลายไปเสียแล้ว” เจียงเซิงแสดงสีหน้าเสียดาย
อย่างยิ่ง
“หากคุณชายใหญ่ต้องการฉีกเสื้อผ้าแค่เรียกพวกข้าก็ได้ ไม่
เห็นต้องใช้มีดตัดเลย” เจียงซานกับเจียงซื่อกระตือรือร้นอยากลองทำ
มีเพียงเฮ่ออวิ๋นเหยาเท่านั้นที่หัวสมองมึนงง เงยหน้าขึ้นอย่างไม่
อยากจะเชื่อ “เจ้า ๆ ๆ ๆ… เจ้าจะให้ข้าตัดแขนเสื้อหรือ?”
การตัดแขนเสื้อหรือที่เรียกว่าตัดชายเสื้อ มีที่มาจากจักรพรรดิ
ฮั่นอ้ายกับตงเสี้ยน ปัจจุบันหมายถึงความรักและความสัมพันธ์
ระหว่างบุรุษกับบุรุษ
เรื่องเช่นนี้ถ้าจะบอกว่าไม่มีก็เป็นเรื่องเหลวไหล ไม่ว่าจะเป็นใน
ราชสำนักหรือชาวบ้านทั่วไป ล้วนพบเห็นได้บ่อยครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น
ยังมีคนฉวยโอกาสรับเลี้ยงชายหนุ่มหน้าตาดีไว้ให้ขุนนางผู้มีอำนาจ
เลือกสรร
เฮ่ออวิ๋นเหยาในฐานะคุณชายตระกูลใหญ่ ย่อมต้องรู้เรื่องนี้เป็น
อย่างดี
แต่การรู้ก็คือการรู้ ส่วนความนิยมชมชอบระหว่างบุรุษกับบุรุษ
นั้น คนที่ชอบก็ชอบสุดหัวใจ คนที่รังเกียจก็รังเกียจที่สุด ถึงขนาด
หลีกเลี่ยงราวกับเห็นงูพิษ
ถึงแม้คุณชายเฮ่ออวิ๋นเหยาจะไม่ได้เก่งกาจอะไร แต่ก็เป็นถึง
คุณชายจากตระกูลใหญ่ ได้รับการศึกษาอย่างถูกต้อง แม้จะไม่มี
หญิงสาวที่ถูกใจ แต่ก็ไม่ถึงขั้นจะหันไปชอบร่างกายของบุรุษที่มี
รูปร่างเหมือนกัน
“ไม่ ไม่ได้เด็ดขาด” เขาโบกมือปฏิเสธอย่างดุเดือด “ถึงตายข้าก็
ไม่ยอม”
“ใครบอกว่าให้เจ้าชอบผู้ชายกัน” สวี่โม่หัวเราะ “แค่ให้เจ้าสร้าง
ชื่อเสียงแบบนี้ขึ้นมา เพื่อหลีกเลี่ยงความสนใจจากองค์หญิงสาม
เท่านั้น”
“อย่างนั้นก็ไม่ได้!” เฮ่ออวิ๋นเหยาเถียงเสียงดัง “ชื่อเสียงที่ข้าสร้าง
มาทั้งชีวิตจะต้องพังพินาศหมดแน่ ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด”
สวี่โม่นั่งลงบนเก้าอี้หวายอย่างใจเย็น “แต่ไหนแต่ไรตระกูลจวีทำ
อะไรไม่เคยเลือกวิธีการ เจ้าก็รู้ดีว่าคุณหนูหมิ่นถูกสั่งให้แต่งงาน
อย่างไร ตอนนี้จวีกุ้ยเฟยต้องการดึงตระกูลเฮ่อเข้ามาเป็นพวก แค่
ปล่อยข่าวออกไป ก็รอให้เจ้าเต็มใจยอมรับเท่านั้นเอง”
ทันทีที่เห็นว่าตระกูลเฮ่อไม่เต็มใจหรือกระทั่งพยายามหลีกเลี่ยง
สุดความสามารถ สิ่งที่รอคอยเฮ่ออวิ๋นเหยาย่อมเป็นดั่งพายุฝนฟ้า
คะนอง
อย่างเช่น การให้เขาทำลายชื่อเสียงขององค์หญิงโดยไม่ตั้งใจ
หรือถูกจับได้ว่ามีจุดอ่อนบางอย่าง หรือ…
สวี่โม่ยังพูดไม่ทันจบ เฮ่ออวิ๋นเหยาก็ยกมือขึ้น “หยุด ๆ ๆ”
แม้จะไม่อยากทำลายชื่อเสียง แต่คำพูดนี้ก็ถูกต้องมาก ไม่กลัว
โจรขโมยแต่กลัวโจรจ้องจะขโมย มีตระกูลหมิ่นที่ตกหลุมพรางไป
ก่อนหน้านี้ ตระกูลเฮ่อจำเป็นต้องตัดความเป็นไปได้ทั้งหมด
สวี่โม่เตือนด้วยน ้าเสียงอ่อนโยน “พี่เฮ่ออย่าคิดมากไปเลย
ชื่อเสียงที่เสียไปยังสามารถกอบกู้คืนได้ แต่หากตระกูลเฮ่อเกี่ยวข้อง
กับองค์ชายใหญ่แล้ว คงยากที่จะแยกออกจากกัน”
เฮ่ออวิ๋นเหยาทำหน้าขมขื่น ราวกับกำลังเคี้ยวหวงเหลียนสด ๆ
ทั้งสองยังคงปรึกษาหารือกันถึงรายละเอียดต่าง ๆ เช่น การ
โต้เถียงกับท่านเสนาบดีโต้ว การทะเลาะกับเจียงจี้จง แม้แต่การขึ้น
เสียงและจ้องตากันอย่างดุดันก็ได้วางแผนไว้เรียบร้อยแล้ว
ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่าเรื่องราวในราชสำนักนั้นไม่อาจเชื่อถือได้
เลย สองคนที่ดูเหมือนจะทะเลาะกันจะเป็นจะตายต่อหน้าผู้คน อาจ
กำลังดื่มสุราจิบชากันอย่างสนุกสนานลับหลังก็ได้
ในที่สุดการสนทนาก็มาถึงช่วงท้าย สวี่โม่กำลังเตรียมตัวไปส่ง
แขก แต่สายตาเหลือบเห็นเจิ้งหรูเชียนที่กำลังยิ้มแย้มมีความสุข และ
นึกถึงคำพูดที่ตนเองถูกบังคับให้กลืนลงไปเมื่อครู่ จึงหันกลับมาถาม
อีกครั้ง “พี่เฮ่อ เนื้อแกะรสชาติเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ไม่เลว เนื้อมีรสชาติสดใหม่และนุ่มแน่น มันสดมากทั้งยังไม่มี
กลิ่นคาว นับเป็นอาหารเลิศรสที่หาได้ยากนัก” เฮ่ออวิ๋นเหยาชม
เต็มที่
“ในเมื่อพี่เฮ่อชอบ ก็เอากลับไปบ้างเถอะ” สวี่โม่ลุกขึ้นยืน “หาก
วันหน้าพวกข้าเปิดร้านเนื้อแกะในเมืองหลวง พี่เฮ่ออย่าลืมมา
อุดหนุนด้วย”
เจิ้งหรูเชียนที่อยู่ข้าง ๆ ลงมือห่อเนื้อแกะอย่างคล่องแคล่ว ใช้
กระดาษน ้ามันพันขาแกะไว้ให้แน่นหนา
เฮ่ออวิ๋นเหยาเก็บเข้าอกเสื้อ แล้วสวมหมวกผ้าคลุม เห็นได้ชัดว่า
กำลังพยายามปกปิดตัวตนสุดความสามารถ
รถม้าที่อยู่ด้านนอกไม่มีสัญลักษณ์ใด ๆ เลย คนขับรถม้าคอย
ระแวดระวังอยู่ที่หน้าประตู พร้อมจะหลบหนีทุกเมื่อ
“พี่เฮ่อ” ชั่วขณะที่เฮ่ออวิ๋นเหยากำลังจะจากไป สวี่โม่ก็พูดสิ่งที่
อยู่ในใจออกมาเสียที “บางทีอาจให้พี่ชายของท่านแต่งงานก่อน แล้ว
ค่อยเปิดเผยความชอบเพศเดียวกันออกมา”
ตอนแรกเฮ่ออวิ๋นเหยารู้สึกงุนงงอยู่บ้าง แต่พอนึกออกแล้วเหงื่อ
เย็นก็พลันผุดขึ้นเต็มหลัง
เขามองไปทางสวี่โม่อีกครั้งด้วยความจริงใจ ในดวงตามีทั้งความ
ขอบคุณ ความตกตะลึง และความชื่นชมอย่างลึกซึ้งอยู่หลายส่วน
รถม้าเคลื่อนออกไปอย่างเงียบเชียบ ราวกับตอนมาที่ไร้สุ้มเสียง
ใด ๆ
เจียงซานเจียงซื่อปิดประตูอย่างคล่องแคล่ว แล้วกลับมาแทะเนื้อ
แกะต่อ
เจียงเซิงดึงชายเสื้อพี่ชายด้วยความสงสัย “พี่ใหญ่ คำพูดของ
ท่านเมื่อครู่หมายความว่าอย่างไรหรือ”
เป็นความหวังดี
เป็นความเมตตา
สวี่โม่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อครู่เขาสามารถเลือกที่จะไม่เตือน
ตระกูลเฮ่อได้ หลังจากที่เฮ่ออวิ๋นเหยาเปิดเผยความชอบเพศเดียวกัน
ตระกูลจวีอาจจะเปลี่ยนเป้าหมายไปที่บุตรชายคนรองของตระกูลเฮ่อ
ที่ยังไม่ได้แต่งงาน ใช้วิธีการทำร้ายหญิงสาวที่กำลังจะแต่งงาน บีบ
บังคับให้บุตรชายคนรองของตระกูลเฮ่อแต่งงานกับองค์หญิงแทน
รอจนกระทั่งตระกูลเฮ่อโกรธจัดแล้ว ไม่เพียงแต่จะร่วมมือกับ
ตระกูลเจียงและตระกูลโต้วเท่านั้น แต่ยังจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการแย่ง
ชิงตำแหน่งรัชทายาทโดยตรง กลายเป็นกำลังสำคัญขององค์ชายห้า
สุดท้ายด้วยความเมตตา เขาจึงเลือกที่จะเตือน แม้จะช่วยชีวิตผู้
บริสุทธิ์ได้ แต่ก็พลาดโอกาสที่จะบีบให้ตระกูลเฮ่อขึ้นเรือมาด้วยกัน
แต่หากถามสวี่โม่ว่าเสียใจหรือไม่ เขาก็จะบอกเสียงดังฟังชัดว่า
“ไม่เสียใจเลย”
ความเฉลียวฉลาดและการวางแผนเป็นการปกป้องตนเอง การ
ช่วยเหลือและการเอ่ยเตือนเป็นความเมตตา สองสิ่งนี้ไม่ขัดแย้งกัน
เขาค่อย ๆ เรียนรู้ที่จะเสแสร้งและโหดร้าย แต่ความดีนั้นอยู่ใน
เนื้อตัว ความถูกต้องอยู่ในกระดูก เขาไม่อยากเห็นหญิงสาวผู้บริสุทธิ์
ต้องเสียสละ และไม่อยากยืนดูความชั่วร้ายเกิดขึ้นต่อหน้า
“แต่ก่อนข้ายังไม่มีความสามารถ แต่ก็ยังอยากยื่นมือช่วยเหลือ
บัดนี้เมื่อข้ามายืนอยู่ในตำแหน่งนี้แล้ว ก็ยิ่งต้องรักษาเจตนารมณ์ไว้”
สวี่โม่จับมือน้องสาว “การเล่าเรียนอย่างยากลำบากมาหลายปี ไม่ใช่
เพื่อจะไต่เต้าขึ้นไปโดยไม่เลือกวิธีการ แต่เพื่อจะสร้างประโยชน์ให้แก่
โลกใบนี้ต่างหาก”
เขาจดจำได้เสมอว่าจะต้องเป็นท้องฟ้าสีครามสดใสเหนือผู้คน
ดั่งต้นไผ่เขียว หลังจากผ่านพ้นลมฝนกระหน ่าจนยืดหยุ่นแล้ว ก็
ยังคงยืนตรงอย่างสง่าผ่าเผย ไม่ละอายใจต่อตนเอง