พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 468 การเดิมพันระหว่างพ่อลูก
ทุกคนในโลกรู้ว่ามารดาที่เข้มแข็งมักจะมีลูกที่อ่อนแอ ส่วน
มารดาที่อ่อนแอมักมีลูกที่เข้มแข็ง
หลักการนี้สามารถใช้กับความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกได้เช่นกัน
ฮ่องเต้คนก่อนที่เข้มแข็งเด็ดขาดเกินไปทำให้เกิดฮ่องเต้คนปัจจุบันที่
อ่อนแอ แม้แต่การคัดเลือกภรรยาก็ต้องยอมจำใจทำตาม
ครึ่งหนึ่งของราชโองการพิสูจน์ความรักที่เขามีต่อจวีกุ้ยเฟย มี
ค่ามากกว่าความรุ่งโรจน์และความโปรดปรานตลอดยี่สิบปี
แต่อีกครึ่งหนึ่งของราชโองการก็พิสูจน์ว่าในใจของเขาไม่ได้มี
เพียงความรัก แต่ยังมีแผ่นดินและประชาชนของราชวงศ์ต้าอวี๋ด้วย
จ่างเยี่ยนเอียงคอมองบิดาของตน ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เขา
ตระหนักว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็นคนไร้ค่าถึงขนาดนั้น
ตอนที่เขาแต่งตั้งทั่นฮวาและจอหงวนก็ดูจะยอมอ่อนข้อให้กับคน
ตระกูลใหญ่ แต่แท้จริงแล้วเขากำลังอดทนรอโอกาสที่จะได้รับ
ผลประโยชน์
ตอนที่เขาได้รับเงินบริจาคหลายแสนตำลึงแต่ไม่ได้เก็บไว้ และสั่ง
ให้ลูกหลานตระกูลซุนส่งไปยังชายแดนเพื่อให้เหล่าทหารได้กินอิ่ม
ในช่วงฤดูหนาว
ตอนที่เขาเป็นฮ่องเต้แต่ไม่ได้หรูหราฟุ่มเฟือยหรือมัวเมาใน
ความสุขสำราญ แต่กลับออกคำสั่งยกเลิกการคัดเลือกชายาที่จัดขึ้น
ทุกสามปี จนถึงตอนนี้ในวังหลังของเขาก็มีนางสนมเพียงหกคน
เท่านั้น
คนผู้นี้ จู่ ๆ ก็ต่างไปจากภาพลักษณ์ของคนโง่เขลาไร้
ความสามารถในความทรงจำของเด็กหนุ่มโดยสิ้นเชิง
เขาไร้ความปรานีอย่างชัดเจน กักขังมารดาของเขาที่ชอบ
อิสรภาพไว้ในวัง เฝ้ามองมาด้วยสายตาเย็นชาขณะที่จวีกุ้ยเฟยเชิด
หน้าชูตาอยู่ข้าง ๆ มอบความรักทั้งหมดให้บุตรชายนอกสมรสคนโต
คนนั้น
เวลาเผชิญปัญหา เขาก็เพียงประนีประนอม แม้รู้ดีว่าตระกูลเห
ยียนจะถูกใส่ร้าย แต่ก็ยังปล่อยให้ตระกูลเหยียนเสื่อมถอยไป
เขารู้ดีว่าคนตระกูลสายตรงของตระกูลฟางถูกกลั่นแกล้ง แต่ก็ยัง
เฝ้ามองด้วยสายตาเยือกเย็น ปล่อยให้สายรองของตระกูลฟางก่อ
ความวุ่นวาย
เขาช่างเป็นคนที่ขัดแย้งในตัวเองจริง ๆ
เขาไม่ได้กำจัดพวกนักเขียนเงา แต่กลับปกป้องอันจวิ่น
เขาจัดการกับการทุจริตการสอบขุนนางไม่ได้ แต่ยังยืนกรานจะ
ให้สวี่โม่เป็นจอหงวน
เขาดูจะโอนเอนไปมาระหว่างการแข่งขันขององค์ชายทั้งสอง แต่
เมื่อเปิดเผยความจริงแล้ว เขากลับเป็นผู้ครอบงำทั้งหมด
เขาทำให้จ่างเยี่ยนค้นพบว่าไม่มีความขัดแย้งระหว่างคนขี้ขลาด
กับฮ่องเต้ผู้ชาญฉลาด
ท่านปู่ของเขาปราดเปรื่องถึงขนาดนั้น จะเลือกหุ่นเชิดที่ไร้
ความสามารถมาให้คนตระกูลใหญ่ครอบงำได้อย่างไร
และด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ ทำให้จ่างเยี่ยนตัดสินใจเปิดเผยไพ่ตาย
ทั้งหมด และยอมเสี่ยงดวงครั้งใหญ่แม้ว่าความจริงแล้วการใช้กล
อุบายจะสามารถได้มาซึ่งตำแหน่ง แต่เขากลับปรารถนาที่จะได้มันมา
โดยถูกต้องชอบธรรม และเปิดเผยตรงไปตรงมา
“ท่านพ่อ” เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้น ใช้คำเรียกที่คนธรรมดาเรียกคนใน
ครอบครัว “การที่ข้าพาท่านมาหอเฟิ่งเซียน ท่านรู้สึกโกรธหรือไม่
พอใจหรือไม่”
ฮ่องเต้ชะงักไปเล็กน้อย ในดวงตามีแววความทรงจำผ่านวาบไป
“ข้า… ไม่ได้มาเยี่ยมเขานานมากแล้ว”
‘เขา’ ในที่นี้ คือท่านปู่ คืออดีตฮ่องเต้ที่ปรีชาสามารถ แม้อายุจะ
ล่วงเลยเกือบร้อยปีก็ยังสวมชุดเกราะออกรบได้
ที่แท้ทุกคนต่างก็มีความรู้สึกพิเศษต่อบิดาของตนเองทั้งสิ้น
ในใจของจ่างเยี่ยน บิดาผู้โง่เขลาไร้ความสามารถของเขาก็เคย
เทิดทูนบิดาผู้องอาจและโดดเด่นของตนเองเช่นกัน
หรือในคืนที่นอนไม่หลับ เขาอาจจะแอบมาพร ่าบ่นต่อหน้าป้าย
วิญญาณของบิดาเงียบ ๆ
น่าเสียดายที่ผู้ที่หลับใหลไปชั่วนิรันดร์ แม้แต่เสียงดุด่าก็ไม่อาจ
เปล่งออกมาได้ แล้วจะพูดถึงการโอบกอดลูกของตัวเองได้อย่างไร
“ข้าเองก็… ไม่ได้พบเขามาหลายปีแล้ว” ปลายจมูกของฮ่องเต้
แดงเรื่อเล็กน้อย เหมือนกำลังพยายามข่มกลั้นบางสิ่งบางอย่างสุด
ความสามารถ “จากกันสิบกว่าปี ข้ายังคิดถึงเขาอยู่”
มีคนกล่าวว่าในราชวงศ์ไม่มีความสัมพันธ์พ่อลูก มีคนกล่าวว่า
ในราชวงศ์ไม่มีความรู้สึกจริงใจ บิดามีเพียงหนึ่งเดียว แต่ไม่ว่า
อนาคตจะเป็นเช่นไร ความรักและความเคารพที่เคยมีจะจารึกอยู่ใน
ใจตลอดไป ความหวังในความรู้สึกไม่เคยจางหายไป
“ท่านพ่อ…” ชายวัยสี่สิบปีพลันคุกเข่าลงบนเบาะรองนั่ง เอ่ยเสียง
สะอื้น “ข้าได้ทำตามความคาดหวังของท่านแล้วหรือไม่ ข้าได้ทำ
ตามที่ท่านคาดการณ์เอาไว้แล้วหรือไม่ ข้าเป็นฮ่องเต้ที่ดีแล้วหรือไม่
ข้าเป็นเหมือนอย่างท่านแล้วหรือไม่”
แรงกดดันที่คนผู้มาก่อนทิ้งไว้นั้นใหญ่หลวงนัก เขาเองก็ยังรู้สึก
หวาดหวั่นและนึกกลัว
กลัวว่าจะไม่เก่งกาจเท่าบิดา กลัวว่าจะทำลายแผ่นดินอันกว้าง
ใหญ่ไพศาลนี้ลง
“ข้ากลัวว่าอีกร้อยปีต่อจากนี้ ท่านพ่อจะมองข้าด้วยสายตา
ผิดหวัง แล้วส่ายหน้าบอกว่า ‘อาหยวน เหตุใดเจ้าถึงไม่เก่งเหมือนกับ
ข้า’”
“อาหยวนก็อยากเป็นเหมือนท่านพ่อเช่นกัน แต่ทุกคนแตกต่าง
กัน ขอท่านอย่าได้โทษข้าเลยเถอะ” ชายคนนั้นร ่าไห้สุดจะกลั้น
ดูเหมือนว่าการร่างราชโองการที่ยาวนานถึงครึ่งเดือนนั้นจะ
ทรมานจิตใจของเขาไม่ใช่น้อย ๆ
ด้านหนึ่งคือความรักตลอดยี่สิบปี อีกด้านคือความกตัญญูตลอด
ครึ่งชีวิต
คนโบราณมักกล่าวว่าความรักและความกตัญญูนั้นไม่อาจทำได้
พร้อมกัน แต่ทำไมถึงไม่เคยกล่าวว่าความรักและความกตัญญูก็ไม่
อาจทำได้พร้อมกันเหมือนกันเล่า หรือว่าการเป็นฮ่องเต้ต้องเสียสละ
และมีคนที่ต้องรู้สึกผิดเสมอ
แต่ไม่ว่าอย่างไหน จ่างเยี่ยนก็รู้ว่าการมาที่หอเฟิ่งเซียนนั้น
ถูกต้องแล้ว
เขาคุกเข่าลงบนเบาะรองเล็ก ๆ เช่นเดียวกัน โค้งตัวลงและ
เหยียดมือออกในท่ากราบด้วยความเคารพอย่างถึงที่สุด
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร เสียงสะอื้นจึงสงบลง ทั้งหอเฟิ่งเซียน
เหลือเพียงความเงียบ
เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง เห็นว่าฮ่องเต้ที่เสียกิริยาไปกลับคืนสู่ความ
สงบ ดวงตาเผยแววคมกริบอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้ยิ่งใหญ่ “เจ้า
เรียกข้ามาที่นี่ก็เพื่อจะขัดขวางเรื่องการแต่งตั้งฮองเฮาใช่หรือไม่?”
อาจจะกล่าวได้ว่าใช่ หรืออาจจะกล่าวได้ว่าไม่ใช่
การแต่งตั้งฮองเฮานั้นความจริงแล้วจะนำความยุ่งยากมาให้จ่าง
เยี่ยน แต่การขัดขวางส่วนใหญ่ของเขาเป็นการต่อสู้เพื่อมารดา
ฮองเฮาเหยียนไม่เคยได้รับความรักหรือความเสน่หาใด ๆ ใน
ชีวิตนี้ ตำแหน่งฮองเฮาคือเกียรติยศเพียงหนึ่งเดียวของนาง ไม่มีใคร
จะแย่งชิงมันไปได้
สิ่งที่จ่างเยี่ยนต้องการขัดขวางจริง ๆ ไม่เคยเป็นเรื่องการแต่งตั้ง
ฮองเฮา
เขายื่นนิ้วมือออกมาอีกครั้ง กำมือในอากาศเบา ๆ แล้วกำหมัด
แน่น
“ท่านพ่อ ที่จริงแล้วท่านสามารถแต่งตั้งฮองเฮาได้” เด็กหนุ่มยก
ยิ้มน้อย ๆ ใบหน้าอันงดงามค่อยๆ ทับซ้อนกับเงาของฮองเฮาเหยียน
“เพียงแต่ก่อนการแต่งตั้งฮองเฮา ข้าสงสัยเรื่องหนึ่ง จวีกุ้ยเฟยนั้นรัก
คนอย่างท่านจริง ๆ หรือรักตำแหน่งฮองเฮากันแน่”
“อย่าเสียมารยาท” ฮ่องเต้ขมวดคิ้ว “เจ้าก็ต้องเรียกนางว่าเสด็จ
แม่เช่นกัน แล้วจะกล่าวหานางเช่นนี้ได้อย่างไร”
“ต่อหน้าท่านปู่ ต่อหน้าบรรพบุรุษตระกูลจู้” จ่างเยี่ยนเอียงคอยิ้ม
“ท่านพ่อกลัวคำตอบนี้หรือ?”
ไม่รอให้บิดานึกโกรธ เด็กหนุ่มก็ลุกขึ้นยืนพลางตบ ๆ ชายเสื้อ
“ทำไมพวกเราไม่มาเดิมพันกันต่อหน้าท่านปู่เล่า หากท่านพ่อชนะก็
แต่งตั้งจวีกุ้ยเฟยเป็นฮองเฮาเถอะ หากท่านพ่อแพ้ก็ต้องละทิ้ง
ความคิดนี้ไป ถือว่าเป็นคำอธิบายให้ท่านปู่ด้วย”
ชนะแพ้อะไรกัน คำอธิบายอะไรกัน
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเรื่องไร้สาระ สิ่งที่สำคัญจริง ๆ อยู่ที่ความ
ขัดแย้งในใจของฮ่องเต้
หากกล่าวว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนเขาเอนเอียงไปทางจวีกุ้ยเฟย วันนี้
ที่หอเฟิ่งเซียนเขากลับลังเลอีกครั้งอย่างเห็นได้ชัด
เขาไม่อยากทำให้คนรักในวัยเด็กผิดต้องหวัง แต่ก็จดจำคำ
สัญญาที่ให้ไว้กับฮ่องเต้คนก่อนได้แม่นยำ ในยามที่ลังเลไม่ตัดสินใจ
จิตใจของเขาก็กำลังฉีกขาดทรมาน
คำพูดของจ่างเยี่ยนเหมือนเป็นทางออก ให้โอกาสเขาได้ก้าวต่อ
หากชนะ ความรักตั้งแต่เด็กที่มั่นคงจะทำให้เขามอบตำแหน่ง
ฮองเฮาให้นางได้อย่างไม่ต้องละอายใจ
ส่วนหากแพ้… เขาไม่เคยคิดถึงมันเลย
จ่างเยี่ยนเอ่ยขึ้นมาในจังหวะนั้นด้วยน ้าเสียงชวนให้หลงใหล
“หากมิตรภาพยี่สิบปีไม่เปลี่ยนแปลง แม้ท่านปู่จะรู้ว่าท่านพ่อไม่ได้ทำ
ตามคำสัญญา เขาก็คงจะให้อภัยท่าน”
ฮ่องเต้ชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาเปลี่ยนไปมองป้ายวิญญาณของ
ฮ่องเต้องค์ก่อน ในที่สุดก็ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว “ตกลง”
เขาเพียงต้องการแต่งตั้งฮองเฮา เขาไม่ได้ต้องการเล่นตลกกับ
บ้านเมือง เขาจดจำความรับผิดชอบที่ตระกูลจู้แบกรับเอาไว้เสมอ
ดังนั้น ท่านพ่อ ขอโอกาสให้เขาได้สมหวังกับคนที่เขารักสักครั้ง
เถอะ
แค่ครั้งเดียว