พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 48 สวี่โม่ถูกกลั่นแกล้ง
จนกระทั่งผู้สอบหลายร้อยคนเดินออกไปจนหมด ประตูสำนัก
สอบก็ใกล้จะปิด สวี่โม่จึงค่อย ๆ เดินโซเซออกมา
เสื้อผ้าของเขายับเยินเปรอะเปื้อน เสื้อคลุมสีเทาซีดคล้ายถูกใคร
บางคนฉีกกระชาก กระมั่งมัดผมที่รวบไว้ก็ยังหลุดลุ่ย เขาเพียงอุ้ม
ตะกร้าไม้ไผ่เล็ก ๆ แล้วส่งยิ้มให้น้องชายน้องสาว
“พี่ใหญ่” เจียงเซิงน ้าตาเริ่มไหลออกมาอีกครั้ง “ท่านถูกรังแก
หรือ”
นางเคยขโมยอาหารจากหอนางโลมอี๋หงย่วน มีพี่สาวคนหนึ่งถูก
ลูกค้าหน้าตาเหมือนหมูรังแกเช่นนี้
พี่ใหญ่คงไม่ได้…
“ข้าไม่เป็นไร” เสียงของสวี่โม่ยังคงนิ่งสงบ “กลับบ้านกันก่อน
เถอะ”
พวกเขาขึ้นเกวียนม้า
ฟางเหิงนั่งอยู่ด้านหน้าสุด ส่วนน้องชายน้องสาวคนอื่น ๆ นั่ง
ล้อมรอบสวี่โม่ สีหน้าทุกคนเต็มไปด้วยความกังวล
“ข้าไม่เป็นไรจริง ๆ” สวี่โม่จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย “แค่ตอนเก็บ
ข้อสอบ กลับมีคนผู้หนึ่งวิ่งออกมาแย่งกระดาษคำตอบของข้าอย่าง
บ้าคลั่ง พวกเราจึงยื้อยุดกันไปมาบนพื้น จึงมีสภาพเช่นนี้”
สำนักสอบนั้นเข้มงวดและการสอบเข้ารับราชการก็สำคัญมาก
เพื่อป้องกันการทุจริต ชื่อบนกระดาษคำตอบของผู้สอบต้องถูก
ปิดทับไว้ ด้านหลังผู้คุมสอบยังมีเจ้าหน้าที่ถืออาวุธตามมาถึงสองคน
แต่ก็ยังสู้คนที่จงใจให้ความช่วยเหลือไม่ได้
อย่างเช่นเจ้าหน้าที่ทั้งสองซึ่งลังเลไปชั่วขณะ กระทั่ง
กระดาษคำตอบของสวี่โม่เสียหาย
“ต้องเป็นฝีมือของนายอำเภอกับภรรยาของเขาแน่ ๆ” เจิ้งหรู
เชียนโมโหจัด “พวกเขาเลวทรามเกินไปแล้ว แม้แต่สำนักสอบก็ยังไม่
เว้น ต ่าช้าจริง ๆ”
“แล้วการสอบของพี่ใหญ่จะไม่สูญเปล่าหรือ” เจียงเซิงปวดใจ
สวี่โม่ลูบศีรษะเล็ก ๆ ของนาง “ถ้าจะพูด ก็ต้องขอบคุณเจ้าห้า”
เหตุการณ์หน้าประตูสำนักสอบเขายังจดจำได้ดี หลังจากสอบ
เสร็จแล้วเขาพบว่ายังมีเวลาเหลือ จึงตัดสินใจเขียนข้อสอบอีกชุด
หนึ่ง ทั้งเพื่อเพิ่มพูนความทรงจำและเป็นการเผื่อเอาไว้ในยามฉุกเฉิน
ดังนั้น ในตอนที่ชายคนนั้นถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไป ทุกคน
ต่างเห็นใจสวี่โม่ แต่เขากลับหยิบข้อสอบอีกชุดออกมาอย่างใจเย็น
ผู้คุมสอบถึงกับตาโต
สวี่โมเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด หลังจากส่งข้อสอบแล้วก็ไม่ได้
ออกไปทันที แต่จ้องมองผู้คุมสอบเก็บข้อสอบอีกหลายสิบชุด
จนกระทั่งไม่สามารถจับแยกข้อสอบของเขาออกมาได้อีก จึงออกมา
อย่างสบายใจ
เช่นนี้จึงถือว่ารอดพ้นวิกฤตมาได้
เจียงเซิงกับเจิ้งหรูเชียนต่างก็ถอนหายใจโล่งอก
“แต่พี่ใหญ่” ฟางเหิงกลับฟังถึงประเด็นสำคัญ “การสอบระดับ
อำเภอใช้เวลาถึงห้าวัน วันนี้ท่านโชคดี แต่อีกสี่วันข้างหน้าจะทำ
อย่างไร”
มีเพียงโจรที่ขโมยสิ่งของได้ทุกวัน และระวังโจรอยู่ทุกวันไม่ได้
ถึงแม้สวี่โม่จะตั้งสติพร้อมรับมือ แต่คงไม่สามารถใช้วิธีเดิมได้ถึง
ห้าครั้ง
เรื่องนี้จะทำให้สวี่โม่เสียสมาธิจนทุ่มเทกับการสอบไม่ได้
หัวใจของเจียงเซิงเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง
สวี่โม่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะมองไปยังจ่างเยี่ยน
“คนร้ายถูกจับตัวไป แสดงว่าสำนักสอบยังรักษาหน้าตาอยู่บ้าง”
จ่างเยี่ยนเคาะนิ้วบนหลังมือเบา ๆ “พวกเขายังเกรงใจก็ย่อมกลัวเรื่อง
ที่คนจะเอาไปลือ ในทางกลับกัน พวกเราต้องทำให้เรื่องลือออกไป
เพื่อให้พวกเขานึกกลัว”
“แต่เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันในวันพรุ่งนี้ พี่ใหญ่คง
ต้องเตรียมแผนสำรองไว้”
เขายกยิ้มเจ้าเล่ห์
นายอำเภอเซี่ยหยางให้ความสำคัญกับชื่อเสียง ไม่กล้าทำอะไร
โจ่งแจ้ง มักจะลงมืออย่างลับ ๆ เสมอ
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเขาจะช่วยทำให้นายอำเภอเซี่ยหยางเสีย
หน้าก็แล้วกัน
วันต่อมา
สวี่โม่เข้าไปในสำนักสอบ
พี่น้องทั้งหลายแทรกตัวผ่านฝูงชน พูดคุยกันอย่างกระตือรือร้น
พูดไปพูดมาก็เอ่ยถึงเรื่องที่มีคนมาก่อกวนในสำนักสอบเมื่อวาน
แม้จะพยายามปิดเรื่องนี้เอาไว้ แต่ไม่มีกำแพงใดในโลกที่ไม่มีรูรั่ว
ย่อมมีหนึ่งถึงสองคนพบเห็นและอีกสามถึงห้าคนได้ยิน
ญาติของผู้มาสอบที่รอจนเบื่อหน่ายอยู่หน้าประตู ต่างได้ยินเรื่อง
ซุบซิบเช่นนี้ก็พูดคุยกันอย่างเต็มที่
ยิ่งเรื่องนี้หากมองในแง่หนึ่งก็เป็นเรื่องโชคร้ายของคนคนเดียว
แต่ถ้ามองในแง่หนึ่งบุตรหลานผู้ใดก็มีโอกาสเจอเหตุการณ์เช่นนี้ได้
หากข้อสอบของบุตรหลานตัวเองถูกทำลายไป แล้วจะทำอย่างไร
ชั่วพริบตานั้น คนที่อยู่ด้านหน้าของสำนักสอบก็วิพากษ์วิจารณ์
เรื่องนี้กันหมด
กระทั่งถึงเที่ยงวันก็กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดไปทั่วทั้งถนน
ตกเย็นคนทั้งครึ่งอำเภอก็รู้เรื่องกันหมดแล้วว่าวันก่อนมี
เหตุการณ์การทุจริตเกิดขึ้นในสำนักสอบ
บริเวณข้างเกวียนม้า
เจียงเซิงทำสีหน้าไร้เดียงสา “ข้าบอกว่ามีคนร้ายมาแย่งชิง
ข้อสอบ ไม่ได้บอกว่ามีคนทุจริตนะ”
มันยากที่จะสงสัยความสามารถในการส่งข่าวสารของบรรดา
ท่านป้า
เจิ้งหรูเชียนกลั้นหัวเราะ “ขอเพียงได้ผลก็พอแล้ว ตอนนี้ทุกคน
กำลังสงสัยความโปรงใสในการสอบของอำเภอเซี่ยหยางอยู่”
ด้วยความสงสัยนี้จะทำให้นายอำเภอเซี่ยหยางไม่กล้าลงมือทำ
อะไร เพราะคงกลัวว่าหากเกิดเรื่องขึ้นอีก จะทำลายความเชื่อมั่นของ
ชาวบ้านที่มีต่อทางการ
นอกจากนี้ หากเขาต้องการลบเสียงวิพากษ์วิจารณ์นี้ไป เขา
จำเป็นต้องจัดการกับคนที่มาแย่งชิงข้อสอบ
ไม่ต่างจากการตัดแขนตัวเองจริง ๆ
เจียงเซิงจินตนาการได้ว่านายอำเภอและฮูหยินกำลังโกรธเคือง
มากแค่ไหน แต่เรื่องพวกนั้นก็ไม่เกี่ยวข้องกับนาง
“ตอนนี้แค่รอดูว่าพี่ใหญ่จะเป็นอย่างไร” ฟางเหิงขมวดคิ้วกล่าว
พรุ่งนี้ มะรืนนี้ และวันต่อ ๆ ไป นายอำเภอเซี่ยหยางคงไม่กล้าทำ
อะไร
แต่วันนี้เล่า
พี่น้องทั้งห้าต่างยืดคอมองประตูสำนักสอบ
ไม่นานนักการสอบก็จบลง ประตูสำนักสอบเปิดออก ผู้เข้าสอบ
นับพันแห่แหนกันออกมา
ครั้งนี้สวี่โม่ออกมาเร็วมาก เขาก้าวเท้าอุ้มตะกร้าไม้ไผ่มายืนยิ้ม
อยู่ตรงหน้าน้องชายน้องสาว
“พี่ใหญ่” เจียงเซิงดึงแขนเสื้อเขา “วันนี้ท่านเป็นอย่างไรบ้าง”
สวี่โม่หุบยิ้มลงทันที
ความจริงแล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นมากมาย
แม้ไม่มีเล่ห์กลจะทำลายข้อสอบ แต่ก่อนเข้าสอบ เขาถูกใครบาง
คนชนเข้า
คนผู้นั้นดูสุภาพ กล่าวขอโทษเขาไม่หยุด สวี่โม่จึงไม่ได้ติดใจ
อะไร
เมื่อเข้าไปสอบแล้ว เขาตบเนื้อตัวตามความเคยชิน แต่กลับเจอ
กระดาษแผ่นหนึ่งที่หลัง กระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกทาด้วยแป้งเหนียวจน
ติดแน่นอยู่บนเสื้อคลุมของเขา
ตอนนั้นสวี่โม่ใจหล่นวูบ หลังดึงออกมาดูก็พบว่าบนกระดาษ
แผ่นนั้นเขียนสรุปประเด็นสำคัญที่จะออกสอบในวันนี้ทั้งหมดจนชวน
ให้ขนลุกซู่
การโกงข้อสอบถือเป็นความผิดร้ายแรงในราชวงศ์ต้าอวี๋ ไม่
เพียงการสอบในครั้งนี้จะเป็นโมฆะ สิทธิ์ในการเข้าร่วมสอบ
ข้าราชการในอนาคตก็จะถูกตัดออกไปด้วย
นี่เท่ากับการตัดเส้นทางการสอบเพื่อเป็นข้าราชการของคนคน
หนึ่งทันที
สวี่โม่ตกใจจนตัวสั่น รู้สึกราวกับว่ากระดาษแผ่นนี้เป็นเหมือน
เผือกร้อน ไม่ว่าจะเก็บไว้ที่ใดก็ไม่ดีทั้งนั้น
เขาตั้งใจจะซุกมันเข้าไปในแขนเสื้อ แต่กลับนึกขึ้นได้ว่า คนที่
ซ่อนกระดาษไว้บนตัวเขา อาจจะจับตามองทุกการกระทำของเขาอยู่
ถึงเวลานั้น เพียงรายงานเรื่องนี้ไปประโยคเดียว ต่อให้ซ่อนไว้ใต้พื้น
รองเท้าก็ยังถูกค้นเจออยู่ดี
ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเขาก็คงต้องเอาชีวิตเข้าแลก ตัดสินใจลอง
เสี่ยงครั้งใหญ่
สวี่โม่ยีกระดาษจนกลายเป็นก้อนกลมและยัดเข้าปาก
ประจวบเหมาะกับผู้คุมสอบเดินผ่านมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ เขา
เห็นสวี่โม่กำลังเคี้ยวตุ่ยก็อดแปลกใจไม่ได้ จึงพูดขึ้นประโยคหนึ่งว่า
“เพิ่งเข้ามาเจ้าก็หิวแล้วหรือ”
สวี่โม่ไม่สามารถตอบได้ เขาเพียงกลืนมันลงอย่างเงียบ ๆ
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้ลิ้มรสชาติของกระดาษและหมึก
และเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกรังเกียจและโกรธแค้นเมื่อถูกผู้อื่นเล่น
งาน
ทันทีที่ก้าวออกจากประตูสอบ สวี่โม่ก็สาบานในใจว่า “สิ่งที่ได้รับ
ในวันนี้ วันหน้าเขาต้องตอบแทนคืนทั้งหมดแน่นอน”
น้องชายน้องสาวทั้งหลายยิ่งกำหมัดแน่น พร้อมใจกันต้านศัตรู
กับเขา
วันต่อมาสถานการณ์ยังค่อนข้างสงบ
วันที่ห้าการสอบค่อนข้างสิ้นสุดเร็ว เมื่อประตูสำนักสอบเปิดออก
แสงอาทิตย์ยามเย็นยังอยู่ที่ขอบฟ้า
เจียงเซิงวิ่งเข้าไปดึงมือพี่ใหญ่ กล่าวอย่างจริงจังว่า “พวกเราไป
กันเถอะ”
สวี่โม่พยักหน้า
เหล่าพี่น้องมุ่งหน้าไปที่ว่าการอำเภอ ขณะที่ผู้สอบหน้าประตู
สำนักสอบยังไม่ทันจากไป ฟางเหิงก็ยกกลองใหญ่ขึ้น ใช้แขนทั้งสอง
ข้างตีกลองร้องทุกข์หน้าประตูที่ว่าการอำเภอดังสนั่น
เสียงกลองดังก้องพร้อมกับเสียงอันไพเราะของเจิ้งหรูเชียน
“สำนักสอบเล่นพรรคพวกและทุจริตต่อหน้าที่ สำนักสอบแย่งชิง
ข้อสอบ ข้าน้อยคับแค้นใจ ขอให้ใต้เท้าช่วยตัดสิน!”