พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 49 เจ้าหน้าที่เกายินดีรับโทษโบยห้าสิบไม้
ตามปกติแล้ว สำนักสอบและที่ว่าการอำเภออยู่ไม่ไกลกันนัก
เสียงของเจิ้งหรูเชียนก็ดังมาก แม้จะมีเสียงกลองร้องทุกข์ ก็ไม่ส่งผล
ต่อการได้ยินของชาวบ้าน
ทันใดนั้น ผู้คนที่ยังไม่ได้กลับไป ผู้ที่มาชมเรื่องราวเพื่อความ
สนุก และผู้ที่ใส่ใจเรื่องความยุติธรรมของการสอบต่างมารวมตัวกัน
เสียงกลองดังไม่ขาดสาย เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ดังไม่หยุด
ลานด้านหลังของที่ว่าการอำเภอ นายอำเภอเซี่ยหยางกุมขมับ
ก่อนหน้านี้ เป็นน้องภรรยาเขาอย่างเกาหู่จัดการ เขาไม่ต้องทำ
อะไร เรื่องทั้งหมดก็สามารถแก้ไขได้
แต่ตอนนี้เกาหู่ถูกจับขังคุก เขาจึงต้องออกหน้าเอง
ฮูหยินนายอำเภอโกรธยิ่งกว่า ตบโต๊ะฉาดใหญ่ “พวกเขากล้าดี
อย่างไร! ถึงมาตีกลองร้องทุกข์ได้ เกาหู่ของข้าถูกพวกเขารังแก
จนถึงขั้นนี้แล้ว พวกเขายังจะกล้ามาอีก!”
สีหน้าของนายอำเภอเซี่ยหยางมืดลง
เขารู้ว่าขอทานน้อยพวกนี้มาตีกลองร้องทุกข์ทำไม นั่นเพราะ
ต้องการบีบให้เขาจัดการคนร้ายที่ก่อเรื่องในสำนักสอบ และทำให้
เรื่องใหญ่โตจนถึงขั้นไม่อาจควบคุมได้
และพวกเขาก็ทำสำเร็จจริง ๆ
นายอำเภอเซี่ยหยางลุกขึ้นยืน มองนายประตูซึ่งก้าวเท้าเข้ามา
ผู้ที่ถูกเรียกว่านายประตู คือคนที่ฮ่องเต้ราชวงศ์ต้าอวี๋ทรงแต่งตั้ง
ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อควบคุมดูแลสำนักสอบ
แม้ตำแหน่งไม่สูงแต่รับคำสั่งมาจากฮ่องเต้เท่านั้น ไม่ขึ้นตรงกับ
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นคนใด
นายประตูของอำเภอเซี่ยหยางเป็นซิ่วไฉอายุราวสามสิบ ใบหน้า
ขาวเนียนไร้หนวดเครา รูปร่างไม่สูงใหญ่ มองนายอำเภอเซี่ยหยาง
ด้วยสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย “ท่านนายอำเภอ เรื่องนี้ท่านควรให้
คำตอบที่ชัดเจน”
นายอำเภอเซี่ยหยางฝืนยิ้มเล็กน้อย “แน่นอน”
ไม่นานเขาก็มาปรากฏตัวในห้องโถง
เหนือศีรษะมีป้าย “ตัดสินคดีเที่ยงธรรมและชัดแจ้ง” ตรงหน้าคือ
โต๊ะไม้ศาล ภายในห้องโถงหนุ่มน้อยคนหนึ่งกำลังคุกเข่าอยู่ หาก
ไม่ใช่สวี่โม่แล้วจะเป็นใครได้อีก
เสียงไม้เคาะดังขึ้น “เป็นผู้ใดที่มา มีเรื่องทุกข์ร้อนอันใด จงรีบ
กล่าวมา”
“เรียนใต้ท่าน” สวี่โม่ยืดตัวตรง “ข้าน้อยต้องการร้องเรียนสำนัก
สอบว่าพวกเขาตรวจสอบไม่เข้มงวด ปล่อยปละละเลยจนมีการทำ
ร้ายผู้เข้าสอบ”
ทั้งห้องโถงเงียบสงัดไปชั่วครู่
แม้แต่นายอำเภอเซี่ยหยางก็ยังตกใจ
เด็กหนุ่มคนนี้เรียนร้อนผิดแล้ว ไม่ใช่ว่าเขา…กำลังกล่าวหา
สำนักสอบหรือ?
แต่เมื่อเขาลองครุ่นคิด ผู้ใดจะมากล่าวหาผู้ปกครองในท้องที่ที่
ตนอยู่เล่า แต่นี่มันเท่ากับด่าสุนัขผ่านสุนัขชัด ๆ
ดังนั้นสวี่โม่จึงปรึกษากับน้องชายน้องสาวก่อนแล้วว่าจะร้องเรียน
สำนักสอบโดยตรง
นายประตูสำนักสอบซึ่งถูกลูกหลงโดยไม่ได้ทำอะไรผิด “…”
“ใต้เท้า เรื่องที่ข้าน้อยถูกทำร้ายและกระดาษข้อสอบได้รับความ
เสียหายมีผู้คุมสอบและเจ้าหน้าที่สองนายเห็นกับตา ตอนนี้คนร้าย
ถูกจับกุมแล้ว แต่ข้าน้อยขอวิงวอนให้ท่านสอบสวนเรื่องนี้ เพื่อให้
ความสบายใจแก่ชาวบ้านอำเภอเซี่ยหยาง”
สวี่โม่ก้มศีรษะลงอย่างสุภาพแต่ไม่ได้คำนับ
เจิ้งหรูเชียนซึ่งอยู่หน้าประตูห้องโถงรีบกล่าวตามด้วย “ขอใต้เท้า
ช่วยให้ความสบายใจแก่ชาวบ้านเซี่ยหยางด้วยเถอะ”
“ขอใต้เท้าช่วยให้ความสบายใจแก่ชาวบ้านเซี่ยหยางด้วยเถอะ!”
“ขอใต้เท้าช่วยให้ความสบายใจแก่ชาวบ้านเซี่ยหยางด้วยเถอะ!”
เมื่อทุกคนเต็มใจกล่าวร้องบ่งบอกให้เห็นถึงความสามัคคีของ
ประชาชน
มือนายอำเภอเซี่ยหยางสั่นเทา ทุบไม้ลงบนโต๊ะอย่างแรง และ
ตะโกนเสียงดังว่า “เรียกตัวคนที่เก็บกระดาษข้อสอบกับเจ้าหน้าที่ที่
เกี่ยวข้องเข้ามา”
สวี่โม่ที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่าง มุมปากเหยียดยิ้มขึ้นเล็กน้อย
เขารู้ว่าเรื่องนี้ทำสำเร็จแล้ว
วิธีการของนายอำเภอเซี่ยหยางนั้นโหดร้ายทารุณ ทุกครั้งที่ลง
มือล้วนทำลายอนาคตของผู้อื่น
แต่อีกฝ่ายไม่ควรนำสำนักสอบเข้ามาเกี่ยวข้องไปด้วย
นายประตูเป็นตำแหน่งที่ไม่ขึ้นตรงต่อข้าราชการท้องถิ่น ย่อมไม่
อาจแบกรับความผิดนี้ได้
เมื่อทั้งสองฝ่ายต้องเผชิญหน้ากัน หากนายอำเภอเซี่ยหยาง
ต้องการถอนตัว ก็ต้องตัดแขนตัวเองทิ้งเท่านั้น
คดีนี้ต้องพิจารณาจนถึงที่สุด นายอำเภอเซี่ยหยางตัดสินว่า
“ลงโทษโบยคนร้ายห้าสิบไม้ กักขังในคุกใต้ดินห้าปี และห้ามออกไป
ข้างนอก”
โดยปกติเรื่องราวควรจบลงเช่นนี้
แต่สวี่โม่ยังไม่ปล่อยไป เขาคุกเข่าลงอีกครั้ง “ใต้เท้า ข้าน้อยยังมี
เรื่องสงสัยอยู่”
มือนายอำเภอเซี่ยหยางซึ่งกำลังจะโยนไม้สั่งการชะงักไป ในใจ
รู้สึกไม่ดี
ทันใดนั้น สวี่โม่ยังกล่าวอีกว่า “ใต้เท้า คนร้ายไม่มีความแค้น
ส่วนตัวกับข้า เหตุใดเขาจึงทำร้ายข้าได้ ขอท่านโปรดสืบสวนให้
กระจ่างด้วย”
ทั้งอำเภอเซี่ยหยาง คนที่มีเรื่องปาดหมางกับสวี่โม่ มีเพียงคน
ตระกูลของนายอำเภอเซี่ยหยางเท่านั้น
แต่นายอำเภอเซี่ยหยางจะเปิดโปงตัวเองได้อย่างไร
ดังนั้น ผู้ที่สามารถเอ่ยถึงได้มีเพียงเกาหู่ซึ่งขัดแย้งกับพวกสวี่โม่
หลายครั้ง และถูกจำคุกอยู่ในอำเภออวิ๋นสุ่ย เจ็ดปีข้างหน้านี้เขาก็ยัง
ออกมาไม่ได้
ต้องขอบคุณกฎหมายอาญาของราชวงศ์ต้าอวี๋ที่สามารถสะสม
โทษได้
เจ้าหน้าที่เกาหู่ผู้คอยให้พี่สาวและพี่เขยมาช่วยเหลือใน
อำเภออวิ๋นสุ่ย จึงต้องยินดีรับโทษโบยห้าสิบไม้ และเพิ่มโทษจำคุกอีก
สามปี
ลือกันว่าเมื่อฮูหยินนายอำเภอได้ยินข่าวนี้ถึงกับเป็นลมล้มพับ
ทันที
บนเกวียนลา
ฟางเหิงรู้สึกไม่เห็นด้วยเล็กน้อย “การตีกลองร้องทุกข์ของพวก
เราในครั้งนี้ถือเป็นการยั่วยุนายอำเภอเซี่ยหยางอยู่แล้ว ตอนนี้ยัง
บังคับให้เขาเพิ่มโทษให้เจ้าหน้าที่เกาอีก เกรงว่าพวกเราคงถูก
เกลียดชังจนเข้ากระดูกดำแล้ว”
หากนายอำเภอเซี่ยหยางไม่สนใจชื่อเสียงลอบลงมือลับหลัง ฟาง
เหิงกลัวว่าตนเองจะปกป้องทุกคนไม่ได้
“เจ้าสาม เจ้าคิดผิดแล้ว” เจิ้งหรูเชียนส่ายหัว “ถึงแม้จะไม่มีเรื่อง
นี้ นายอำเภอเซี่ยหยางจะยังละเว้นพวกเราได้อีกหรือ”
ฟางเหิงเงียบไป
ตั้งแต่พาตัวเจ้าหน้าที่เกาถูกลงโทษตามกฎหมาย พวกเขาก็ถูก
นายอำเภอและฮูหยินจ้องอาฆาตอยู่แล้ว
แล้วพวกเขาไปให้เจ้าหน้าที่เกาขุ่นเคืองด้วยเหตุใด
เพราะไม่ส่งหนังเสือไปให้แต่โดยดี หรือไม่ได้มอบเงินห้าสิบตำลึง
ไปให้ด้วยสองมือ
น่าขันเหลือเกิน พวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิดแท้ ๆ แต่กลับ
กลายเป็นหนามตำตาของนายอำเภอ
“เรื่องวันนี้ข้าไม่เสียใจ” สวี่โม่กล่าวเบา ๆ “อย่างน้อยต่อจากนี้
เขาก็ไม่กล้ามาวุ่นวายกับสำนึกสอบ และข้าสามารถก้าวเดินบน
เส้นทางการสอบได้อย่างยุติธรรม”
แต่เขาก็คาดเดาได้ว่านายอำเภอเซี่ยหยางและภรรยาจะต้องใช้
ลูกไม้อะไรในการสอบครั้งใหม่แน่นอน
จ่างเยี่ยนคิดอยู่นานแต่ก็ไม่รู้ว่าจะลงมือวางยาโดยไม่เหลือ
ร่องรอยได้อย่างไร
การค้าหลักของเจิ้งหรูเชียนคือร้านเรือนโยวหราน ซึ่งเป็น
กิจการของตระกูลเจียง นายอำเภอเซี่ยหยางจึงไม่สามารถยื่นมือเข้า
มายุ่งได้
สำนักสอบกลายเป็นพื้นที่ต้องห้าม ไม่สามารถใช้กลอุบาย
สกปรกได้อีกต่อไป
ส่วนคนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นฟางเหิง เวินจืออวิ่น จ่างเยี่ยนและเจียง
เซิงต่างไม่มีความเห็น
ตลอดฤดูหนาวนี้พวกเขาแทบไม่ออกจากวัดร้างเพียงซุกตัวอยู่
ใต้ผ้าห่ม
ทว่าเมื่อกลับมาถึงวัดร้าง ก็เห็นเจ้าหน้าที่ยืนอยู่หน้าประตูวัด
หลายคน
สวี่โม่เบิกตาโตทันที
จ่างเยี่ยนขมวดคิ้วแน่น
“พวกท่านเป็นใคร” ฟางเหิงผูกเกวียนแล้วรีบเดินมาหา “ทำไม
พวกเราเพิ่งออกจากที่ว่าการมา ท่านก็จะมาปิดปากพวกข้าแล้วหรือ”
วัดร้างตั้งอยู่ทางเข้าหมู่บ้าน ผู้คนจึงสัญจรไปมาเป็นประจำ
ฟางเหิงพูดจบ เจ้าหน้าที่ทั้งหมดต่างตกใจ “อย่าพูดเหลวไหล
ท่านนายอำเภอปฏิบัติต่อชาวบ้านเหมือนบุตรหลาน ไม่มีทางทำเรื่อง
เช่นนั้นเด็ดขาด”
“วันนี้ที่พวกข้ามาเพราะเป็นคำสั่งของท่านนายอำเภอ เพื่อทำ
ความสะอาดและซ่อมแซมวัดร้างทุกแห่งในอำเภอเซี่ยหยาง ไม่
เกี่ยวกับพวกเจ้า”
เขากล่าวอย่างหนักแน่น ไม่รอให้เหล่าเด็กน้อยตอบสนอง เขาก็
เตะประตูวัดร้างทันที และใช้หอกยาวเขี่ยข้าวของโยนทิ้งออกมา
ทั้งหมด