พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 487 ความวุ่นวายในพิธีแต่งตั้ง
การแต่งตั้งรัชทายาทมักจะมาพร้อมกับการแต่งตั้งองค์ชายคน
อื่น ๆ ให้เป็นอ๋อง เมื่อบรรลุนิติภาวะแล้วก็จะเดินทางไปยังดินแดนที่
ได้รับพระราชทาน
แต่นี่เป็นขั้นตอนสุดท้ายซึ่งจะต้องทำหลังจากจ่างเยี่ยนได้ทำพิธี
สักการะฮองเฮาเหยียน และขี่ม้าไปรอบเมืองหลวงเสียก่อน
ไม่รู้ว่าฮ่องเต้เจ็บป่วยจนเลอะเลือนไปบ้าง หรือว่ากำลังกังวลว่า
ร่างกายจะทนไม่ไหว ถึงกับทำขั้นตอนนี้ก่อนกำหนด
หัวหน้าขันทีอู๋ที่อยู่ข้าง ๆ อยากจะพูดแต่ก็ไม่กล้า สุดท้ายจึงมอง
ไปทางรัชทายาทด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ
จ่างเยี่ยนเพิ่งได้รับการแต่งตั้ง แต่ร่างกายของฮ่องเต้ไม่ค่อย
แข็งแรงจริง ๆ จวนรัชทายาทเริ่มรับงานราชการส่วนใหญ่มาดูแลเมื่อ
ครึ่งเดือนก่อน โดยจัดการเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ส่วนเรื่องใหญ่ก็จะ
รายงานขึ้นไป
นี่เทียบเท่าว่ารัชทายาทกำลังกำกับดูแลบ้านเมืองแล้ว
หัวหน้าขันทีอู๋พิจารณาสถานการณ์แล้ว เขาไม่อยากทำให้
ฮ่องเต้คนต่อไปไม่พอใจ แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งฮ่องเต้คนปัจจุบัน จึง
ตัดสินใจโยนเผือกร้อน ๆ นี้ออกไป
จ่างเยี่ยนยิ้มเล็กน้อย “เช่นนั้นก็ทำตามที่เสด็จพ่อบอกเถอะ”
แผ่นดินนี้ไม่มีทางเปลี่ยนมือได้อีกแล้ว การเดินขบวนรอบเมือง
จะทำเมื่อไหร่ก็ได้ สู้ปล่อยให้คนพวกนี้แสดงละครจบไปก่อนจะดีกว่า
ห้องโถงหลักของตำหนักเฟิงเทียนแห่งนี้คือเวทีที่ดีที่สุด
เขาเฝ้ามองด้วยสายตาเย็นชา เห็นองค์ชายทั้งสามคนเดินมา
ตามลำดับ
จู้จ่างหงในฐานะองค์ชายใหญ่ ย่อมต้องเดินนำหน้า แต่เมื่อเทียบ
กับความมีชีวิตชีวาในอดีต เขาดูเหม่อลอยและเฉื่อยชา แม้แต่ตัวเขา
ในวันที่เตะประตูเรือนเล็กก็ยังดูมีชีวิตชีวามากกว่านี้
“เกิดอะไรขึ้นกับองค์ชายใหญ่หรือ” เจ้าหน้าที่พิธีการอดกระซิบ
ถามไม่ได้
“คงเป็นเพราะไม่มีจวีกุ้ยเฟยคอยชี้แนะ คนทั้งคนจึงดูหมด
เรี่ยวแรง” ขุนนางผู้ถือเครื่องราชพึมพำ
ดูเหมือนว่าทุกคนในวังต่างรู้กันดีว่า องค์ชายใหญ่บางครั้งก็
เฉลียวฉลาด บางครั้งก็โง่เขลา ล้วนขึ้นอยู่กับว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเขา
มีกลอุบายที่ดีหรือไม่
การหมดสติของจวีกุ้ยเฟย การทรยศของตระกูลจวี รวมถึงความ
ทรมานในใจ การที่เขาจะสูญเสียความรุ่งเรืองในอดีตไปก็เป็นสิ่งที่
คาดเดาได้
ผู้ที่เดินอยู่ลำดับต่อมาคือจู้จ่างอวี้ ยังคงมีท่าทางซื่อ ๆ เงียบขรึม
และพูดน้อย ใบหน้าที่ไม่โดดเด่นและชาติกำเนิดที่ต ่าต้อยเกินไป ทำ
ให้เขาค่อย ๆ กลายเป็นคนมืดมนเย็นชา จนกระทั่งเรียนรู้ที่จะสวม
หน้ากาก ซ่อนตัวและอดทน
เขาเป็นองค์ชายที่มีความทะเยอทะยานมากที่สุด และเป็นคนที่มี
ความสามารถและเฉลียวฉลาดที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็นดาบคม
ที่กำลังจะถูกชักออกจากฝัก
ต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่าการแข่งขันกำลังจะเกิดขึ้น แต่ยังคงสามารถ
ยิ้มให้กันอย่างมีไมตรี นี่ก็เพียงพอจะพิสูจน์ถึงความลึกล ้าของจิตใจ
คนที่เดินอยู่ท้ายสุดคือองค์ชายสี่จู้จ่างอิ๋น ขาที่เคยพิการของเขา
แทบจะหายไปในเวลานี้ เมื่อยืดหลังให้ตรงก็สามารถเรียกได้ว่าเป็น
บุรุษที่สง่างาม
ดวงตาจ่างเยี่ยนฉายแววซับซ้อน
เขานึกถึงคำพูดที่จู้จ่างอิ๋นกระซิบด้านหลังก่อนที่จะเข้ามาใน
ตำหนักเฟิงเทียน
“น้องห้า ใกล้จะถึงเวลาแต่งตั้งรัชทายาทแล้ว ข้ารู้ว่าวันนี้คงไม่
สงบ ดังนั้นข้าจึงอยากจะพูดอะไรกับเจ้าสักคำด้วยความจริงใจ” เด็ก
หนุ่มขาพิการสูดลทหายใจลึก “จริง ๆ แล้วขาที่พิการของข้าใกล้จะ
หายดี แค่ระมัดระวังอีกสักหน่อยก็จะไม่ต่างจากคนปกติแล้ว”
“ไม่ใช่ว่าข้าตั้งใจจะปิดบังเจ้า แต่ในฐานะองค์ชายแห่งราชวงศ์
ต้าอวี๋ ใครบ้างจะไม่มีความคิดอยากได้ตำแหน่งนั้นบ้าง? แม้แต่ตอนที่
ข้าสู่ขอคุณหนูเหยา ก็ทำเพื่อจะได้รับการสนับสนุนจากตระกูลเจียง
ทางอ้อม”
“แต่ต่อมาข้าพบว่าเจ้าเหมาะสมกับตำแหน่งนั้นมากกว่าข้า
ความสัมพันธ์ของเจ้ากับตระกูลเจียงแน่นแฟ้นเกินไป แม้ว่าข้าจะแต่ง
เข้าตระกูลเหยาก็ไม่อาจแลกการสนับสนุนจากตระกูลเจียงได้ ดังนั้น
ข้าจึงยอมสละสิทธิ์”
“ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่ถือสาที่ข้าเคยมีความคิดจะแย่งชิงบัลลังก์
เห็นแก่สุดท้ายที่พี่ชายยกสิทธิ์ให้เจ้า ช่วยเมตตาตระกูลฉู่ด้วย”
ตอนนั้นจ่างเยี่ยนรู้สึกตกตะลึง
จู้จ่างอิ๋นซ่อนบังความรู้สึกได้ดีเกินไป จนทำให้ทุกคนไม่สามารถ
สังเกตเห็นว่าภายใต้ความปีติยินดีที่แทบจะคลั่งนั้นแฝงไว้ด้วย
แผนการ
ที่แท้ในวังหลวงแห่งนี้ก็ไม่มีผู้ใดที่บริสุทธิ์และมีความปรารถนาดี
อย่างแท้จริง อีกทั้งไม่มีใครที่สามารถมองอำนาจและเงินทองเป็น
เพียงขยะ
แต่คนที่รู้จักมองสถานกาณ์ ย่อมยินดีจะเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ส่วนคนที่มั่นใจในตนเองกลับยืนหยัดจนถึงที่สุด เพียงการตัดสินใจ
เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตาและเปลี่ยนเส้นทางใน
อนาคตได้
จ่างเยี่ยนเงยหน้าขึ้น พยักหน้าเบา ๆ ให้องค์ชายสี่ ชั่วขณะที่
สายตาของทั้งสองสบกันต่างก็แย้มยิ้มอย่างเปิดเผย
“ทุกคน… มากันหมดแล้วสินะ” เสียงอ่อนล้าดังมาจากบัลลังก์
มังกร “ดีแล้วที่มากันครบ หัวหน้าขันทีอู๋ อ่านราชโองการเถอะ”
หัวหน้าขันทีอู๋พยักหน้า หยิบราชโองการสีทองออกมาจาก
ด้านหลังบัลลังก์มังกร แล้วเปล่งเสียงอ่าน “…บัดนี้ ทรงแต่งตั้งองค์
ชายใหญ่เป็น… ทรงแต่งตั้งองค์ชายรองเป็น… ทรงแต่งตั้งองค์ชายสี่
เป็น…”
ความรักของฮ่องเต้แสดงออกอย่างเต็มที่ในเวลานั้น
เขตปกครองของจู้จ่างหงอยู่ในพื้นที่อุดมสมบูรณ์ ได้รับตำแหน่ง
ชินอ๋องซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดรองจากรัชทายาท
เขตปกครองของจู้จ่างอวี้อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ได้รับตำแหน่งจวิ้น
อ๋อง ความอุดมสมบูรณ์ยังสู้เขตอันสุ่ยไม่ได้ ถือว่ายากจนข้นแค้น
เขตปกครองของจู้จ่างอิ๋นค่อนข้างน่าสนใจ เพราะเป็นเขตอันสุ่ย
นั่นเอง ตำแหน่งของเขาก็อ้างอิงตามอันสุ่ย เป็นท่านอ๋องที่ยศไม่สูงไม่
ต ่า
“ประกาศราชโองการทั่วหล้า ตามคำสั่งสอนของบรรพชน
บรรดาองค์ชายเมื่อบรรลุนิติภาวะแล้ว ให้เดินทางไปยังเขตปกครอง
ของตน บริหารเมืองร่วมกับผู้ว่าการเขต จบราชโองการ”
เมื่อเสียงแหลมสิ้นสุดลง ดวงตาของจู้จ่างหงจึงค่อยกลับมาแจ่ม
ชัด เขามองรอบ ๆ อย่างหวาดกลัว แล้วคุกเข่าลงรับราชโองการ
จู้จ่างอวี้คุกเข่าลงอย่างเงียบขรึม ก้มศีรษะคำนับสามครั้ง
จู้จ่างอิ๋นดูสงบนิ่งที่สุด คุกเข่าลงรับราชโองการอย่างสงบ
สามองค์ชาย สามความคิด
จ่างเยี่ยนมองอย่างเย็นชา รู้สึกว่าพายุกำลังจะมาถึงแล้ว แต่เมื่อ
ทั้งสามขึ้นยืน ท้องพระโรงเฟิงเทียนก็ยังคงเงียบสงบ
ในที่สุดฮ่องเต้ก็วางใจลง กดเสียงต ่าพูดว่า “รัชทายาทไป
สักการะฮองเฮาแล้วค่อยออกไปเยี่ยมชมเมืองหลวง เรารู้สึกไม่ค่อย
สบาย ต้องขอกลับไปก่อนแล้ว”
ทุกคนในท้องพระโรงจึงน้อมส่งฮ่องเต้ด้วยความเคารพ
เมื่อลุกขึ้นยืนอีกครั้ง จ่างเยี่ยนกลายเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดใน
ตำหนักเฟิงเทียน
ขันทีน้อยอู๋โค้งคำนับอยู่ข้าง ๆ “กระหม่อมให้คนไปทำความ
สะอาดตำหนักของฮองเฮาเรียบร้อยแล้ว องค์รัชทายาทจะเสด็จไปจุด
ธูปสักการะเลยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
จ่างเยี่ยนยังไม่ทันพยักหน้า จู่ ๆ ก็มีเสียงร้องเรียกดังขึ้นจากด้าน
นอก มีทั้งขุนนางฝ่ายบุ๋น ขุนนางฝ่ายบู๊ รวมถึงนางกำนัลและขันที
ด้วย
“เกิดอะไรขึ้น” ขันทีน้อยอู๋ตกใจ “ในวันพิธีแต่งตั้งรัชทายาท
พวกเจ้าบังอาจส่งเสียงอึกทึกเช่นนี้ได้อย่างไร”
ไม่มีผู้ใดตอบคำถามของเขา
ขุนนางผู้ถือราชโองการที่เดิมอยู่ในห้องโผล่ออกไปดูข้างนอก
ครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบวิ่งกลับเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก “มีคน… มี
ผู้คนมากมายบุกเข้ามาพ่ะย่ะค่ะ พวกเขาควบคุมตัวพวกขุนนางไว้ทั้ง
หมดแล้ว!”
“ทหารองครักษ์ที่รับผิดชอบดูแลความปลอดภัยในวังหลวง
ทรยศกันหมดแล้ว! พวกเขาเอาดาบจ่อคอทุกคน…”
ท้องฟ้าสว่างไสว ดวงอาทิตย์แผดเผา
ราชวงศ์ต้าอวี๋ที่สืบทอดมานานร้อยปีเกิดความวุ่นวายขึ้นภายใน
เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาหลายสิบปีแล้ว จึงไม่น่าแปลกใจ
ที่นางกำนัลและขันทีต่างตกใจจนร้องกรีดด้วยความหวาดกลัว
จ่างเยี่ยนยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ไม่มีท่าทีหวาดกลัวอย่างที่คาด
ไว้ แต่กลับถามอย่างประหลาดใจว่า “เหตุใดก่อนหน้านี้จึงต้องอด
กลั้นเอาไว้ รอให้เสด็จพ่อไปก่อนแล้วถึงลงมือ ท่านไม่อยากให้เสด็จ
พ่อกังวลใจหรือ? หรือว่าต้องการให้เสด็จพ่อประหลาดใจเล่า?”
คำตอบที่เขาได้รับคือเสียงแตกกระจายของกล่องเก็บราช
โองการแต่งตั้งรัชทายาท ซึ่งจู้จ่างหงยกขึ้นสูงแล้วขว้างลงพื้นอย่าง
แรง