พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 501 กลับสู่ชายแดน
หลังจากที่แม่ทัพฟางเสียชีวิตในสนามรบ ฟางเหิงก็นำกุญแจไป
ฝังไว้ใต้ต้นหลิว คิดว่าจะหาโอกาสชิงกล่องกลับมา
แต่ไม่คิดว่าของจะถูกทำลายไปแล้ว อีกทั้งแผนภาพกระบวนทัพ
ที่สำคัญที่สุดก็ยังตกไปอยู่ในมือของชนต่างเผ่า
ท่านพ่อ สิ่งที่ท่านทิ้งไว้ไม่สามารถปกป้องภรรยาและบุตรได้
บัดนี้ยังต้องทำร้ายชีวิตของทหารผู้บริสุทธิ์ที่ชายแดนอีก
หากวิญญาณของท่านอยู่บนสวรรค์ก็อย่าได้โกรธแค้นหรือขุ่น
เคืองเลย บุตรชายของท่านจะจดจำทุกสิ่งไว้ในความทรงจำ จะยืน
หยัดชิงแผนภาพกระบวนทัพกลับมา เขาจะตัดหัวคนกบฏเพื่อปลอบ
ประโลมวิญญาณของท่าน
ฟางเหิงใช้แขนเสื้อเช็ดหน้า แม้แต่จะโอบกอดกล่องไว้แล้วร้องไห้
ก็ยังไม่มีเวลา เขาจึงรีบกลับไปวังหลวงอย่างรวดเร็ว
“เจ้าห้า แผนภาพกระบวนทัพหายไป ชายแดนตกอยู่ในอันตราย
ข้าต้องกลับไปจริง ๆ แล้ว” เขาระงับอารมณ์ “ข้าจะไม่ให้แผนภาพ
กระบวนทัพของตระกูลฟางทำร้ายประชาชนของต้าอวี๋ แม่ทัพฟางที่
ตายในสนามรบไม่อนุญาต บรรพชนตระกูลฟางก็ไม่อนุญาต ข้าฟาง
เหิงยิ่งไม่อนุญาต!!”
“ให้เวลาข้าสักหน่อย ให้ข้าไปชิงแผนภาพกระบวนทัพกลับมา”
“ชิงแผนภาพกระบวนทัพกลับมา!” เจียงอี เจียงเอ้อร์ เจียงอู่ เจียง
ลิ่ว เจียงชี เจียงปาคุกเข่าลงพร้อมกัน
เจียงเฉิงเยวี่ยนประสานมือแล้วโค้งคำนับ “ทูลองค์รัชทายาท ทรง
วางพระทัยเถอะพ่ะย่ะค่ะ”
ความจริงแล้วพวกเขาก็เพิ่งรีบกลับมาได้ไม่นาน แถมยังซุ่มซ่อน
อยู่นอกเมืองถึงสามวัน กินไม่ได้นอนไม่หลับ เหนื่อยล้าถึงขีดสุด
แต่เพื่อชีวิตของแม่ทัพเจียง เพื่อชีวิตของทหารชายแดนอีกนับ
หมื่น พวกเขาก็ต้องรีบควบม้ากลับไป
แม้แต่เวลาชั่วขณะเดียวก็ไม่อาจเสียไปได้
จ่างเยี่ยนตาแดงก ่า เป็นครั้งแรกที่รู้สึกถึงความรับผิดชอบต่อ
ชีวิตนับหมื่น แม้จะเป็นห่วงพี่สามของตนเองมากเพียงใด เขาก็ต้อง
กลั้นน ้าตาพยักหน้า “อืม”
“ลำบากพวกท่านแล้ว ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ”
ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากไปกว่านี้ เวลาก็ไม่อาจรอช้าได้อีก
ตอนมามีคนพันกว่า ตอนไปก็ยังคงมีคนพันกว่า
ฟางเหิงขี่ม้าแดง เจียงเฉิงเยวี่ยนขี่ม้าขาว ขุนพลน้อยทั้งสองสวม
ผ้าคลุมนำทาง แล้วมองเมืองกับผู้คนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะควบม้า
จากไปไกล
พวกเขาจากไปแล้ว
ฟางเหิงยังไม่ได้จัดการคนตระกูลฟางเพื่อแก้แค้นให้มารดา
เจียงเฉิงเยวี่ยนก็ยังไม่ได้กลับไปเยี่ยมเยือนตระกูลเจียง ไปพบ
ท่านย่าที่แก่ชราและมารดาที่เสียสติ
ประตูเมืองหลวงพลันว่างเปล่า แม้แต่หัวใจก็วูบโหวงไปด้วย
เจียงเซิงอดใจไม่ไหวจนวิ่งตามไป พลางตะโกนสุดเสียงว่า “พี่
สาม… พี่ชาย พวกท่านต้องกลับมานะ!! ต้องกลับมาอย่างปลอดภัย
ทุกคน!”
เสียงฝีเท้าม้าดังกึกก้อง ฝุ่นควันคลุ้งกระจายไปทั่ว
เจียงเฉิงเยวี่ยนอาจจะไม่ได้ยิน แต่เจียงเฉิงเฟิงได้ยินแทนเขา
ความสัมพันธ์ระหว่างสองพี่น้องที่เคยแข็งกระด้าง ทุกครั้งที่เรียก
กันก็เรียกอีกฝ่ายว่าท่านพี่ บัดนี้ในที่สุดก็ยอมเปลี่ยนมาเรียกพี่ชาย
เสียที
เจียงเฉิงเฟิงหันหน้าไปด้วยสายตาแดงเรื่อ พึมพำเบา ๆ ว่า “พี่
ใหญ่ ท่านต้องกลับมานะ มาฟังด้วยตัวท่านเอง”
จากเมืองหลวงไปถึงชายแดนทางเหนือ การเดินทางด้วยเกวียน
ต้องใช้เวลาหนึ่งเดือน ส่วนการควบม้าต้องใช้เวลายี่สิบวัน
นี่คือการเดินทางในยามกลางวัน พักผ่อนในเวลากลางคืน และ
หยุดพักกินข้าวสามมื้อตามปกติ
ทว่าหากเดินทางอย่างเร่งด่วน เวลานอนก็จะสั้นลง เวลากินข้าว
ก็จะสั้นลง บางทีก็ต้องกินอาหารแห้งบนหลังม้า แต่ถึงอย่างนั้นก็ยัง
ต้องใช้เวลาประมาณสิบวัน
การเดินทางลำบากมาก ไม่ใช่แค่ดวงตาที่อดนอน แต่ยังเป็น
เลือดที่ไหลโชกบริเวณต้นขาทั้งสองข้าง และก้นที่ชาจนไร้ความรู้สึก
ในประวัติศาสตร์มีคนถึงกับเผลอหลับไปบนหลังม้า แล้วถูกม้า
สะบัดจนตกลงมาตายทันที
ยังมีคนที่มาส่งรายงานด่วนโดยไม่ได้หยุดพัก หลังจากส่งจด
หมายถึงที่แล้วก็ตายลงตรงนั้นทันที
เพื่อหลีกเลี่ยงโศกนาฏกรรม ฟางเหิงกับเจียงเฉิงเยวี่ยนต่าง
บังคับให้ทุกคนพักผ่อน ไม่ว่าจะร้อนรนในใจแค่ไหนก็เก็บไว้ข้างใน
ไม่แสดงออก
“ท่านขุนพล น ้าขอรับ” เจียงอู่ส่งถุงน ้าให้ “จริง ๆ แล้วพวกเรา
สามารถเดินทางเร็วกว่านี้ได้ ทุกคนล้วนผ่านสนามรบมาแล้ว
ร่างกายยังรับไหว”
“คนรับไหว แต่ม้ารับไม่ไหวหรอก” ฟางเหิงรับน ้ามาดื่มอย่าง
กระหาย “เจ้าห้าเพิ่งขึ้นว่าราชการแทน ท้องพระคลังว่างเปล่าเช่นนั้น
ข้าพี่ชายย่อมไม่อาจเพิ่มภาระให้เขาได้”
พูดไปพูดมาก็วกกลับไปเรื่องห่วงใยน้องชายอีกแล้ว
เจียงอู่เลือกที่จะปิดปากไม่พูด
เจียงเฉิงเยวี่ยนได้ยินเสียงอยู่ข้าง ๆ ถือขนมสองชิ้นเดินมา “จาก
ร้านจิ่วเจิน”
“เจ้าไปเอาขนมของร้านจิ่วเจินมาจากไหนกัน?” ฟางเหิงตกใจ
น ้าเสียงเจือความอิจฉา “เจียงเซิงให้เจ้ามาหรือ?”
เจียงเฉิงเยวี่ยนชะงัก พลางคิดว่าทำไมคนผู้นี้ถึงชอบถามเรื่องที่
ไม่ควรจะถาม
“ไม่ใช่” เขาพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “ข้าซื้อเอง”
คุณชายใหญ่แห่งตระกูลเจียง ในชายแดนก็เป็นถึงขุนพลขั้นห้า
แต่อยากจะกินขนมจากร้านของน้องสาวแท้ ๆ กลับต้องแอบไปซื้อเอง
ฟางเหิงหายอิจฉาทันที หยิบขนมชิ้นหนึ่งมากิน “เมื่อก่อน
น้องสาวข้าจะเตรียมไว้ให้เป็นพิเศษ กินเท่าไหร่ก็ไม่หมด ต้องเอาไป
แบ่งคนอื่นได้ทุกวัน”
“ถูกต้อง พวกข้าได้กินบ่อย ๆ” เจียงปาไม่ค่อยมีไหวพริบ ไม่ค่อย
เข้าใจความรู้สึกของคนอื่น
สีหน้าของเจียงเฉิงเยวี่ยนดำมืดราวก้นหม้อ เต็มไปด้วยความไม่
พอใจ
แต่เมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีตก็จะไปโทษใครได้ เขาทำได้แค่ก้ม
หน้าลงอย่างหดหู่
คราวนี้ฟางเหิงก็รู้สึกไม่สบายใจ ยื่นขนมที่เหลือให้ แล้วตบไหล่
เจียงเฉิงเยวี่ยนเบา ๆ “น้องสาวไม่เคยโกรธใครหรอก นางจดจำแต่
ความดีของคนอื่น”
หากเจ้าอยากได้ความดีของนาง เจ้าก็ต้องทำดีกับนางเสียก่อน
พูดจบ เขาก็หันไปเรียกทุกคนที่กำลังพักผ่อนให้ขึ้นม้าเดินทาง
ต่อ
เจียงเฉิงเยวี่ยนกำขนมที่เหลืออยู่แน่น แล้วเก็บใส่ในอกเสื้ออย่าง
ทะนุถนอม รีบควบม้าตามไป
ยิ่งใกล้ชายแดน ทุกคนก็ยิ่งตึงเครียด
ความรวดเร็วของกองทัพคือสิ่งสำคัญ การได้เปรียบคือสิ่งสำคัญ
ใคร ๆ ก็เข้าใจหลักการนี้
ชนเผ่าต๋าลู่ก็คงจะคาดเดาได้ พวกเขาคงแจ้งให้แม่ทัพเจียงรู้
เตรียมการป้องกันไว้ล่วงหน้า แก้ไขการจัดกระบวนทัพของตระกูล
ฟาง
เพื่อจะโจมตีได้อย่างแม่นยำ เพื่อจะได้รับชัยชนะ พวกเขาย่อม
เปิดฉากสงครามโดยเร็วที่สุด
สงครามครั้งนี้สำคัญมาก
เมื่อเข้าเขตแดนชายแดน ทุกคนก็ไม่กล้าพักผ่อน ต่างควบม้าไป
อย่างไม่คิดชีวิต หวังว่าจะได้กลับไปยังกองบัญชาการโดยเร็วเพื่อแจ้ง
ข่าวการหายไปของแผนภาพกระบวนทัพให้แม่ทัพเจียงทราบ
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ คนพันกว่าคนนี้ก็เริ่มไม่รู้สึกถึง
ร่างกายท่อนล่างแล้ว บนเส้นทางที่ม้าของพวกเขาควบผ่านมีหยด
เลือดจนดึงดูดแมลงต่าง ๆ มาไต่ตอม
“ใกล้ถึงแล้ว เร็วอีกหน่อย เร็วอีก” ดวงตาของฟางเหิงเต็มไปด้วย
ความมุ่งมั่น
เขาโน้มตัวลง นอกจากจะลดแรงต้านแล้ว ยังใช้ม้าค ้าจุนร่างกาย
และใช้ความเชื่อมั่นในการวิ่งครั้งสุดท้าย
ใกล้แล้ว ใกล้แล้ว กองบัญชาการอยู่ตรงหน้า กระทั่งมองเห็น
ทหารที่กำลังรักษาเวรยามด้วย
ฟางเหิงยังไม่ทันได้ยิ้ม ม้าที่อยู่กับเขามานานก็หวีดร้องโหยหวน
แล้วทรุดตัวลงทันใด
ในดวงตาของม้ามีแต่ความเหนื่อยล้า พร้อมด้วยความเจ็บปวดที่
ยากจะอธิบาย
ฟางเหิงก็หมดแรงเช่นกัน พยุงตัวกลิ้งไปบนพื้นหญ้าสองสาม
รอบ แล้วล้มลงหน้าแนวรั้ว “เร็ว เร็วเข้า ช่วยคนที…”
“ใครน่ะ” ทหารยามตกใจจนเกือบจะเป่าแตรแจ้งภัย
จนกระทั่งเห็นฟางเหิง ก็รีบวิ่งเข้าไปอย่างตื่นตระหนก “ขุนพล
น้อยฟาง ขุนพลน้อยเจียง ทำไมพวกท่านถึงอยู่ในสภาพนี้”
“อย่าพูดเรื่องไร้สาระ!” เจียงเฉิงเยวี่ยนรีบพูดตัดบท “เรียกท่าน
แม่ทัพมา ข้าต้องการพบท่านแม่ทัพเจียง”
เขาลากสังขารที่แทบไม่มีความรู้สึกไปข้างหน้า “ท่านพ่อ ท่าน
พ่ออยู่ที่ไหน”
“ท่านแม่ทัพไม่ได้อยู่ที่นี่ขอรับ” ทหารยามอีกคนก้าวเข้ามา
“ท่านแม่ทัพออกไปรบกับชนเผ่าต๋าลู่แล้ว”