พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 503 เตรียมรับศึก
การโจมตีของข้าศึกเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและกะทันหัน หลังจากที่
ทั้งสองฝ่ายปะทะกันบนทุ่งหญ้าแล้ว ก็ต่างถอยกลับไปยังที่มั่นของตน
“ท่านแม่ทัพ ตรวจสอบจนแน่ชัดแล้ว พวกที่สู้กับเรามีเพียงส่วน
น้อย ชนเผ่าต๋าลู่น่าจะส่งทหารชั้นยอดมาห้าหมื่นนายกำลังโจมตี
แนวป้องกันกวนจิ่น” รองแม่ทัพจินรายงาน
เจียงจี้จู่ขมวดคิ้ว
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ราชวงศ์ต้าอวี๋ไม่เคยหยุดสร้างแนว
ป้องกันเพื่อต่อต้านการรุกรานจากต่างแดน แนวป้องกันที่พวกเขาอยู่
ตอนนี้คือปลายสุดทางใต้ของแนวป้องกันกวนจิ่นที่เพิ่งสร้างขึ้นเมื่อ
สามปีก่อน
ยิ่งไปกว่านั้น แนวป้องกันกวนจิ่นทั้งหมดมีทหารชั้นยอดของต้า
อวี๋ประจำการอยู่หนึ่งแสนคน ไม่ใช่สิ่งที่ทหารของชนเผ่าต๋าลู่เพียงห้า
หมื่นคนจะสามารถสั่นคลอนได้
เมื่อรวมกับการวางกำลังและการจัดทัพที่แยบยล ก็จะกลายเป็น
กำแพงที่แข็งแกร่งที่สุดของราชวงศ์ต้าอวี๋
แม้ว่าจะมีทหารม้าส่วนน้อยที่แอบเดินทางผ่านเส้นทางเล็ก ๆ
หรือภูเขาไปปล้นสะดมตามหมู่บ้านได้ แต่ตราบใดที่ถนนใหญ่
ทั้งหมดถูกปิดกั้น กองทัพชนเผ่าต๋าลู่ก็จะทำได้แค่ยืนมองอยู่ข้างนอก
นี่คือจุดประสงค์ของการป้องกันชายแดน มันเป็นการป้องกันการ
เคลื่อนพลของกองทัพใหญ่ฝ่ายศัตรู
ตราบใดที่ทหารม้าของพวกชนเผ่าต๋าลู่ไม่สามารถเหยียบย ่าเข้า
ไปในแผ่นดินด้านในได้ ราชวงศ์ต้าอวี๋ทั้งหมดก็จะยังคงสงบสุขและ
เจริญรุ่งเรือง
“ท่านแม่ทัพ พวกเราควรจะนำทหารไปช่วยเหลือแนวป้องกัน
กวนจิ่นหรือไม่?” รองแม่ทัพจินถามอีกครั้ง
ตามหลักแล้วไม่จำเป็นต้องช่วยเหลือ แต่เมื่อพิจารณาถึง
เรื่องราวที่ดูแปลกประหลาด เจียงจี้จู่จึงตัดสินใจจะไปดูด้วยตนเอง
เขานำทหารสามหมื่นคนเดินทางผ่านเส้นทางที่มีทหารคุ้มกัน
แน่นหนา ไปถึงที่ตั้งของแนวป้องกันกวนจิ่น
เป็นไปตามที่คาดไว้ ชนเผ่าต๋าลู่บุกโจมตีหลายครั้งแต่ก็พ่ายแพ้
และล่าถอยกลับไป
แม่ทัพโจวผู้รับผิดชอบแนวป้องกันกวนจิ่นหัวเราะแล้วเดิน
ออกมาต้อนรับ “แค่เรื่องเล็กน้อยก็ทำให้ท่านแม่ทัพเจียงต้องมาด้วย
ตนเองเสียแล้ว ทหารฝีมีดีแค่ห้าหมื่นคน ไม่มีทางเหยียบเข้ามาใน
แนวป้องกันกวนจิ่นได้หรอก”
เจียงจี้จู่ไม่ได้พูดอะไร เขาสังเกตการณ์ต่อไปอีกครึ่งชั่วยามและ
แน่ใจว่าพวกชนเผ่าต๋าลู่กำลังทำสิ่งที่ไร้ประโยชน์
ความสงสัยที่เคยเกิดขึ้นในใจก็ยิ่งวนเวียน
ทั้งสองฝ่ายทำสงครามกันมาหลายปีก็พอจะรู้จักกันดี
เหตุผลที่ราชวงศ์ต้าอวี๋ไม่สามารถกำจัดชนเผ่าต๋าลู่ได้ เป็น
เพราะชนเผ่าต๋าลู่ขี่ม้าได้ยอดเยี่ยมมาก ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไล่
ตามไม่ทัน ได้แต่ตั้งรับฝ่ายเดียว ไม่สามารถบุกโจมตีได้
ในทางกลับกัน ชนเผ่าต๋าลู่ก็ไม่สามารถทำลายแนวป้องกัน
ของต้าอวี๋ได้ เพราะทหารของต้าอวี๋มีจำนวนมาก อีกทั้งยังสามารถ
จัดทัพและวางกำลัง โดยเฉพาะการป้องกันแนวรบ
พูดง่าย ๆ คือปกติแล้วชนเผ่าต๋าลู่จะวิ่งอยู่ข้างหน้า ส่วน
ทหารต้าอวี๋จะวิ่งตามอยู่ข้างหลัง
ไล่ตาม ไล่ตาม ไล่ตาม แต่ก็ไล่ไม่ทัน จึงต้องกลับไปอย่างหมด
อาลัยตายอยาก
การที่ศัตรูเข้ามาท้าทายก่อน โดยใช้ฝ่ายน้อยโจมตีฝ่ายมาก
แบบนี้ถือเป็นเรื่องหาได้ยาก
“มีอะไรหายากกัน อันต๋าข่านผู้นำชนเผ่าต๋าลู่แก่มากแล้ว องค์
ชายหลายคนก็กำลังแย่งชิงตำแหน่งผู้สืบทอด ดูเหมือนว่าตอนนี้จะมี
องค์ชายสติไม่ดีคนหนึ่งกำลังมีท่าทีอยากจะได้โอกาสในการชิง
ตำแหน่งเท่านั้นเอง” แม่ทัพโจวโบกมือ “ท่านแม่ทัพวางใจเถอะ แนว
ป้องกันกวนจิ่นนั้นถือเป็นแนวป้องกันอันดับหนึ่งของชายแดนเหนือ
มีข้าอยู่รับรองว่าไม่มีอะไรแน่นอน ท่านแม่ทัพรีบกลับไปเถอะ จะได้
ไม่เสียทีให้พวกเขาล่อเสือออกจากถ ้า”
กองกำลังที่ชายแดนนั้นไม่ได้มีมากนัก ทุกปีจะมีการเกณฑ์
ทหารใหม่และทุกปีก็จะมีคนเสียสละชีวิต
โดยเฉลี่ยแล้วแต่ละแนวป้องกันจะมีทหารชั้นยอดประจำการอยู่
ราวห้าหมื่นถึงหนึ่งแสนนาย อย่างแนวป้องกันกวนจิ่นก็มีหนึ่งแสนคน
ส่วนกองบัญชาการของเจียงจี้จู่มีทหารเหลืออยู่เพียงเจ็ดหมื่นคน
ตอนนี้เขานำทหารสามหมื่นคนมาด้วย ฐานที่มั่นจึงเหลือทหาร
ฝีมือดีเพียงสี่หมื่นคน
การล่อเสือออกจากถ ้าก็เป็นกลยุทธ์ที่ใช้กันบ่อยในตำราพิชัย
สงคราม เจียงจี้จู่ไม่กล้าประมาทจึงเรียกให้รองแม่ทัพทั้งสี่นำทหาร
กลับไปรักษาฐานที่มั่น เหลือเพียงรองแม่ทัพจินที่นำทหารกองกำลังที่
สี่ตามไปด้วย
เขายังไม่วางใจพวกศัตรูที่แนวป้องกันกวนจิ่นทำตัวผิดปกติ
“ท่านแม่ทัพวางใจได้” แม่ทัพโจวทุบหน้าอกตัวเองอีกครั้ง “ข้า
แซ่โจวคนนี้ขอเอาชีวิตเป็นประกัน แนวป้องกันกวนจิ่นนี้แข็งแกร่ง
เกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้ ตราบใดที่มีคนเฝ้าอยู่ อย่าว่าแต่ชน
เผ่าต๋าลู่ห้าหมื่นคนเลย ต่อให้หนึ่งแสนคนมาก็ไม่มีทางทำลาย…”
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบก็ได้ยินเสียง “ตู้ม” ดังสนั่น ราวกับมีบาง
สิ่งบางอย่างถล่มลง
สีหน้าของผู้นำทัพทั้งสองคนเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที
รองแม่ทัพข้างกายของแม่ทัพโจววิ่งหน้าตาตื่นมา “รายงาน ท่าน
แม่ทัพ แนวป้องกันพังทลายแล้ว”
จากนั้นก็มีรองแม่ทัพอีกคนวิ่งมา “รายงาน จำนวนทหารต๋าลู่
เพิ่มขึ้นมาก มีทหารสี่หมื่นคนซ่อนตัวอยู่ใต้ท้องม้า”
สถานการณ์เลวร้ายลงทันที
ทหารต้าอวี๋หนึ่งแสนคนปะทะกับทหารของชนเผ่าต๋าลู่เก้าหมื่น
คน
สีหน้าของแม่ทัพโจวซีดเผือด เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่งแล้วจึงพูดว่า
“สู้! จัดทัพทั้งหมด ป้องกันสุดกำลัง พวกเราเสียเปรียบจำนวนคนอยู่
หนึ่งหมื่นคน แต่ก็สามารถเอาชนะชนเผ่าต๋าลู่ได้แน่”
ทั้งสองรีบเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ เห็นแม่ทัพหนุ่มของตนกำลัง
นำทัพสู้รบกับชนเผ่าต่างถิ่นที่มีดวงตาสีอ่อนและโครงหน้าลึกล ้า
โล่และชุดเกราะของฝ่ายตนที่ใช้ทวนและดาบอย่างเป็นระเบียบ
เมื่อเทียบกับความกล้าหาญไม่กลัวตายของฝ่ายตรงข้ามแล้ว
ความสามารถของทั้งสองไม่ได้แตกต่างกันมากนัก
แต่ราชวงศ์ต้าอวี๋มีทหารชั้นยอดหนึ่งแสนคน บวกกับทหารอีก
ห้าพันคนที่รองแม่ทัพจินพามาด้วย ก็มีจำนวนมากกว่าทหารเก้า
หมื่นของชนเผ่าต๋าลู่อย่างมาก
ชนเผ่าต๋าลู่ที่ไม่มีทหารม้าก็เหมือนเสือที่ไม่มีเขี้ยวเล็บ
แม้ว่าแนวป้องกันกวนจิ่นจะพังทลายอย่างไม่มีเหตุผล แต่
สถานการณ์การรบยังคงสามารถเอาชนะได้
แม่ทัพโจวถอนหายใจ แต่ยังไม่ทันจะได้ยิ้มออกมาก็เห็นศัตรูจัด
กระบวนทัพอย่างเป็นระเบียบ ราวกับรู้จุดอ่อนของการจัดทัพ โจมตี
เข้ามาอย่างไม่ลดละ
ระลอกแล้วระลอกเล่า
ทหารชั้นยอดหนึ่งแสนคนล้มลงเหมือนต้นหญ้า ไม่สามารถลุก
ขึ้นมาได้อีก
แม้ว่าจำนวนทหารของชนเผ่าต๋าลู่จะลดลง แต่พวกเขาก็ยังคง
ฮึกเหิม ตะโกนเสียงดังราวกับกำลังฉลองชัยชนะ หรือไม่ก็กำลัง
เรียกร้องให้โจมตี
สีหน้าของแม่ทัพโจวในที่สุดก็ซีดขาว เขาเป็นทหารใต้บังคับ
บัญชาของแม่ทัพฟางในอดีต แนวป้องกันกวนจิ่นนั้นมาจากความคิด
ที่แม่ทัพฟางเขียนทิ้งไว้ ทหารชั้นยอดของที่นี่ก็ฝึกฝนตามแผนภาพ
กระบวนทัพของตระกูลฟาง
ครั้งหนึ่งสิ่งนี้เคยทำให้แนวป้องกันกวนจิ่นกลายเป็นกองทัพที่
แข็งแกร่งที่สุดในรัศมีหลายร้อยลี้
ความมั่นใจของเขามาจากความสามารถ เขาไม่ใช่คนหลง
ตัวเอง เขาตระหนักถึงพลังของแผนภาพกระบวนทัพของตระกูลฟาง
และความแข็งแกร่งของแนวป้องกันกวนจิ่น
แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าแผนภาพกระบวนทัพของแม่ทัพฟางจะ
รั่วไหลออกไป และจะมีคนทรยศชาติบ้านเมือง
ชนเผ่าต๋าลู่อาจจะไม่สามารถฝึกฝนตามแผนภาพกระบวนทัพ
ของตระกูลฟางได้ แต่พวกเขาสามารถหาจุดอ่อนในแผนภาพนี้ได้
พวกเขาสามารถทุบทำลายแนวป้องกันกวนจิ่น โห่ร้องและบุกเข้าไป
ในประตูเมือง
“รายงานท่านแม่ทัพ ทหารหนึ่งแสนคนเหลือไม่ถึงครึ่งแล้ว ชน
เผ่าต๋าลู่บุกเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ แนวป้องกันกวนจิ่นกำลังจะแตกแล้ว
ขอรับ!” รองแม่ทัพวิ่งโซเซเข้ามา “ท่านแม่ทัพ ท่านหนีไปเถอะ”
“ท่านแม่ทัพหนีไปเถอะ” เด็กหนุ่มวัยสิบกว่าปีก็หันมาตะโกน
เช่นกัน ทันใดนั้น ลูกศรพลันพุ่งปักเข้าที่หน้าอก จากนั้นเขาก็ล้มลง
อย่างอ่อนแรง
แม่ทัพโจวน ้าตาคลอเบ้า ทั้งรู้สึกผิด เสียใจ โกรธแค้น และมุ่งมั่น
เด็ดเดี่ยว
เขาชักดาบยาวออกมา หันไปมองเจียงจี้จู่ “ท่านแม่ทัพรีบไป
เถอะ ข้าคือแม่ทัพผู้รักษาแนวป้องกันกวนจิ่น แนวป้องกันกวนจิ่
นยังอยู่ ข้าก็ยังมีชีวิตอยู่ หากแนวป้องกันกวนจิ่นแตกพ่าย ข้าก็ตาย”
กล่าวจบ เขาก็พุ่งเข้าท่ามกลางฝูงชนอย่างไม่ลังเล
เจียงจี้จู่สายตาว่องไวแต่ก็ไม่สามารถห้ามอีกฝ่ายได้
“ท่านแม่ทัพ ข้าส่งคนกลับไปขอความช่วยเหลือแล้วขอรับ” รอง
แม่ทัพจินพูดปลอบอยู่ข้าง ๆ “ท่านเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ จะเกิดเรื่อง
ไม่ได้ รีบไปเถอะ!”
“ไม่” เจียงจี้จู่ส่ายหน้า “เจ้าดูสนามรบตอนนี้สิ ไม่ว่ากองทัพจะใช้
กระบวนทัพอะไร ชนเผ่าต๋าลู่ก็สามารถทำลายได้อย่างรวดเร็ว หาก
พวกเราหนีไปจริง ๆ แม่ทัพโจวก็มีแต่ตายอย่างเดียว”
“ท่านแม่ทัพคิดจะ…” รองแม่ทัพจินเบิกตากว้าง
“ใช่แล้ว แผนภาพกระบวนทัพของตระกูลฟางถูกทำลาย แนว
ป้องกันกวนจิ่นที่แม่ทัพฟางสร้างไว้ก็ถูกทำลาย ไม่รู้ว่ามีความ
เชื่อมโยงอะไรกันหรือไม่ แต่ข้าอยากจะให้พวกทหารได้ลองใช้
กระบวนทัพของตระกูลเจียงดู” เขากล่าวจบก็ขึ้นไปบนกำแพงซึ่งสูง
ที่สุด แล้วตะโกนสุดเสียง “ทหารทั้งหลาย เปลี่ยนกระบวนทัพ ถอย
หลัง จัดทัพเป็นรูปมังกรยาว!”