พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 51 ผลการสอบของสวี่โม่
ตลอดห้าวันนี้ ทุกคนต่างรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ ทั้งต้องระวัง
แผนการของนายอำเภอเซี่ยหยาง และกังวลกับผลการสอบของสวี่โม่
มีเพียงเจียงเซิงเท่านั้นที่มั่นใจนัก นางหยิ่งผยองราวกับไก่ป่าตัว
น้อย จนแทบจะเขียนป้าย ‘พี่ชายข้าเก่งที่สุด’ และถือออกไปแสดง
ข้างนอกทุกวัน
ทุกครั้งที่เห็นน้องสาวเป็นเช่นนี้ สวี่โม่ก็มักลูบจมูกตัวเอง
เขารู้สึกกังวล หากตนสอบได้ไม่ดีจะทำอย่างไร
เมื่อถึงวันประกาศผลสอบ จิตใจของเหล่าพี่น้องทั้งหลายต่าง
กังวลมากจนนอนไม่หลับด้วยซ ้า
เช้าตรู่วันนั้น เจียงเซิงยังคงหลับใหล พวกเขาจึงรีบไปที่ประตู
สำนักสอบ เขย่งปลายเท้ามองหารายชื่อผู้สอบผ่านบนแผ่นป้าย
การสอบเข้ารับราชการของราชวงศ์ต้าอวี๋แบ่งเป็น การสอบระดับ
อำเภอ การสอบระดับเมือง การสอบระดับมณฑล การสอบระดับเขต
การสอบระดับแคว้น และการสอบในวังหลวง
เมื่อผ่านการสอบระดับอำเภอ เมือง และมณฑล จึงจะได้เป็น
บัณฑิตผู้มีสิทธิ์ถูกเรียกว่าถงเซิง
ผ่านการสอบระดับเขตจะเป็นซิ่วไฉ
ในฐานะการสอบระดับอำเภอครั้งแรกของถงเซิงมีบทบาทในการ
คัดเลือก แม้ว่าทั้งอำเภอจะมีผู้สอบนับพัน แต่ผู้ที่มีสิทธิ์ไปการสอบ
ระดับเมืองต่อจริง ๆ มีเพียงราวห้าสิบคนเท่านั้น
เจิ้งหรูเชียนและฟางเหิงอาศัยร่างกายที่แข็งแรงกว่า แทรกตัวไป
อยู่แถวหน้าสุดของฝูงชน พวกเขาเขย่งปลายเท้ายืดคอมองหาชื่อ
เริ่มมองจากท้ายสุดมาถึงช่วงกลางก็ไม่พบชื่อของสวี่โม่
ทั้งสองดีใจนัก ทว่ามองจากช่วงกลางไปถึงด้านหน้าก็ยังไม่มี
ในรายชื่อผู้สอบผ่านไม่มีชื่อของสวี่โม่
ปฏิกิริยาแรกของเจิ้งหรูเชียนคือด่าทอนายอำเภอเซี่ยหยางว่า
“ต้องเป็นตาเฒ่านั่นที่ยื่นมือเข้ามาแทรกทำเรื่องเลวร้าย พี่ใหญ่ตั้งใจ
มากขนาดนั้น ไหนเลยเขาจะสอบตก”
พวกเขาคิดว่าสวี่โม่แม้ไม่ได้อันดับต้น ๆ แต่ก็ต้องมีชื่อติด
แน่นอน
หากไม่มี ย่อมหมายความว่าต้องมีคนทำให้เรื่องสกปรก
ฟางเหิงยิ่งหุนหันพลันแล่น คว้าไม้ขึ้นมา “บุกไปถามเหตุผลที่
ที่ว่าการเถอะ”
เห็นสองพี่น้องกำลังจะร่วมมือกัน จ่างเยี่ยนซึ่งถูกคนเบียดเสียจน
เท้าไม่ติดพื้น พยายามส่งเสียงห้ามอย่างยากลำบาก “พี่รอง…พี่
สาม…ไม่สู้พวกเรากลับบ้านไปก่อนเถอะ”
เวินจืออวิ่นก็ราวกับถั่วงอกในกระถาง เขาตัวอ่อนแอปวกเปียก
ลอยไปตามคลื่นมนุษย์
เจิ้งหรูเชียนและฟางเหิงจึงนึกถึงน้องชายร่างเล็กทั้งสอง รีบช่วย
พวกเขาออกมาจากฝูงชน
ด้านสวี่โม่
ไม่มีใครกล้าหายใจเสียงดังด้วยกลัวจะไปกระทบความเจ็บปวด
ของเขา
สวี่โม่ยังคงเข้มแข็ง ยิ้มน้อย ๆ และพยายามปลอบใจน้องชาย
น้องสาว
ห้าพี่น้องเดินกลับจากประตูสำนักสอบ
เพียงมาถึงทางเข้าเรือนในอำเภอ ก็เห็นกระดาษสีแดงและเศษ
ประทัดบนพื้น
“ผู้ใดมีงานมงคลหรือ” เจิ้งหรูเชียนพึมพำ
คนอื่น ๆ ไม่พูดอะไรก่อนเดินต่อไป จึงเห็นเจียงเซิงยืนอยู่หน้า
ประตูเรือน ท่าทางของนางคล้ายคนสับสน กำลังถือกระดาษสีแดง
แผ่นหนึ่ง
สวี่โม่ย่างเท้าหนัก
เจิ้งหรูเชียนและฟางเหิงทำหน้าไม่อยากเชื่อ
จ่างเยี่ยนกลับยิ้มเล็กน้อยเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง
“พี่ใหญ่ พี่รอง พี่สาม พี่สี่ พี่ห้า” เจียงเซิงเอ่ยเรียกพวกเขาทุก
คน “พวกท่านไปที่ใดมา”
สวรรค์รู้ดีว่านางหลับสบายเพียงใด ทันใดนั้นประตูก็ถูกเคาะ
เสียงดัง นางลุกขึ้นมาอย่างงัวเงีย เพียงถอดกลอนประตูก็มีคนหลาย
คนวิ่งเข้ามาแสดงความยินดีทั้งซ้ายขวา ตามมาด้วยเสียงประทัดดัง
ระงม จนทำให้เจียงเซิงตกใจยืนนิ่งอยู่กับที่
นี่มันเรื่องอะไรกัน หรือนางกำลังฝันว่าตนเองจะแต่งงาน
โชคดีที่ไม่นานพี่ชายทั้งหลายก็กลับมา เจียงเซิงวิ่งเข้าไปหา ยื่น
กระดาษสีแดงให้สวี่โม่ แล้วชี้ไปยังสองสามคนที่ยืนอยู่ตรงทางเข้า
เรือน “เป็นพวกเขา”
เจิ้งหรูเชียนสายตาว่องไว เขาล้วงเงินหนึ่งตำลึงออกมาและยื่นให้
พวกเขา
คนกลุ่มนั้นจึงพอใจและจากไป
สวี่โม่ค่อย ๆ คลี่กระดาษสีแดงออก บนนั้นเขียนอักษรหนักแน่น
ว่า ‘อันดับหนึ่งของอำเภอ’
ที่เรียกว่าอันดับหนึ่งก็คือที่หนึ่ง
เพราะมีความพิเศษพอสมควร จึงไม่จำเป็นต้องปรากฏชื่อบน
รายชื่อผู้สอบผ่าน แต่ผลสอบจะถูกส่งตรงมาถึงบ้าน
สวี่โม่ลอบถอนหายใจเบา ๆ เขาหลับตาลงและลืมขึ้นอีกครั้ง
กระทั่งมีน ้าตาเอ่อคลอเล็กน้อย
เขาไม่ได้ทำให้การสนับสนุนของน้องชายน้องสาวต้องสูญเปล่า
ไม่ได้ทำให้ความคาดหวังของบิดามารดาต้องผิดหวัง
เจิ้งหรูเชียนยืนอยู่ข้าง ๆ พลางยิ้มกว้างจนเห็นฟัน “ดีจริง ๆ เมื่อ
ได้อันดับหนึ่งของอำเภอแล้ว ตาเฒ่านั่นก็ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามอีก”
แม้ว่าการสอบระดับอำเภอจะเป็นเพียงก้าวแรกในการได้เป็นถง
เซิง และยังมีการสอบระดับมณฑล การสอบระดับเมือง และอื่น ๆ อีก
มากมาย แต่คุณค่าของการได้เป็นอันดับหนึ่งนั้นสูงมากจริง ๆ
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผู้ที่สอบผ่านเป็นซิ่วไฉอาจไม่เคยได้
อันดับหนึ่งของการสอบ แต่ผู้ที่ได้อันดับหนึ่งของการสอบระดับ
อำเภอหมายถึงการได้เป็นซิ่วไฉที่แน่นอนในอนาคต
หากมีโอกาสเพียงพอ การสอบผ่านเป็นจวี่เหริน และเข้ารับ
ราชการก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
เพียงหลังวันที่สวี่โม่ได้ตำแหน่งอันดับหนึ่งของการสอบ มี
อาจารย์หลายท่านเข้ามาถามไถ่เขาในสำนึกศึกษา
“เด็กดี ปกติข้าก็รู้สึกว่าเจ้าเก่งกาจ แต่ไม่คิดว่าจะเก่งกาจถึง
ขนาดนี้” อาจารย์หนุ่มที่เก็บเงินหน้าประตู และเป็นอาจารย์ที่สอนสวี่
โม่เอ่ยด้วยความดีใจ “เมื่อได้อันดับหนึ่งของการสอบ สำนักศึกษา
ของพวกเราก็ได้รับชื่อเสียงไปด้วย”
สวี่โม่โค้งศีรษะเล็กน้อย “ขอบคุณอาจารย์เฉียนที่เมตตาสั่ง
สอน”
คนที่เรียนเก่งมีไม่น้อย แต่คนที่เรียนเก่งและยังอ่อนน้อมถ่อมตน
ฉลาดหลักแหลมมีไม่มาก
อาจารย์เฉียนยิ่งมองสวี่โม่ด้วยสายตาชื่นชม แต่กลับย ้าเตือนว่า
“ถึงแม้เจ้าจะได้อันดับหนึ่งของการสอบ แต่อย่าได้หยิ่งผยองเกินไป นี่
ยังเป็นเพียงการสอบระดับอำเภอเท่านั้น วันหน้ายังต้องผ่านด่านอีก
มากมาย”
“ข้ามาหาเจ้าในครั้งนี้ก็เพื่อจะพูดเรื่องการสอบระดับเมืองในช่วง
เดือนสี่ ด้วยความรู้ของอันดับหนึ่งของการสอบระดับอำเภออย่างเจ้า
น่าจะผ่านไปได้ แต่ถ้าศึกษาต่ออีกสองปี การคว้าตำแหน่งอันดับหนึ่ง
ของการสอบระดับเมืองมาครองได้ในครั้งเดียว จะเป็นประโยชน์ต่อ
เจ้ามากกว่า”
เห็นได้ชัดว่าสำนักศึกษาใส่ใจเขามาก ช่วยจัดการให้อย่าง
สมเหตุสมผล
แต่สวี่โม่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้า
เขาต้องการเป็นจวี่เหริน จะได้อันดับหนึ่งหรือไม่ก็ไม่สำคัญ
เขาต้องการอยู่ในที่ว่าการโดยไม่ต้องคุกเข่า ต้องการไม่ให้
นายอำเภอเซี่ยหยางเล่นงานกับเขาได้ ต้องการปกป้องน้องชาย
น้องสาว
ไม่ใช่เพียงการสอบระดับเมืองในเดือนสี่ การสอบระดับมณฑล
ในอีดเดือนแปดเขาก็จะเข้าร่วมด้วย
นี่คือความปรารถนาที่อยากเข้มแข็งขึ้นของสวี่โม่
อาจารย์เฉียนพอจะเข้าใจเขาได้บ้าง ไม่นานมานี้ในที่สุดเรื่อง
วุ่นวายของสำนักสอบก็เป็นที่กล่าวถึง แต่เขายังคงเสียใจแทนต้นกล้า
ที่ดีเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าเด็กหนุ่มสามารถผ่านด่านการสอบและเดิน
ตามเส้นทางอันรุ่งโรจน์ที่มากกว่านี้ได้
เขาพยายามตักเตือน “ความจริงแล้วเจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลให้
มากนัก สำนักศึกษาจะปกป้องคนของเราเป็นอย่างดี โดยเฉพาะคนที่
ยอดเยี่ยมอย่างเจ้า”
คำพูดนี้ราวกับต้องการสื่อว่าสวี่โม่ไม่ต้องหวาดกลัวอำนาจของ
นายอำเภอเซี่ยหยางอีกต่อไป
“แล้วสำนักศึกษาจะปกป้องน้องชายน้องสาวของข้าด้วยหรือไม่”
สวี่โม่เงยหน้าขึ้น
อาจารย์เฉียนเงียบไปชั่วขณะ
สวี่โม่เข้าใจแล้ว มันเป็นเพียงการปกป้องแค่ตัวเขาเอง ไม่ปกป้อง
น้องชายน้องสาวไแด้วย
เช่นนั้นจะยังมีประโยชน์อะไรเล่า
เขาสวี่โม่ ไม่ใช่คนเลวที่จะทอดทิ้งครอบครัวเพื่ออนาคตที่สดใส
“อาจารย์ไม่จำเป็นต้องตักเตือน อนาคตของข้า ข้าจะรับผิดชอบ
เอง” สวี่โม่หลุบตาลง “น้อง ๆ ของข้า ข้าก็จะปกป้องด้วยตัวเอง”
อาจารย์เฉียนถอนหายใจก่อนมองเขา “ดี เช่นนั้นเจ้าก็จงเตรียม
ตัวเพื่อการสอบระดับเมืองในเดือนสี่นี้เถอะ”
“สำนักศึกษาเองก็จะพยายามช่วยเหลือเจ้าเท่าที่จะทำได้”
ประโยคนี้เขาพูดเสียงเบาลง
ตอนแรกสวี่โม่คิดว่าเป็นเพราะสำนักศึกษาเห็นแก่ความสามารถ
คน
กระทั่งวันรุ่งขึ้น สำนักศึกษาอันดับหนึ่งของอำเภอ ซึ่งเป็นสำนัก
ศึกษาที่เจียงเซิงเคยสอบถาม และต้องละทิ้งเพราะค่าเล่าเรียนนั้นแพง
เกินไป ได้ส่งอาจารย์มาสองท่าน
ความหมายก็คือ พวกเขาเชื่อว่าสวี่โม่ไม่สามารถได้รับ
การศึกษาที่ดีกว่าจากสำนักศึกษานี้ และต้องการดึงตัวอันดับหนึ่ง
ของอำเภอไปให้ได้
ช่วงเวลานี้เองที่เหล่าพี่น้องของสวี่โม่ ได้ตระหนักถึงพลังการ
อ่าน
กล่าวอีกนัยหนึ่งไม่ว่าจะทำอาชีพใด หากทำได้ถึงขีดสุดและยอด
เยี่ยมที่สุด ก็จะกลายเป็นที่ชื่นชมและเป็นที่ต้องการแย่งตัว
คนที่สอบได้อันดับหนึ่งของอำเภอยังถูกสำนักศึกษาทั่วทั้งอำเภอ
ต้องการแย่งตัวไป
แล้วอำดับหนึ่งของเมืองและมณฑลเล่า
สวี่โม่ถอนหายใจยาว หนังสือในมือเขาร้อนผ่าวขึ้นมา ส่งผ่าน
ร่างกายและความคิดของเขา โบยบินไปสู่สวรรค์ทั้งเก้าชั้น
เมื่อความคิดกลับคืนสู่ร่าง ชั่วพริบตานั้นสวี่โม่ก้มหน้าลง ปฏิเสธ
คำเชิญทั้งหมดจากสำนักศึกษาต่าง ๆ
และเริ่มเตรียมตัวสำหรับการสอบระดับเมืองในเดือนสี่