พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 516 กองทัพกลับมาอย่างมีชัย
เป็นที่รู้กันดีว่าองค์รัชทายาทกำลังดูแลราชการแทนฮ่องเต้
การขึ้นครองราชย์ขององค์รัชทายาทเป็นเรื่องที่แน่นอนแล้ว
เมื่อจวนรัชทายาทเข้ารับงานราชการของราชวงศ์ต้าอวี๋อย่าง
เต็มตัว ตำแหน่งของจ่างเยี่ยนก็จะไม่มีใครสามารถสั่นคลอนได้อีก นี่
คือการรับประกันสูงสุดที่บรรพบุรุษวางไว้เพื่อปกป้องสิทธิ์ของรัช
ทายาทในการสืบทอดตำแหน่งของบุตรชายสายตรง
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมองค์ชายคนอื่นถึงรีบร้อนลงมือในวันที่มี
การแต่งตั้งรัชทายาท
ทั่วทั้งแผ่นดินต้าอวี๋ไม่มีใครกล้าล่วงเกินองค์รัชทายาท หลิวเอ้อ
โก่วก็ไม่กล้าเช่นกัน
ตอนแรกเขายังคิดจะดิ้นรน ตะโกนด่าว่าเจียงเซิงกล้าแอบอ้าง
เป็นพี่น้องกับองค์รัชทายาท แต่เมื่อเห็นป้ายหยกประจำตำแหน่งองค์
รัชทายาทก็หมดเรี่ยวแรงอ่อนระทวยไปทั้งร่าง
การหย่าดำเนินไปอย่างราบรื่น หญิงที่ชื่อต้าหมี่พาลูกสาวเข้ามา
อยู่ในบ้านหลังใหญ่ ส่วนร้านจิ่วเจินก็เริ่มเลือกทำเลและซื้อหน้าร้าน
อย่างคึกคัก
ด้วยมีประสบการณ์จากเมืองหลวงมาก่อน การทำตามจึงไม่
ยากเย็นอะไร
เพียงแต่เจียงเซิงต้องคอยรับมือกับเจียงซานและเจียงซื่อที่แสดง
ความสงสัยอยู่ตลอดเวลา “คุณหนู ป้ายหยกของท่านสวยมาก องค์
รัชทายาทมอบให้หรือ? เอาออกมาให้พวกเราดูหน่อยสิ? ให้สัมผัส
หน่อยก็ได้”
“ไป ๆ ๆ” นางยกมือขึ้นเท้าเอว “มันคือสิ่งของที่แสดงตัวตนของ
องค์รัชทายาท ทั่วหล้ามีเพียงชิ้นเดียว เมื่อชูป้ายหยกก็เสมือนองค์รัช
ทายาทเสด็จมาด้วยตัวเอง”
“มีแค่ชิ้นเดียวหรือ?” เจียงซื่อดูผิดหวังเล็กน้อย “องค์รัชทายาท
มอบสิ่งของให้ท่านไปแล้ว แล้วเขาจะเอาอะไรไปพิสูจน์ตัวตนล่ะ?”
คราวนี้เจียงเซิงไม่จำเป็นต้องตอบ
เจียงซานซึ่งอยู่ข้าง ๆ มองน้องชายที่ตามติดตนเองมาด้วย
สายตาที่เหมือนมองคนโง่
องค์รัชทายาทจำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยหรือ?
เวลาผ่านไปครึ่งเดือน การเตรียมการของร้านจิ่วเจินก็ใกล้จะ
เสร็จสมบูรณ์
ครั้งนี้เจียงเซิงใช้เงินไม่อั้น ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักสำหรับคนงาน
หรือร้านค้าทั้งสี่ด้านที่ร้านจิ่วเจินครอบครองล้วนซื้อขาดด้วยหนังสือ
ทางการทั้งหมด
หากถามถึงราคาก็ถือว่าเหมาะสมและถูกกว่าในเมืองหลวงมาก
ต้าหมี่เหมือนกับเหมียวเจาอิงในตอนแรก ขยันขันแข็งและ
จงรักภักดี
เมื่อนางได้ยินว่าโรงผลิตรับสตรีที่หย่าร้างและมีชีวิตที่ลำบาก
นางก็ร้องไห้ด้วยความดีใจพลางนึกถึงพี่น้องที่ประสบความทุกข์ยาก
เช่นเดียวกัน
ผู้ที่คิดจะหย่าก็ช่วยเหลือ ส่วนคนที่ไม่คิดเช่นนั้นก็ไม่บังคับ
เมื่อลงนามในสัญญาแล้วก็จะเข้ารับการฝึก ไม่นานก็สามารถ
ทำงานได้
วันที่ร้านจิ่วเจินเปิดกิจการ ชายหนุ่มแซ่สวีก็มาช่วยงานด้วย ต้า
ยาเหลือบมองเขาด้วยความขวยเขิน รีบหมุนตัวเดินเข้าบ้านไป
หนุ่มสาวที่ถึงวัยเหมาะสม จุดประกายความรักกันง่ายดายขนาด
นี้เลยหรือ?
เจียงเซิงมีสีหน้าสงสัยและครุ่นคิด
แต่ก่อนที่นางจะทันได้คิดอะไร เหมียวเจาอิงก็เดิน
กระมิดกระเมี้ยนเข้ามา เหมือนมีอะไรบางอย่างอยากจะพูดแต่ก็พูดไม่
ออก
“ท่านป้า ท่านก็กำลังจะแต่งงานหรือ?” เจียงเซิงอดนึกถึงต้ายา
ขึ้นมาไม่ได้
เหมียวเจาอิงได้สติกลับมา รีบถุยน ้าลายลงพื้นหลายครั้ง
“คุณหนูพูดอะไร ข้าจะกลายเป็นยายแก่อยู่แล้ว ยังจะมีเรื่องอัปมงคล
แบบนั้นได้อย่างไร”
“แล้วท่าน…” เจียงเซิงเกาหัว
“คุณหนู ข้าอยากจะถามว่า ผู้ดูแลร้านจิ่วเจินที่เมืองลั่วหยางแห่ง
นี้มีคนแล้วหรือยัง?” เหมียวเจาอิงถามอย่างเก้อเขิน “ท่านคิดข้าว่ามี
คุณสมบัติหรือไม่?”
ที่แท้ก็เป็นเรื่องนี้เอง
เจียงเซิงหัวเราะขึ้นมาทันที “ท่านป้าเหมียวเอ๋ยท่านป้าเหมียว ที่
ร้านจิ่วเจินข้าไม่ได้จ้างผู้ดูแลเลย หากท่านอยากจะอยู่ต่อก็ดีที่สุด แต่
หากท่านไม่อยากอยู่ ข้าก็ต้องส่งคนมาจากเมืองหลวงมาอยู่ดี”
เหมียวเจาอิงดีใจมาก “ข้าคิดว่าท่านจะกังวลว่าข้าเป็นสตรีจึงไม่
ไว้ใจเสียอีก”
“ท่านป้าพูดอะไร” เจียงเซิงพูดด้วยน ้าเสียงจริงจัง “ข้าก็เป็นสตรี
ป้าจางก็เป็นสตรี งานในโลกนี้บุรุษทำได้ สตรีก็ทำได้ ความสามารถ
ของป้า ข้าเห็นมากับตา หากมอบให้ป้าดูแลข้าก็วางใจ”
เมื่อดูร้านค้าเล็ก ๆ ก็มักจะเห็นสตรีคอยเก็บเงินและทำบัญชี แต่
ร้านอาหารและร้านค้าขนาดใหญ่มักจะมีบุรุษเป็นผู้ดูแล ราวกับว่า
การเป็นบุรุษเท่านั้นที่จะมีคุณสมบัติในการวางแผนและควบคุมทุก
อย่างได้
แต่หากให้โอกาสพวกนาง สตรีก็มีความสามารถที่จะค ้าจุนได้
ท้ายที่สุดสิ่งที่ขาดไปก็คือโอกาส
เจียงเซิงไม่ได้อยู่ที่เมืองลั่วหยางนานนัก หลังจากร้านจิ่วเจินเปิด
อย่างเป็นทางการแล้ว นางก็พาเจียงซานกับเจียงซื่อกลับเมืองหลวง
ก่อนจากไป ต้ายาส่งพวกนางด้วยความอาลัยอาวรณ์
เจียงเซิงทำท่าขึงขัง “พี่สาวต้ายา ท่านต้องเลือกคู่ครองให้ดี ๆ
หากว่าเจ้าหนุ่มแซ่สวีคนนั้นรังแก แค่บอกข้าสักคำ พวกท่านป้าท่าน
น้าที่ร้านจิ่วเจินของพวกเราแค่ถ่มน ้าลายใส่ ก็สามารถทำให้เขา
จมน ้าตายได้แล้ว”
ชายหนุ่มที่อยู่ไกลออกไปสะดุ้งเฮือก
ต้ายาพยักหน้า น ้าตาคลอ “ข้าจะจำเอาไว้ คุณหนูต้องดูแล
ตัวเองด้วย”
ล้อรถม้าหมุนกลิ้งไป จากลั่วหยางไปยังเมืองหลวง ตอนมามีห้า
คน ตอนกลับเหลือสามคน
เจียงเซิงไม่มีเวลามาเศร้าใจ ขณะที่เอนตัวมองทิวทัศน์จาก
หน้าต่างบานเล็ก ๆ ก็ได้ยินผู้คนพูดคุยกันว่า “กองทัพกำลังจะ
กลับมาจริง ๆ หรือ? ได้รับชัยชนะแล้วจริงหรือ?”
“จะเป็นเรื่องโกหกได้อย่างไร ชนเผ่าต๋าลู่หนึ่งแสนคนถูกกวาด
ล้าง แม่ทัพหลายคนได้ทำความดีสร้างความชอบมากมายแล้ว”
“แล้วจะมาถึงเมื่อไหร่เล่า?”
“คาดว่าภายในสองสามวันนี้”
รถม้าเคลื่อนออกไป เสียงพูดคุยก็ค่อย ๆ เงียบหายไป
เจียงเซิงชะโงกหัวออกมา นิ่งค้างอยู่กับที่ ผ่านไปครู่ใหญ่จึงโห่
ร้องด้วยความดีใจ “พี่สามกลับมาแล้ว ท่านพ่อกลับมาแล้ว ข้าจะกลับ
บ้าน รีบกลับบ้านกันเถอะ!!”
“เช่นนั้นคุณหนู พวกเราจะกลับเรือนเล็กก่อน หรือจะกลับ
ตระกูลเจียงดีขอรับ?” เจียงซื่อถามอย่างงง ๆ
เจียงเซิงชะงักอีกครั้ง ดวงตากลมโตกลอกไปมา ในสมองราวกับ
มีพายุหมุน
ด้านหนึ่งคือท่านพ่อ อีกด้านหนึ่งคือพี่ชาย
เจียงซานถอนหายใจเบา ๆ เหลือบมองน้องชายที่ไร้เดียงสา แล้ว
ก็เคลิบเคลิ้มไปกับความฉลาดหลักแหลมของตัวเอง
“ดูจากเส้นทาง… ผ่านที่ไหนก่อนก็กลับไปที่นั่นก่อน” เจียงเซิง
อ ้าอึ้งอยู่นาน ในที่สุดก็ให้คำตอบ
เมืองลั่วหยางอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองหลวง ดู
จากแผนที่แล้ว การเดินทางเข้าประตูทิศตะวันออกเหมาะสมกว่า แต่
ถนนหลวงที่สร้างนั้นคดเคี้ยวและเป็นเส้นทางเข้าประตูทิศเหนือ
เรือนเล็กตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ส่วนจวนตระกูลเจียง
ตั้งตระหง่านอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
ดูเหมือนว่าในใจของเด็กสาว พี่ชายที่เติบโตมาด้วยกันนั้น
สำคัญกว่าบิดาเล็กน้อย
แค่ปลายนิ้วก้อย แต่เล็กน้อยเท่านั้น
รถม้าเร่งความเร็ว แล่นไปตามถนนหลวง จนในที่สุดก็มาถึงเรือน
เล็ก
เจียงเซิงยังไม่ทันได้ดีใจก็ได้รับแจ้งว่าฟางเหิงยังไม่มาถึง
นางซึมเซา จึงรีบมุ่งหน้าไปยังตระกูลเจียง แต่ก็ไม่พบเจียงจี้จู่ผู้
สง่างาม
มีเพียงท่านย่าที่แก่ชรานั่งอยู่บนเก้าอี้โยก ยิ้มให้นางพลางกล่าว
“เด็กโง่ คราวที่แล้วพ่อของเจ้ารีบร้อนอยากพบเจ้า ถึงได้ควบม้าเร่ง
รีบมาตลอดทั้งคืนเลยมาถึงก่อนกองทัพหลายวัน”
“อย่าร้อนใจ อย่ากังวล อีกไม่นานก็กลับมาแล้ว”
“แล้วก็อย่าเสียใจ…”
“เสียใจหรือ? ข้าไม่ได้เสียใจเสียหน่อย” เจียงเซิงเข้าใจผิด จึงรีบ
อธิบายว่า “ท่านย่าวางใจได้ ข้าไม่ได้เสียใจที่ท่านพ่อกลับมาไม่ทัน
อย่างมากก็แค่รู้สึกผิดหวังนิดหน่อย ข้าจะรอท่านพ่อกลับมาเอง”
“เด็กดีของย่า” ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงหัวเราะเบา ๆ ดวงตาเริ่มมีน ้าตา
คลอ “เช่นนั้นพวกเราก็รอพ่อเจ้ากลับมาด้วยกันเถอะ”
สองย่าหลานนั่งเอนพิงกัน พูดคุยเรื่องในครอบครัวกันเล็กน้อย
พวกพี่ชายกำลังยุ่ง เจียงเซิงก็ไม่ได้คิดจะกลับบ้าน
แต่กองทัพที่ยังไม่กลับมา ทำให้นางใจลอยอยู่บ่อยครั้ง
ถานเยี่ยรู้แก่ใจดี จึงส่งเหอรุ่ยออกไปสืบข่าว ใในที่สุดก็ได้รับข่าว
นางก็รีบมาแจ้งด้วยความยินดี “ฮูหยินผู้เฒ่า คุณหนู ท่านแม่ทัพกลับ
มาแล้ว กองทัพกลับมาแล้วเจ้าค่ะ”
คนที่ไปสู้รบในสมรภูมิกลับมาหมดแล้ว