พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 518 ความแค้นของตระกูลฟาง
ในเสียงที่แหบพร่าและหยาบกระด้างนั้นเต็มไปด้วยความคิดถึง
และความเสียใจ
แต่ใครจะรู้ว่านี่เป็นความเสียใจจากใจจริง หรือเป็นความกลัว
หลังจากถูกทรมานมาแล้ว
ฟางเหิงยืนนิ่งเฉย จนกระทั่งเสียงร้องไห้ค่อยๆ จางลง จึงพูด
ออกมาอย่างไม่แยแสว่า “มองให้ชัด ข้าไม่ใช่เขา”
ฟางหวายเหรินรีบเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่ขุ่นมัวกลอกไปมา
เล็กน้อย และอาศัยแสงไฟที่ริบหรี่ ในที่สุดก็พบว่าคนที่อยู่ตรงหน้า
ไม่ใช่คนคุ้นเคย
คนผู้นั้น… ตายในสนามรบไปนานแล้ว
“ฮ่า ๆ ๆ พี่ใหญ่ของข้าตายแล้ว เขาตายแล้ว” ฟางหวายเหริน
หัวเราะลั่น “ข้าควรจะดีใจ แต่เขาคือพี่ชายแท้ๆ ของข้า เขาดีกับข้า
มาก ข้า…ไม่ควรทำร้ายเขา”
ตอนที่แม่ทัพฟางยังมีชีวิตอยู่ ตระกูลฟางก็ปรองดองกันเหมือน
ตระกูลเจียง
เมื่อมองดูแล้ว ก็เห็นว่าฟางหวายเหรินคงระลึกถึงความดีของ
พี่ชาย และอดทนมาตลอดกระทั่งพี่ชายจากไปแล้วจึงลงมือ
ฟางเหิงโกรธจนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้ จับลูกกรงและคำรามว่า
“แล้วท่านแม่ของข้าไม่ดีกับท่านหรือ!? นางเป็นพี่สะใภ้ใหญ่ที่ไม่ดีพอ
หรืออย่างไร? ท่านมีสิทธิ์อะไรมาทำร้ายนาง? มีสิทธิ์อะไรมารังแก
นาง!!!?”
ฟางหวายเหรินไม่พูดอะไร นอนราบอยู่บนกองหญ้าและร้องไห้
“ท่านตอบข้ามา บอกข้ามาว่าทำไม” ฟางเหิงพยายามระงับ
ความโกรธแค้น “ใครในตระกูลนี้ที่ไม่ดีกับท่านกันแน่? เพียงเพื่อสิ่งที่
เรียกว่าอำนาจหรือ? พ่อข้าออกไปต่อสู้ในสนามรบ ตระกูลฟางเกือบ
ทั้งหมดอยู่ในมือของท่าน ท่านยังไม่พอใจอะไรอีก?”
“เจ้าทำให้ท่านแม่ของข้าต้องตาย ไล่ล่าข้า แม้แต่ท่านย่าก็ถูก
ท่านทรมานจนตาย ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่? ตระกูลฟางผิดอะไรต่อ
ท่าน?”
พี่น้องทั้งห้าคนที่ยืนอยู่ห่างออกไปต่างรู้สึกตกใจและสับสน
พวกเขารู้เพียงความขัดแย้งผิวเผินของตระกูลฟาง แต่ไม่รู้ว่า
ภายในยังมีที่มาที่ไปมากมายขนาดนี้
พี่น้องตระกูลฟางแม้จะรักใคร่กันมาก แต่กลับแตกหักกันอย่าง
กะทันหัน ฟางหวายเหรินมีจิตใจโหดเหี้ยม แม้แต่มารดาผู้ให้กำเนิด
อย่างฮูหยินผู้เฒ่าฟางก็ไม่ละเว้น เรียกได้ว่าเป็นคนอกตัญญู
ไม่แปลกใจที่ตระกูลเฮ่อจะแตกหักกับตระกูลฟาง คาดว่าพวก
เขาคงสงสัยในสาเหตุการตายของฮูหยินผู้เฒ่า
“ท่านพูดมาสิ พูดมา!” ฟางเหิงถามซ ้าหลายครั้ง
แต่ฟางหวายเหรินกลับนอนทำเหมือนคนตาย เห็นได้ชัดว่า
ต้องการจะเอาความแค้นนี้ติดตัวไปจนถึงในโลงศพ
ตอนที่เขากำลังจะทนไม่ไหวและต้องการจะลงมือ เสียงอ่อนล้า
ของสตรีก็ดังมาจากคุกด้านหลัง “ข้าจะพูดเอง ตราบใดที่เจ้าบอกที่
อยู่จริงของหยวนเอ๋อร์ ข้าก็จะบอกเจ้าทุกอย่าง”
ฟางหวายเหรินลืมตาขึ้นทันที พลางชำเลืองมองด้วยสายตาเอ่ย
เตือน
สะใภ้จูกลับไม่สนใจ จ้องมองตรงไปที่ฟางเหิง จนกระทั่งเห็นเขา
ส่งสัญญาณตอบรับจึงพูดช้า ๆ ว่า “เพราะฟางหวายเหรินสงสัยว่า
ตนเองไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ทั้งที่สองพี่น้องเติบโตมาด้วยกัน แต่ฮูหยินผู้เฒ่า
ก็ยังเข้าข้างบ้านใหญ่เสมอ กระทั่งยังเอ็นดูเจ้ามากกว่าหยวนเอ๋อร์
เสียอีก”
ความรักในครอบครัวเป็นเช่นนี้ ไม่ได้กังวลว่าจะมีน้อย แต่กังวล
ว่าจะไม่เท่าเทียม
แม้จะเป็นพี่น้องกันแท้ ๆ แต่มารดากลับรักใคร่พี่ชายมากกว่า
เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า ใครเล่าจะไม่รู้สึกขุ่นเคืองใจ ฟางหวายเหริน
อยากจะระบายอารมณ์หลายครั้ง แต่ด้วยนิสัยตรงไปตรงมาและ
เปิดเผยของแม่ทัพฟาง ทำให้เขาไม่อาจทำได้ลง
กระทั่งข่าวการตายของแม่ทัพฟางในสนามรบมาถึง ภายในใจ
ของฟางหวายเหรินก็มีทั้งความเศร้าและความยินดี
เขาเศร้าใจกับการจากไปของพี่ชาย แต่ก็ยินดีที่ในบ้านเหลือ
เพียงเขาคนเดียว คิดว่ามารดาคงไม่ลำเอียงอีกต่อไป
แต่เมื่อฟางหวายเหรินต้องการจะเข้าไปปลอบโยนมารดาที่กำลัง
เสียใจ กลับได้รับแต่คำดุด่าและตำหนิอย่างรุนแรง เขาจึงตระหนักได้
ว่ามารดาไม่มีทางลำเอียงเข้าข้างเขา และเขาก็ไม่มีทางจะเหนือกว่า
พี่ชายได้
ความเศร้า ความเจ็บปวด และความแค้นเคืองถาโถมเข้ามา
พร้อมกัน
เขากักขังมารดาไว้ สังหารพี่สะใภ้ใหญ่ ไล่ล่าฟางเหิง พร้อมทั้ง
ใช้เรื่องนี้มาทรมานจิตใจมารดาจนเป็นเหตุให้ฮูหยินผู้เฒ่าฟางต้อง
สิ้นใจในที่สุด
สะใภ้จูเอ่ยเสียงเรียบ “หลายปีมานี้เขาก็ไม่ได้อยู่ดีมีสุข ฝันเห็น
บิดาของเจ้าตวาดด่าเขา ไม่ยอมเป็นพี่น้องกับเขาอีก ถึงจะเป็นผู้นำ
ตระกูลฟางแล้วอย่างไร เขาทำร้ายพี่สะใภ้กับเจ้า ทั้งยังทำร้ายหยวน
เอ๋อร์ลูกข้า ย่อมสมควรแล้วที่ได้รับผลกรรม”
“จูซื่อ เจ้าหุบปาก หุบปากเดี๋ยวนี้!” ฟางหวายเหรินพยายามเอ่ย
แทรกหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้ผล
ตอนนี้ทุกคนต่างรู้ว่าเขาเป็นเพียงคนน่าสงสารที่วอนขอความรัก
จากมารดาไม่ได้
“หุบปากซะ…!” ฟางหวายเหรินคลุ้มคลั่ง “เป็นพวกเขาที่ลำเอียง
ก่อน เป็นพวกเขาที่ทำร้ายข้าก่อน สิ่งที่พวกเขาต้องได้รับ นี่คือเวร
กรรม นี่คือเวรกรรม”
“ทำไมต้องลำเอียง ทำไมไม่รักข้า ทำไมแม้แต่คนรุ่นหลังก็ต้อง
ลำเอียง ทำไมกัน”
เสียงร้องไห้ของชายคนนั้นดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เต็มไปด้วย
ความเศร้าและความคับแค้นใจ
คนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขาคือพี่ชาย แต่เขาก็ทำร้ายภรรยา
ที่เป็นที่รักของพี่ชาย และทำร้ายลูกชายคนเดียวของพี่ชายด้วย
ฟางเหิงพลันไม่รู้ว่าควรจะประเมินสถานการณ์อย่างไร ยิ่งไม่รู้ว่า
ควรจะตอบสนองอย่างไร
จนกระทั่งเสียงทรงพลังของหญิงชราดังมาจากทางเข้า”เพราะว่า
เจ้าไม่ได้เกิดมาจากท้องของเฮ่อซื่อตั้งแต่แรก”
ทุกคนต่างหันขวับไปมองพร้อมกัน เจียงเซิงถึงกับอุทานด้วย
ความประหลาดใจ “ท่านย่า?”
เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ดังเข้ามาใกล้ เงาสูงสง่าของฮูหยินผู้เฒ่าเจียง
สะท้อนกับแสงเทียนทอดยาวบนผนัง
นางมีสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง น ้าเสียงเย็นชาและดูแคลน “ข้ากับเฮ่
อซื่อเป็นสหายสนิทกัน ตอนนั้นข้าเคยเตือนนางแล้วว่าลูกอนุคือลูก
อนุ ลูกแท้ ๆ คือลูกแท้ ๆ อย่าเอามาเลี้ยงปะปนกัน”
“แต่นางไม่ฟัง ยืนกรานจะเลี้ยงลูกอนุให้เหมือนลูกแท้ แต่ความ
ผูกพันทางสายเลือดต่อให้อยู่ด้วยกันนานเพียงใดก็ไม่อาจทดแทนได้
นางเองก็ไม่ใช่เทพเซียน ย่อมต้องลำเอียงเข้าข้างลูกแท้ ๆ ของตัวเอง
บ้างเป็นธรรมดา”
“หากลูกอนุรู้สถานะของตนเอง ความเมตตาของเจ้าจะไม่ถูก
มองข้าม และเขาจะยังสำนึกในบุญคุณ”
“หากลูกอนุไม่รู้ตัวตนของตนเอง แค่นางลำเอียงเล็กน้อยก็จะ
เกิดความแค้น ไม่เพียงสร้างความเดือดร้อนให้ลูกแท้ ๆ แต่ยังทำร้าย
ตัวเองอีกต่างหาก”
“เฮ่อซิน เจ้าช่างโง่เขลาเสียจริง!”
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงใช้ไม้เท้ากระทุ้งลงพื้นอย่างแรง “เจ้าดูสิ เลี้ยง
ลูกออกมาเป็นหมาป่าอกตัญญู แถมยังทำให้ลูกสะใภ้กับหลานชาย
ต้องเดือดร้อน เจ้าเสียใจหรือไม่”
ทั่วทั้งห้องขังเงียบกริบ ไร้ผู้ใดตอบรับ
พี่น้องเจียงเซิงต่างตกตะลึง ฟางหวายเหรินไม่กล้าเชื่อสายตา
ส่วนสะใภ้จูได้แต่ยิ้มเยาะอย่างเย็นชา
“ข้ารู้ว่าเจ้าจะไม่เชื่อง่าย ๆ” ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงเหลือบมอง “ข้า
เป็นเพียงสหายที่ไม่น่าเชื่อถือ แต่คำพูดของคนตระกูลเฮ่อย่อม
เชื่อถือได้”
นางหลีกไปด้านข้าง เผยให้เห็นผู้นำตระกูลเฮ่อที่มีสีหน้าเคร่ง
ขรึม
ฮูหยินผู้เฒ่าฟาง เฮ่อซิน คือป้าแท้ ๆ ของผู้นำตระกูลเฮ่อ
“ในปีนั้น ท่านป้าให้กำเนิดบุตรชายเพียงคนเดียวจริง ๆ” เขาเอ่ย
เสียงหนักแน่น “เจ้าเป็นลูกที่เกิดจากสาวใช้ที่ติดตามมาจากตระกูล
เฮ่อ แม่ของเจ้าตายจากอาการตกเลือด ท่านป้าเห็นแก่ความสัมพันธ์
นายบ่าว จึงรับเจ้ามาเลี้ยงดูเยี่ยงลูกแท้ ๆ”
ใครจะรู้ว่าต่อมาเขาจะสร้างความชั่วร้ายมากมาย ทำร้ายผู้คน
มากมาย
“ตอนที่ท่านป้ายังมีชีวิตอยู่คงจะรู้สึกเสียใจถึงได้ส่งข่าวมาให้
ตระกูลเฮ่อ หวังจะเปิดเผยความจริง” ผู้นำตระกูลเฮ่อพูดด้วยน ้าเสียง
สั่นเครือ “แต่ตระกูลเฮ่อเพิ่งได้รับข่าว ท่านป้าก็จากไปเสียแล้ว”
ช่างน่าขันอะไรเช่นนี้
สิ่งที่เจ้าคิดว่าเป็นความลำเอียง แท้จริงแล้วกลับเป็นความใจดี
ของผู้อื่น
สิ่งที่เจ้าคิดว่าเป็นความแค้นเคือง ล้วนเป็นเพียงเรื่องเหลวไหลไร้
สาระ
ฟางหวายเหรินเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง แต่ก็ร้องออกมาไม่ได้ ทำได้
เพียงส่งเสียง “เหอะ ๆ” เท่านั้น
ทุกคนจะต้องชดใช้ให้กับความผิดพลาดของตนเอง ไม่ว่าจะเป็น
คนธรรมดาหรือผู้มีอำนาจก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
ฟางเหิงหันหลังกลับอย่างจริงจัง ประสานมือคำนับขอบคุณฮู
หยินผู้เฒ่าเจียงและผู้นำตระกูลเฮ่อ ก่อนจะยืนตัวตรง ความยึดติด
ทั้งหมดสลายหายไป
“พี่สาม พวกเราไปกันเถอะ” เจียงเซิงวิ่งมาหา “ในคุกมืดมาก ไม่
มีแสงอาทิตย์ที่ข้าชอบ”
“อืม” ฟางเหิงยิ้มบาง