พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 522 ตอนพิเศษ สุภาพบุรุษผู้อ่อนน้อม 1
ไข่มุกตะวันออก หรือที่รู้จักกันในนามไข่มุกจากภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ
มีข่าวลือว่าที่ถนนเป่าเจียในเขตอวี๋หังมีสินค้าใหม่เข้ามา เป็น
ไข่มุกเม็ดใหญ่กลมงาม เปล่งประกายวาววับ นับเป็นของชั้นดีที่หาดู
ได้ยาก
เจิ้งหรูเชียนรีบวางมือจากงานที่กำลังทำอยู่ แล้วรีบร้อนมุ่งหน้า
ไปที่นั่นทันที
“คุณชายช้าก่อน ช้าก่อนเถอะ” วังเสี่ยวซงรีบวิ่งตามหลังมา
อย่างกระหืดกระหอบ “อย่าลืมสิว่าตอนนี้ท่านมีสถานะเป็นใคร”
“สถานะอะไร?”
“สถานะอะไรกัน?”
เจิ้งหรูเชียนก้มหน้ามองเสื้อคลุมผ้าไหมอันหรูหราบนร่างของตน
นึกขึ้นได้ว่าตนเองอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างน้องชายคนที่ห้า เลื่อน
ตำแหน่งจากพ่อค้าหลวงที่ดูแลเฉพาะลิ้นจี่ขึ้นมาเป็นพ่อค้าหลวงที่
ได้รับการแต่งตั้งเต็มตัวแล้ว
ตอนนี้เขาไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวแทนของตัวเอง แต่ยังเป็นหน้า
เป็นตาของราชสำนักด้วย
เจิ้งหรูเชียนกระแอมสองทีก่อนจะหยุดฝีเท้า โบกสะบัดพัดเดินไป
อย่างสง่างาม ไม่สนใจสายตาประหลาดใจของผู้คนที่อยู่สองข้างทาง
ถนนเป่าเจีย ชื่อก็บอกอยู่ ที่นี่เต็มไปด้วยของมีค่า
ต้นถนนมีดาบทองสำริดจากราชวงศ์ก่อน ท้ายถนนมีกระโถน
ของฮองเฮาราชวงศ์ก่อนหน้านั้นอีก แต่หากพูดถึงสิ่งที่ดึงดูดผู้คน
ที่สุด คงต้องเป็นไข่มุกตะวันออกที่หาดูได้ยากยิ่ง
ย้อนกลับไปในช่วงหลายราชวงศ์ก่อนหน้านี้ ไข่มุกตะวันออกยัง
ไม่ได้หายากถึงเพียงนั้น แต่หลังจากผ่านการงมหามาอย่างหนัก
หลายร้อยปี ปริมาณจึงเริ่มลดน้อยลง ไข่มุกคุณภาพสูงที่มีความมัน
วาวนุ่มนวลนั้น ไม่ได้ปรากฏให้เห็นมาหลายปีแล้ว
น่าเสียดายที่ตอนเด็กเขารับปากน้องสาวไว้โดยความไม่รู้ บัดนี้
เพื่อรักษาสัญญา พี่ชายคนรองจึงต้องเดินทางไกลพันลี้!
เจิ้งหรูเชียนพับพัดในมือแล้วกล่าวว่า “เฮ้อ ไข่มุกตะวันออกนะ
ไข่มุกตะวันออก ตอนนี้เจ้าช่างหายากเหลือเกิน อนาคตคงไม่
กลายเป็นของหวงห้ามสำหรับราชวงศ์กระมัง ข้าต้องซื้อเก็บไว้ให้
มาก ๆ เก็บไว้ให้ลูกหลานในภายภาคหน้า ให้เป็นสมบัติประจำ
ตระกูลไปเลย”
เขารีบเร่งมุดไปที่หน้าแผงขายของราวกับเจอสมบัติล ้าค่า
วังเสี่ยวซงเบ้ปาก “ท่านก็พูดเองนี่ว่าหากไข่มุกตะวันออก
กลายเป็นของหลวง คนทั่วไปจะถูกประหาร”
หน็อยแน่!
เจิ้งหรูเชียนพับแขนเสื้อขึ้น “เจ้าไม่รู้อะไรเสียเลย คนอื่นใช้ไม่ได้
แต่ข้าใช้ไม่ได้หรือ? พวกเรามีเส้นมีสายนะ เป็นเส้นสายที่แน่นปึ้ก
เชียวล่ะ!”
ใบหน้าเหลี่ยมของเขาเต็มไปด้วยความหยั่งทะนง ดวงตากลมโต
และคิ้วหนาซ่อนแววตื่นเต้น เมื่อเบียดเข้าไปถึงหน้าแผงขายของได้
ยังไม่ทันจะแสดงท่าทางห้าวหาญก็ได้ยินเสียงคนขายพูดเสียงเรียบ ๆ
ว่า “ขายหมดแล้ว”
ขาย… ขายหมดแล้ว?
เจิ้งหรูเชียนไม่อยากจะเชื่อ ตะโกนเสียงดัง “ข้าเดินทางมาจาก
เขตอันสุ่ยที่ไกลแสนไกลนะ เหตุใดถึงขายหมดแล้ว? ยังมีเหลืออยู่
บ้างหรือไม่ แม้แต่เม็ดเดียวก็ยังดี?”
เจ้าของร้านไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง “ไข่มุกชั้นดีมีจำนวน
น้อย รวมทั้งหมดก็มีแค่ห้าเม็ด สองเม็ดสุดท้ายเพิ่งมีคนมาซื้อไป”
โลกใบนี้ช่างประหลาดนัก
เมื่อเจ้ายากจน เจ้าจะรู้สึกว่าผู้คนรอบข้างล้วนยากจน กินไม่อิ่ม
ท้อง สวมใส่เสื้อผ้าป่าน ดิ้นรนเอาชีวิตรอดอยู่ในผืนแผ่นดินนี้
แต่เมื่อเจ้ามีเงิน เจ้าถึงได้พบว่าคนรวยนั้นก็มีมากมายอีก คนที่
ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายมีอยู่ทั่วไป สิ่งที่คิดว่าหายากและล ้าค่ามักถูกซื้อไปใน
ชั่วพริบตา
เจิ้งหรูเชียนรู้สึกผิดหวังมาก แต่เพราะความไม่ยอมแพ้ทำให้เขา
ต้องถามต่อ “เถ้าแก่ คนที่ซื้อไข่มุกตะวันออกไปอยู่ที่ไหน? เดินไป
ไกลแล้วหรือยัง?”
หากยอมเพิ่มราคาให้ บางทีเขาอาจจะซื้อกลับมาได้
แม้โอกาสจะน้อยนิดก็ไม่อาจยอมแพ้ได้ง่าย ๆ
เถ้าแก่เงยหน้าขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ ชี้ไปยังชายวัย
กลางคนที่ยังไม่ได้เดินไปไกลนัก “นั่นไง”
คนผู้นั้นนี่เองที่ซื้อไข่มุกตะวันออกไป
ดวงตาทั้งสองของเจิ้งหรูเชียนเป็นประกายสดใส เปลี่ยนกลับมา
เป็นพ่อค้าผู้เฉลียวฉลาด ในใจคิดกลยุทธ์มากมายนับไม่ถ้วน ทั้งการ
วิงวอน การอ้อนวอน และแม้กระทั่งเรื่องราวที่จะทำให้ผู้อื่นนึกสงสาร
แต่เมื่อเขาก้าวเข้าไปข้างหน้า ประสานมือและเอ่ยคำว่า “พี่ชาย”
คำพูดที่เหลือทั้งหมดก็ติดอยู่ในลำคอหลังชายวัยกลางคนคนนั้นหัน
หลังกลับมา
วังเสี่ยวซงในฐานะผู้ติดตามเบิกตากว้างทันที มองซ้ายมองขวา
อย่างไม่อยากจะเชื่อ สุดท้ายก็เอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกลึกซึ้ง
“เหมือนกันเหลือเกิน…”
คิ้วที่หนา ตาที่โต เหมือนกันไม่มีผิด ใบหน้าเหลี่ยมปากกว้างก็
เหมือนกันราวกับแกะ โครงร่างสูงใหญ่กว่าคนทั่วไป ตอนหนุ่ม ๆ คง
ยังดูล ่าสันแข็งแรง แต่หากกินมากไปสักหน่อยก็จะดูอ้วนได้ง่าย
เจิ้งหรูเชียนในวัยสิบแปดปีดูสง่างามเปี่ยมพละกำลัง ส่วนชายวัย
กลางคนที่อยู่ตรงหน้านั้นดูอิ่มเอิบ พุงที่ยื่นออกมาราวกับเป็น
จุดเชื่อมระหว่างอดีตและอนาคต
หากจะบอกว่าทั้งสองคนไม่มีความเกี่ยวข้องกันก็คงไม่มีใครเชื่อ
นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว ยังคล้ายมีแรงดึงดูดบางอย่างที่
อธิบายไม่ได้ไหลเวียนอยู่ในสายเลือด ราวกับมีมือสองข้างที่ไม่เคย
สัมผัสกำลังพยายามเอื้อมคว้าหากัน
“เจ้า… เจ้าเป็นใครกัน? มาจากที่ไหน?” ชายวัยกลางคนเป็นฝ่าย
ได้สติก่อน เขาถามสายตาตื่นตะลึง
แต่เจิ้งหรูเชียนกลับรีบหันหลังเดินหนีไปทันที
“คุณชาย คุณชาย” วังเสี่ยวซงรีบวิ่งตามไปอย่างกระตือรือร้น
“ทำไมท่านถึงเดินจากไปเช่นนี้เล่า”
เจิ้งหรูเชียนขมวดคิ้วหนาเข้าหากัน นึกถึงตอนที่เหล่าพี่น้อง
พูดคุยเรื่องบิดามารดาที่เรือนเล็กในเมืองหลวง เขาพูดเยาะหยัน
ตัวเองว่า “ข้าไม่มีบิดา ไม่เคยพบหน้าบิดามาก่อน ต่อให้เคยก็คงจำ
กันไม่ได้”
“มันอาจจะยังไม่แน่” จ่างเยี่ยนพูดแทรก “หน้าตาของพี่รองมี
ความโดดเด่นในต้าอวี๋ หากได้รับสืบทอดมาจากบิดา แค่เหลือบมอง
ก็น่าจะจำได้แล้ว”
คำพูดนั้นกลายเป็นคำทำนายที่เป็นจริง
บนท้องถนนในเขตอวี๋หัง เขาได้พบกับคนผู้นั้นจริง ๆ
หลังจากที่เขาสามารถพึ่งพาตนเองได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องได้รับ
การปกป้องจากพ่อแม่อีกต่อไปแล้ว
เจิ้งหรูเชียนแสดงสีหน้าเย็นชา “ทำไมจะไม่รีบไปเล่า รีบไปเร็ว ๆ
เลย ถ้าไปช้าระวังจะมีปัญหาตามมา”
“แต่ว่า พวกเราจะทิ้งไข่มุกตะวันออกไปหรือ” วังเสี่ยวซงเกาหัว
ชายหนุ่มที่กำลังเร่งฝีเท้าหยุดกึก สายลมพัดมาจากด้านหลัง พา
ให้แขนเสื้อและชายเสื้อคลุมปลิวไสวไปด้านหน้า
ใช่แล้ว ไข่มุกตะวันออก
มันคือคำสัญญาที่เขาให้ไว้กับน้องสาว เป็นสมบัติล ้าค่าที่เขา
ใฝ่ฝันมาตั้งแต่เยาว์วัย ทำไมจะไม่เอาล่ะ
เขาเพียงต้องการไข่มุกตะวันออกเท่านั้นเอง
เจิ้งหรูเชียนพึมพำในใจ ค่อย ๆ หมุนตัวกลับ สบตากับชายวัย
กลางคนที่กำลังหอบหายใจ
“ไข่มุกตะวันออกนั่นท่านขายหรือไม่?” เขาถามเย็นชา “ข้าให้
ราคาสองเท่า”
“ขายให้ได้” ชายวัยกลางคนตอบ “แต่ข้ามีคำถามบางอย่าง”
ดังนั้น เจิ้งหรูเชียนจึงเดินทางจากถนนเป่าเจียมานั่งอยู่ในห้อง
โถงของเรือนตระกูลเหริน ตระกูลของผู้สูงศักดิ์แห่งเขตอวี๋หัง
ทุกเมืองมักมีตระกูลใหญ่ที่เติบโตจนกลายเป็นผู้มีอิทธิพลใน
ท้องถิ่น ตระกูลเหรินก็ไม่ต้องสงสัยว่าเป็นตระกูลใหญ่อันดับหนึ่งของ
เขตอวี๋หัง มีสถานะเทียบเท่ากับตระกูลหวังในเขตอันสุ่ย
ชายวัยกลางคนตรงหน้าคือนายท่านเหริน เคยดำรงตำแหน่ง
ผู้ว่าการเขตอวี๋หัง บุตรชายคนโตของเขาได้เดินทางไปเมืองหลวง
เพื่อทำการสอบระดับแคว้น นับเป็นตระกูลบัณฑิตที่มั่นคงเสียยิ่งกว่า
ตระกูลหวัง
เวลานี้เขากำลังพินิจพิเคราะห์เจิ้งหรูเชียน ในแววตามีทั้งความ
ตื่นตะลึง การประเมิน และการหยั่งเชิง “แซ่อะไร ชื่ออะไร บ้านเจ้าอยู่
ที่ไหน ที่บ้านมีญาติพี่น้องอีกหรือไม่”
“ข้าตัวคนเดียว” เจิ้งหรูเชียนก้มหน้ามองพื้น “ไข่มุกตะวันออก
ขายเท่าไหร่?”
“เจ้ามาจากที่ไหนกัน? ทำไมข้าถึงไม่เคยเห็นเจ้าในเขตอวี๋หังมา
ก่อน?” นายท่านเหรินถามต่อ
“เขตอันสุ่ย” เจิ้งหรูเชียนเริ่มรู้สึกรำคาญใจ “ตกลงจะขายไข่มุก
ตะวันออกหรือไม่?”
นายท่านเหรินจมอยู่ในห้วงความทรงจำ เขาคงจำได้ว่าเมื่อสิบ
เก้าปีก่อนเคยผ่านเขตอันสุ่ยและได้ร่วมรักกับหญิงคนหนึ่งในหอนาง
โลม เขาจำใบหน้าของหญิงคนนั้นไม่ได้แล้ว แต่กลับตระหนักว่ายังมี
สายเลือดของตนอยู่ข้างนอก
“เจ้าหนู เจ้าบอกข้าได้หรือไม่ว่าเจ้าเกิดวันเดือนปีที่เท่าไหร่” เขา
ตัดสินใจลองถามเป็นครั้งสุดท้าย “และเจ้าเต็มใจ…จะหยดเลือด
พิสูจน์-”
“ไม่” เจิ้งหรูเชียนตัดบทห้วน ๆ “ข้าไม่เต็มใจ”
“ข้ามาที่นี่เพื่อซื้อไข่มุกตะวันออก ท่านจะขายก็ขายมา หากไม่
ขายก็ไม่ต้องขาย” ชายหนุ่มพูดเสียงต ่า “ข้ามาเพื่อทำการค้าเท่านั้น
ไม่มีอย่างอื่น”
นายท่านเหรินยืนอึ้งอยู่กับที่
พ่อบ้านที่ยืนอยู่ด้านหลังเขาทนไม่ไหว เอ่ยเสียงดัง “เจ้าก็แค่ลูก
นอกสมรส การได้กลับมาเป็นคนตระกูลเหรินถือเป็นวาสนาของเจ้า
มีตระกูลเหรินคอยสนับสนุน มีเส้นสายของนายท่าน อีกทั้งยังมี
คุณชายใหญ่ที่ต่อไปจะได้เป็นขุนนางในราชสำนัก มีคนมากมายที่
ดิ้นรนเพื่อให้ได้สิ่งนี้มา เจ้าก็ควรจะถนอมโชคลาภอันดีนี้ไว้!”