พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 56 ฟ้องร้องศาลเขต
เหล่าชายชุดดำสีหน้าเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าไม่เพียง
ต้องต่อสู้กับเด็กหนุ่มมาครึ่งวันแล้วยังจับตัวไม่ได้ แต่ยังถูกผลผงยา
พิษสิบกลิ่นอ่อนล้าเล่นงานอีก
“กล้าดีจริง ๆ” พวกเขาไม่กล้าชักช้าอีกต่อไป กระโดดออกจาก
กลุ่มควันผงและหายตัวไปทันที
ฟางเหิงนั่งอยู่บนหลังม้า จับกระบองไม้ยาวไว้มั่น ไม่หวั่นไหวต่อ
อุปสรรคใด ๆ ท่าทางเขาองอาจสง่างาม
“พี่สามดูเหมือนแม่ทัพที่ชนะกลับมาเลย” เจียงเซิงเอ่ยด้วยสีหน้า
เลื่อมใส
ครั้งนี้เจิ้งหรูเชียนไม่ได้รู้สึกอิจฉาอะไร
เขาเพียงเม้มริมฝีปาก รู้สึกชื่นชมว่าเจ้าสามยิ่งมองก็ยิ่งหล่อ
เหลาองอาจขึ้นทุกวัน
แต่แล้วสถานการณ์ก็พลิกพลัน
ฟางเหิงซึ่งนั่งผ่าเผยอยู่บนหลังม้ามีสีหน้าเปลี่ยนไป ร่างกายเขา
อ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัดเจน
“แย่แล้ว พี่สามได้รับพิษสิบกลิ่นอ่อนล้า” เจียงเซิงร้อนใจ รีบเข้า
มาเขย่าตัวพี่ชายอีกคน “พี่สี่ ท่านมียาพิษก็ต้องมียาแก้พิษใช่หรือไม่
รีบให้ยาแก้พิษพี่สามเร็วเข้าสิ เขาถูกพิษแล้ว”
ร่างเล็ก ๆ ของเวินจืออวิ่นโยกสั่นไปมา
หลังจากนั้นพักใหญ่ พี่สี่ที่อ่อนแอจนเหมือนไม่สามารถดูแล
ตัวเองได้พลันพูดออกมาประโยคหนึ่ง “ไม่มียาพิษสิบกลิ่นอ่อนล้า
อะไรหรอก”
นี่ไม่ใช่โลกกำลังภายใน จะมียาพิษแปลก ๆ มากมายได้อย่างไร
เรื่องที่เขาพูดไปเมื่อครู่ก็เพียงเพื่อขู่ไล่พวกชายชุดดำไปเท่านั้นเอง
สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า สิ่งใดที่คนไม่เคยได้ยินหรือรู้มาก่อนมักใช้
หลอกผู้อื่นได้
“เช่น เช่นนั้นมันคืออะไรเล่า” เจียงเซิงตกใจจนตะลึง
ผังต้าซานและเจิ้งหรูเชียนช่วยกันประคองฟางเหิงลงจากหลังม้า
อย่างทุลักทุเล ก่อนจะแบกเขาขึ้นเกวียน
หากฟางเหิงไม่ได้ถูกพิษ แล้วตอนนี้เขาเป็นอะไรไป?
ใบหน้าซีดเซียว ริมฝีปากสั่นเทา ร่างกายค่อมงอ
ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นจริง ๆ !
เจียงเซิงไม่เข้าใจ จึงได้แต่มองซ้ายขวาอย่างงุนงง ไม่รู้ว่าควรจะ
ขอความช่วยเหลือจากผู้ใด
จ่างเยี่ยนประสานมือ ถามเสียงเบาว่า “ผงสีขาวเมื่อครู่หากไม่ใช่
ยาพิษ แล้วมันคืออะไรกัน?”
เวินจืออวิ่นเกาท้ายทอย “มันเป็นผงสลอด*[1]ที่ท่านหมออู๋ให้ข้า
บดมา”
เจียงเซิง “…”
จ่างเยี่ยน “…”
ราวกับจะเป็นการยืนยันคำพูดของเวินจืออวิ่น ฟางเหิงซึ่งเพิ่ง
นอนลงในเกวียนก็ลุกพรึ่บขึ้นมา เขาหาอะไรบางอย่างอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็
ไม่พบ จึงต้องหน้าดำคร ่าเครียดวิ่งเข้าไปในกอต้นอ้อข้างทาง
“เอ๊ะ เจ้าสาม เป็นอะไรไป?” เจิ้งหรูเชียนที่ไม่เข้าใจอะไรคิดจะ
ตามไปดูเขา
เจียงเซิงรีบคว้าตัวเขาไว้แน่น “พี่รอง พวกเราให้ความเป็น
ส่วนตัวกับพี่สามสักหน่อยเถอะ”
ใครบ้างจะไม่มีปัญหาเรื่องลำไส้
ส่วนสิ่งที่ฟางเหิงกำลังหา อืม…น่าจะเป็นไม้ส้วม
เจียงเซิงถอนหายใจ อย่างไรก็ตาม ดีแล้วที่เขาไม่ได้ถูกพิษ
เวลาผ่านไปครึ่งก้านธูป
ทุกคนพาฟางเหิงที่อ่อนล้ากลับมายังอำเภอเซี่ยหยาง หินที่
ขวางทางถูกบรรดาพี่น้องของผังต้าซานเก็บกวาดจนสะอาด
เรียบร้อย ผักสองเล่มเกวียนถูกส่งไปถึงร้านเรือนโยวหรานอย่าง
ปลอดภัย
ผังต้าซานพาพี่น้องกลับไปยังที่พักใหม่ที่พวกเขาหาเจออยู่นอก
ตัวอำเภอ มันคือถ ้าอีกแห่งหนึ่ง
หลังจากคืนเกวียนเช่าไป เจิ้งหรูเชียนก็นำเกวียนลาไปรับสวี่โม่ที่
สำนักศึกษากลับ
ในเรือนหลังเล็ก
หลังจากฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้จบ สวี่โม่ก็ถอนหายใจด้วย
ความโล่งอก แต่ทันใดนั้นเขาก็ขมวดคิ้ว
“พี่ใหญ่ พวกเราปลอดภัยกลับมาแล้ว ทำไมท่านยังขมวดคิ้วอยู่
อีกเล่า” เจียงเซิงเขย่งปลายเท้า พยายามปาดเช็ดรอยขมวดมุ่นบน
หน้าผากของสวี่โม่ให้หายไป
สวี่โม่ลูบศีรษะเล็ก ๆ ของนาง ทว่าไม่ได้พูดอะไร
จ่างเยี่ยนซึ่งอยู่ข้างๆ เอ่ยเสียงเบา “พี่ใหญ่คงกลัวว่าจะเกิดเรื่อง
เช่นนี้ขึ้นอีกก็ได้”
ถึงแม้วันนี้พวกเขาจะหนีรอดพ้นมาได้อย่างหวุดหวิด แต่พวกคน
ชุดดำไม่ได้หายไป ฮูหยินนายอำเภอคงยังไม่ยอมรามือไปง่าย ๆ เรื่อง
นี้ดูท่าจะต้องเกิดขึ้นอีก
หนีพ้นได้ชั่วคราว แต่ไม่อาจหนีพ้นไปตลอดกาล
ใครจะรับประกันได้ว่าครั้งหน้าพวกเขาพี่น้องจะโชคดีหนีรอดมา
ได้อีกครั้ง
สวี่โม่สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พลางหลับตาลง
ในแผนการเดิมของเขา ตราบใดที่นายอำเภอเซี่ยหยางยังมี
ความเกรงใจนายอำเภอผังอยู่ อีกฝ่ายคงไม่อาจลงมือกับพวกเขา
จนถึงตาย เขาก็จะวางใจและมุ่งมั่นกับการสอบได้
แต่บัดนี้ แผนการทั้งหมดของข้าต้องหยุดชะงักลง เพราะฮูหยิน
นายอำเภอที่จ้างวานให้คนมาลอบสังหาร
จะไม่มีผู้ใดกล้ามาทำร้ายน้องชายน้องสาวต่อหน้าพี่ชายได้
แรกเริ่มเขาตั้งใจจะรอให้ตนแข็งแกร่งมากขึ้นก่อน จึงจะจัดการ
สะส่างเรื่องเหล่านี้
แต่ตอนนี้สวี่โม่รอต่อไปไม่ได้แล้ว
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้ง มองไปยังน้องชายน้องสาว “ข้า
วางแผนจะไปเขตอันสุ่ยก่อนกำหนด”
อำเภอเซี่ยหยางขึ้นตรงต่อเขตอันสุ่ย ผู้บัญชาสูงสุดของ
นายอำเภอเซี่ยหยางก็คือผู้ว่าการเขตอันสุ่ย
การกระทำเช่นนี้ของสวี่โม่เป็นการข้ามขั้นตอนเพื่อไปร้องทุกข์
ส่วนประโยคที่ว่าก่อนกำหนด เพราะเดือนสี่นี้เขาต้องไปการสอบ
ระดับเมืองที่เขตอันสุ่ย เมื่อคำนวนดูแล้ว เขาจะต้องเดินทางไปก่อน
กำหนดถึงยี่สิบวันเต็ม ๆ
“พี่ใหญ่ การร้องทุกข์ข้ามขั้นตอน ท่านต้องถูกโบยห้าสิบไม้
ก่อนนะ” จ่างเยี่ยนเตือนเสียงเบา
สวี่โม่ชะงักไปครู่หนึ่ง เรื่องนี้เขารู้ดี แต่เขาทนต่อไปไม่ไหวแล้ว
เขาจะเปิดโปงความผิดรวมถึงความชั่วร้ายทั้งหมดของนายอำเภอ
เซี่ยหยาง
ไม่เพียงแค่เรื่องที่ฮูหยินนายอำเภอจ้างวานคนให้มาลอบสังหาร
เท่านั้น
ยังมีเรื่องที่นายอำเภอสวี่และครอบครัวถูกฆ่าตายอย่างไร้
ความผิดอีกด้วย
ครึ่งปีมานี้ เขาลอบสืบหาความจริงมาตลอด เมื่อไม่นานนี้ก็เริ่ม
ได้เบาะแสบ้างแล้ว ไม่เพียงพบหลักฐาน แต่ยังพบภรรยาม่ายของที่
ปรึกษานายอำเภอสวี่ในสมัยก่อนด้วย
เขายังจำได้ว่าในครั้งนั้น ภรรยาของที่ปรึกษาเป็นคนฉลาดและ
งดงามเพียงใด แม้แต่ฮูหยินนายอำเภอสวี่ยังให้ความห่วงใยเป็นพิเศษ
ทั้งยังปฏิบัติต่อนางประหนึ่งน้องสาวแท้ ๆ แต่ต่อมา เมื่อชื่อเสียงของ
นายอำเภอสวี่ในฐานะขุนนางผู้ซื่อสัตย์ถูกทำลายลง คนในครอบครัว
ทั้งหมดถูกประหาร ที่ปรึกษาจึงพาภรรยาหนีไปโดยไม่มีใครพบเห็น
สวี่โม่เคยคิดว่าพวกเขาคงถูกฆ่าตายไปด้วยกันแล้ว
จนกระทั่งเมื่อไม่กี่วันก่อน เหล่าเด็กขอทานมารายงานความ
เคลื่อนไหวของฮูหยินนายอำเภอ สวี่โม่รู้สึกใจอ่อนสงสารจึงมอบ
อาหารให้พวกเขาไปบ้าง และเขาก็ได้พบกับภรรยาที่ปรึกษาใน
สภาพย ่าแย่ท่ามกลางกลุ่มขอทาน
นางไม่งดงามเหมือนในอดีต รูปร่างสูงโปร่งของนางก็หลังค่อม
นั่งซุกตัวอยู่ในมุมกินหมั่นโถว
เมื่อมีคนเดินผ่าน นางยังตกใจจนกอดตัวเข้าหากันแน่นขึ้นอีก
ปกป้องอกเสื้อของตัวเองราวกับกลัวบางสิ่ง
สวี่โม่ไม่อยากเชื่อสายตา เขาขยี้ตาเดินเข้าไปใกล้ และถามซ ้า
ไปมาหลายครั้ง “อาสะใภ้ เป็นท่านใช่หรือไม่ อาสะใภ้”
ภรรยาที่ปรึกษาจึงเงยหน้าขึ้น มองดวงหน้าที่เติบใหญ่ขึ้นของสวี่
โม่ ทันใดนั้นนางก็อ้าปากร้องไห้โฮออกมาเสียงดัง
นางร้องไห้พลางสะอื้น “เป็นความผิดของข้า พี่สะใภ้อย่ามาโทษ
ข้าเลย เป็นพวกเราที่ทำร้ายพวกท่าน แต่พวกเราก็ได้รับผลกรรม
แล้ว พวกท่านอย่ามาหาพวกเราเลย อย่ามาหาพวกเรา…”
สวี่โม่เงียบไป
เขาไม่อยากแวกหญ้าให้งูตื่น จึงให้ขอทานสองคนช่วยคอยจับ
ตาดูภรรยาที่ปรึกษา จากนั้นจึงแวะมาทุกวันเมื่อมีเวลาว่าง เขาพบว่า
แม้นางจะสับสน แต่ในมักจะมีช่วงเวลาหนึ่งที่รู้สติบ้าง
เป็นช่วงเวลานี้เองที่สวี่โม่ได้รู้ว่า สาเหตุที่นายอำเภอและฮูหยิ
นคนก่อนซึ่งได้รับความรักมากมายจากชาวบ้าน แต่กลับกลายเป็น
ขุนนางผู้โกงเงินในชั่วข้ามคืน และถูกตัดหัวยึดทรัพย์สินอย่าง
รวดเร็วนั้น
ที่แท้ก็เป็นเพราะนายอำเภอสวี่ถูกที่ปรึกษาทรยศหักหลัง
“เขาเป็นคนทรยศพวกท่าน แต่ก็ไม่ได้รับผลดีไปกว่ากันเลย เขา
ถูกคนจัดการปิดปากไปแล้ว ส่วนข้าด้วยเพราะมีหน้าตางดงามจึง
รอดชีวิตมาได้ ข้าต้องคอยรับใช้คนอื่นไปทั่ว สุดท้ายก็ถูกคนเตะทิ้ง
ได้แต่ขอทานเลี้ยงชีพตนเองเท่านั้น”
“คุณชาย อาสะใภ้หลงผิดแล้ว อาสะใภ้สำนึกผิดแล้ว สำนึกผิด
แล้วจริง ๆ”
น ้าตานางไหลพรั่งพรูจากความสำนึกเสียใจอย่างแท้จริง
น่าเสียดายที่เวลาไม่อาจย้อนกลับ คนตายก็ไม่อาจฟื้นคืน
สวี่โม่กำมือแน่น เขาต้องใช้ความพยายามเพื่อข่มกลั้นตัวเอง
อย่างหนัก ก่อนเพียงถามประโยคเดียวว่า “อาสะใภ้เต็มใจหรือไม่ที่จะ
ให้คนผิดที่แท้จริงได้รับโทษอันสมควร”
ตอนนี้เขามีพยาน วัตถุหลักฐานอื่น ๆ และดาบยาวสีน ้าเงินซึ่ง
เป็นหลักฐานที่แน่ชัด
สวี่โม่ตัดสินใจแล้ว แม้ต้องเสียสละการสอบระดับเมืองไปก็จะต้อง
โค่นล้มนายอำเภอเซี่ยหยางให้ได้!
ต้นเดือนสาม นอกจากเจิ้งหรูเชียนที่ต้องล่าช้าไปหนึ่งถึงสองวัน
เพราะรับซื้อผัก พี่น้องคนอื่น ๆ ก็เก็บข้าวของ ก้าวขึ้่นนั่งรถม้าที่เช่า
มาและมุ่งหน้าตรงไปยังเขตอันสุ่ย
[1] สลอด : สมุนไพรชนิดหนึ่งใช้ประกอบเป็นยาถ่ายที่มีฤทธิ์แรง