พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 80 มีนักฆ่า
ในลานบ้านอันว่างเปล่า
จางฉีเฉวียนเดินนำพร้อมกับนายหน้า สำรวจพื้นที่ พูดคุยเรื่อง
ราคา และสอบถามรายละเอียด
เจิ้งหรูเชียนยืนมือไพล่หลัง พยายามรักษาภาพลักษณ์ของ
คุณชายคนสำคัญ ในขณะเดียวกันก็คำนวณในใจว่าการซ่อมมุม
บ้านจะใช้เงินเท่าไหร่ หรือการซ่อมกำแพงจะใช้เงินขนาดไหน จึงจะ
ไม่เกินงบประมาณที่มีไป
ส่วนเจียงเซิงส่ายหน้า นางรู้สึกว่าคฤหาสน์แห่งนี้กว้างขวาง
เกินไป ใหญ่โตเกินไป แม้แต่พืชพรรณที่ขึ้นอยู่ก็ยังเป็นประเภทที่เก็บ
กินไม่ได้ ไม่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยและผู้คนอาจอดตาย
จู่ ๆ นางชะงักก็ไปในทันทีเมื่อเหลือบไปเห็นน ้าตาของฟางเหิง
เรื่องพืชพรรณหรืออาหารการกินถูกโยนทิ้งไปด้านหลังทั้งหมด
สีหน้าของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความกังวล แต่ก็กลัวว่าพี่สามอยากจะ
แอบร้องไห้โดยไม่ต้องการให้ใครรู้ นางจึงค่อย ๆ ชะลอฝีเท้าลงไม่ให้
ผู้อื่นสังเกตเห็น
เมื่อทุกคนเดินอยู่ด้านหน้าหมดแล้ว นางจึงเคลื่อนตัวไปหาฟาง
เหิง แล้วจับมือของเขาเบา ๆ
ไม่มีคำพูด ไม่มีเสียงเอ่ยเรียก มีเพียงการอยู่เคียงข้างที่เรียบง่าย
ที่สุด
ฟางเหิงมองเจียงเซิงซึ่งสูงเพียงอกของตนผ่านม่านน ้าตา ความ
เศร้าโศกอันหนักอึ้งในใจค่อย ๆ บรรเทาลงบ้าง
“พี่สามเป็นอะไรหรือ” เจียงเซิงถามเสียงเบาหลังจากรอเขาสัก
พัก
ฟางเหิงก้มหน้าลง “ข้าคิดถึงท่านแม่”
เจียงเซิงชะงัก
ท่านแม่หรือ…ใช่คนที่เหมือนป้าจางหรือไม่ คนที่จะให้ข้าว จะถัก
เปียเล็ก ๆ ให้ แต่ป้าจางก็อยู่ตรงนี้แล้วนี่นา นางจึงไม่มีความรู้สึกโหย
หาเช่นนั้น
หรือว่าจะเป็นคนที่ใกล้ชิดสนิทสนมกยิ่งว่าป้าจาง จะกอดนาง
หรือไม่ จะใส่กางเกงตัวเล็กให้นางหรือไม่ หรือว่าจะ…
จะเป็นอะไรกันนะ?
เจียงเซิงก็ไม่เข้าใจเช่นกัน
คำว่าท่านแม่สำหรับเด็กหญิงนั้น เป็นแค่คำพูดที่ไร้ความหมาย
นางเห็นเพียงน ้าตาที่คลอเบ้าของพี่สาม แต่ไม่รู้ว่าเหตุใดเขาถึงจะ
ร้องไห้ เจียงเซิงจึงได้ทอดถอนหายใจราวกับเป็นผู้ใหญ่
ความจริงแล้วนางไม่ควรคิดมากขนาดนี้ เพราะขอแค่มีชีวิตอยู่ก็
ดีมากแล้ว ยิ่งได้กินอิ่มท้องก็ยิ่งดี ทั้งยังมีพวกพี่ชายอยู่ด้วยก็คือสิ่งที่
ดีที่สุดแล้ว เจียงเซิงไม่ต้องการสิ่งใดอีก
มีคนเคยพูดเอาไว้ว่าความพอใจจะนำมาซึ่งความสุข
“พี่สามอย่าร้องไห้นะ อย่าร้องไห้เลย” นางหยิบผ้าเช็ดหน้าผืน
เล็กออกมาจากแขนเสื้อ เขย่งปลายเท้าเอ่ยกระซิบบอกฟางเหิง “ข้า
ได้ยินท่านป้าบอกว่า คืนนี้จะตุ๋นขาหมูหม้อใหญ่ให้พวกเรา”
แม้ใต้ดวงตาของฟางเหิงจะเต็มไปด้วยน ้าตา แต่เมื่อเห็นน ้าใส
แวววาวไหลออกมาจากมุมปากของน้องสาว ดวงตาของเขาก็แห้ง
ผากอีกครั้ง พลางยื่นนิ้วโป้งออกมาอย่างหมดปัญญาเพื่อเช็ดน ้าลาย
ให้นาง
“อ้า!” เจียงเซิงร้องตกใจ “นี่ นี่ นี่ต้องเป็นเพราะขาหมูหอมมาก
แน่ ๆ”
ถึงขนาดที่ยังไม่ได้กิน แต่เพียงนึกถึงกลิ่นที่เคยได้กลิ่นโดย
บังเอิญตอนเดินผ่านหน้าบ้านคนอื่น นางก็อดน ้าลายไหลไม่ได้แล้ว
ความเศร้าโศกทั้งหมดของฟางเหิงหายวับไปในพริบตา เขาลาก
เจียงเซิงเดินตามหลังทุกคนไปพร้อมกับอดหัวเราะไม่ได้
“รอให้ถึงวันหน้า พี่ชายจะหาเงินมาซื้อขาหมูให้เจ้า ขาหมูที่
บรรทุกจนเต็มคันรถเลย”
ด้านหน้า จางฉีเฉวียนกับเจิ้งหรูเชียนเหมือนจะกำลังต่อรอง
ราคากับนายหน้าอยู่
ทว่าด้านหลัง กลับมีศีรษะสีดำโผล่ออกมาจากกำแพงสูงของ
สวนดอกไม้ ทั้งตัวสวมเสื้อผ้าสีดำ เหมือนกำลังมองเพื่อยืนยันอะไร
บางอย่าง
นานทีเดียวกว่าเขาจะมั่นใจและกำลังจะจากไป แต่กลับเหยียบ
กระเบื้องที่ชำรุดโดยไม่ทันระวังตัว
เสียงโครมดังขึ้นมาทันที
ฟางเหิงเป็นคนที่ตื่นตัวที่สุด เขาหันขวับไปมองทันที แต่เห็น
เพียงเงาดำนั้นวูบไหวผ่านไป จึงคิดว่าตนตาฝาดไปเอง
ส่วนคนอื่น ๆ ยิ่งกำลังยุ่งวุ่นวายจึงคิดว่าหูแว่ว
มีเพียงเจิ้งหรูเชียนที่กระชากแขนเสื้อของนายหน้าอย่างร้อนรน
แล้วเอ่ยว่า “ตรงนั้นมีกระเบื้องแตกชิ้นหนึ่ง บ้านหลังนี้เก่าจนเกินไป
ยิ่งคิดค่าเช่าสามสิบตำลึงยิ่งแพงเกินไป ท่านต้องลดราคาให้พวกเรา”
นายหน้าถูกรบเร้าจนเริ่มหงุดหงิด “ได้ ๆ ๆ ลดเหลือยี่สิบห้าตำลึง
พวกเจ้าพอใจหรือยัง”
ในที่สุดก็พวกเขาจึงตกลงทำสัญญากันในลานบ้านนั้นอย่างพึง
พอใจ
นอกลานบ้าน
ท่านนายอำเภอเซี่ยหยางคนใหม่ลูบก้นที่กระแทกจนแทบแตก
เป็นแปดเสี่ยงด้วยสีหน้าเหยเกน ้าตาไหลพราก
“ใต้เท้า!” ลูกน้องตัวน้อยซึ่งอยู่ด้านหลังถามเสียงอู้อี้ “ท่านจะ
เขียนจดหมายหรือไม่ขอรับ”
เขาหันหน้ากลับมาทันที พลางเอ่ยอย่างแค้นเคือง “เจ้าสิเป็นใต้
เท้า! เจ้าปีนกำแพงไม่ได้ ก็ให้ใต้เท้าคนหนึ่งปีนแทน”
ซ ้าใต้เท้าคนนั้นยังล้มลงมาก้นจ ้าเบ้าอีก
ลูกน้องตัวน้อยหดคอ ไม่กล้าพูดอะไรต่อ
นายอำเภอเซี่ยหยางคนใหม่กัดฟันเอ่ยขึ้น “เขียน เขียน เขียน
บอกไปว่ายืนยันได้แล้ว เป็นเป็นบุตรชายแท้ ๆ ของนายหญิงใหญ่”
ลูกน้องตัวน้อยรีบหยิบกระดาษและพู่กันออกมาจากแขนเสื้อ เขา
เลียปลายพู่กันด้วยลิ้น แล้วเขียนตัวอักษร ‘ยืนยัน’ สองตัวนั้นลงไป
อย่างคดเคี้ยว
นกพิราบสีขาวกระพือปีกร่อนลงมา กระดาษแผ่นนั้นถูกยัดใส่
ห่วงขาแล้วบินจากไป
ตอนนั้นเองที่นายอำเภอเซี่ยหยางคนใหม่ถอนหายใจโล่งอก เขา
ลุกขึ้นปัดฝุ่นดินตามเนื้อตัวแล้วเดินจากไปอย่างสบายอารมณ์
เช่นกัน
ลูกน้องตัวน้อยถามเขามาจากด้านหลังไกล ๆ ว่า “ใต้เท้า ท่าน
จะกลับอำเภอเซี่ยหยางเลยหรือไม่ ตอนนี้ท่านเป็นถึงนายอำเภอแล้ว
นะ”
“เจ้าว่าข้าไม่กลับไปได้หรือไม่”
“ไม่ได้”
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าจะถามทำไมเล่า!”
………
เงินยี่สิบห้าตำลึงเช่าลานบ้านใหญ่พร้อมทั้งกับเรือนพักอีกสอง
หลัง ในตัวเขตแบบนี้นับว่าถูกที่สุดแล้ว
แต่ยังไม่ทันเจิ้งหรูเชียนจะดีใจ นายหน้ากลับคว้าเงินและสัญญา
วิ่งหายไปแล้ว
ราวกับกลัวว่าพวกเขาจะเปลี่ยนใจ
เจิ้งหรูเชียนตาโต พึมพำอยู่ในใจเล็กน้อย
โชคดีที่พวกเขามีจางฉีเฉวียนอยู่ด้วย เขาจึงปลอบใจว่า “ไม่ต้อง
กังวล ถึงจะเก่าไปสักหน่อย แต่พรุ่งนี้จ้างคนมาซ่อมแซมก็ใช้ได้แล้ว”
เขาพูดจบ บริเวณที่เมื่อครู่มีเสียงดังก็พังทลายลงมา
น ้าตาหยดหนึ่งไหลจากดวงตามาที่มุมปากของเจิ้งหรูเชียน
วันต่อมาจางฉีเฉวียนหาช่างมาซ่อมแซมเรือนทั้งหลัง พร้อมกัน
นั้นก็ใช้อิทธิพลของพวกช่างประกาศรับสมัครคนทำหมูรมควัน
ทำงานวันละห้าชั่วยาม ได้ค่าจ้างห้าเหวิน จ่ายทันทีเมื่อทำงาน
เสร็จ
สุดท้าย จางฉีเฉวียนกล่าวเสริมอีกประโยคว่า “รับจำกัดเพียงสิบ
คน”
ความจริงแล้วไม่ใช่ว่าพวกเขารับคนงานเพียงสิบคนก็พอ แต่ถ้า
ไม่บอกว่าจำกัดจำนวน ก็คงจะไม่มีคนรีบร้อนมาสมัคร และนับประสา
อะไรกับการอดทนรอเพื่อให้ได้รับการคัดเลือก
ส่วนค่าจ้างคนละห้าเหวินต่อวันนั้น เป็นราคาของคนงาน
ชั่วคราว ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบขั้นตอนการผลิตที่แตกต่างกัน เพื่อ
ป้องกันไม่ให้สูตรการทำรั่วไหล
เมื่อคัดเลือกคนงานที่มีความสามารถและเหมาะสมได้แล้ว ก็จะ
เปลี่ยนสัญญาเป็นคนงานประจำและจดทะเบียนกับทางการ พวกเขา
จะได้รับค่าจ้างมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องรับผิดชอบตาม
กฎหมายด้วย
สิ่งเหล่านี้ เจิ้งหรูเชียนได้เรียนรู้มาจากจางฉีเฉวียนทั้งหมด
เมื่อจ้างคนงานเสร็จแล้วก็ต้องหาแหล่งวัตถุดิบ
เกลือและเครื่องเทศนั้นหาไม่ยาก เพียงจดทะเบียนผ่านทางการก็
สามารถซื้อเกลือจำนวนมากในราคาที่ถูกลงเล็กน้อยได้ นี่ถือเป็น
ความเมตตาของราชวงศ์ต่อสินค้าที่หมักดอง ทว่าก็จำกัดเฉพาะ
สินค้าประเภทนี้เท่านั้น หากมีการค้าขายเกลือเถื่อนก็ถือว่ามี
ความผิด
วัตถุดิบที่เหลือก็คือเนื้อหมูคุณภาพดีแต่ราคาถูกจำนวนมาก
เรื่องนี้เจิ้งหรูเชียนถนัดนัก เขาขับรถม้าออกไปแต่เช้าตรู่มุ่งหน้า
สู่ตลาด แน่นอนว่าพาเหล่าพี่น้องไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าห้า
จ่างเยี่ยน
พวกเขาตื่นเต้นและจินตนาการถึงโรงผลิตกันอย่างเต็มที่
แม้กระทั่งเจิ้งหรูเชียนก็ยังเตรียมตัวจะเป็นเศรษฐีผู้ร ่ารวยเลย
ทีเดียว
แต่ทันใดนั้น กลับมีชายไม่กี่คนที่แต่งกายรัดกุมยืนขวางทางเข้า
ตรอก ปิดกั้นเส้นทางของพวกเขาไว้
เจิ้งหรูเชียนตื่นตกใจ มือทั้งสองข้างกำบังเหียนม้าแน่นโดยไม่
รู้ตัว ในหัวเขามีเพียง “มันไม่น่าเป็นไปได้ พวกมันมากันอีกแล้วหรือ”
ครั้งก่อนเป็นฮูหยินนายอำเภอที่จ้างวานคนมาฆ่าพงกเขาเพื่อแก้
แค้นให้น้องชายนาง
แล้วครั้งนี้จะเป็นผู้ใดอีก
เป็นใคร…
แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะเอ่ยถาม ชายเหล่านั้นก็พุ่งตัวเข้ามา
ทันที กระบี่ยาวถูกชักออกมาจากฝัก คมกระบี่ร้ายกาจฟาดฟันตรง
ไปที่ลำคอ ด้วยตั้งใจจะสังหารให้คนตายในครั้งเดียว
ซึ่งเป้าหมายของพวกเขาก็คือ ฟางเหิง!