พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 83 ตระกูลหวังเข้ามาแทรกแซงในอำเภอเซี่ยหยาง
“เหตุใดจึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น” นายอำเภอคนใหม่ตาเบิกกว้าง
ไม่สนใจพู่กันและน ้าหมึกที่ตกอยู่บนพื้น เขาพลันรีบร้อนวิ่งออกไป
ทว่าเพียงวิ่งไปได้สองสามก้าว เขากลับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมา
ได้ แล้วพูดกับตัวเองว่า “ต้องมีข่าวรั่วไหลออกไปแน่ ๆ หรือว่ามันจะ
ถูกส่งไปผิดคน”
บ่าวรับใช้หดคอไม่กล้าส่งเสียง
นกพิราบไม่ใช่คน มันไม่มีทางทำเรื่องผิดพลาดโง่ ๆ แบบนั้น แค่
มันถูกดักจับไว้เท่านั้นเอง
ท่านนายอำเภอคนนี้ทำอะไรให้สำเร็จไม่ได้สักอย่าง มีแต่ทำงาน
พลาด
ไม่สู้ครั้งนั้นเขาไม่ส่งข่าวไปจะยังดีกว่า
“โอ้ จบสิ้นแล้ว” นายอำเภอเซี่ยหยางคนใหม่ยกมือข้างหนึ่งกุม
หน้าผาก ท่าทางเจ็บปวดร้าวราวกับไม่อยากมีชีวิตอยู่ “หวังสี่ รีบส่ง
คนออกไปต้อนรับเร็วเข้า ไป ๆ ต้องรีบรับประกันความปลอดภัยของ
เด็กพวกนี้ให้ได้”
หวังสี่รับคำสั่ง
ถึงแม้นายอำเภอเซี่ยหยางคนก่อนจะไม่ใช่คนดี แต่พวก
เจ้าหน้าที่ในที่ว่าการอำเภอสองสามคนก็เป็นคนที่ร่างกายแข็งแรง
แต่ละคนถือกระบี่คนละเล่มก้าวขึ้นรถม้า ท่าทางดูน่าเกรงขามมาก
ในเวลาเดียวกัน
ฟางเหิงและเจิ้งหรูเชียนต่างขับเกวียนกละรถม้าคนละคัน ใน
ขณะเดียวกันก็ไม่ลืมที่จะคอยสังเกตการณ์รอบด้าน
“พี่ชาย จะไม่มีคนเลวมาอีกแล้วใช่หรือไม่” เจียงเซิงซุกอยู่ใน
อ้อมกอดของสวี่โม่ พลางถามเสียงเบา
สวี่โม่เองก็ไม่กล้าตอบนัก
ห้าวันนี้พวกเขาพยายามเดินตามถนนเส้นหลัก และเลือกเดิน
ตอนเที่ยงวันที่มีผู้คนอยู่เยอะ ด้วยกลัวว่าจะมีพวกมือสังหารโผล่มา
อีก
แต่เขาก็ไม่อยากให้เจียงเซิงต้องกังวล จึงเปลี่ยนเรื่องพูดคุยกับ
นาง “เจียงเซิง เจ้าไม่ใช่ว่าชอบอาหารที่ป้าจางทำมากหรือ แล้วเหตุ
ใดจึงทิ้งป้าจางไว้ที่นั่นได้”
เจียงเซิงเอียงคอหนุนขาสวี่โม่แล้วพูดเบา ๆ ว่า “ป้าจางก็คือป้า
จาง ชีวิตนางไม่ใช่ของข้า ท่านป้าควรมีชีวิตเป็นของตัวเอง ไม่ควรจะ
ยึดติดอยู่กับข้าตลอดไป”
หากป้าจางชอบที่ใดก็ให้นางอยู่ที่นั่นต่อไปเถอะ
และเพราะเจียงเซิงรักพวกพี่ชาย นางจึงติดตามพวกพี่ชายมา
โดยตลอด
ไม่ว่าจะลำบากยากเข็ญหรือต้องเผชิญกับอันตรายอะไร นางก็
ยินดีทั้งนั้น
สุ้มเสียงภายในรถม้ากลับค่อย ๆ เงียบลง
บนท้องถนนใหญ่ก็เงียบสงัดไปเช่นกัน
ฟางเหิงฝืนร่างกายที่กำลังรักษาตัวของตนเอง สองตาแทบจะ
มองไปทั้งแปดทิศเพราะกลัวจะเจออันตรายระหว่างเข้าตัวอำเภอ
ถึงแม้ว่าเมื่อเข้าอำเภอเซี่ยหยางไปแล้วจะไม่สามารถการันตีถึง
ความปลอดภัยที่แน่นอน แต่ในตัวอำเภอมีผู้คนอยู่มาก อย่างน้อย
พวกคนชั่วก็คงไม่กล้าทำอะไรโจ่งแจ้ง แต่ถ้าเป็นบนถนนสายนี้ที่คน
สัญจรน้อย ต่อให้ร้องขอสวรรค์ สวรรค์ก็ไม่ได้ยิน หรือร้องบอก
แผ่นดิน แผ่นดินก็ไม่ตอบรับแล้ว
แต่ในโลกนี้เมื่อกลัวสิ่งใดมันก็มักจะเป็นเช่นนั้นเสมอ
สวี่โม่เพิ่งจะกล่อมเจียงเซิงจนงัวเงียหลับไป เบื้องหน้ารถม้าของ
พวกเขาก็มีเสียงม้าห้อตะบึงมาจำนวนมาก ทั้งยังเหมือนจะมีเสียงร้อง
ตะโกนของชายวัยฉกรรจ์ด้วย
เจียงเซิงลืมตาตื่นขึ้นมาทันที
เด็กชายทั้งในและนอกรถม้าต่างก็ตื่นตัว ฟางเหิงยิ่งกุมกระบอง
ไม้ยาวไว้แน่น เตรียมพร้อมจะสู้ทั้งที่ร่างกายเขายังบาดเจ็บอยู่
ผ่านไปราวสิบกว่าลมหายใจ
รถม้าสามคันจากด้านหน้าก็พุ่งเข้ามาใกล้ บนนั้นมีเจ้าหน้าที่ถือ
กระบี่อยู่หลายสิบคน พวกเขากู่ตะโกนพลางควบม้า
หวังสี่ตามมาจากด้านหลัง เขาพยักหน้าไม่หยุด “ใช่แล้ว! ทำ
แบบนั้น ตะโกนให้ดัง ๆ ไล่คนเลวพวกนั้นออกไป!”
พวกเจ้าหน้าที่ยิ่งทำงานกันอย่างขะมักเขม้น โห่ร้องจนเสียงแทบ
จะแหบไปแล้ว
ในที่สุด รถม้าทั้งสามคันก็แล่นผ่านรถม้าและเกวียนลาไป
ฟางเหิงซึ่งเตรียมพร้อมจะจัดการคนให้ราบคาบทั้งสี่ทิศ “…”
หวังสี่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว เขาสั่งให้หยุดรถม้าแล้วตามรถม้า
ของฟางเหิงและกล่าวว่า “คุณชาย พวกเรามาแล้ว พวกเรามาเพื่อ
ปกป้องท่านแล้ว”
ฟางเหิงเงียบไป
สถานการณ์นี้ช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน ทำเอาเขาถึงกับพูด
อะไรไม่ออกจริง ๆ
แต่สวี่โม่กลับนึกถึงท่าทางที่ไม่เอาไหนของนายอำเภอคนใหม่
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วตอบไปว่า “เช่นนั้นต้องขอบคุณท่าน
ทั้งหลายมากขอรับ”
“ไม่กล้า ๆ พวกเราไม่กล้ารับคำขอบคุณนี้หรอก” หวังสี่ประสาน
มือโค้งคำนับ “นี่เป็นสิ่งที่พวกเราควรทำต่างหาก”
สิ่งที่ควรทำอย่างนั้นหรือ?
ไม่มีอำเภอใดที่กำหนดให้คนของทางการต้องมาต้อนรับหรือ
ปกป้องชาวบ้านที่ออกเดินทางไปข้างนอกสักหน่อย
แต่เมื่อนึกถึงแววตาเปล่งประกายของนายอำเภอเซี่ยหยางคน
ใหม่แล้ว สวี่โม่ก็เหมือนจะพอเข้าใจได้บ้าง
ในที่สุดพวกเขาก็เข้ามาในอำเภอได้
ฟางเหิงวางใจลงได้แล้ว พร้อมกับรู้สึกสงสัยในตัวพวกเจ้าหน้าที่
ที่โผล่มากะทันหันด้วย
ขณะพวกเขาเดินทางผ่านที่ว่าการอำเภอ จึงจงใจชะลอความเร็ว
ลงสักหน่อยเพื่อดูว่าคนพวกนั้นจะหยุดตามมาหรือไม่
คำตอบคือ ไม่
พวกเขาติดตามพวกพี่น้องฟางเหิงมาถึงหน้าเรือนเล็ก
ฟางเหิงรีบลงจากรถม้า จากนั้นก็อุ้มเจียงเซิงน้อยที่กำลังงัวเงีย
ลงมา ตามด้วยเจ้าสี่เจ้าห้าที่มึนงง สุดท้ายก็หันไปมองสวี่โม่
สวี่โม่หยิบกุญแจออกมา แล้วไขกุญแจที่กำลังจะขึ้นสนิมนั้น
เจิ้งหรูเชียนก็ลงจากเกวียนลาแล้วเช่นกัน เขาตั้งใจจะเอาหมู
รมควันสองชิ้นมากินเอง ส่วนที่เหลือจะนำไปส่งให้ที่เรือนโยวหราน
หวังสี่เหลือบเห็นเช่นนั้นก็คิดว่ามีงานให้ทำแล้ว จึงบอกพวก
เจ้าหน้าที่ทันที “พี่น้องทั้งหลาย ขนเนื้อ!”
เหล่าชายร่างกำยำสิบกว่าคนเดินแห่กันเข้ามา ชั่วพริบตานั้นก็
ยกหมูรมควันครึ่งเกวียนเข้าไปในเรือน
เจิ้งหรูเชียนตกใจจนตะลึงงัน
นานพอสมควรเขาถึงได้ร้อนใจเอ่ยขึ้นว่า “ไม่ต้องขน ไม่ต้องขน
ข้าจะเอาไว้กินเองแค่สองชิ้น ที่เหลือยังต้องเอาไปส่งที่เรือนโยวหราน
ทั้งหมด”
หวังสี่จึงรู้ว่าตัวเองทำดีกลายเป็นร้ายไปเสียแล้ว จึงรีบยกมือลูบ
จมูกสั่งให้ขนหมูรมควันกลับไปใส่เกวียนดังเดิม
จนถึงตอนนี้ สวี่โม่ก็เข้าใจแล้วว่าคนพวกนี้ไม่น่าจะคิดร้ายอะไร
บางทีอาจมีน ้าใจจะปกป้องพวกเขาด้วย
ถึงแม้จะไม่รู้สาเหตุ แต่ต่อไปพวกเขาพี่น้องที่อยู่ในอำเภอเซี่ย
หยางคงจะปลอดภัยมากขึ้น
สวี่โม่หัวไปมองเจ้ารอง
เจิ้งหรูเชียนเข้าใจอีกฝ่ายได้โดยที่ไม่ต้องบอกทันที เขาเก็บหมู
รมควันไว้สองชิ้น พร้อมกันนั้นยังแจกจ่ายให้ทุกคนอีกคนละสองชิ้น
“ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยคุ้มกัน หมูรมควันนี้เป็นเพียงสิ่งของเล็กน้อย
ไม่สมควรนับเป็นของกำนัลอะไร แต่พวกท่านโปรดรับไว้เถอะ”
เขารู้ดีว่าจะวางตัวอย่างไร
หวังสี่กลับมาที่ว่าการอำเภอ พลางถือหมูรมควันสองชิ้นเข้ามา
รายงาน “ใต้เท้า บาดแผลของคุณชายฟางไม่ร้ายแรงแล้ว และยังมี
คุณชายอีกคนหนึ่งมอบหมูรมควันให้พวกเราสองชิ้น ท่านคิดจะกัน
มันอย่างไรขอรับ”
นายอำเภอคนใหม่จ้องเขาด้วยสายตาแววดุ “กิน กิน กิน เจ้ารู้
แต่จะกิน ตระกูลหวังรู้แล้วว่าอาเหิงยังมีตัวตนอยู่แล้ว พวกเรายังไม่รู้
ด้วยซ ้าว่าพวกเขาจะใช้กลอุบายสกปรกอะไรอีก”
เดิมทีพวกเขาก็มาเพื่อปกป้องฟางเหิง
แต่ตอนนี้กลับเป็นคนที่นำอันตรายมาให้
นายอำเภอคนใหม่กังวลจนขนคิ้วแทบจะหลุดร่วง
หวังสี่ในฐานะบ่าวรับใช้ส่วนตัว ย่อมต้องพยายามคิดหาทาง
แก้ปัญหาให้เขา “ใต้เท้า ตอนนี้ท่านเป็นถึงผู้ปกครองอำเภอเซี่ย
หยาง แค่เพียงท่านต้องการ ก็สามารถปกป้องคุณชายฟางได้
แน่นอน”
ท่านนายอำเภอคนใหม่หยุดมือที่กำลังดึงทึ้งผมตนเอง แล้วเงย
หน้าขึ้นมาทันที “ใช่แล้ว ข้าเป็นนายอำเภอนี่นา ข้าลืมไปได้อย่างไร
กัน ข้าคือผู้ปกครองของอำเภอเซี่ยหยาง”
ในมือตอนนี้มีอำนาจสูงสุดที่สามารถเรียกลมฝนมาได้ จากนี้ไป
ย่อมไม่มีอะไรที่เกินความสามารถของเขาแล้ว!
เขากลับมามุ่งมั่นอีกครั้ง พับแขนเสื้อและลงมือทำงานต่อทันที
เขามีความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่ เขาคิดว่าตนเองสามารถทำ
ภารกิจให้สำเร็จลุล่วงไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ
จนกระทั่ง
มีรายงานคำสั่งจากเมืองหลวงส่งมา บอกว่าที่อำเภอเซี่ยหยางมี
เพียงนายอำเภอคอยดูแล หากไม่มีที่ปรึกษาช่วยเหลือก็จะจัดการไม่
เป็นระเบียบ จึงส่งที่ปรึกษาพิเศษมาให้โดยเฉพาะ
แต่เดิมมันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่
หากเขาไม่เห็นว่าทะเบียนราษฎร์ของที่ปรึกษาคนใหม่นั้น จะเป็น
ญาติพี่น้องที่เกี่ยวดองกันกับตระกูลหวัง นั่นก็คือลูกพี่ลูกน้องฝ่าย
มารดาของฟางเหิง
ท่านนายอำเภอคนใหม่พลันกระโดดกระทืบเท้าอย่างหนัก แบบ
นี้มันจะเกินไปแล้ว!