พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 90 คนที่แสร้งเป็นบุตรสาวเริ่มเปิดเผยตัวตน
สวี่โม่วิ่งหนีกลับมาที่เรือนเล็กอย่างเขินอาย
ถ้าผลของการรักประชาชนเหมือนบุตรหลานตัวเอง คือการถูก
แม่สื่อไล่ตามจนต้องกระโดดหนีอย่างนี้ สวี่โม่คิดว่าเขาคงต้องคิดให้
ดีว่าควรจะหลบซ่อนตัวหรือไม่
พี่น้องในเรือนเล็กก็รู้ข่าวแล้วเช่นกัน ทุกคนจึงพยายามกลั้น
หัวเราะไว้
“พี่ใหญ่ ท่านกำลังจะอายุสิบสามแล้ว การพูดถึงเรื่องแต่งงานก็
ไม่ใช่เรื่องแปลก” เจิ้งหรูเชียนยิ้มกว้างเอ่ยล้อเลียนเขา “การมีพี่สะใภ้
ที่ดีและเมตตามาดูแลเสื้อผ้า ทำอาหาร เรื่องในบ้าน และการเดินทาง
ของท่าน นับเป็นโชคลาภที่ยิ่งใหญ่มาก”
“โชคลาภนี้เจ้าต้องการหรือไม่” สวี่โม่จ้องมองเขา
เจิ้งหรูเชียนยิ้มขี้เล่น “ข้าไม่ต้องการ ข้ายังต้องทำการค้าอยู่ ต้อง
ออกไปข้างนอกทุกวันไม่ว่าฝนจะตกหรือลมพัดแรง ข้ากลัวว่าจะทำ
ให้อีกฝ่ายผิดหวัง”
อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว และการขนส่งผักก็จะกลับมาเริ่มต้นใหม่
อีกครั้ง
ครั้งนี้เขาตั้งใจจะใช้ประโยชน์จากร้านเรือนโยวหรานในเขต
อันสุ่ยให้ได้มากที่สุด!
ให้พวกเขารู้ไปเลยว่าผักสดที่กินได้ในฤดูหนาวนั้นราคาแพงแค่
ไหน!
“พี่รอง ท่านจะออกเดินทางอีกแล้วหรือ” เจียงเซิงดึงชายเสื้อของ
เขา แววตานางเต็มไปด้วยความกังวล
แม้ว่าตระกูลหวังจะไม่ได้ลงมือทำอะไรมาสามเดือนแล้ว แต่ตราบ
ใดที่ฟางเหิงยังอยู่ พวกเขาพี่น้องก็เป็นเหมือนหนามตำตาของตระกูล
หวัง
“พวกเราไม่อาจไม่ออกไปข้างนอกได้เพียงเพราะมีอันตราย” เจิ้ง
หรูเชียนปลอบใจนาง “อีกอย่าง ตระกูลหวังไม่ได้ทำอะไรมาหลาย
เดือนแล้ว บางทีพวกเขาอาจจะล้มเลิกไปแล้วก็ได้”
แต่ความจริงแล้วมันคงไม่ใช่อย่างนั้น
ทุกคนรู้ดีว่าตระกูลหวังต้องการตัวฟางเหิงไปให้ได้
ถ้าพวกเขาคอยก่อปัญหาอยู่เรื่อยก็คงเป็นเรื่องปกติ แต่ตอนนี้
ผ่านไปสามเดือนแล้วยังไม่มีการเคลื่อนไหวอะไร อาจเป็นเพราะ
ตระกูลหวังเองก็มีปัญหา หรือไม่ก็กำลังวางแผนอะไรบางอย่างที่
ยิ่งใหญ่กว่า
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ความเป็นไปได้ของกรณีหลังนั้นมีมาก
ที่สุด
“ไม่เป็นไร ข้าจะพาคนติดตามไปคุ้มกันพี่รองเอง” ฟางเหิงก้าว
ออกมา “ถือว่าเป็นการฝึกความสามารถเพื่อรับมือกับอันตรายของ
พวกเขาด้วย”
เจิ้งหรูเชียนตาโต ถอยหลังไปหลายก้าว “ไม่เอา เป้าหมายของ
ตระกูลหวังคือเจ้า ถ้าเจ้าไม่ไปปรากฏตัวก็อาจจะไม่เป็นอะไร แต่ถ้า
โผล่หัวไป คงจะมีพวกนักฆ่าตามมาทันที”
ฟางเหิงยกยิ้มอย่างจนใจ
เขาเข้าใจความหมายของพี่รองดี การอยู่ในอำเภอเซี่ยหยางเป็น
สถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด อย่างน้อยก็มีนายอำเภอคอยปกป้อง มี
ชาวบ้านอยู่มากมาย ไม่ว่าพวกนักฆ่าจะใจกล้าแค่ไหน ก็ไม่กล้ามา
สังหารคนต่อหน้าชาวบ้านทั่วไป
แต่ทุกคนก็ไม่สามารถปล่อยให้เจิ้งหรูเชียนไปรับซื้อผักและ
ขนส่งเพียงลำพังได้ เรื่องนี้มันอันตรายเกินไป
“เช่นนั้นท่านพาเจียงอี เจียงเอ้อร์ เจียงซานกับเจียงซื่อไปด้วย
พวกเขาสี่คนมีฝีมือและวิชายุทธดีที่สุด” ฟางเหิงโน้มน้าว
เจิ้งหรูเชียนจึงต้องยอมรับอย่างจำใจ
เขาจัดเตรียมเกวียนลาสองเล่ม พาเด็กหนุ่มทั้งสี่คนที่ถือกระบอง
ไม้ยาว พร้อมเดินทางไปที่เขตอันสุ่ย
ตอนนั้นเองที่เวินจืออวิ่นสะพายกล่องยาใบเล็กมาขวางทางเขา
“พี่รอง พาข้าไปด้วย”
“เจ้าจะไปวุ่นวายอะไรด้วย” เจิ้งหรูเชียนตกใจ “เจ้าลางานกับ
ท่านหมออู่อีกแล้วหรือ”
เวินจืออวิ่นพยักหน้าอาย ๆ “พี่รอง ข้าอยากออกไปหายา
สมุนไพร ท่านพาข้าไปด้วยนะ ข้าจะไม่เป็นภาระให้ท่านหรอก”
เมื่อน้องสี่พูดถึงขนาดนี้แล้ว เจิ้งหรูเชียนก็ต้องยอมรับ
เกวียนลาสองเล่มและเด็กทั้งหกคนจึงออกเดินทางจากอำเภอ
เซี่ยหยางไปอย่างเงียบ ๆ ท่ามกลางฝูงชน
ตรงไปยังเขตอันสุ่ย
ในครั้งนี้พวกเขามีภารกิจสำคัญ ทั้งต้องเจรจากับร้านเรือนโยว
หรานในเขตเรื่องการส่งผัก และต้องนำหมูรมควันห้าร้อยชั่งไปให้ร้าน
เรือนโยวหรานที่อำเภอเซี่ยหยาง อีกทั้งยังต้องเอาหมูรมควันส่วนที่
เหลือขายที่หมู่บ้านอื่น เพื่อทำกำไรก้อนโตก่อนช่วงข้ามปี
ระหว่างทางเด็กทั้งหกคนต่างเงียบสงบ ไม่พูดจาสักคำ
แม้เจิ้งหรูเชียนจะปลอบใจตัวเองแล้ว แต่ก็ยังไม่วางใจเรื่องตระกูล
หวัง จิตใจของเขายังคงแขวนค้างอยู่ที่หน้าอก
จนกระทั่งเข้าสู่ตัวเขต เขาจึงได้โล่งอก
ในเรือนดอกไม้
หลังจากยุ่งงานอยู่สามสี่เดือน ทั่วทั้งลานก็เต็มไปด้วยหมูที่
รมควันและตากแห้งแล้ว แม้แต่ป้าจางและเหล่าท่านน้าที่จ้างมาทำหมู
รมควันก็แทบไม่มีที่ยืน
จางฉีเฉวียนเรียกคนมาห่อหมูรมควันด้วยกระดาษน ้ามัน “เรือน
โยวหรานสั่งสินค้าห้าร้อยชั่งเมื่อเดือนที่แล้วใช่หรือไม่ รีบส่งไปเร็ว ๆ
เข้า”
เจิ้งหรูเชียนเดินมาถึงหน้าประตูจึงได้ยินประโยคนี้ ดวงตาของ
เขาพลันสว่างวาบ “ร้านเรือนโยวหรานนี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ ไม่นานก็
สั่งหมูรมควันรอบที่สองแล้ว ส่วนเรือนโยวหรานที่อำเภอเซี่ยหยาง ก็
เพิ่งสั่งสินค้าไปเมื่อไม่กี่วันก่อน”
จางฉีเฉวียนทั้งตกใจและดีใจ “ท่านเถ้าแก่น้อยมาแล้ว”
เขาไม่ลืมตอบรับคำพูดของเจิ้งหรูเชียน “ร้านเรือนโยวหราน
ไม่ได้สั่งรอบที่สอง แต่เป็นรอบที่สามแล้ว”
สุดท้ายแล้วในเมืองใหญ่ ราคาสูง ผู้คนมากมาย ความสามารถ
ในการใช้จ่ายมีมากกว่าเมืองเล็ก ๆ
หลังคิดแบบนี้แล้ว การส่งผักให้เขตอันสุ่ยน่าจะทำกำไรได้
มากกว่าส่งผักให้อำเภอ
เจิ้งหรูเชียนดีใจมาก เขาไม่สนใจเรื่องอื่น รีบนำผักที่ไปรับซื้อมา
จากอำเภออวิ๋นสุ่ยมาเก็บไว้ที่ลานเรือนดอกไม้เล็กน้อย และที่เหลือ
ขนมาส่งที่หน้าเรือนโยวหรานทั้งหมด
ณ เรือนโยวหรานแห่งเขตอันสุ่ย
เจิ้งหรูเชียนเงยหน้ามองร้านที่ดูสูงศักดิ์และใหญ่โต พลางจัด
เสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วเดินเข้าไปอย่างองอาจ
ด้วยเคยส่งหมูรมควันเป็นประจำ จึงถือว่าเป็นคนที่คุ้นเคย เสี่ยว
เอ้อร์เห็นเขามาก็ทักทาย และถามไถ่อย่างใส่ใจ “เจ้ามาหาเถ้าแก่
ฮ่าวหรือครับ”
เถ้าแก่ของเรือนโยวหรานมีแซ่ฮ่าว
เจิ้งหรูเชียนพยักหน้า เสี่ยวเอ้อร์จึงไปแจ้งให้
เขายืนอยู่ที่มุมบันได ประจวบกับเห็นคุณชายเจียงที่เคยพบกัน
ในตัวอำเภอ กำลังเอ่ยกระซิบปลอบใจสาวน้อยคนหนึ่งอยู่
หากมองให้ดี อีกฝ่ายก็คือคุณหนูสามเจียงที่ครั้งก่อนดูถูกเจียง
เซิงน้อยของเขา
เจิ้งหรูเชียนรู้สึกไม่พอใจนัก จึงแค่นเสียงในลำคอแล้วก็เบน
สายตาไป
ทว่าเสียงสนทนาของพวกเขากลับแว่วมาถึงหู
“ฮวนฮวน เจ้าอย่าโกรธท่านพ่อท่านแม่เลย จริงหรือปลอมพวก
ท่านก็ไม่มีหลักฐาน ตราบใดที่พวกเขายังรักใคร่เอ็นดูเจ้า เจ้าก็คือ
บุตรสาวแท้ ๆ ของตระกูลเจียง” คุณชายเจียงปลอบโยนด้วยน ้าเสียง
ที่นุ่มนวล “กลับไปกับข้าเถอะ อย่าอยู่ที่เขตอันสุ่ยต่ออีกเลย”
“ข้าไม่กลับ” คุณหนูสามเจียงก้มหน้าน ้าตาคลอ “พี่ใหญ่ หาก
ข้าไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของพวกเขาจะทำอย่างไรดี หากน้องสาวแท้ ๆ ของ
ท่านกลับมา ข้าจะทำอย่างไร”
“เด็กโง่ น้องสาวแท้ ๆ ของข้าหากไม่ใช่เจ้าแล้วจะเป็นใครเล่า
เจ้ากับท่านแม่เหมือนกันราวกับแกะขนาดนี้” คุณชายเจียงทำท่าทาง
อับจนปัญญา “อย่าไปฟังคำลือเหล่านั้นเลย มันเป็นเรื่องโกหก
ทั้งนั้น”
“แต่ท่านย่าก็สงสัยแล้วนะ…” คุณหนูสามเจียงสะอื้น
เจิ้งหรูเชียนเกาหูตัวเอง รู้สึกว่าตระกูลที่ร ่ารวยมักมีเรื่องมากมาย
แม้แต่เด็กยังสามารถทำให้เรื่องวุ่นวายได้ แต่มันเกี่ยวอะไรกับเขาเล่า
ตอนนั้นเองเถ้าแก่ฮ่าวกำลังโบกมือเรียกเขาที่หน้าห้องส่วนตัว
เจิ้งหรูเชียนจึงรีบวิ่งไปหาทันที
ประมาณครึ่งชั่วยามต่อมา ทั้งสองคนที่ผ่านการต่อสู้เจรจาก็เดิน
ออกมาจากห้องส่วนตัว
เถ้าแก่ฮ่าวมีสีหน้าประหลาดใจ ไม่คิดว่าเจิ้งหรูเชียนที่เป็นแค่เด็ก
หนุ่ม จะเก่งกาจถึงขนาดนั้น เรื่องการตกลงราคาเขาไม่ยอมให้ใคร
ง่าย ๆ เลย
เจิ้งหรูเชียนเองก็ใจหายใจคว ่า เขาไม่คิดว่าเถ้าแก่ฮ่าวจะเป็นแค่
คนแก่จะเจ้าเล่ห์ขนาดนี้ จนตัวเองเกือบจะพ่ายแพ้ให้อีกฝ่ายแล้ว
แต่โชคดีที่การเจรจาความร่วมมือสำเร็จลุล่วง
จากนี้ไปเจิ้งหรูเชียนจะมาส่งผักให้เรือนโยวหรานทุกเดือน ไม่ว่า
จะเป็นผักจากที่ไหน ขอแค่เป็นผักสดใหม่ก็พอ
แต่ข้อตกลงนี้จะดำเนินการไปจนถึงแค่ฤดูใบไม้ผลิ
ตอนนั้นผักในท้องถิ่นก็คงพร้อมจะเก็บเกี่ยวได้แล้ว ผักที่ราคา
แพงจากต่างถิ่นย่อมไม่จำเป็นอีกต่อไป
เถ้าแก่ฮ่าวเป็นคนเฉลียวฉลาดจริง ๆ บีบกำไรจนถึงขีดสุด
แต่เจิ้งหรูเชียนเองก็มีความคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของตัวเอง ถ้าผักที่
เขาขนส่งมาเป็นของที่หาไม่ได้ในท้องถิ่นเลย เรือนโยวหรานก็
จำเป็นต้องให้เขาขนส่งผักเหล่านั้นให้ หากต้องการทำอาหารจาน
นั้น
เช่นนี้การค้าก็จะดำเนินต่อไปได้เรื่อย ๆ ใช่หรือไม่
สามารถหาเงินได้ต่อไปใช่หรือไม่
ความคิดเล็กน้อยของเจิ้งหรูเชียนกระโดดไปมา สุนัขจิ้งจอกตัว
ใหญ่กับสุนัขจิ้งจอกตัวน้อยได้ลงนามในข้อตกลงเพื่อขนส่งผัก ส่ง
รอยยิ้มสดใสและเดินลงมาจากชั้นบน
ไม่รู้ว่าคุณชายเจียงไปที่ไหนแล้ว คนที่คุยอยู่กับคุณหนูสามเจียง
จึงกลายเป็นสาวน้อยในชุดกระโปรงยาวสีเหลืองอ่อน
“เจ้าอยากให้ตระกูลเจียงเแนะนำท่านลุงของเจ้าให้เป็นผู้ว่าการ
เขตอันสุ่ยคนต่อไป?” คุณหนูสามเจียงกลับมาเย่อหยิ่งและเย็นชาอีก
ครั้ง “ผู้ว่าการเขตอันสุ่ยคนปัจจุบันกำลังจะย้ายตำแหน่ง แต่คน
ตระกูลซุนต้องการตำแหน่งนี้ ไม่ใช่ว่าควรไปหาญาติเกี่ยวดองคนอื่น
หรอกหรือ? จะมาหาพวกเราตระกูลเจียงทำไม?”