พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 92 เจิ้งหรูเชียนพลาดท่าครั้งใหญ่
“เจ้าไม่รู้หรือ สถานที่อื่นก็มีคนทำถั่วฝักยาวดอง แต่ทำออก
มาแล้วรสชาติกลับไม่เหมือนกัน” เถ้าแก่ส่ายหัว “ไม่ใช่เพราะ
ถั่วฝักยาวที่แตกต่างกัน แต่ถั่วฝักยาวในอำเภออันหยางนั้นทำ
ออกมาได้อร่อยที่สุด”
เจิ้งหรูเชียนเข้าใจทันที หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ เขาเช็ด
ปากแล้วเดินออกไป
เจียงซื่อถามเขา “คุณชายต้องการนำถั่วฝักยาวดองทั้งสอง
เกวียนกลับไปหรือไม่”
เจิ้งหรูเชียนพยักหน้า แล้วก็ส่ายหัว
เขาต้องการซื้อถั่วฝักยาวดอง แม้ระยะทางจากอำเภออันหยางไป
ถึงเขตอันสุ่ยจะใช้เวลาเพียงสี่วัน แต่เจิ้งหรูเชียนก็ไม่มีคนที่ไว้ใจได้
แล้ว หากให้ผังต้าซานจัดการทุกอย่างก็ดูเหมือนจะไม่เหมาะสมนัก
เขาจึงตัดสินใจจะทดลองปลูกมันเอง
เมื่อเขาซื้อเมล็ดพันธุ์ถั่วฝักยาวกลับไป ก็ให้พวกท่านน้าได้
แสดงศักยภาพ!
ในวันนั้น พวกเขาสองคนก็ขนถั่วฝักยาวสองเกวียนกลับมาแล้ว
ถั่วฝักยาวสองชั่ง เมื่อดองแล้วจะเหลือเพียงหนึ่งชั่ง ดังนั้นราคา
ของถั่วฝักยาวดองนี้จึงราคาไม่ถูกนัก ราคาผักปกติก็ประมาณสองเห
วินจึงถือว่าไม่เลวแล้ว แต่ถั่วฝักยาวดองนี้สามารถขายได้ถึงห้าสิบเห
วินต่อหนึ่งชั่ง ถั่วฝักยาวดองสองเกวียนห้าร้อยชั่งก็ใช้เงินไปถึงยี่สิบ
ห้าตำลึง
ประสบการณ์ครั้งแรกในการทำการค้าของเจียงซื่อทำให้หัวใจ
เขาเต้นแรง ด้วยกลัวว่าถั่วฝักยาวดองจะขายไม่ออก แล้วเงินทั้งยี่สิบ
ห้าตำลึงจะสูญเปล่า
ในเวลาเดียวกันก็มีคนอีกห้าคนในอำเภอเซี่ยหยางที่กำลังวิตก
ไม่ต่างกัน
“พี่สี่ พวกท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่” เจียงเซิงรีบเข้ามาดึงแขน
เสื้อของเวินจืออวิ่นมองสำรวจเนื้อตัวเขาขึ้นลง “พี่รองไม่ได้แขนขา
ขาดใช่หรือไม่”
เวินจืออวิ่นยืดตัวตรงตอบอย่างมั่นใจ “ตราบใดที่ข้ายังอยู่ ย่อม
ไม่มีทางเกิดเรื่องนั้นเด็ดขาด”
สวี่โม่ ฟางเหิงและจ่างเยี่ยนที่อยู่ข้าง ๆ ต่างก็ประหลาดใจ
เล็กน้อย พี่สี่ที่ไม่เคยมั่นใจและนิ่งเงียบ กลายเป็นคนมีความมุ่งมั่น
ขนาดนี้แล้ว ทำให้พวกเขารู้สึกยินดีนัก
“ดีแล้ว ๆ” เจียงเซิงตบหน้าอก “ดูเหมือนครั้งต่อไปห้ามให้พี่รอง
ออกไปคนเดียวอีก ข้าต้องไปกับเขา ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่สบายใจ
เวลาข้าไม่อยู่ด้วยเขามักจะเจออันตรายตลอด”
เวินจืออวิ่นคิ้วขมวด
ผู้ติดตามที่ยืนอยู่ทั้งสี่คนคุกเข่าลงหนึ่งข้าง “ข้าน้อยคุ้มครองไม่
ดี”
โดยทั่วไปคิดติดตามควรเรียกตัวเองว่า ‘บ่าว’ แต่ฟางเหิง
อนุญาตให้พวกเขาเรียกตัวเองว่า ‘ข้าน้อย’ เปรียบเสมือนทหารที่
ได้รับการฝึกฝน
“พวกเจ้ามีความผิด” ฟางเหิงนึกถึงคำสอนของบิดา ใบหน้าจึง
เคร่งขรึมขึ้นทันใด “หลังจากนี้แต่ละคนจะถูกโบยสิบไม้”
ในฐานะผู้ติดตามต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้านายก่อน
เสมอ เจิ้งหรูเชียนอาจไม่เกิดเรื่องอะไร แต่หากเกิดเรื่องขึ้นจริง ๆ โทษ
ก็คงไม่ใช่แค่โบยสิบไม้เท่านั้น
ผู้ติดตามทั้งสามก้มหน้ายอมรับโทษ
สวี่โม่ไอเบา ๆ เพื่อแก้ไขสถานการณ์ “พี่รองบอกว่า ผู้ว่าการ
เขตจะถูกเปลี่ยนตำแหน่ง อีกทั้งคนจากตระกูลหวังก็หมายตา
ตำแหน่งนี้ไว้”
“ถ้าจะพูดให้ถูก เป็นตระกูลซุนที่หมายตาตำแหน่งนี้” เวินจืออวิ่น
เอ่ยเบา ๆ
ตระกูลซุนคือตระกูลฝั่งแม่ของฮูหยินหวัง
สวี่โม่ขมวดคิ้วคิดต่อ เจียงซานจึงกล่าว “ข้าน้อยมีเรื่องจะ
รายงาน”
“ว่ามา” ฟางเหิงตอบเพียงหนึ่งคำ
เจียงซานเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหน้าร้านเรือนโยวหรานในเขต
อันสุ่ย
รายละเอียดที่พี่รองและเจ้าสี่พลาดไปได้ถูกเปิดเผยกับทุกคน
จ่างเยี่ยนเอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็ว “ภายในตระกูลหวังมีความ
บาดหมางอยู่”
ดังนั้นฮูหยินหวังจึงต้องพึ่งพาตระกูลฝั่งแม่ในการลงมือ ไม่ใช่ยืม
อำนาจจากตระกูลหวัง
เขากับสวี่โม่สบตาและเข้าใจกันในทันที
แม้ว่าจะไม่มีใครจากตระกูลหวังปรารถนาดีต่อฟางเหิง แต่ความ
ขัดแย้งภายในตระกูลกลับเปิดโอกาสให้พวกเขา แม้จะไม่สามารถ
ทำลายตระกูลหวังได้ แต่คงไม่อาจยอมให้ตำแหน่งผู้ว่าการเขต
อันสุ่ยตกไปอยู่ในมือคนตระกูลซุน
สำหรับข้อมูลที่สำคัญของตระกูลเจียง ถูกพี่น้องทั้งหกคนไม่
สนใจ
จ่างเยี่ยนยืนขึ้น มองเจียงซานอย่างชื่นชม “เจ้าสาม ฝีมือเจ้าไม่
เลวเลย มีความสามารถดี”
ฟางเหิงพยักหน้า “ให้รางวัล มีอิสระครึ่งวัน”
การฝึกฝนเช่นนี้ ย่อมมีรางวัลและบทลงโทษที่ยุติธรรมควบคู่กัน
ไป
หลังจากคุณชายและคุณหนูไปทำธุระ เจียงอีและเจี่ยงเอ้อร์ต่าง
มองเจียงซานด้วยความอิจฉา
พวกเขาล้วนเกิดในครอบครัวยากจน ขาดแคลนอาหาร และหวัง
ว่าจะได้กินอิ่มพร้อมทั้งสวมเสื้อผ้าที่อบอุ่น แต่ความจริงแล้วเมื่อลง
นามสัญญาทาส ขณะได้รับการฝึกหนัก พวกเขาก็โหยหาช่วงเวลาที่
จะมีอิสระ
นี่ไม่ใช่ความละโมบ แต่มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์
ฟางเหิงไม่มีความละเอียดอ่อน แต่เขาเป็นคนฉลาด อิสระครึ่ง
วันนี้ถือเป็นรางวัลที่ดีที่สุด และเป็นแรงกระตุ้นให้เจียงอีกับเจียงเอ้อร์
ให้พวกเขาตัดสินใจฝึกฝนตัวให้หนัก และหาโอกาสสร้างผลงาน
“เจียงซาน ครึ่งวันนี้เจ้าจะทำอะไร” เจียงอีถาม
เจียงซานมึนงงไปชั่วครู่ก่อนตอบ “ใกล้จะถึงช่วงข้ามปีแล้ว”
ใช่แล้ว ตอนนี้กำลังจะถึงช่วงข้ามปี
เจียงเซิงยืนอยู่หน้าร้านเสื้อผ้า ปีที่แล้วนางยังมีเงินไม่มาก ต้อง
อยู่ที่วัดร้างและมองดอกไม้ไฟพลางคาดหวังความร ่ารวยในอนาคต
ปีหนึ่งผ่านไป แม้จะยังพูดถึงความร ่ารวยไม่ได้ แต่บ้านของนางก็
มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
อย่างน้อยเจียงเซิงก็ไม่ต้องไปยังร้านเสื้อผ้าเพื่อดูสินค้าราคาถูก
อีกต่อไป ตอนนี้นางสามารถซื้อชุดกระโปรงที่ชอบได้แล้ว
ปีนี้นางสามารถซื้อเสื้อผ้าสำหรับตัวเอง และยังซื้อรองเท้าปักลาย
สีชมพูน่ารักได้ แม้ว่าจะไม่มีเครื่องประดับใหญ่โตก็ตาม
ตอนนี้เจียงเซิงอายุเก้าขวบ ดูแล้วนางก็ใกล้เคียงกับหญิงสาวขึ้น
เล็กน้อย แต่งกายด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่และเพิ่มความงดงามสดใส
เมื่อมองไปยังจ่างเยี่ยนและเวินจืออวิ่น สองปีมานี้พวกเขาเติบโต
จนดูไม่เหมือนเดิม แต่ก็ถูกน้องสาวโตแซงหน้า จนแทบทำให้สองพี่
น้องไม่อยากอยู่กับนาง
“พี่สี่ พี่ห้า พวกเรามาซื้อข้าวของสำหรับปีใหม่กันเถอะ” เจียง
เซิงโบกมือเรียก “ซื้อเสร็จแล้ว ค่อยมากับพี่รองอีกรอบ”
เวินจืออวิ่นและจ่างเยี่ยนยืนนิ่งไม่อยากไป
จ่างเยี่ยนมองคนข้าง ๆ แล้วพูดกับพี่สี่ “น้องสาวเรียกท่าน”
เวินจืออวิ่นกัดริมฝีปากลังเล “น้องห้าเจ้าไปเถอะ”
จ่างเยี่ยนมองท้องฟ้า
ส่วนเวินจืออวิ่นมองพื้นดิน
แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะไป
เจียงเซิงเริ่มไม่พอใจ “ถ้าไม่มา ข้าจะซื้อเสื้อผ้าที่น่าเกลียดที่สุด
ให้พวกท่าน”
ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่นางก็ยังเลือกเสื้อผ้าที่สวยที่สุดให้พี่ชายแต่
ละคนอยู่ดี
พี่ใหญ่จะได้เสื้อคลุมสีน ้าเงินที่เหมาะสมนิสัยเรียบง่ายของเขา
พี่รองจะได้เสื้อแขนกว้างและมีลวดลายสีเข้ม
พี่สามฝึกฝนการต่อสู้ทุกวัน ต้องเลือกซื้อเสื้อแขนสั้นและมีความ
ทนทาน
พี่สี่รูปโฉมเหมือนกระต่ายขาวตัวน้อย จึงเหมาะกับเสื้อคลุมสี
ขาวลายพระจันทร์
ส่วนพี่ห้าผู้หล่อเหลาเกินไป ต้องเลือกซื้อเสื้อสีน ้าเงินเข้ม เพื่อ
ป้องกันไม่ให้คนอื่นคิดว่าเขาเป็นเด็กผู้หญิง
สำหรับรองเท้านางก็เลือกรองเท้าผ้าฝ้ายสีดำตามขนาดของแต่
ละคนไปให้
เมื่อซื้อเสื้อผ้าเสร็จ ต่อไปก็ซื้ออาหาร เจียงเซิงซื้อของทอด ผัก
ทอด และน ้าตาลกรวดสองชั่งสำหรับชงดื่ม แค่นี้ก็เป็นช่วงข้ามปีที่ดี
ที่สุดในสายตาของเจียงเซิงแล้ว
เหลือเพียงรอให้พี่รองกลับมา
แต่รอแล้วรอเล่าก็ยังไม่มีวี่แววของเจิ้งหรูเชียนกับเจียงซื่อ
ขณะที่เจียงเซิงเริ่มสงสัยว่าอาจเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับเจิ้งหรูเชียน
เจียงซื่อก็มาถึงเรือนพร้อมกับเกวียนลาและข่าวร้าย
เจิ้งหรูเชียนเสียเงินจำนวนมากเพื่อซื้อถั่วฝักยาวดอง แต่เขา
กลับขายมันไม่ออก
คุณชายเจิ้งในอนาคต พลาดท่าครั้งใหญ่แล้ว!