พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 93 ไปเขตอันสุ่ยเพื่อฉลองเทศกาลข้ามปี
เรือนโยวหรานเขตอันสุ่ย
เถ้าแก่ฮ่าวยิ้มไมตรี แต่กลับปฏิเสธอย่างสุภาพ “คุณชายเจิ้ง
ถั่วฝักยาวดองนี้ คนท้องถิ่นเราไม่ค่อยได้พบเห็นและไม่นิยมกินนัก
ถึงเรือนโยวหรานของเราจะรับซื้อไป แต่ทำอาหารออกมาก็คงไม่มี
ผู้ใดอยากกินมัน คงเป็นการเสียเงินไปเปล่า ๆ”
พ่อค้าที่ฉลาดย่อมไม่ทำการค้าขาดทุน
เจิ้งหรูเชียนเอ่ยเร่งเร้า “เถ้าแก่ ถั่วฝักยาวดองนี้มีรสชาติดีมาก
ท่านจะไม่ลองดูสักหน่อยหรือ”
เถ้าแก่ฮ่าวไม่ได้ปฏิเสธเขาโดยตรง เพราะผักสองเกวียนที่มา
จากอำเภออวิ๋นสุ่ยสดใหม่มาก จนทำให้การค้าของเรือนโยวหรานดี
ขึ้น
เขาโบกมือเรียกเสี่ยวเอ้อร์ให้นำถั่วฝักยาวดองเข้าไป ไม่นานเขา
ก็ยกอาหารสามจานขึ้นมา
หนึ่งจานเป็นของผัด หนึ่งจานเป็นของต้ม และอีกหนึ่งจานเป็น
ของนึ่ง
นอกจากจานของต้มที่พอทานได้สองคำ อาหารจานที่เหลือก็ส่ง
กลิ่นเหม็นประหลาดจนเกือบจะเหมือนกำลังเคี้ยวฟืน
เจิ้งหรูเชียนไม่อยากจะเชื่อ จึงคว้าจานของต้มมากินสองสามคำ
และพบว่านอกจากมันจะไม่อร่อยและเหนียวหนึบเหมือนกับของที่ทำ
ในอำเภออันหยางแล้ว รสชาติก็ยังย ่าแย่มาก
เขาตื่นตะลึงไปเลยทีเดียว
เถ้าแก่ฮ่าวยังคงแนะนำด้วยความหวังดี “คุณชายเจิ้ง ความคิดที่
จะทำอาหารจานใหม่เป็นความคิดที่ดี แต่รสชาติของท้องถิ่น คนใน
ท้องถิ่นย่อมเคยชินกว่า พวกเขามักไม่ยอมรับรสชาติอื่น ๆ แล้ว”
ใครจะไม่รู้ว่ามีคนแพ้อากาศ และใครจะไม่ถวิลหาความอร่อยที่
บ้านเกิด
เจิ้งหรูเชียนท้อแท้ ไม่ได้พักเหนื่อยที่เรือนโยวหรานต่อ เขาบังคับ
เกวียนผักสองเล่มออกไป
ระหว่างทางยังเห็นร้านขายของดองหลายแห่ง เขาเข้าไป
สอบถาม แต่ก็ไม่มีใครรับซื้อ
เจิ้งหรูเชียนรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย
คำพูดของเถ้าแก่ฮ่าวก็มีส่วนถูก คนในท้องถิ่นมักชอบรสชาติ
ของท้องถิ่น แต่ถ้ารสชาติใหม่ ๆ เพียงพอจะกระตุ้นความอยาก
อาหารได้ ก็ย่อมมีคนเต็มใจลิ้มลอง
อย่างใครที่เคยกินปลา กุ้ง หรือปูอยู่ทุกวันตั้งแต่เด็ก เมื่อมีของ
จากต่างถิ่นถูกนำเข้ามา ใครบ้างจะไม่ลองชิม
ที่สำคัญคือเขาทำให้มันมีรสชาติเหมือนของในอำเภออันหยาง
ไม่ได้
เจิ้งหรูเชียนพบปัญหา เมื่อกลับไปที่เรือนดอกไม้แล้ว ก็เริ่ม
พยายามทำอาหารรสชาติดั้งเดิมของอำเภออันหยาง
การเลียนแบบอาหารจานนั้น แม้แต่ผู้มีฝีมือด้านการทำอาหารก็
อาจผิดพลาด นับประสาอะไรกับเจิ้งหรูเชียนซึ่งแทบไม่เคยเข้าครัว
หลังจากเขาเกือบจุดไฟเผาห้องครัวเป็นครั้งที่สาม จางเซียง
เหลียนจึงโผล่เข้ามา “เด็ก ๆ ให้ข้าทำแทนเถอะ”
เจิ้งหรูเชียนตบเขม่าบนตัวเบา ๆ แล้วพูด “ถ้าอย่างนั้น ข้าขอ
รบกวนป้าจางด้วยขอรับ”
จางเซียงเหลียนสมกับเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทำอาหาร นาง
ทำซี่โครงหมูตุ๋นครึ่งหม้อได้ในวันนั้น ซ ้ารสชาติยังดีกว่าร้านเรือน
โยวหราน แต่ก็ยังไม่เทียบเท่ารสชาติของอำเภออันหยาง
“ยังขาดอะไรไปอีกสักหน่อย” เจิ้งหรูเชียนครุ่นคิด “แต่ยังขาด
อะไรไปนะ?”
ทว่าเรื่องนี้ไม่มีใครตอบได้
กระทั่งเขาที่เคยทานมาแล้วยังไม่รู้ คนอื่นที่ไม่เคยลองชิมยิ่งไม่รู้
“ถ้าข้าได้กินรสชาติดั้งเดิมของมันก็ดีสิ” จางเซียงเหลียนถอน
หายใจ
เจิ้งหรูเชียนเงยหน้าขึ้นทันที
หลังจากนับนิ้วก็พบว่าเหลืออีกแปดวันก่อนถึงช่วงข้ามปี
เจียงเซิงจัดหาเสื้อผ้าและอาหารทุกอย่างสำหรับเฉลิมฉลองข้าม
ปี แม้แต่คำอวยพรและโคมไฟนางก็ซื้อมาแล้ว แต่เจิ้งหรูเชียนกลับติด
อยู่ที่เขตอันสุ่ยด้วยเรื่องของถั่วฝักยาวดอง
จากอำเภอเซี่ยหยางไปยังเขตต้องใช้เวลาเดินทางห้าวัน หากไม่
ออกเดินทางในอีกสามวัน เจิ้งหรูเชียนก็จะกลับบ้านไม่ทันช่วง
เทศกาล
………
ณ เรือนเล็ก
พี่ชายทั้งสี่คนอยู่ที่นี่ สวี่โม่ได้หยุดพักช่วงข้ามปีแล้ว สำนัก
แพทย์ของเวินจืออวิ่นก็ปิดทำการ ทุกคนจึงมีเวลาว่างพอดี
เจียงเซิงกลอกตาครุ่นคิดแล้วพูดขึ้น “พวกเราไปเขตอันสุ่ยเพื่อ
ฉลองเทศกาลข้ามปีกันดีหรือไม่”
นางนับนิ้ว “ป้าจาง ท่านลุงจางกับท่านป้าซุ่ยก็อยู่ที่นั่น ที่สำคัญ
คือพี่รองก็อยู่ด้วย ถ้าพวกเราไม่สามารถพบกันที่อำเภอเซี่ยหยางได้
ก็คงต้องไปที่เขตอันสุ่ยแทน”
ทุกคนล้วนไม่มีปัญหา พี่รองเจิ้งถือเป็นคนสำคัญที่สุด
พวกเขาสัญญาว่าจะไม่แยกจากกัน วันรวมญาติในช่วงข้ามปีก็
ไม่ควรขาดใครไป
ฟางเหิงเป็นคนแรกที่ตอบรับ “ข้าไม่มีปัญหา ผู้ติดตามทุกคนก็
ลงนามสัญญาทาสแล้ว พวกเขาสามารถไปกับเราได้”
เวินจืออวิ่นจับมือจ่างเยี่ยนแล้วพูดเบา ๆ “พวกข้าก็ไม่มีปัญหา”
ทุกคนจ้องมองสวี่โม่ พวกเขากลัวว่าที่ปรึกษาสวี่อาจจะกังวล
เรื่องของชาวบ้านอำเภอเซี่ยหยางอยู่
“แค่ก ๆ” สวี่โม่สำลักแล้วดุ “พวกเจ้าเห็นข้าเป็นอะไร ชาวบ้าน
ในอำเภอเซี่ยหยางยังมีนายอำเภออยู่ เรื่องที่สำคัญกว่าคือเจ้ารอง”
“แต่เขาจะต้องถูกลงโทษที่ทำการค้าจนไม่กลับมาฉลองข้ามปี
กับพวกเรา” พี่ใหญ่กล่าวเสียงเบาแต่กลับหนักแน่น
เจียงเซิงหดคอ นึกสงสารพี่รองในใจไม่ได้
“เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ”
ฟางเหิงคว้ากระบองไม้ เวินจืออวิ่นสะพายกล่องยาขึ้นหลัง เจียง
เซิงกับจ่างเยี่ยนกอดเสื้อผ้าและอาหารที่ซื้อมาใหม่
เจียงอีกับเจียงเอ้อร์ขับรถม้ารออยู่หน้าประตู และมีเด็กอีกหกคน
ถือไม้ยาวคอยรักษาความปลอดภัย
เป็นครั้งแรกที่เจียงเซิงรู้สึกว่าการทุ่มเทเงินครั้งนี้คุ้มค่า
คนนั่งบนรถม้า ข้าวของบรรทุกอยู่บนเกวียนลา
พวกเขาออกจากอำเภอเซี่ยหยางมุ่งสู่เขตอันสุ่ย
ระหว่างทาง เจียงเซิงไม่ลืมแวะร้านตัดเสื้อเพื่อซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่
สำหรับพวกป้ากับท่านลุง เพื่อมอบให้เป็นของขวัญข้ามปี
สิบวันต่อมา
ในที่สุดพวกเขามาถึงเรือนดอกไม้ หลังเคาะประตู จางฉีเฉวียนก็
เปิดออกมา
พอเห็นพวกเด็ก ๆ เขาตะลึงไปขณะหนึ่งแล้วดีใจ “พวกเจ้ามาได้
อย่างไร จะอยู่ฉลองข้ามปีที่นี่หรือ?”
เจียงเซิงพยักหน้า พูดด้วยความโมโห “ผู้ใดใช่ให้พี่รองไม่กลับ
บ้าน แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนเล่าท่านลุงจาง”
ตอนนี้นางเป็นเหมือนแมลงวันบินที่จากตะวันออกไปตะวันตก
อย่างไร้จุดหมาย
คนงานในโรงผลิตต่างกลับบ้านไปพักผ่อนกันหมด เรือนดอกไม้
จึงว่างเปล่า คล้ายมีแค่จางฉีเฉวียน
เจิ้งหรูเชียนก็ไม่อยู่ที่นี่
เจียงเซิงพลันตกใจ
หรือพี่รองจะกลับไปอำเภอเซี่ยหยางแล้ว พวกเขาคลาดกันหรือ
หากกลับไปตอนนี้จะช้าไปหรือไม่
เขาจะมีโอกาสได้สวมเสื้อผ้าชุดใหม่ที่นางเลือกให้หรือไม่
โชคดีที่การสนทนาของจางฉีเฉวียนและสวี่โม่ ช่วยดึงเจียงเซิง
ออกจากความคิดฟุ้งซ่าน
“ท่านบอกว่าเจ้ารองพาป้าจางกับท่านป้าซุ่ยไปอำเภออันหยาง
หรือ” สวี่โม่ถามพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย
จางฉีเฉวียนถอนหายใจ “ใช่ พวกเขาไปได้หกเจ็ดวันแล้ว ถ้าทุก
อย่างเรียบร้อย พรุ่งนี้ก็คงกลับมา”
เพื่อไม่ให้ถั่วฝักยาวดองมูลค่ายี่สิบห้าตำลึงไร้ค่า เจิ้งหรูเชียน
ต้องพยายามเต็มที่
มันไม่ใช่แค่ยี่สิบห้าตำลึง
แต่เป็นความหวังของการค้าในอนาคต ความหวังของเงิน
มากมาย และการค้าที่จะยิ่งใหญ่ของวันหน้า
แต่ไม่ว่าอย่างไร การที่เจ้ารองพาคนเดินทางไปในช่วงข้ามปี สวี่
โม่รู้สึกว่าควรต้องตำหนิน้องชายสักหน่อย
พวกเขาจัดหาที่อยู่ในเรือนดอกไม้
เนื่องจากห้องมีจำกัดจึงต้องนอนเบียดกัน
คำอวยพรแปะไว้ที่หน้าประตู โคมไฟเล็กประดับสองข้าง ดอกไม้
ต่าง ๆ นานาติดตกแต่งหน้าต่าง
เขตอันสุ่ยมีขนาดใหญ่ ขนบธรรมเนียมและสำเนียงภาษาแต่ละ
พื้นที่ล้วนแตกต่าง แต่คำอวยพรและโคมไฟที่ทุกบ้านทำก็ไม่มี
ความผิดแปลกไป
เมื่อเดินทางจากเขตอันสุ่ยไปยังอำเภออันหยาง ประตูเมืองยังดู
โล่ง
แต่กลับมาคราวนี้ ทุกสิ่งเต็มไปด้วยแสงสีแดง
เจิ้งหรูเชียนจำช่วงข้ามปีใหม่กับเหล่าพี่น้องในวัดร้างปีนั้น และ
วันเวลาสองปีที่ผ่านมายิ่งทำให้เขาไม่อาจกลั้นน ้าตาได้
การที่เขาไม่กลับไปฉลองข้ามปีไม่ใช่เพราะเงินยี่สิบห้าตำลึง แต่
เป็นเพราะไม่รู้จะสู้หน้ากับพวกเขาได้อย่างไร
แต่มันไม่ได้หมายความว่าเจิ้งหรูเชียนไม่คิดถึงพวกเขา
ไม่รู้ว่าเหล่าพี่น้องที่อำเภอเซี่ยหยางจะเป็นอย่างไรบ้าง จะโกรธ
เขาหรือเปล่า โดยเฉพาะเจียงเซิงน้อยที่คงโกรธจนหน้าบูดบึ้ง
เจิ้งหรูเชียนรู้สึกเศร้าขณะที่จอดเกวียนล้าไว้ข้างลานเรือน
ดอกไม้
เขาช่วยป้าจางกับท่านป้าซุ่ยที่หนาวจนใกล้จะตัวแข็งออกมา
แล้วยกมือเคาะประตู พลางคิดถึงพวกพี่น้องอีกครั้ง
ทันใดนั้นประตูก็เปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าอันคุ้นเคย
“เจิ้งหรูเชียน ท่านยังจำทางกลับบ้านได้อยู่สินะ”